หลังจากที่ตัดสินใจอย่างแน่วแน่ เหวินก็กลับมาที่โต๊ะทำงานอีกครั้ง เขามองดูต้นฉบับที่พร้อมสำหรับองก์ที่ 3 หัวใจของเขาเต็มไปด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ทั้งความสุข ความหวัง และความเศร้าที่จะต้องจากลาเด็กสาวทั้งสอง
เขาเริ่มต้นเขียนบทที่ 21 ด้วยความมุ่งมั่นและใจที่เปี่ยมด้วยความรัก บทนี้เป็การบรรยายถึงการที่เหวินในจินตนาการได้เดินทางเข้าไปในโลกของเื่เล่าที่ถูกทิ้งอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ไม่ใช่เพื่อเผชิญหน้ากับความว่างเปล่า แต่เพื่อเติมเต็มสิ่งที่ขาดหายไปในเื่ราวของเด็กสาวทั้งสอง
เขาเขียนบรรยายถึงเด็กสาวผมสีทองที่กำลังเต้นรำท่ามกลางทุ่งดอกไม้ที่เริ่มผลิบานด้วยตัวอักษรของเขา และเด็กสาวผมสีเงินม่วงที่กำลังร้องเพลงด้วยน้ำเสียงที่สดใสราวกับนกน้อยที่กลับมามีชีวิตอีกครั้ง ทุกตัวอักษรที่เขาเขียนลงบนกระดาษก็ทำให้สีผมที่เคยจืดจางของพวกเธอเปล่งประกายขึ้น และแสงสว่างรอบตัวพวกเธอก็ชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ
เหวินเขียนอย่างต่อเนื่องและไม่หยุดพัก เขาจมดิ่งไปในเื่ราวของพวกเธอราวกับว่าเขาเป็ส่วนหนึ่งของเื่ราวนั้นเอง เขาเขียนถึงการที่พวกเธอได้พบกับตัวละครที่เคยถูกทอดทิ้ง และช่วยให้พวกเขามีตอนจบที่สมบูรณ์ไปพร้อมๆ กับการเขียนเื่ราวของพวกเธอ ทุกๆ ครั้งที่ตัวละครหนึ่งตัวถูกเติมเต็ม ความว่างเปล่าในโลกของเื่เล่าที่ถูกทิ้งก็ลดน้อยลงไปเรื่อยๆ
เมื่อเขาเขียนไปได้ครึ่งทางของบทที่ 21 เหวินก็รู้สึกถึงความอ่อนล้าทางกายภาพ มือที่เคยนิ่งและมั่นคงเริ่มสั่นอีกครั้ง แต่ครั้งนี้เขาไม่ได้รู้สึกสิ้นหวัง แต่เขากลับยิ้มให้กับตัวเองแล้วกล่าวว่า “ความเ็ปเป็ส่วนหนึ่งของเื่ราวเสมอ”
เขาหยุดพักหายใจเพียงชั่วครู่แล้วเริ่มต้นเขียนต่อด้วยความรู้สึกที่เปี่ยมไปด้วยความรักและความเข้าใจ ทุกตัวอักษรที่เขาเขียนลงบนกระดาษเปรียบเสมือนการปลอบประโลมเื่ราวที่เคยเ็ป และการเขียนในครั้งนี้ไม่ได้เป็เพียงแค่การเขียนนิยาย แต่เป็การมอบชีวิตให้แก่เื่เล่าที่เคยตายไปแล้ว