หลินเยว่พุ่งตัวออกจากออฟฟิศที่กลายเป็นรกไปแล้ว เธอวิ่งลงบันไดหนีไฟอย่างไม่คิดชีวิต เสียงกรีดร้องและเสียงคำรามของซอมบี้ยังคงตามหลอกหลอนอยู่ในโสตประสาท ทุกย่างก้าวเต็มไปด้วยความหวาดระแวง เธอไม่รู้ว่ากำลังวิ่งไปที่ไหน ไม่รู้ว่าจะมีอะไรอยู่ข้างหน้า แต่สัญชาตญาณบอกให้เธอวิ่งต่อไป
เธอมาหยุดหอบหายใจอยู่ที่ชั้นล่างสุดของอาคาร ที่ซึ่งเคยเป็ลานจอดรถใต้ดิน บรรยากาศที่นี่มืดสลัวและเงียบสงัดผิดปกติ มีเพียงแสงไฟกะพริบจากหลอดไฟที่ใกล้จะดับเต็มที ส่องให้เห็นเงาตะคุ่มของรถยนต์ที่จอดทิ้งร้างอยู่ หลินเยว่พยายามปรับสายตาให้ชินกับความมืด มือที่ยังคงกำกรรไกรแน่นจนเจ็บ เธอรู้สึกถึงความหนาวเย็นที่กัดกินเข้ามาในกระดูก ไม่ใช่แค่จากอุณหภูมิ แต่เป็ความโดดเดี่ยวที่กัดกินหัวใจ
[ ระบบ Genesis Core: ตรวจพบสัญญาณชีพมนุษย์ 1 ราย ]
[ ตำแหน่ง: 15 เมตร ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ]
เสียงระบบดังขึ้นในหัว ทำให้หลินเยว่สะดุ้งเล็กน้อย เธอเงยหน้าขึ้นมองตามทิศทางที่ระบบระบุ และเห็นร่างเล็ก ๆ ของเด็กสาวคนหนึ่งกำลังซ่อนตัวอยู่หลังเสาคอนกรีต เด็กคนนั้นดูไม่น่าจะเกินสิบขวบ ใบหน้าเปื้อนคราบน้ำตาและฝุ่นผง ดวงตากลมโตจ้องมองมาที่เธอด้วยความหวาดกลัวสุดขีด
“หนู…” หลินเยว่พึมพำ เธอไม่รู้จะพูดอะไรต่อดี ความรู้สึกอยากจะช่วยเด็กคนนั้นพุ่งขึ้นมาอย่างแรง แม้ว่าเธอเองก็แทบจะเอาตัวไม่รอด
แต่ก่อนที่เธอจะก้าวเข้าไปหา เสียงคำรามต่ำ ๆ ก็ดังขึ้นจากมุมมืดอีกด้านหนึ่งของลานจอดรถ
ร่างใหญ่โตที่เคยเป็หัวหน้าแผนกของหลินเยว่ก้าวออกมาจากเงามืด มันไม่ใช่ซอมบี้ธรรมดาอีกต่อไป ครึ่งหนึ่งของใบหน้าถูกฉีกขาดจนเห็นกระดูกที่น่าสยดสยอง ดวงตาแดงก่ำราวกับถ่านไฟ และร่างกายที่บวมเป่งผิดปกติราวกับกำลังกลายพันธุ์ มันคือ ผู้ติดเชื้อกลายพันธุ์ระดับ Elite
[ วิเคราะห์เป้าหมาย: ผู้ติดเชื้อกลายพันธุ์ (ระดับ Elite) ]
[ ระดับภัยคุกคาม: สูงมาก ]
[ ความน่าจะเป็ในการเอาชนะ: 3.1% ]
หลินเยว่หยุดชะงัก ร่างกายแข็งทื่อด้วยความใ เด็กสาวข้างหลังกรีดร้องเสียงหลง สัตว์ประหลาดคำรามเสียงต่ำในลำคอ ก่อนจะก้มตัวเตรียมพุ่งเข้าใส่ และเป็ครั้งแรกนับั้แ่ระบบ Genesis Core ถูกปลุกขึ้น หลินเยว่รู้สึกถึงความหวาดกลัวที่แท้จริง เธออาจจะรอดจากซอมบี้ธรรมดาได้ แต่ไม่ใช่จากตัวนี้ และไม่ใช่พร้อมกับการปกป้องใครอีกคน
สัตว์ประหลาดพุ่งเข้ามาอย่างรวดเร็ว หลินเยว่ยืนอยู่กับที่ กำกรรไกรแน่นจนเืซึมออกจากฝ่ามือ ดวงตาของเธอสั่นไหว แต่ไม่ถอย เธอไม่อาจทิ้งเด็กคนนี้ไว้ได้
“ฉันจะไม่ปล่อยเธอตาย…” เธอพึมพำกับตัวเอง เสียงนั้นแ่เบาจนแทบไม่ได้ยิน แต่เต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยว
ทันใดนั้น—
แรงกดดันมหาศาลก็ถาโถมเข้ามาในลานจอดรถ อากาศเย็นะเืจนจับขั้วหัวใจ ซอมบี้ทุกตัวที่อยู่ใกล้เคียงหยุดชะงักงัน แม้แต่ผู้ติดเชื้อกลายพันธุ์ระดับ Elite ก็แข็งค้างอยู่กับที่ ราวกับถูกบางสิ่งที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่ากดทับิญญา
เสียงฝีเท้าหนักแน่นดังมาจากปลายทางเดินที่มืดมิด
ตึก… ตึก… ตึก…
ชายคนหนึ่งก้าวออกมาจากเงามืด รูปร่างสูงใหญ่สง่างาม ผิวซีดขาวราวกับหิมะ ดวงตาสีแดงเข้มเปล่งประกายเรืองรองในความมืด และรัศมีอันน่าสะพรึงกลัวที่แผ่ออกมาจากตัวเขา ทำให้สัตว์ประหลาดทั้งชั้นก้มศีรษะลงอย่างสั่นกลัว มันไม่ใช่ซอมบี้ธรรมดา แต่ก็ไม่ใช่คน
ดวงตาสีแดงคู่นั้นหยุดลงที่หลินเยว่ มองเธออย่างเงียบงัน ราวกับจำเธอได้ ราวกับตามหาเธอมาตลอด และเมื่อผู้ติดเชื้อกลายพันธุ์ระดับ Elite พยายามส่งเสียงคำรามใส่เขา—
ชายปริศนาเพียงยกมือขึ้นเล็กน้อยอย่างเชื่องช้า
ตูม!
ร่างของสัตว์ประหลาดะเิกระแทกผนังราวกับถูกพลังที่มองไม่เห็นบดขยี้จนแหลกละเอียด ทางเดินทั้งสายตกอยู่ในความเงียบงัน มีเพียงเสียงหอบหายใจของหลินเยว่และเสียงสะอื้นของเด็กสาว
หลินเยว่ยืนตัวแข็งทื่อ หัวใจเต้นแรงจนแทบหยุดหายใจ ชายคนนั้นเดินเข้ามาหยุดตรงหน้าเธอ ใกล้พอให้เธอเห็นว่าในดวงตาแดงฉานคู่นั้น ไม่มีความกระหายเื มีเพียงบางสิ่งที่ลึกซึ้งเกินจะอธิบาย เขาค่อย ๆ ยื่นมือออกมา ปลายนิ้วเย็นเฉียบแตะเบา ๆ ที่แก้มของเธอ เหมือนกำลังยืนยันว่าเธอมีตัวตนอยู่จริง
จากนั้น เสียงทุ้มต่ำแหบพร่าราวกับไม่ได้พูดมานานหลายปี ก็ดังขึ้นเป็คำแรกที่หลินเยว่ได้ยินจากเขา
“เธอ… ปลอดภัย”