เสี่ยวเทียน กับ ศิษย์สำนักต่างๆ เข้ามาในปราสาทคาเมร็อต ก็พบว่า ภายในยังคงมีความสวยงาม คล้ายปราสาทนี้เพิ่งสร้างไม่นานเท่าไร ทั้งๆที่ถูกสร้างมาหลายพันปีแล้ว เสี่ยวเทียนมองโต๊ะวงกลมขนาดใหญ่ ที่มีชื่อเสียงอันลือลั่นว่า อัศวินที่มีสามารถมานั่งเก้าอี้ ที่โต๊ะกลมนี้ จะกลายเป็นยอดอัศวินโต๊ะกลม ที่มีชื่อเสียงกันทุกๆ คน
ขณะที่ทุกคนกำลังชม ปราสาทคาเมล็อต กันอย่างตื่นตาตื่นใจ บางคนก็พบกับ ไข่ทองคำ ที่อยู่ดีดี ก็มาปรากฏอยู่ตรงหน้า แต่ละคนต่างยินดี ส่งเสียงเฮกันลั่น แต่หารู้ไม่ว่า บัดนี้ ประตูใหญ่ทางเข้า ออกล้วนถูกปิด ไปจนหมดแล้ว ส่วนหน้าต่างที่เห็น ถึงแม้จะมองไม่เห็นสิ่งใดขวางเอาไว้ แต่ก็ถูกม่านเวทย์กระจก ได้ทำการกั้น โดยที่ไม่มีใครสามารถออกไปได้อย่างแน่นอน
เสี่ยวเทียนหยุดยืน พร้อมกับสัมผัสได้ว่า ปราสาทคาเมล็อตได้ทำการ กักขังทุกคนไว้หมดแล้ว และยังมีเงาภูตพรายเริ่ม กระจายตัวเข้าโอบล้อมทุคนเอาไว้ด้วย
เสี่ยวเทียนได้กระซิบบอก ศิษย์พี่ฟางอี้ กับ ซุนหมิงให้เตรียมตัว ทั้งสองสวมผ้าคลุมล่องหน แล้ว ไปบอกกับ ศิษย์ทั้งสองสำนัก ให้ระวังตัวเช่นเดียวกัน
ทันใดนั้นเอง ศิษย์ของแต่ละสำนัก ก็ถูกกระชากหายเข้าไปในมิติอีกแห่งของปราสาท เสี่ยวเทียนจะเข้าไปช่วย ก็ถูกเงาภูตพรายเจ้ามาล้อม เสี่ยวเทียนใช้พลังแสงแห่งพุทธะ ทำให้ร่างเงาภูตพรายสลายไป แต่ว่าสี่ดรุณี พี่ชิงเสียและ ซุนหมิง และ ศิษย์พี่ฟางอี้ พวกไป๋เซียง ถูกดึงกระชากเข้าไปในมิติอีกแห่งหมดแล้ว เสี่ยวเทียนพุ่งร่างตามเข้าไป พรึบ !! มีกรงแก้วเข้ามาขังเสี่ยวเทียนเอาไว้ทันที
เสี่ยวเทียนมองไปรอบ ๆ ทุกคนอยู่ในกรงแก้วกันทั้งหมด ด้านหน้าเสี่ยวเทียนเห็นซากศพชายคนหนึ่ง แล้วผู้ชายยืนอยู่ สองคน
“ พวกแกเป็นใคร ?” เสี่ยวเทียนมองหน้าทั้งสองคนแล้วเอ่ยถามอย่างช้าช้า
“ นี่คือท่านเซอร์เมอร์เดส เป็นทายาทคาเมล็อตอย่าแท้จริง เราต้องการร่างของเจ้าเพื่อคืนชีพให้กับ ท่านพ่อมดดำ เจ้าแห่งศาตร์มืด”
“ ร่างของข้ารึ? นำไปเพื่อฟื้นชีพเจ้าซากศพเนี่ยนะ?” เสี่ยวเทียนหันไปมองซากศพที่เหลือแต่กระดูก
“ ไม่ต้องพูดมาก ทำพิธีเลย” เซอร์เมอร์เดสสั่งพ่อมดทำพิธีทันที
พ่อมดนำแผ่นยันต์สีทองออกมา แล้วมาปิดที่ร่างศพในโลง แล้วนำมาปิดที่กรงขังเสี่ยวเทียน แล้วท่องมนตร์ มีเงาวิญญาณ จากโครงกระดูกค่อยๆ ลอยขึ้นแล้วก็เข้ามาหาเสี่ยวเทียน วิญญาณในร่างของเสี่ยวเทียนก็คล้ายจะหลุดออกจากร่าง
แต่ว่าเสี่ยวเทียนมีพลังจิตที่โลกหล้านี้ ไม่มีใครบังคับได้ ทำให้ยันต์เคลื่อนย้ายวิญญาณไม่ทำงาน เงาวิญญาณเห็นเช่นนั้น ก็พุ่งตัวเข้ายึดร่างเสี่ยวเทียนทันที
วิญญาณที่เข้ามาในร่างของเสี่ยวเทียน คิดว่าตัวเองเป็นผู้ยิ่งใหญ่แห่งศาสตร์มืด
พอเข้ามาก็เอ่ยด้วยเสียงอันดังว่า
“ เด็กน้อย ข้าคือพ่อมดเมอร์ลินผู้ยิ่งใหญ่ จงภูมิใจเสียเถิด ที่ร่างของเจ้าจะมาเป็นของข้า ฮ่า ฮ่า ฮ่า”
“ เจ้าน่ะหรือ พ่อมดเมอร์ลิน” เสี่ยวเทียนตกใจยิ่งนัก
“ ใช่แล้ว ข้าคือเจ้าแห่งศาสตร์มืด ข้าถูกเจ้าเมอร์ลินพ่อมดขาวอีกร่างหนึ่งของข้า สะกดร่างจองจำวิญญาณข้าเอาไว้ที่นี่ มีแต่ร่างกายาอมตะเท่านั้นที่จะทำให้ข้าฟื้นคืนกลับมาได้”
“ พ่อมดขาวเมอร์ลิน ไม่ได้เป็นคนเดียวกับเจ้ารึ”
“ เฮอะ ข้าอยู่ในร่างเดียวกับมันมาตั้งแต่กำเนิด แต่พอมันโตขึ้น มันก็แยกร่างของข้าออกจากตัวมัน ทำให้ข้าเป็นวิญญาณไร้ร่าง แล้วถูกสะกดมาจนถึงวันนี้”
“ อ้อ แสดงว่าเจ้ามันชั่วเกินบรรยายนี่เอง แล้วยังคิดจะกลืนวิญญาณของข้าอีกด้วยหรือ?”
“ ทำใจให้สบายเถอะไอ้หนู มันไม่นานหรอก” แล้วเจ้าแห่งศาสตร์มืด ก็เข้ามาในห้วงจิตวิญญาณของเสี่ยวเทียนเพื่อจะกลืนกิน แต่พอเข้าไป ก็พบเจอกับอาจารย์ลู่เอินที่นั่งสมาธิอยู่ ก็เกิดตกใจ
“ นี่เจ้าเป็นใคร เข้ามาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร?”
“ เจ้าแห่งศาสตร์มืดรึ? ข้าเองก็เป็นเพื่อนกับเมอร์ลิน เขาไม่เหมือนเจ้าจริงๆ สมควรแล้ว ที่เขาเฉดหัววิญญาณชั่วอย่างเจ้าออกมา แต่ไม่ต้องห่วง ข้าจะช่วยไม่ให้เจ้าต้องทนทรมาน อยู่ในโลกนี้อีกต่อไป” อาจารย์ลู่เอิน พูดจบ ก็ดึงเงาวิญญาณทั้งหมดของเมอร์ลินที่มีแต่ความชั่ว เข้าไปในไข่มุกดูดวิญญาณ
“ นี่เจ้า....อย่านะ ..... อ๊ากกกกกกกก !!!” วิญญาณตัวร้ายของเมอร์ลินร้องลั่นแล้วก็ถูกดูกเข้าไปในไข่มุกวิญญาณ ไม่นาน ก็ถูกทำลายสลายไป
“ ดูดซับพลังและความรู้ของมันซะ” อาจารย์ลู่เอินสั่ง
เสี่ยวเทียนสัมผัสได้ว่า มีพลังพุ่งขึ้นเข้ามาจากไข่มุกดูดวิญญาณเข้ามาในห้วงสติเป็นจำนวนมาก เป็นขุมพลังระดับมหาศาลของ เซียนบรรพกาล จึงนั่งลงรีบทำสมาธิ เพื่อกระจายพลังเข้าไปในห้วงสติที่บัดนี้ ได้ขยายใหญ่กว้างไกล ยิ่งกว่าทะเลสาบกลายเป็นมหาสมุทรไปแล้ว ความรู้จากศาสตร์มืดมากมายไหลบ่าเข้ามาในห้วงสติไม่ขาดสาย พลังในร่างของเสี่ยวเทียนพุ่งขึ้นไม่หยุด และไม่อาจระงับได้ อาจารย์ลู่เอินบอก ให้เสี่ยวเทียนรับพลังเซียนเข้ามาให้หมด ร่างของเสี่ยวเทียนเปล่งแสงสีฟ้าออกมา ปลุกจุดชีพจรลำดับที่ 6 พุ่งทะลุผ่านจุดที่ลำคอออกไป ผ่านไปเป็นขั้นเซียนราชันเวทย์ วงแหวนสีฟ้า พุ่งขึ้นพร้อมกันทีเดียว 3 วง
แต่ว่ามวลพลังมหาศาลกลับยังไม่หมด พุ่งขึ้นไปต่อที่จุดชีพจร จุดที่ 7 เป็นจุดกลางหน้าผาก บางคนเรียกว่า จุดตาที่สาม ร่างกายของเสี่ยวเทียนเปลี่ยนไปอีกสีเป็นสี น้ำเงิน ทะลวงจุดชีพจรวิญญาณต่อไปอีกขั้น กลายเป็น พลังเซียนจักรพรรดิ วงแหวนสีน้ำเงิน พุ่งขึ้นทีเดียวสามวง แล้วพลังงานก็เริ่มอ่อนลง ๆ ตาที่สามของเสี่ยวเทียนเกิดขึ้นที่กลางหน้าผาก เป็นตาเวทย์สีน้ำเงิน เสี่ยวเทียนมองออกไปทั่ว พบเห็น
เส้นสายใยเวทย์ล้อมรอบปราสาทไว้ เห็นลูกกรงเวทย์กักขังตนอยู่ แล้วใช้มือสะบัดทีเดียว เส้นสายยันต์ขาดสะบั้น ลูกกรงหายไป
“ ยินดีต้อนรับกลับคืนมา เจ้าแห่งศาสตร์มืด” พ่อมดลาวิน กับ เซอร์เมอร์เดส ประสานมือคำนับ อย่างนอบน้อม ทั้งสองคิดว่า เสี่ยวเทียนเป็นเจ้าแห่งศาตร์มืดไปแล้ว
“ พวกเจ้าสองคน จงรักภักดีต่อ ข้าจริงๆ นะ” เสี่ยวเทียนแดกดันใส่ทั้งสอง
“ พวกเรารอคอย ท่านกลับมาหลายรุ่นหลายสมัยแล้ว เพิ่งมาสำเร็จก็ในวันนี้”
พ่อมดลาวินรีบเสนอหน้าออกมา เสี่ยวเทียนพอเข้ามาใกล้ทั้งสองคนก็จับร่างของทั้งสองคนแล้วใช้พลังยุทธดูดจักรวาล ทำการดูดร่างของทั้งสองคนทันที
ทั้งสองคนไม่คิดว่า เจ้าแห่งศาสตร์มืด จะทำเช่นนี้ กับเขา ทั้งที่พวกเขาเป็นทาสที่ซื่อสัตย์ภักดีต่อเขาด้วยดีมาตลอด แต่ทั้งสองคนแม้จะมีพลัง ระดับเซียนจักรพรรดิเช่นกัน แต่ว่า ทั้งสองกลับถูกดูดพลังออกไปอย่างรวดเร็ว ไม่ทันได้ตั้งตัว จนร่างทั้งสองกลายเป็นโครงกระดูก แล้วเสี่ยวเทียนยังทำลายโครงกระดูก จนกลายเป็นฝุ่นไปทั้งสองคน
เพื่อนๆ เห็นแล้วตกใจอ้าปากค้าง ไม่คิดว่าจ้าวอี้จะโหดอย่างนี้
ตกลงชายคนนี้ เป็นจ้าวอี้หรือเจ้าแห่งศาสตร์มืด กันแน่?
“ ข้าคือจ้าวอี้เอง อย่าได้กลัวไป” เสี่ยวเทียนรู้ว่าเพื่อนๆ เริ่มหวาดกลัวตนเลยรีบบอกออกไป แล้วใช้มือปล่อยออกไป กรงขังเวทย์ก็สูญสลายหายไป
“ จ้าวอี้ เกิดอะไรขึ้น แล้วเจ้าแห่งศาสตร์มืด เป็นใครกัน แล้วหายไปไหนแล้ว”
ศิษย์พี่ฟางอี้ถามเป็นชุดๆ ทุกคนที่ถูกจับมา ก็เฝ้ารอคำตอบเสี่ยวเทียนเช่นกัน
“ เจ้าแห่งศาสตร์มืด คือ จิตใจด้านมืดของ ท่านพ่อมดเมอร์ลิน ซึ่งท่านแยกมันออกมาจากร่างของท่านแล้วกักขังมันเอาไว้ ในดินแดนป่าอาถรรพ์เชอร์วู้ดแห่งนี้ โดยมีสมุน ของมันคือ เซอร์เมอร์เดส กับ พ่อมดลาวิน เฝ้ารอเพื่อตามหาร่างคนที่เหมาะสม จะมาทำพิธีเปลี่ยนร่าง ย้ายวิญญาณ แต่ว่า พวกมันโชคร้าย ที่มาเจอข้า ก็เท่านั้น”
ทุกคนฟังแล้วก็พยักหน้าอย่างเข้าใจ แล้วก็หันไปมองบรรยากาศรอบข้าง
“ ที่นี่เป็นสถานที่ฝึกตนของ ท่านจอมเวทย์เมอร์ลิน ที่ได้สร้างขึ้นมาเพื่อเก็บ ร่างของกษัตริย์อาเธอร์เอาไว้ พวกเราเข้าไปเคารพพระศพของพระองค์กันเถอะ”
เสี่ยวเทียนเดินนำหน้าทุกคน แล้วพาทุกคนมาถึง ลานเก็บพระบรมศพของกษัตริย์คิงอาเธอร์ ทุกคนมาพบกับ โลงพระศพแก้ว ที่บรรจุร่างที่เหลือแต่กระดูกเอาไว้ ของกษัตริย์ อาเธอร์ พร้อมมีดาบเอกซ์คาลิเบอร์อยู่ ที่หน้าอก ของโครงกระดูก
ทุกคนต่างอยากถามว่า นี่คือดาบเอกซ์คาลิเบอร์แท้จริงหรือไม่ เสี่ยวเทียนที่ได้ความรู้และความทรงจำของ พ่อมดดำ ก็เลยบอกว่า
“ นี่คือดาบเอกซ์คาลิเบอร์ของจริง แต่ว่าไม่ได้มีพลังดาบที่ผิดไปจากดาบทั่วไป เพียงแค่กคมกริบ กว่าดาบอื่นเท่านั้น เพราะดาบในศิลาที่แท้จริงนั้น มันเป็นเวทมนตร์ เพื่อที่จะสร้างความมั่นใจให้กับประชาชน จะได้เชื่อมันต่อองค์กษัตริย์อาเธอร์เท่านั้น”
“ แล้วพระศพของราชินีกวินีเวียร์ กับ ท่านเซอร์ลานซล็อตอยู่ที่ใดล่ะ”
“ หลังจากสงครามครั้งสุดท้าย ถึงแม้กษัตริย์อาเธอร์ จะต้องตายเพราะทนบาดแผลไม่ไหว ราชินีกวินีเวียร์ รู้สึกผิด ที่ตนเคยสาบานว่าจะรัก และภักดี ต่อกษัตริย์ อาเธอร์จนวันตาย แต่กลับทำไม่ได้ จึงได้หนีไปบวชชี และได้ตายไปด้วยความตรอมใจ ในโบสถ์นางชีแห่งหนึ่ง แล้วถูกเผาทิ้งไป โดยไม่มีโอกาสมาพบกับ กษัตริย์อาเธอร์อีกเลย
หลังจากนั้น ปราสาทคาเมล็อต ก็ถึงคราวล่มสลาย ท่านเมอร์ลิน จึงขับไล่ศัตรูออกไปจนหมด แล้วทำการย้ายปราสาทคาเมล็อตมาไว้ที่ใจกลางป่าอาถรรพ์ แล้วทำการกักขัง จิตด้านมืดของตนเอาไว้ที่แห่งนี้”
เสี่ยวเทียนเล่าที่รู้จากความจำของจิตด้านมืดของ เมอร์ลิน
“ แล้วเซอร์แลนสล็อตหายไปไหน?” ซุนหมิงสงสัย
“หลังจากกษัตริย์อาเธอร์ตายไป เขาก็เสียใจมาก เพื่อนอัศวินโต๊ะกลมก็พากันเลิกคบ ถูกขับจากการเป็นอัศวินโต๊ะกลม เพราะทำผิดต่อกษัตริย์อาเธอร์ จากนั้นเขาก็หายสาบสูญไปไม่มีใครพบเขามาก่อน”
ทุกคนได้ฟังจบแล้ว เศร้าใจในชะตากรรมของแต่ละคน แล้วก็พากันออกจากสถานที่แห่งนี้ ไม่อยากรบกวนพระศพของพระองค์ เสี่ยวเทียนเปิดทางออกให้ทุกคนออกมา ส่วนตัวเองก็กลับเข้าไปใหม่อีกครั้ง ในห้องพระศพกษัตริย์อาเธอร์ พอไปถึง ก็เอ่ยขึ้นมาว่า
“ ออกมาเถอะ ไม่มีใครอยู่แล้ว” เสี่ยวเทียนเอ่ยออกมากลางห้อง แล้วก็มีกลุ่มควันขึ้นมากลางห้อง เป็นเงาวิญญาณลอยมาเข้าใกล้เสี่ยวเทียน
“ เมอร์ลินกล่าวไม่ผิด วันหนึ่งจะมีคนมาปราบ เจ้าแห่งศาสตร์มืด ที่แท้เป็นเจ้านี่เอง”
“ ท่านคือกษัตริย์อาเธอร์?”
“ ไม่ผิด เสียงที่เจ้าได้ยินคือเสียงของข้าเอง”
“ ท่านต้องการอะไร”
“ อยากให้เจ้าปลดปล่อย คนที่ถูกสาป ในป่าอาถรรพ์นี้ ให้กลับเป็นมนุษย์เช่นเดิม”
“ แล้วข้าจะทำได้อย่างไร?”
กษัตริย์อาเธอร์หยิบจอกไม้ มาจากในกล่องไม้กล่องหนึ่ง แล้วนำมายื่นให้เสี่ยวเทียน
“นี่คือจอกศักดิ์สิทธิ์ สามารถใช้น้ำในจอกนี้ เพื่อปลดปล่อยคำสาปได้”
เสี่ยวเทียนนำมาถือดู เป็นแค่จอกไม้ธรรมดา เท่านั้นแต่แค่คิดก็มีนำไหลมาในจอกศักดิ์สิทธิ์จนเต็ม !
“ เจ้ามีพลังของเจ้าแห่งศาสตร์มืด ดังนั้น ใช้จอกศักดิ์สิทธิ์ กับพลังของศาสตร์มืด ก็สามารถ5voคำสาปได้”
“ หรือนี่คือจอกไม้ศักดิ์สิทธิ์ พอใส่น้ำแล้วดื่มก็จะเป็นอมตะ?” เสี่ยวเทียนสงสัย
“ นั่นเป็นข่าวปล่อย ของสมุนเจ้าแห่งศาตร์มืด เชื่อไม่ได้หรอก น้ำนี้ใช้แก้คาสาปเท่านั้น ไม่ได้เกี่ยวกับ อายุขัยเลยแม้แต่น้อย !”
“ ข้ารับปากจะช่วยพวกเขาเอง”
“ ขอบคุณมาก....” แล้วกลุ่มควันก็ค่อยหายไป เสี่ยวเทียนรับจอกศักด์สิทธิ์ออกไปยืนบนฟ้าเหนือปราสาท แล้วท่องคาถา แล้วเสกให้ น้ำในจอกศักดิ์สิทธิ์ ค่อยๆ ลอยขึ้นไปบนท้องฟ้า
กลายเป็นเมฆ สีดำทมึน กระจายไปทั่วป่า แล้วฝนก็กระหน่ำลงมาจนทั่วทั้งป่าอาถรรพ์ หยดน้ำทุกหยดกลายเป็นหยดน้ำที่มีอานุภาพ ทำลายคำสาปทั้งหมด ทำให้
ฝูงสัตว์ที่ถูกน้ำ ก็เริ่มแปลเปลี่ยนไปกลายเป็นคนปกติ หุ่นศิลาหน้าบ้านแม่มด ก็กลับมาเป็นคนได้อีกครั้ง ภูตพรายก็กลายร่างเป็นมนุษย์อีกด้วยเช่นกัน
เสี่ยวเทียนมองเห็นเงาร่างของกษัตริย์อาเธอร์ ที่ยืนยิ้มอยู่แล้วร่างของเขาก็กลายเป็นดาวหายขึ้นไปบนท้องฟ้า
แล้วถึงเวลาทุกคนก็เดินออกจากป่าอาถรรพ์เชอร์วู้ด กันไปอย่างมีความสุข ยิ้มแย้มแจ่มใส มีแต่เสี่ยวเทียนคนเดียว ที่กำลังคิดว่า ถึงเวลาแล้ว ที่จะไปคิดบัญชี
กับรัชทายาท ไม่ปล่อยมันเอาไว้ให้หนักแผ่นดินอีกต่อไป....