ตอนที่ 15 คาดไม่ถึงว่าจะเป็คนรักของโจวสือซวิน
เซิ่งอันหนิงเล็งไปยังเป็ดป่าที่บินเข้ามาหาตนเอง เธอง้างหนังสติ๊กอย่างเต็มกำลัง และก้อนหินก็ถูกยิงออกไป
เป็ดป่าที่ยังบินขึ้นไม่สูงพอจึงได้ตกลงสู่ผิวน้ำ และกระพือปีกอย่างหมดเรี่ยวแรง
เซิ่งอันหนิงกลัวว่าเป็ดป่าจะพยายามกระเสือกกระสนบินหนีไป เธอไม่สนใจว่ารองเท้าของเธอจะเปียกหรือไม่ ดังนั้นจึงตัดสินใจเดินฝ่าก้อนหินริมแม่น้ำเข้าไปจับเป็ดป่าตัวอ้วน
ในขณะที่มันกระพือปีก น้ำและโคลนก็กระเด็นใส่ใบหน้าของเซิ่งอันหนิงจนเลอะเทอะไปหมด แน่นอนว่าเธอไม่ได้คาดคิดไว้ ยิ้มหยีจนดวงตาโค้งงอ ราวกับเห็นน้ำแกงเป็ดชามหนึ่งวางอยู่ข้างหน้าเธอแล้ว
ซ่งซิวเหยียนยืนมองจากริมตลิ่งด้วยความประหลาดใจ เขาคาดไม่ถึงว่าหญิงสาวผู้นี้จะมีความสามารถที่ดีเช่นนี้ นับได้ว่าเป็มือปืนที่แม่นมากคนหนึ่ง
อีกทั้งเ้าหล่อนยังลุยน้ำไปจับเป็ดด้วยความคล่องแคล่ว แสงแดดยามเช้าเริ่มปรากฏแล้ว ประกายแดดสาดส่องลงบนร่างกายของหญิงสาว ทำให้เห็นสีหน้าและรอยยิ้มที่มีความสุขอย่างชัดเจน
ซ่งซิวเหยียนอดไม่ไหวที่จะหัวเราะเบา ๆ ออกมา เมื่อคิดได้ว่าตนเองนั้นจะเข้าไปเยี่ยมโจวสือซวินที่โรงพยาบาล เขาจึงได้หันหลังจากไป หรือจะเข้าไปหาหญิงสาวผู้นั้นและถามหล่อนว่าสนใจที่จะเข้าร่วมกองทัพดีไหมนะ?
ในตอนที่เซิ่งอันหนิงออกมา เธอได้หยิบมีดผ่าตัดจากโรงพยาบาลมาด้วย จึงได้นั่งยอง ๆ ลงที่ริมตลิ่งและจบชีวิตเป็ดตัวนั้น เซิ่งอันหนิงคิดว่าการถอนขนเป็ดช่างเป็เื่ที่ยุ่งยากอย่างมาก โดยเฉพาะในตอนที่ไม่มีน้ำร้อน ดังนั้นจึงไม่สามารถถอนขนเป็ดได้ในตอนนี้
เธอจึงถือโอกาสถลกหนังและผ่าเป็ดเลย แต่ก็ตัดใจทิ้งเครื่องในเป็ดไม่ลง จึงเอาลำไส้เป็ดออกมาล้างให้สะอาด และยัดเครื่องในทั้งหมดกลับลงไปในท้องเป็ด
ในตอนที่เธอกำลังจัดการกับเป็ดป่านั้น ก็มีคนไม่กี่คนที่ตื่นแต่เช้าเพื่อเตรียมตัวที่จะไปทำงานมองดูเซิ่งอันหนิงด้วยสายตาตกตะลึง มีดผ่าตัดเล่มเล็ก ๆ เช่นนั้นพอมาอยู่ในมือของเซิ่งอันหนิงแล้ว หญิงสาวกลับใช้มันได้อย่างคล่องแคล่ว
เซิ่งอันหนิงจัดการเป็ดจนสะอาดเรียบร้อยและเตรียมตัวที่จะลุกขึ้น จึงพบว่ารองเท้าบุฝ้ายของเธอนั้นเปียกปอนไปหมด บวกกับการนั่งอยู่ตรงนั้นมาเป็เวลานานก็ทำให้ขาของเธอสูญเสียความรู้สึกและเริ่มชาขึ้นมา
เซิ่งอันหนิงกระทืบเท้าอยู่กับที่ จากนั้นจึงเดินกระเผลก ๆ กลับไปยังโรงพยาบาล
หลังจากที่เธอจากไปแล้ว ผู้คนต่างก็จับจ้องไปที่กอของต้นกกและฉุกคิดขึ้น พวกเขาคาดไม่ถึงว่าจะสามารถจับเป็ดป่าได้โดยไม่ต้องใช้ปืนลมเลย
เซิ่งอันหนิงเดินไปเรื่อย ๆ จนถึงโรงพยาบาล แต่ความหนาวเย็นใต้ฝ่าเท้านั้นกลับไม่ได้อุ่นขึ้นมาเลยแม้แต่น้อย เธอจึงรู้สึกหงุดหงิดในความประมาทของตัวเอง เมื่อปล่อยให้เป็เช่นนี้ในเวลานาน มันก็เสี่ยงที่จะเป็โรคไขข้ออีกเสบ
เซิ่งอันหนิงยังไม่กลับไปที่ห้องผู้ป่วย เธอตรงไปที่โรงอาหาร และเอ่ยขึ้นกับพ่อครัวที่กำลังทำอาหารอย่างสุภาพ “คุณพ่อครัวคะ ฉันขอยืมเตาหน้าประตูกับหม้อหนึ่งใบหน่อยจะได้ไหม”
พ่อครัวที่กำลังทำอาหารหันมาพบกับเซิ่งอันหนิงจึงหัวเราะขึ้นมา “เธอคือคนรักของโจวสือซวินใช่ไหมล่ะ?”
เซิ่งอันหนิงรีบพยักหน้า “ใช่ค่ะ ๆ ฉันซื้อเป็ดมาหนึ่งตัว ว่าจะเตรียมต้มซุปเป็ดให้โจวสือซวินสักหน่อย”
พ่อครัวที่กำลังทำอาหารมองดูเซิ่งอันหนิงด้วยความสงสัย เนื้อตัวเธอเต็มไปด้วยโคลน ใบหน้าก็เปื้อนเืเล็กน้อย หากซื้อเป็ดมาจริงทำไมถึงดูเหมือนว่าเธอลงมือฆ่ามันเองอย่างไรอย่างนั้น?
พ่อครัวจึงไม่ได้ปักใจเชื่อมากนัก และชี้ไปยังหม้อเหล็กข้าง ๆ และเอ่ยขึ้นอย่างเป็มิตร “ใช้หม้อใบนั้น ถ้าอยากจะใช้เครื่องปรุงอะไรก็หยิบได้เลย โจวสือซวินก็เป็วีรบุรุษของเรา จะต้องตอบแทนเขาให้ดี ๆ ”
เซิ่งอันหนิงขอบคุณพ่อครัวด้วยรอยยิ้ม ก่อนจะเดินเข้าไปล้างเป็ดอย่างไม่เกรงใจ หลังจากนั้นจึงวางมันไว้บนเขียง และหยิบมีดทำครัวชำแหละมันอย่างชำนาญ
ในท้ายสุดก็นำทุกอย่างโยนลงไปในหม้อที่ตั้งอยู่บนเตา
เซิ่งอันหนิงยืนอยู่ข้างเตาสักครู่หนึ่ง แล้วตัดสินใจว่าเมื่อรอให้น้ำเดือดจะตักฟองออกมา หลังจากนั้นจึงจะกลับไปที่ห้องผู้ป่วยเพื่อดูว่าโจวสือซวินตื่นหรือยัง และเขา้าที่จะเข้าห้องน้ำหรือไม่
พ่อครัวที่ยืนมองอยู่ข้าง ๆ รู้สึกใเล็กน้อย ผู้คนต่างว่ากันว่าโจวสือซวินมีภรรยาไร้เหตุผล หยาบคาย เกียจคร้าน และฉุนเฉียว เมื่อมีโอกาสได้พบหล่อนในตอนนี้กลับไม่ได้เหมือนอย่างที่ร่ำลือกัน
โจวสือซวินที่อยู่ในห้องพักผู้ป่วยถูกซ่งซิวเหยียนประคองขึ้นจากเตียงและพาเดินไปรอบ ๆ และกลับมานั่งที่เตียงได้สักพักหนึ่งแล้ว
ั้แ่โจวสือซวินตื่นขึ้น เขาก็ไม่พบกับเซิ่งอันหนิงแล้ว ไม่รู้ว่าเธอนั้นไปที่ไหน บางทีเธออาจจะกลับบ้านไปแล้วก็ได้?
ซ่งซิวเหยียนเห็นว่าโจวสือซวินนิ่งเงียบไปพักหนึ่งแล้ว เขาจึงเริ่มเอ่ยปะทะคารม “นิสัยของแกทำไมถึงไม่เปลี่ยนไปเลยแม้แต่น้อย พูดสักสองสามประโยคมันเปลืองน้ำลายมากหรือไง?”
โจวสือซวินจ้องชายหนุ่มเขม็ง จากนั้นก็ค่อย ๆ นอนลงไป แม้จะทนต่อความเ็ปได้ แต่เขาก็ไม่สบายเนื้อสบายตัวอยู่ดี
ซ่งซิวเหยียนและโจวสือซวินเป็คู่หูกันมานานหลายปี ชายหนุ่มเองก็รู้จักนิสัยของโจวสือซวินมาแต่ไหนแต่ไร จึงเอ่ยต่อไป “ระหว่างทางที่มา ฉันก็พบเข้ากับหญิงฝีมือดีคนหนึ่งที่น่าจะชวนมาเป็ทหารด้วยล่ะ หล่อนดูมีอายุไม่มาก แต่กลับใช้หนังสติ๊กยิงเป็ดป่าได้ ทั้งยังดูหนักแน่นและมีไหวพริบ แต่น่าเสียดายที่หล่อนไม่ใช่มือปืน”
ใน่เช้าตรู่ของฤดูใบไม้ผลิที่มีลมพัด อีกฝ่ายกลับยิงเป็ดป่าได้อย่างแม่นยำ และยังใช้หนังสติ๊กธรรมดา ๆ อีกด้วย ช่างมีความสามารถยิ่งนัก
โจวสือซวินเมินเฉยต่อคู่หูของเขาและใช้หลังมือปิดตา แสดงให้เห็นว่าชายหนุ่มไม่้าที่จะสนทนากับซ่งซิวเหยียนในหัวข้อนี้
ซ่งซิวเหยียนพูดอยู่นาน แต่โจวสือซวินก็ไม่ได้มีปฏิกิริยาตอบกลับใด ๆ ชายหนุ่มจึงทำได้เพียงแค่เปลี่ยนหัวข้อสนทนาเท่านั้น “ตอนแกแต่งงาน ฉันเองก็ไม่สามารถกลับมาได้ทัน แต่ก็ยังเตรียมซองแดงให้กับแกนะ ได้ยินมาว่าเซิ่งอันหนิงเป็แบบนั้นจริง ๆ หรือ? จะว่าไปแล้วแกเองก็เหมือนกัน หัวหน้าาุโเฉิงบอกให้แกแต่งงาน แกก็แต่งกับเซิ่งอันหนิงเลยหรือ?”
“ถ้าจะให้ฉันพูดนะ โลกของแกกับเซิ่งอันหนิงน่ะคนละโลกกันเลย การแต่งงานไม่ใช่เื่เล่น ๆ แกไม่สามารถเอาทั้งชีวิตของแกไปเดิมพันได้นะ”
โจวสือซวินยังคงไม่เอ่ยอะไรเช่นเก่า ภายในหัวของชายหนุ่มยังคงคิดถึงการแสดงออกของเซิ่งอันหนิงตลอดสองวันที่ผ่านมานี้
โจวสือซวินคิดถึงเื่เมื่อวานโดยที่เขาเองก็ไม่รู้ตัว เซิ่งอันหนิงบุ่มบ่ามมาช่วยแก้ไขปัญหาเื่ภายในท้องของชายหนุ่ม ทันใดนั้นช่องท้องของเขาก็ปั่นป่วน และหูของเขาก็เปลี่ยนเป็สีแดง
ซ่งซิวเหยียนไม่ได้สังเกตเห็นถึงความผิดปกติ ชายหนุ่มถอนหายใจและเอ่ยขึ้น “แกแต่งงานก็ควรที่จะมีชีวิตที่ดี ฉันยังคิดว่าแกจะสามารถกลับมาได้ แกไม่ควรยึดติดกับหน่วยงานปัจจุบันของแกนะ”
“ช่างมันเถอะ ไม่พูดเื่นี้แล้ว จริงสิ ฉันได้ยินมาว่าเมื่อวานแกเกือบจะตายเพราะผลวินิจฉัยผิดพลาดของโรงพยาบาลในเมืองหรือ? จะเป็ไปได้ยังไง? หมอหลี่เค่อต๋าคนนั้นจะผิดพลาดได้ใหญ่โตถึงเพียงนี้เชียวเหรอ”
โจวสือซวินส่ายหน้า “ไม่รู้ว่าทำไมเหมือนกัน ฉันก็ไม่ได้รู้จักกับหลี่เค่อต๋า”
ซ่งซิวเหยียนยังคงคิดไม่ตก “เหมือนว่าตอนนี้เขาจะอยู่ในขั้นตอนการสืบสวน ไม่นานก็น่าจะชัดเจนแล้ว”
โจวสือซวิน้าที่จะพูดต่อ เซี่ยวเยี่ยนก็ยกอาหารกลางวันเข้ามา เมื่อพบกับซ่งซิวเหยียน หล่อนที่ไม่รู้จักเขาจึงทำได้เพียงพยักหน้า
ซ่งซิวเหยียนเองก็ไม่เคยพบกับเซี่ยวเยี่ยนเช่นกัน เมื่อเห็นหล่อนถือกล่องอาหารเข้ามาจึงคิดว่านี่คือเซิ่งอันหนิงผู้เป็ที่เลื่องลือ จึงลุกขึ้นทักทาย “ทักทายสะใภ้โจว”
ชายหนุ่มรู้สึกประหลาดใจขณะมองดูท่าทางของเซี่ยวเยี่ยนที่ดูอบอุ่น ไม่เห็นจะเหมือนที่เขาลือกันเลย
เซี่ยวเยี่ยนหน้าแดงและส่ายหน้า “ไม่ใช่ ไม่ใช่ฉันหรอกค่ะ”
แต่หญิงสาวก็รู้สึกสิ้นหวังเล้กน้อย ถ้าคำเรียกว่าสะใภ้นี้เป็ของหล่อนจริง ๆ ก็คงจะดี
โขวสือซวินขมวดคิ้ว “หล่อนคือหมอเซี่ยวเยี่ยน เป็หมอจากห้องพยาบาล”
ซ่งซิวเหยียนเขินอายเมื่อพบว่าตนทักคนผิด จึงรีบเอ่ยขอโทษทันที “ต้องขออภัยจริง ๆ ครับ”
เซี่ยวเยี่ยนหน้าแดง “ไม่เป็ไรค่ะ พี่โจว คุณกินข้าวได้แล้วใช่ไหมคะ ฉันสั่งโจ๊กข้าวฟ่างจากโรงอาหารมาให้”
ทันทีที่หล่อนพูดจบ เซิ่งอันหนิงก็เข้ามาอย่างเร่งรีบ เมื่อพบว่าในห้องนั้นมีคนมากกว่าสองคนจึงประหลาดใจเล็กน้อย เซิ่งอันหนิงกลัวว่าโจวสือซวินจะอึดอัด แต่ดูแล้วเหมือนจะไม่ได้เป็เช่นนั้น
ซ่งซิวเหยียนใและจ้องมองเซิ่งอันหนิง “คุณเองเหรอ?”
………………………………………………………………………………………………………………………..
สารจากผู้แปล
นับถือความพยายามจับเป็ดมาตุ๋นน้ำแกงให้สามีของอันหนิงจริง ๆ ค่ะ
ยัยเซี่ยว เธอมาทำอะไรอีกแล้วเนี่ย
ไหหม่า(海馬)