เสียงระเบิดดังขึ้นกะทันหันขัดจังหวะการประมูล ทำให้ทุกสายตาหันมาทางหลินเฟิง
ทุกคนในลานประมูลต่างย่นคิ้วเล็กน้อยด้วยความสงสัย มันเกิดอะไรขึ้น? ในพื้นที่ของเหล่าชนชั้นสูงมีคนก่อความวุ่นวายอย่างนั้นหรือ?
หลายคนที่มาพร้อมหลินเฟิงต่างพากันนิ่งอึ้งเมื่อเห็นโต๊ะหินในศาลาถูกทำลาย ไอ้หมอนี่เป็นพวกชอบก่อปัญหาจริงๆ สร้างปัญหาที่ลานประลองเชลยแล้วยังจะสร้างปัญหาที่นี่อีกหรือ?
แต่คนที่คาดไม่ถึงที่สุดก็คือ สาวงามที่นั่งอยู่ข้างๆ หลินเฟิง แค่ยกมือปาดน้ำตาไปครู่เดียวอึดใจต่อมาโต๊ะหินก็ถูกทำลายไปเสียแล้ว เมื่อเห็นแบบนั้นนางก็อดใจสั่นขึ้นมาไม่ได้มีใครบางคนได้ลุกขึ้นมายืนหยัดต่อความชั่วร้ายเพื่อนาง
ผู้จัดการตกตะลึงเมื่อเห็นหลินเฟิงโกรธจัดขนาดนี้ ทันทีที่เขาพูดจบก็ได้ยินสียงระเบิดดังขึ้นแทบจะทันทีทำให้เขาอดไม่ได้ที่จะตื่นตระหนก
เขาจ้องมองหลินเฟิงอย่างระมัดระวัง
แต่หลินเฟิงไม่สนใจสายตาของเขา และกล่าวอย่างเย็นชาว่า “ข้านำปีศาจสิงโตเพลิงของข้ามาประมูลที่ลานประมูลแห่งนี้ดังนั้นข้าจึงกลายเป็นแขกผู้ทรงเกียรติของที่นี่ แต่เจ้ากลับละเลยและทำให้ข้าเสียหน้านี่เป็นวิธีการที่พวกเจ้าปฏิบัติกับแขกผู้ทรงเกียรติอย่างนั้นหรือ?”
“ปีศาจสิงโตเพลิง!” ดวงตาของทุกคนพลันเบิกกว้างขึ้นมาเมื่อกี้เขาบอกว่าเป็นผู้นำปีศาจสิงโตเพลิงมาประมูลอย่างนั้นหรือ?!
หลายๆ คนที่ไม่รู้เรื่องนี้ต่างพากันตื่นตกใจ ปีศาจสิงโตเพลิง คำคำนี้ช่างดึงดูดใจพวกเขาไม่น้อยเลยทีเดียว
นอกจากนี้พวกเขายังอยากรู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?! ถ้าพูดตามหลักเหตุผลแล้วการที่หลินเฟิงนำปีศาจสิงโตเพลิงเข้าร่วมการประมูลก็ไม่แปลกที่เขาจะกลายเป็นแขกพิเศษ ดังนั้นก็ไม่น่าได้รับความอับอายอะไรไม่ใช่หรือ?
“ข้าก็เป็นหนึ่งในแขกพิเศษเช่นเดียวกับเขา ตั้งแต่ข้ามาถึงที่นี่เขาก็ยังไม่หยุดคุกคามข้าเห็นได้ชัดว่าเจ้าเลือกปฏิบัติ เจ้าไม่สนใจความต้องการของข้าและเลือกเอาใจเขาโดยการมอบหญิงรับใช้ที่กำลังดูแลข้าให้กับเขาแม้ว่าเขาจะทำเรื่องต่ำทรามแต่เจ้าก็ยังเลียแข้งเลียขาเขาเหมือนสุนัขในฐานะที่เจ้าเป็นหนึ่งในผู้จัดการงานประมูลแต่กลับละเลยเรื่องของข้าเจ้าเชื่อหรือไม่ว่าข้าสามารถเลิกขายปีศาจสิงโตเพลิงของข้าได้?”
หลินเฟิงลุกขึ้นยืนและกล่าวต่อไปว่า “ถ้าเจ้าจะปฏิบัติกับข้าเยี่ยงนี้ก็จงเอาปีศาจสิงโตเพลิงของข้าคืนมา ข้าไม่สนใจเป็นแขกพิเศษของที่นี่อีกต่อไป”
เมื่อผู้คนได้ยินดังนั้น พวกเขาก็มองสาวงามข้างหลินเฟิงรวมทั้งชายหนุ่มจากตระกูลชั้นสูงที่อยู่ด้านหลังเขาทันใดนั้นพวกเขาก็ปะติดปะต่อเรื่องราวทั้งหมดได้ ที่แท้ชายคนนั้นก็คือนายน้อยเหมิงนั่นเองไม่แปลกใจเลยว่าทำไมผู้จัดการลานประมูลถึงไม่กล้าขัดใจเขา
อย่างไรก็ตามการกระทำแบบนี้ถือว่าไม่เคารพหลินเฟิง และยังทำให้หลินเฟิงเสียหน้าอีกด้วยไม่ว่าใครที่อยู่ในสถานการณ์เดียวกันกับหลินเฟิงก็ต้องโกรธเกรี้ยวเป็นธรรมดาที่ถูกปฏิบัติเช่นนี้
ใบหน้าของผู้จัดการบิดเบี้ยว ไอ้สารเลวน้อยนี่…
เขาไม่รู้ว่าหลินเฟิงเป็นแขกพิเศษที่นำปีศาจสิงโตเพลิงเข้าร่วมการประมูลเขาคาดไม่ถึงว่าหลินเฟิงจะมีปฏิกิริยาตอบโต้ที่รุนแรง จนทำให้เรื่องราวลุกลามใหญ่โตแบบนี้คำพูดของหลินเฟิงนั้นสมเหตุสมผลมาก ทำให้เขาไม่สามารถหาอะไรมาแก้ตัวได้เลย
ทันใดนั้นก็มีร่างเงาปรากฏขึ้นในพื้นที่ของเหล่าชนชั้นสูงเขาคือชายชราที่พูดคุยกับหลินเฟิงก่อนหน้านี้
“ต้องขออภัยกับการจัดการของพวกเราที่ทำให้ท่านต้องรู้สึกแย่” ชายชรากล่าวขณะมองหน้าของหลินเฟิงด้วยแววตาเสียใจ
“ขออภัย? คิดว่าคำพูดแค่นั้นจะพอหรือ?” หลินเฟิงกล่าวอย่างเย็นชา
ดวงตาของชายชราทอประกายเย็นชาวูบหนึ่ง ก่อนร่างจะกลายเป็นริ้วสีดำพุ่งไปด้านหน้าของผู้จัดการลานประมูล
“เพียะ!” เสียงตบดังกึกก้องไปทั่วบริเวณทุกคนเห็นร่างของผู้จัดการปลิวกระเด็นออกไปเมื่อครู่เขาเพิ่งพูดข่มหลินเฟิงให้ส่งตัวหญิงสาวคนนั้นไปให้นายน้อยเหมิงและตอนนี้เขาก็ได้รับผลของการกระทำแล้ว
“ไอ้ตัวไร้ประโยชน์!” ชายชรากล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชาชายคนนี้ไม่ได้เรียนรู้อะไรเลย ถึงแม้ว่านายน้อยเหมิงจะเป็นแขกพิเศษแต่หลินเฟิงก็ถือว่าเป็นแขกผู้ทรงเกียรติของลานประมูล! แล้วมันกล้าดีอย่างไรถึงปฏิบัติกับหลินเฟิงแบบนี้ต่อหน้าทุกคน?! ฉีกหน้าหลินเฟิงต่อหน้าแขกพิเศษ จนทำให้เขาโมโหและสร้างปัญหาใหญ่ขึ้นมาดีแต่ตบตูดม้า[1] ไปวันๆ ไม่เคยใช้สมองทำงาน!
ผู้จัดการนอนกองอยู่บนพื้น เขาลุกขึ้นมาเช็ดเลือดตรงมุมปากสีหน้าของเขาดูย่ำแย่ แม้ว่าเขาจะจ้องมองหลินเฟิงด้วยความโกรธแค้น แต่ตอนนี้เขาก็ไม่กล้ากล่าวอะไรออกมา
“ยังไม่รีบขอโทษเขาอีก?” ชายชรากล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชาทำให้ดวงตาของผู้จัดการแข็งกร้าวขึ้นมา แต่สายตาของชายชรานั้นเย็นเยือกจนทำให้เขาใจสั่นด้วยความกลัวเขามองไปที่หลินเฟิงและกล่าวว่า “ต้องขอโทษจริงๆ ขอรับ”
“คิดว่าข้าเดาความคิดจากสายตาเจ้าไม่ออกหรือไง? ตั้งแต่เห็นเจ้าครั้งแรกข้าก็รู้แล้วว่าเจ้ามีสายตาสุนัขแค่ไหน”
หลินเฟิงกล่าวเมื่อเห็นว่าผู้จัดการไม่จริงใจที่จะขอโทษเขา “เอามันไปให้พ้นหน้าข้า”
“ไม่ได้ยินหรือไง? ไสหัวไป!” ชายชรากล่าว ผู้จัดการโกรธมาก เพลิงโทสะของเขากำลังโหมกระหน่ำในอกแต่ถึงอย่างนั้นเขาก็เลือกที่จะจากไป
เมื่อชายชราเห็นเช่นนั้น เขาก็หันกลับไปยิ้มให้หลินเฟิงด้วยความละอายใจและกล่าวว่า“ท่านพอใจกับการแก้ปัญหาในครั้งนี้หรือไม่?”
หลินเฟิงมองชายชราและหันกลับไปที่สาวงามข้างกายเขา “เรื่องในวันนี้จะทำให้นางลำบากหากข้าจะขอให้ท่านมอบนางให้กับข้า ท่านจะปฏิเสธหรือไม่?”
“ท่านมีเจตนาที่ดี แน่นอนว่าท่านสามารถนำนางไปด้วยได้” ชายชรากล่าวขณะเหลือบมองไปทางสาวงาม หญิงสาวคนนี้ช่างโชคดีจริงๆ ที่มาพบกับหลินเฟิงนอกจากนี้มันไม่ถือว่าเป็นปัญหา เพราะเขามีทาสผู้หญิงมากมายที่มาแทนที่นาง
หลินเฟิงพยักหน้าและกล่าวว่า “ข้าหวังว่านับตั้งแต่นี้ไปแขกพิเศษทุกท่านจะได้รับการปฏิบัติเท่าเทียมกันและคงไม่มีเดรัจฉานที่ไหนหลุดมาเพ่นพ่านแว้งกัดคนอื่น”
ม่านตาของนายน้อยเหมิงหดลงและมองไปที่หลินเฟิงชั่วร้าย หลินเฟิงทำให้เขาเสียหน้าหลายครั้งรวมทั้งยังเรียกเขาว่าเดรัจฉานอีก!
เมื่อชายชราได้ยินที่หลินเฟิงกล่าว เขาเข้าใจสิ่งที่หลินเฟิงต้องการจะสื่อได้ทันทีจากนั้นเขาก็หันไปทางชายหนุ่มและกล่าวขึ้นในทันที “นายน้อยเหมิงที่นี่คือลานประมูล หวังว่าท่านจะไม่ทำให้พวกข้าต้องเสียหน้าและถ้ายังก่อความวุ่นวายอีก พวกเราคงไม่อยู่เฉยแน่ข้าไม่สนใจว่าท่านจะประพฤติตัวยังไงเมื่ออยู่ข้างนอก แต่เมื่อท่านอยู่ที่นี่ท่านจะต้องไม่ก่อความวุ่นวาย”
ชายหนุ่มจ้องมองหลินเฟิงด้วยสายตาอาฆาตและคิดว่าหลังจากจบการประมูลเขาจะต้องจัดการกับหลินเฟิงให้ได้ เขาจะทำให้หลินเฟิงต้องตายอย่างทรมาน
“ขอบคุณนายน้อยเหมิงที่เข้าใจ” ชายชรากล่าวอย่างไม่แยแสจากนั้นกล่าวต่อว่า “ข้าหวังว่าทุกท่านจะฉลาดพอที่จะเคารพกฎของพวกเราข้าพูดมามากพอแล้ว การประมูลเริ่มต่อได้”
เมื่อกล่าวจบ ชายชราก็เหลือบมองไปที่หลินเฟิงเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนพลิ้วร่างจากไป
หลินเฟิงมองตามร่างเงาที่จากไป ขณะที่หัวเราะในใจอย่างเย็นชามีหรือที่เขาจะไม่เข้าใจความหมายที่ซ่อนอยู่ในประโยคของชายชรา?! ที่พูดมาทั้งหมดก็แค่จะบอกนายน้อยเหมิงคนนั้นว่า รอจนการประมูลสิ้นสุดลงท่านสามารถจัดการกับหลินเฟิงได้ตามสบาย เห็นได้ชัดว่าที่หลินเฟิงก่อความวุ่นวายขึ้นมาก็ทำให้อีกฝ่ายไม่พอใจเช่นกัน แต่เพราะที่นี่คือลานประมูล ดังนั้นพวกเขาต้องรักษาความสงบ
อย่างไรก็ตามเมื่อหลินเฟิงออกจากลานประมูล นายน้อยตระกูลเหมิงจะต้องแก้แค้นเขาแน่นอน!
“ขอบคุณเจ้าค่ะ คุณชาย”
สาวงามที่นั่งอยู่ข้างกายจ้องมองหลินเฟิงด้วยสายตาซาบซึ้งนางเข้าใจดีว่าที่หลินเฟิงขอนางจากชายชราคนนั้นก็เพราะรู้ว่าตราบใดที่นางยังคงเป็นคนของลานประมูลนางก็ต้องเผชิญกับชะตากรรมที่น่าสังเวชเช่นนี้อย่างแน่นอน
หลินเฟิงได้ยื่นมือช่วยนางจากชะตากรรมที่น่าเศร้า
“ข้าเพียงทำในสิ่งที่ควรทำ ไม่จำเป็นต้องขอบคุณ” หลินเฟิงกล่าวอย่างไม่ใส่ใจ
แต่นางส่ายหัวไม่เห็นด้วยกับคำพูดเขา ชายหนุ่มสวมหน้ากากสีเงินคนนี้ไม่ธรรมดาเลยจริงๆ!
เขาอาจดูเหมือนพวกอวดดี แต่ความจริงแล้วเขากลับเป็นคนรอบคอบเขาจงใจทำลายโต๊ะหินเพื่อดึงดูดความสนใจของทุกคน ทำเรื่องเล็กให้กลายเป็นเรื่องใหญ่จนทำให้ลานประมูลจำต้องออกหน้าเสียไม่ได้
สาวงามยังคงขอบคุณหลินเฟิงไม่หยุด ในสายตาของนางแล้วหลินเฟิงคือผู้มีพระคุณ เพื่อปกป้องนาง เขาถึงกลับยอมสร้างความบาดหมางกับชายหนุ่มจากตระกูลชนชั้นสูงและยังขัดแย้งกับผู้จัดการทั้งหมดล้วนเป็นเพราะนาง หากหลินเฟิงไม่ยื่นมือเข้ามานางคงถูกส่งไปเป็นของเล่นของชายหนุ่มคนนั้น และต้องประสบกับชะตากรรมที่เลวร้ายแน่นอน
ลานประมูลเห็นนางเป็นเพียงทาสและเครื่องมือไว้ใช้ประโยชน์หากว่านางไม่งดงาม นางก็คงไม่มีค่าและไร้ประโยชน์สำหรับที่นี่ นอกจากนี้นางไม่เคยได้รับเกียรติจากใครเพราะสถานะอันต่ำต้อยของนาง
แต่หลินเฟิงกลับไม่ปฏิบัติต่อนางแบบนั้น ทั้งยังยืนหยัดปกป้องนางเพื่อนางแล้วเขายอมสร้างเรื่องมากมาย สาวงามสาบานกับตัวเองว่าตั้งแต่นี้เป็นต้นไปนางจะจงรักภักดีและทุ่มเททุกอย่างให้กับหลินเฟิง
แน่นอนว่าหลินเฟิงไม่รู้ความคิดของเธอ เรื่องที่เขาทำไปทั้งหมดเพื่อไม่ให้รู้สึกผิดต่อมโนธรรมในใจตัวเองเท่านั้น
หญิงสาวได้รับความอัปยศจากชายหนุ่มชนชั้นสูงเพราะหลินเฟิง เขาไม่สามารถทนเห็นหญิงสาวงดงามเช่นนี้ต้องทุกข์ทรมานได้เขาทนไม่ได้ที่จะเห็นผู้บริสุทธิ์ต้องมาเผชิญกับชะตากรรมที่โหดร้าย
……………………………………………………………………………………………………………….
หมายเหตุ
[1]ตบตูดม้า หมายถึง ประจบสอพลอคนมีอำนาจ