อากิระพุ่งเข้าปะทะกับซาซ่าอย่างรวดเร็ว ซาซ่าฟาดเคียวเข้าใส่ร่างของอากิระอย่างรุนแรงหมายจะตัดร่างนั้นให้ขาดเป็สองท่อน อากิระก้มตัวหลบไปได้อย่างฉิวเฉียดแล้วตวัดดาบสวนกลับ ซาซ่าเองก็รีบรั้งเคียวกลับมาและป้องกันเอาไว้ได้แต่ทว่า
ฉัวะ!!!
ซาซ่าที่รับการโจมตีของอากิระเอาไว้ได้ก็ต้องเบิกตากว้างด้วยความใ เพราะว่าทั้งๆที่เธอป้องกันดาบเอาไว้ได้แท้ แต่กลับมีการโจมตีที่มองไม่เห็นฟาดฟันเข้าใส่ลำตัวของเธอ
“ก…แกทำอะไร” ซาซ่าแค่นเสียงกล่าวออกมา
“ทักษะดาบรัตติกาลผันผวนที่ผมเลือกเป็รางวัลจากภารกิจที่คุณหลอกให้ผมไปทำไง” อากิระยิ้มออกมา “รู้สึกเป็ยังไงครับ ที่โดนทักษะที่ตัวเองมอบให้คนอื่นย้อนกลับมาเล่นงานแบบนี้น่ะ”
“หนอย แก อย่าได้ใจให้มันมากนักนะ” ซาซ่ากล่าวด้วยความโกรธ
แล้วซาซ่าก็เหวี่ยงเคียวในมือเข้าใส่อากิระลงในแนวตั้ง ซึ่งอากิระก็เบี่ยงตัวเล็กน้อยหลบพ้นวิถีเคียวออกมาได้ แต่แล้วเคียวมัชจุราชของซาซ่าที่ควรจะปักลงพื้นกลับพลิกใบขึ้นหันปลายเข้าหาร่างของอากิระแล้ววาดเข้าใส่ร่าง ของอากิระ แน่นอนว่าอากิระที่พึ่งจะเบี่ยงตัวหลบมาย่อมไม่มีทางขยับตัวเพื่อจะหลบหลีกให้พ้นได้อีก
แต่ทว่าคมเคียวที่ควรจะได้ััร่างของอากิระกลับหวดใส่อากาศว่างๆ ร่างของอากิระที่ปรากฏตัวขึ้นด้านหลังซาซ่าด้วยก้าวพริบตาก็ฟาดดาบเข้าใส่ทันทีซาซ่ารีบดึงแขนที่ถือเคียวกลับแล้วตวัดด้ามเคียวขึ้นมากันการโจมตีจากดาบของอากิระไว้ได้โดยไม่หันมอง
แต่แล้วก็เกิดปรากฏการณ์เดิมขึ้นซาซ่าถูกการโจมตีที่มองไม่เห็นฟาดฟันเข้ากลางหน้าอก จนส่งผลให้เธอกระอักเืออกมา ซาซ่าใช้มืออีกข้างจับปลายด้ามเคียวที่โผล่พ้นเลยไหล่ออกมาแล้วออกแรงสะบัดเคียวออกส่งให้ร่างของอากิระกระเด็นไป
อากิระที่ถูกแรงของซาซ่าผลักกระเด็นออกมาก็รีบใช้ก้าวพริบตาเพื่อเปลี่ยนตำแหน่งของตัวเองและตั้งหลักใหม่ ซึ่งดูเหมือนจะเป็ความคิดที่ถูกต้องเพราะคมเคียวของซาซ่าพึ่งจะฟาดลงในตำแหน่งที่อากิระอยู่เมื่อเสี้ยววินาทีก่อนหน้านี้
หลังจากที่หลบพ้นออกมาจากคมเคียวมรณะของซาซ่าได้อากิระก็พุ่งตัวเข้าฟาดดาบใส่อีกครั้ง แน่นอนว่าทางซาซ่าเองก็ไม่ใช่กระจอก เธอรู้ว่าไม่อาจรับการโจมตีของอากิระได้จึงเลือกที่จะหลบแทน
เมื่อเธอหลบรอดจากการโจมตีของอากิระ ซาซ่าก็เตรียมตัวที่จะฟาดเคียวเข้าใส่อีกครั้ง แต่ไม่ทันที่จะได้ทำตามที่ตั้งใจเธอก็พบว่าดาบของอากิระวาดเข้าหาร่างเธออีกครั้งอย่างรวดเร็ว เพราะความตื่นตระหนกที่อากิระก็ต่อเนื่องเข้ามาได้อย่างรวดเร็วทั้งๆที่น่าจะเสียหลักจากการโจมตีก่อนหน้า ซาซ่าจึงเคลื่อนตัวหลบการโจมตีไม่ทันจำต้องยกเคียวขึ้นมากันการโจมตีไว้แต่นั่นก็กลายเป็ช่องว่างให้เธอต้องรับผลของทักษะดาบรัตติกาลผันผวน
การโจมตีที่ไม่อาจมองเห็นฟาดลงบนไหล่ซ้ายของเธอส่งให้เืสาดออกมา แต่นั่นยังไม่โชคร้ายเท่าการที่ดาบ ของอากิระทะลุผ่านเคียวที่เธอยกขึ้นมารับการโจมตีแล้วฟาดเข้าใส่ร่างของเธอในเวลาเดียวกัน
“กรี๊ดดดดดดดดด” ซาซ่าแผดเสียงกรีดร้องที่แหลมสูงออกมา เสียงนั้นทำให้อากิระชะงักไป ซาซ่าจึงรีบฉวยโอกาสนั้นฟาดเคียวเข้าใส่ร่างอากิระ และในครั้งนี้เองที่อากิระไม่สามารถที่จะหลบการโจมตีได้ทัน เขารีบยกดาบขึ้นมาป้องกันการโจมตีเอาไว้ได้แต่ก็ไม่สมบูรณ์ คมเคียวจึงเชือดเฉือนโดนไหล่ซ้ายของอากิระเืสีแดงสดเหมือนกับสีของั์ตาเขาไหลออกมาทันที
ซาซ่าที่เห็นโอกาสจึงรีบออกแรงกดเคียวลงเพื่อจะฉีกร่างของอากิระ แต่ไม่ทันที่คมเคียวจะบาดลึกลงไปมากนักลูกแก้วเวทมนต์ของอากิระสิบหกลูกก็เข้ามาหมุนวนอยู่ที่บริเวณหน้าท้องของซาซ่าแล้วกลายเป็ศรเวทย์พุ่งเข้าใส่ร่างของเธอ
ซาซ่าถูกการโจมตีนั้นส่งให้ร่างเธอต้องเซถอยออกมา อากิระเองก็อาศัยจังหวะนั้นก้มตัวลงต่ำจนคมเคียวพ้นจากร่างจากนั้นเขาก็ดีดตัวถอยออกมาอย่างรวดเร็ว แต่สถานการณ์ตอนนี้ไม่สู้ดีนัก เพราะอากิระเริ่มหอบหายใจออกมาด้วยความเหนื่อยล้าแล้ว แถมด้วยพลังป้องกันที่น้อยมากของเขาการถูกซาซ่าโจมตีจึงถือว่าสาหัสมาก หากโดนโจมตีเต็มๆอีกสักครั้งเขาคงได้ตีตั๋วไปเกิดใหม่แน่นอน
ซาซ่าที่โมโหจนถึงที่สุดรีบพุ่งเข้าใส่แล้วหวดเคียวเข้าใส่อากิระที่เคลื่อนไหวได้ช้าลงอย่างสุดแรง นี่เป็จังหวะที่ดีที่สุด การโจมตีนี้ต้องบรรลุถึงตัวอากิระได้อย่างแน่นอน…..
ถ้าไม่ติดที่ตอนนี้ครบ 4 นาทีแล้วล่ะก็นะ
หมัดพายุอัดกระแทก
ซาซ่า ที่กำลังพุ่งตัวแล้วเงื้อเคียวในมือเตรียมฟาดเข้าใส่ร่างอากิระ ก็ถูกหมัดที่ห่อหุ้มไปด้วยออร่าสีฟ้าของเทมเพสต์กระแทกเข้าใส่ลำตัวจนกระเด็นออกไปทันที
“เทมเพสต์เตรียมใช้ท่าที่แรงที่สุดเท่าที่นายจะใช้ได้ในตอนนี้ซะ!!! ถ้าผลในการลดเกราะของนายหายไปล่ะก็ พวกเราจบเห่แน่” อากิระะโออกมา
“โอเคเลย อากิระะโมาเลยเดี๋ยวฉันจะช่วยส่งให้เอง!!!” เทมเพสต์กล่าวออกด้วยเสียงที่ดังลั่น
อากิระเองก็เหมือนกับเข้าใจความหมายของเพื่อนสนิทตนดี จึงรวบรวมแรงที่เหลือะโกลับหลังเข้าหาเทมเพสต์
ทางด้านเทมเพสต์ที่ยืนรออยู่แล้วก็ง้างหมัดออก พออากิระะโลงมาเหยียบลงที่มือของเทมเพสต์แล้ว เทมเพสต์ก็ออกแรงเหวี่ยงหมัดเต็มที่ส่งให้ร่างของอากิระพุ่งเข้าใส่ซาซ่าอย่างรวดเร็วราวกับะุปืน จากนั้นเทมเพสต์ก็ย่อตัวลงพร้อมกับที่มือขวาก็ปรากฏออร่าสีฟ้าครามออกมาอย่างเข้มข้น แล้วดีดตัวตามออกไปทันที ส่งผลให้ออร่าพุ่งออกมาเป็ทางยาว
ซาซ่าที่เห็นอากิระพุ่งเข้าหาด้วยความเร็วสูงก็ตวัดเคียวสวนเข้าใส่อย่างเต็มแรง แต่ในวินาทีที่คมเคียวจะถึงตัว อากิระร่างของอากิระก็หายไป คมเคียวหวดเข้ากับอากาศอีกครั้งแล้วเธอก็เข้าใจจุดประสงค์ของพวกอากิระทันทีเมื่อเห็นเทมเพสต์ที่พุ่งตัวตามมา อากิระที่พุ่งเข้ามาก่อนหน้านี้เพื่อบดบังสายตาของเธอและล่อเธอต้องโจมตีจนเสียหลัก
ออร่าในมือของเทมเพสต์กลายสภาพเป็หัวของัส่งผลให้ออร่าที่พุ่งยาวออกมาดูเหมือนลำตัวของั แล้วเทมเพสต์ก็ชกเข้าใส่ร่างของซาซ่าสุดแรง
หมัดัพายุ
และในวินาทีเดียวกันนั้นร่างของอากิระที่หายไป ก็ปรากฏขึ้นด้านหลังของซาซ่า ในมือของเขาปรากฏหอกอสนีบาตที่มีลูกแก้วเวทมนต์สิบกว่าลูกหมุนอยู่รอบๆ แล้วค่อยกลายเป็ศรเวทย์หมุนวนรอบหอกอสนีบาต ในเสี้ยววินาทีเดียวกับที่หมัดของเทมเพสต์จะปะทะเข้ากับร่างของซาซ่าอากิระก็แทงหอกอสนีบาตที่มีศรเวทย์หมุนวนอยู่เข้าใส่ร่างของ ซาซ่าพร้อมกัน
16 ศรมนตราผสานหอกอสนีบาต
““ย้ากกกกกกกกกกก!!!”” อากิระและเทมเพสต์แผดเสียงออกมาพร้อมกับใส่แรงทั้งหมดที่เหลืออยู่ลงในการโจมตีครั้งนี้
“กรี๊ดดดดดดดดดดดดด!!!” ซาซ่าที่ถูกโจมตีประกบทั้งสองด้านก็แผดเสียงกรีดร้องออกมาด้วยความเ็ป
บรึ้มมมมม!!!
หลังจากการะเิที่รุนแรงอากิระ และเทมเพสต์ที่พุ่งตัวออกมาจากกลุ่มควันก็ทรุดเข่าลงทันที จากนั้นอากิระก็รีบเปิดหน้าต่างสถานะของซาซ่าออกมาดูทันที
และที่กลุ่มควันนั้นก็ปรากฏร่างของซาซ่าเดินออกมา เทมเพสต์ใจหายวาบ เขาพยายามจะลุกขึ้นมาแต่เพราะผลของทักษะเร่งเร้าจิติญญาได้หมดลงแล้วเขาจึงไม่สามารถขยับได้
“เดี๋ยวก่อน เทมเพสต์” อากิระกล่าวห้ามเพื่อนสนิทของตน “มันจบแล้วล่ะ” แล้วเขาก็ส่งหน้าต่างสถานะของซาซ่าให้เพื่อนของตนดู
ชื่อ ธิดาอสูรผู้คลั่งแค้น ซาซ่า เผ่าพันธุ์ ครึ่งอสูร
ระดับชั้น อัศวิน ระดับ 15
พลังชีวิต 0 / 8,200,000 พลังเวทย์ 71,203 / 500,000
พลังโจมตี 4,732 พลังป้องกัน 18,317(-12,822) พลังโจมตีเวทย์ 1,721
พลังป้องกันเวทย์มนต์ 13,991(-9,794) ความเร็ว 860
ซาซ่าที่เดินออกมาจากกลุ่มควันได้ก็ล้มลง ทางด้านโซ่ที่รัดร่างลิซ่า และลูน่าก็หายไปแล้วทั้งคู่ก็เดินเข้ามาหาอากิระ และเทมเพสต์ จากนั้นลิซ่าก็รีบทำการฟื้นพลังให้เ้านายของตนพลางหันไปถามซาซ่าที่ใกล้หมดลมหายใจเต็มทน
“ขอถามอีกครั้งได้มั้ยคะคุณซาซ่า ทำไมคุณถึงต้องทำเื่เลวร้ายแบบนี้ คุณน่ะยังไม่ได้ลืมอดีตไปเหมือนที่คุณพูดในตอนแรกใช่มั้ยคะ” ลิซ่าถามออกมา
ซาซ่าเหลือบตามองพวกเขาเล็กน้อยแล้วกล่าวออกมา
“อา ก็ได้คิดพวกแกก็คิดซะว่าฟังเื่เล่าของคนที่กำลังจะตายก็แล้วกันนะ”
เธอหยุดพูดไปเพียงชั่วครู่จากนั้นก็รวบรวมแรงที่เหลือพูดออกมา
“ในอดีตฉันก็เป็เพียง…มนุษย์ธรรมดาเท่านั้น ฉันอาศัยอยู่ในบ้านเล็กๆแห่งหนึ่งมีสามีที่แสนดี ลูกสาวตัวน้อยที่แสนน่ารัก น้องชายหัวดื้อแต่ก็คอยเป็ห่วงครอบครัวเสมอ พวกเราใช้ชีวิตอยู่กันอย่างมีความสุขมาโดยตลอด…จนกระทั่งวันนั้น
วันที่พวกคนกลุ่มหนึ่งเข้ามาในหมู่บ้านพวกมันใส่ชุดคลุมยาวของเอ็กโซซิสต์สีดำบนอกซ้ายมีกางเขนสีแดงและมีปีกออกมาจากกางเขนนั้น พวกมันก็คือลัทธิกางเขนโลหิต พวกมันเข้ามาแล้วกล่าวหาว่าหมู่บ้านของเราเป็พวกนอกรีต จากนั้นก็ทำการสังหารพวกเราไปมากมาย ส่วนพวกที่ยังไม่ถูกฆ่าก็ถูกจับกลับไปยังเมืองใหญ่ที่เคารพบูชามัน
พวกเด็กๆนั้นไม่ได้ถูกฆ่าและไม่ได้ถูกทดลอง แต่ก็ถูกจับส่งไปยังที่ตั้งของลัทธิมัน ส่วนพวกผู้ใหญ่ที่ถูกจับมาก็ถูกพวกมันทำการทรมานและทดลองต่างๆกับร่างของพวกเราสารพัด และพอหมดประโยชน์ก็จับพวกเรามามัดไว้กลางเมืองเพื่อจะปะาต่อหน้าสาธารณะชน
พวกมันกล่าวหาว่าเราเป็พวกนอกรีดเป็สาวกของปีศาจ และสภาพร่างของเราที่เกิดจากการทดลองก็ทำให้ผู้คนยิ่งเชื่อว่าเราเป็สาวกของปีศาจ พวกชาวเมืองต่างก็รุมประณามเราขว้างปาสิ่งของใส่เราแล้วก็เยาะเย้ยพวกเราที่กำลังจะโดนปะา จากนั้นพวกมันก็ลงมือสังหารเราและนำศพเราไปทิ้งในหลุมที่พวกมันขุดไว้แล้วกลบฝัง
ในตอนนั้นตัวฉันที่ยังมีลมหายใจอยู่ ก็ได้แต่จมอยู่กับความโกรธแค้น และสิ้นหวังกับทุกสิ่ง เ็ปและเสียใจจากการที่สูญเสียครอบครัว และผู้คนที่อยู่มาด้วยกันเป็สิบๆปี และในตอนนั้นเองฉันที่ใกล้จะหมดลมหายใจก็ได้ยินเสียง เสียงที่บอกว่าจะมอบพลังที่จะให้ฉันได้แก้แค้น ฉันตอบรับไปในทันทีแล้วก็ปรากฏวงเวทย์ขึ้นใต้ร่างของฉันจากนั้นก็มีบางสิ่งบางอย่างดึงร่างของฉันลงไปในความมืดที่ลึกล้ำ ที่แห่งนั้นมีร่างของปีศาจที่แม้มองก็ไม่อาจระบุตัวตนได้ จากนั้นก็มีพลังอันมืดมิดพุ่งเข้าสู่ร่างของฉันจากนั้นสติของฉันก็ขาดหายไป
ฉันที่รู้สึกตัวขึ้นอีกครั้งที่ซากของหมู่บ้านที่ฉันเคยอยู่และรู้สึกได้ถึงพลังมหาศาลที่มีในร่าง จากนั้นฉันก็ออกทำลายเมืองที่เคารพในลัทธิกางเขนโลหิต ฉัน้าล้างแค้นพวกมันทั้งหมด ทั้งพวกลิทธินอกรีต ทั้งผู้คนที่หลับหูหลับตาโดยไม่คิดมองความจริง…”
พูดถึงตรงนี้ซาซ่าก็เงียบและหลับตาลง พวกอากิระที่ได้ฟังก็นิ่งเงียบไม่กล่าวอะไรออกมา จากนั้นไม่นานอากิระก็เอ่ยออกมาอย่างเรียบๆ
“ผมไม่สนใจเื่ของคุณกับพวกลัทธิอะไรนั่นหรอกนะ แล้วก็ไม่ได้คิดจะเข้าข้างใดเลยด้วย เพียงแต่ผมจะจัดการกับศัตรูที่เข้ามายุ่งวุ่นวายกับผม ในวันนี้พวกผมจัดการกับคุณ แต่ในวันหน้าหากพวกลัทธิอะไรนั่นเข้ามาขวางทางผมก็จะจัดการพวกมันเช่นกัน”
พออากิระพูดจบก็ใบหน้าของซาซ่าปรากฏรอยยิ้มขึ้นเล็กน้อย ทั้งที่ยังคงหลับตาแล้วร่างของเธอก็ค่อยๆสลายไป
‘ผู้เล่นอากิระสังหาร ธิดาอสูรผู้คลั่งแค้น ซาซ่า สัตว์อสูรชั้น อัศวิน ระดับ 15 ได้รับค่าประสบการณ์…….ค่ะ’
‘ผู้เล่นอากิระเลื่อนระดับเป็ 61 ค่ะ’
‘ผู้เล่นอากิระสำเร็จเงื่อนไข ทักษะการก้าวเท้าของผู้เล่นอากิระเต็ม 100 ผู้เล่นอากิระได้รับทักษะเท้าวายุค่ะ’
‘ผู้เล่นเทมเพสต์สังหาร ธิดาอสูรผู้คลั่งแค้น ซาซ่า สัตว์อสูรชั้น อัศวิน ระดับ 15 ได้รับค่าประสบการณ์…….ค่ะ’
‘ผู้เล่นเทมเพสต์เลื่อนระดับเป็ 78 ค่ะ’
‘ผู้เล่นลูน่าสังหาร ธิดาอสูรผู้คลั่งแค้น ซาซ่า สัตว์อสูรชั้น อัศวิน ระดับ 15 ได้รับค่าประสบการณ์…….ค่ะ’
‘ผู้เล่นลูน่าเลื่อนระดับเป็ 74 ค่ะ’
‘ผู้เล่นได้รับเงิน 700,000 คริสตัลค่ะ’
‘ผู้เล่นได้รับ เคียวอสูรนิลกาล อาวุธระดับ 5 ดาว จำนวน 1 เล่มค่ะ’
‘ผู้เล่นได้รับ เกราะอสูรแห่งความแค้น ระดับ 5 ดาว จำนวน 1 ชิ้นค่ะ’
‘เนื่องจากผู้เล่นร่วมกันสังหารสัตว์อสูรเป็ทีม ไอเทมและเงินที่ได้จะถูกเก็บไว้ในช่องเก็บของพิเศษสำหรับทีมค่ะ’
หลังจากจบการต่อสู้พวกอากิระที่เหนื่อยเป็อย่างมากรีบฝ่าฝูงชนที่ออกมามุงดูเพราะเสียงการต่อสู้ของพวกเขา แล้วก็เข้าพักที่โรงแรม จากนั้นพวกเขาก็แบ่งไอเทมที่ได้มา เทมเพสต์ที่เป็สายต่อสู้มือเปล่าก็เลือกเกราะอสูรแห่งความแค้นไป ส่วนอากิระที่มีความสามารถในการใช้อาวุธหลากหลายชนิดจึงได้เคียวอสูรนิลกาลไปโดยปริยาย ส่วนทางด้านลูน่าที่ไม่มีไอเทมที่เหมาะสมพวกอากิระจึงมอบเงินที่ได้ในคราวนี้ทั้งหมดให้กับเธอถึงแม้มันจะเทียบกับมูลค่าของไอเทมไม่ได้ก็ตาม
จากนั้นอากิระและเทมเพสต์ก็เปิดหน้าต่างตรวจสอบความสามารถของไอเทมใหม่ที่ได้มา โดยเฉพาะอากิระที่ได้ทักษะใหม่มาด้วย
ไอเทม
เคียวอสูรนิลการ ระดับ 5 ดาว พลังโจมตี 2,100 (เมื่อสวมใส่จะได้รับทักษะ พันธนาการทมิฬ [เมื่อสวมใส่จะได้รับทักษะ 1. พันธนาการทมิฬ (สร้างโซ่ธาตุมืดเข้ามัดเป้าหมาย สามารถใช้ใส่สิ่งที่ไม่มีชีวิตได้) 2. อัคคีเบ่งบาน (สร้างการโจมตีธาตุไฟเป็วงกว้าง เมื่อใช้ทักษะนี้แล้วจะไม่สามารถใช้ได้อีกเป็เวลา 2 ชั่วโมง)]
เกราะอสูรแห่งความแค้น ระดับ 5 ดาว พลังป้องกัน 3,600 (หากพลังชีวิตลดลง พลังโจมตีและพลังป้องกันของผู้เล่นจะเพิ่มขึ้นตามพลังชีวิตที่ลดลงโดยจะคิดเป็เปอร์เซนต์ , เมื่อสังหารเป้าหมายที่สร้างความเสียหายให้ตนได้จะฟื้นพลังชีวิตได้เท่ากับ 50% ของความเสียหายที่ใช้สังหารผู้เล่นคนนั้น)
แหวนต้านพิษ ระดับ 2 ดาว (ลดระยะเวลาติดพิษลง 20%, ลดความเสียหายจากพิษลง 15% )
ทักษะ
ทักษะพิเศษ เท้าวายุ (เพิ่มค่าความเร็วขึ้น 50%, ลดเวลาร่ายทักษะทั้งหมด 20%)
หลังจากจัดการเื่การแบ่งไอเทมต่างๆเรียบร้อยพวกเขาก็แยกย้ายกันไปนอนโดยที่ลิซ่าไปนอนกับลูน่าในอีกห้องหนึ่ง ส่วนอากิระนอนห้องเดียวกับเทมเพสต์ ด้วยความเหนื่อยหลังจากที่พวกเขาจัดการธุระส่วนตัวเสร็จก็หลับกันอย่างง่ายดาย มีเพียงอากิระที่ยังคงตื่นอยู่เขามองดูดวงดาวทางหน้าต่างแล้วก็คิดทบทวนสิ่งต่างๆ ที่เขาได้พบั้แ่เล่นเกมนี้ เขาพึ่งเล่นเพียงไม่นานก็พบก็เื่ราวมากมาย อีกทั้งเกมนี้ดูจะมีความลับอีกมากที่ยังไม่มีผู้เล่นล่วงรู้ ทั้งที่เปิดมากว่า 2 ปีแล้ว อากิระคิดแล้วก็ยิ้มออกมา
“น่าสนุกดีแฮะ เกมนี้น่ะ”
แล้วอากิระก็ค่อยๆหลับตาลงในท่านั่งพิงกำแพงและหลับไปทั้งอย่างนั้น
รุ่งเช้าพวกเขาก็รีบใช้หน้ากากเบือนลักษณ์เปลี่ยนรูปร่างแล้วออกจากโรงแรม และตรงไปซื้อน้ำยาฟื้นพลังจำนวนมากเพื่อนำมาทดแทนน้ำยาที่เสียไปในการต่อสู้เมื่อคืน หลังออกมาจากโรงแรมพวกเขาก็พบว่าในเมืองวุ่นวายเป็อย่างมาก และบริเวณโบสถ์ที่ถล่มไปนั้นก็มีคนมุงดูอยู่เป็จำนวนมาก พวกเขาจึงรีบซื้อน้ำยาแล้วรีบออกจากเมืองไปทางเหนือ เพื่อจะเดินทางไปยังเมืองแห่งสายลม เวนทัส