“ ไม่ต้องห่วง ฉันให้พ่อหาทนายความมาแล้ว พรุ่งนี้พวกเราจะเดินทางไปพร้อมกัน” กรกันต์เขาไม่ได้กังวลในเื่นี้เท่าใด
“ จรเขาไม่ผิดสักหน่อย พวกมันยังหน้าด้านมากล่าวหาเขาอีก”
“ พ่อบอกว่า พวกเขากล่าวหาว่า จร ไปหาเื่พวกเขาก่อน พวกเขาเป็แค่คนธรรมดา แต่จร นั้นเป็วิชามวย ทำให้พวกเขาสู้ไม่ได้ าเ็หนักอีกด้วย”
“ พวกมันสิบกว่าคน แถมยังมีมีด มีปืน นี่มันตรรกะแบบไหนกัน” ซีเอ่ยอย่างไม่พอใจ
“ พ่อบอกว่า เขามีสิทธิที่จะฟ้อง ตำรวจก็ต้องดูตามหลักฐานหากผิดจริง อย่างมากก็ปรับข้อหาร่วมกันทะเลาะวิวาท แล้ว ค่าเสียหายก็ออกกันคนละครึ่ง”
“ โอ้ย พวกมันยิงรถของพวกมันเอง แล้วจะมากล่าวหาให้คนอื่นต้องรับผิดชอบแบบนี้ได้อย่างไร แล้วนี่ ค่ารถปอร์เช่ 8 คัน อยู่ที่เท่าไร” ซีหันไปถามกรกันต์
“ รุ่นนี้ ป้ายแดงน่าจะ เกือบสิบล้าน”
“ อะไรนะ แปดคันเกือบ 80 ล้าน บ้าไปแล้ว หากตีราคาเหลือครึ่งหนึ่ง 40 ล้าน แบ่งกันคนละครึ่ง ก็ฝ่ายละ20 ล้านบาทเชียวนะ”
หัวหน้าเอก กำลังผ่าศพอยู่ เห็นทั้งสี่คนพูดกันโดยไม่สนใจ ศพอาจารย์ใหญ่เลย จึงบอกว่า
“ ตั้งใจหน่อย นี่ต่อหน้าท่านอาจารย์ใหญ่ ที่ตั้งใจมอบร่างให้ พวกเรามาศึกษาอย่าทำให้ท่านต้องเสียใจซิ”
ทุกคนถึงกับอึ้ง วันนี้หัวหน้าเอกพูดดี มีหลักการณ์มาก ทำให้ทุกคนเงียบ แล้วทำการศึกษาจนจบคาบเรียน
ทั้งห้าคนก็เดินออกมา หัวหน้าเอกก็เอ่ยว่า
“ ปัญหาทุกอย่างมีทางแก้ ขอให้ทุกคนตั้งสติใจเย็นๆ แล้วทุกอย่างก็จะผ่านไปได้ด้วยดี ผมเอ็งก็อยากจะช่วย แต่ตอนนี้ผมมีแค่สิทธิ์คนละครึ่ง ถ้าช่วยได้ผมก็ยินดีช่วยนะ” หัวหน้าเอกพูดจบ ก็เดินจากไป ทันที ทำให้ทั้งสี่มองตากันด้วยความมึนงง ไม่รู้ว่า หัวหน้าเอกมันจะพูดเพื่ออะไร
“ พรุ่งนี้เช้า 9 โมง มาเจอกันที่หน้ามหาลัย แล้วพวกเราก็เดินทางไปโรงพักพร้อมกันนะ” กรกันต์เอ่ยนัดทุกคน
ตอนเย็น ขจรเข้าค่ายมวยเพื่อเป็เด็กล่อเป้าเหมือนเดิม วันนี้มีเมมเบอร์เข้ามาใช้บริการมาก เขาได้รับลูกค้าวันนี้ ถึง สามคน
เสร็จแล้ว ครูยอดก็เรียกให้ ขจรเข้าไปพบ
“ ฉันเห็นฝีมือเธอ ตอนที่ชกกับไอ้เข้มแล้ว นับว่าไม่เลวเลยสำหรับเด็กใหม่ ใครเป็คนสอนท่าเท้าแบบนั้นให้”
“ ก็มีครูทิม กับ พี่ธง ช่วยๆ กันสอนครับ”
“ ไม่มีทาง ท่าย่างสามขุม และท่าก้าวกระโจนทยาน พวกเขาไม่เคยแสดงหรือสอนใครมาก่อน”
“ สงสัย ผมคงดูยูทูปมากไปหน่อย เลยซึมซับเข้ามาในหัว เลยทำไปแบบนั้น”
“ ไม่เป็ไร ไม่ยอมตอบก็ไม่เป็ไร ฉันอยากให้เธอขึ้นชกมวยจริงๆ เธอว่าไง”
ขจรนิ่งไปสักพัก ก่อนที่จะบอกว่า
“ ่นี้ผมเรียนหนัก เกรงว่าจะไม่ค่อยมีเวลาซ้อมจริงๆจังๆ นะครับ”
“ อืม แค่เดือนละครั้ง คงไม่มีอะไรหรอก อย่างน้อย เธอก็จะได้ฝึกฝนกับของจริงด้วย เวลาลูกค้าเข้ามาเรียน เธอก็จะได้ถ่ายทอดประสบการณ์บนเวทีให้กับพวกลูกค้า และที่สำคัญ ไฟต์หนึ่ง เธอจะได้ ค่าตัว 1 หมื่นบาท เป็อย่างน้อย และหากมีประสบการณ์ชก ก็จะได้เลื่อนตำแหน่ง เป็เทรนเนอร์ และค่าแรง ก็จะเพิ่มขึ้น อีก 20 % สนใจไหม”
“ ตกลงครับ บอกมาได้เลย ว่าเริ่มชกวันไหน” ขจรพอรู้ว่าได้เงินเพิ่ม ก็ตอบรับทันที
“ ดี ถ้าเช่นนั้น ไปหาครูทิม แล้วชั่งน้ำหนักตัว ดูว่าเธอควรจะชกรุ่นไหนถึงจะเหมาะ”
ขจรไปหาครูทิมทันที
“ 50 กิโล อยู่ในรุ่นฟลายเวท แต่ส่วนสูงไม่ค่อยสมส่วนกับ แผงอก และ หน้าท้องของเอ็ง ควรเพิ่มกล้ามเนื้อ และ หน้าท้องให้มากว่านี้ เวลาปะทะกัน จะได้ไม่ปลิว”
“ ผมก็คิดเหมือนกัน ต่อไปจะกินให้มากกว่านี้ครับ”
“ ตอนนี้ก็ชกรุ่นนี้ไปก่อน น้ำหนักหมัดของมวยรุ่นนี้ไม่ค่อยมากเท่าไร ระวังแค่ศอกกับ เข่าของคู่ต่อสู้เท่านั้น”
“ ครับครู”
ขจรหลังจากกลับจากค่ายมวย ก็จะไปที่ตึกแถวของแม่ แต่ว่า มีคนมามุงกันเต็มหน้าร้าน
พอแหวกฝูงชนเข้าไปได้ ก็พบว่า พ่อแจ้งถูกมูลนิธิ กำลังห่อศพของพ่อเอาไว้ แม่นั้นร้องไห้ยืนอยู่กับเจน จอย และ จ้อย
“ เกิดอะไรขึ้น พ่อเป็อะไร”
“ พ่อถูกยิง คนร้ายมันขี่มอเตอร์ไซด์มาจอดหน้าร้าน พ่อนั่งอยู่ด้านหน้า พวกมันก็ยิงพ่อจนตาย พี่จร พ่อตายแล้ว” เจนเล่าออกมาด้วยเสียงสะอื้นไห้ ขจรก้มลงไปกราบพ่อ น้ำตาไหลออกมา แล้วพูดกับศพของพ่อที่ยังคงดวงตาเบิกโพลงอยู่
“ หลับให้สบายนะพ่อ ผมไม่ปล่อยให้คนร้ายลอยนวลแน่ ไม่ว่ามันจะเป็ใคร ผมจะล่าตัวมันมาลงโทษให้ได้”
เหมือนกับว่า ลุงแจ้งจะได้ยินที่ขจรพูด ดวงตาที่เบิกโพลง ก็ค่อยๆ ปิดลงเองโดยไม่ต้องมีใครเอามือมาปิด
ขจรต้องอยู่จัดการเื่ศพของพ่อ จนดึก และยังคอยปลอบแม่กับน้องๆ ตามปกติแม่ก็จะเอาแต่ด่าพ่อ ตลอด แต่พอมาถึงวันนี้ พ่อตายไปแล้ว แม่กลับร้องไห้ และนิ่งเงียบไม่พูดอะไร ได้แต่นำเสื้อผ้าของพ่อมาพับเก็บใส่ลังกระดาษเอาไว้ แม่คงคิดถึงพ่อมาก แต่ไม่ยอมเอ่ยอะไรออกมา
ขจรได้แต่กลับไปที่พัก แล้วได้นั่งสมาธิ ครึ่งชั่วโมง แล้วทำท่าฤาษีดัดตนไปหลายท่า ไม่ถึงชั่วโมงเขาก็รู้สึกสดชื่น ได้เวลาเช้าพอดี เขารีบอาบน้ำแต่งตัวไปตามที่นัดเอาไว้กับ เพื่อนๆ เพื่อไปโรงพัก
พอไปถึง กิ๊ฟก็ทำหน้าเศร้าเข้ามาหาขจรทันที
“ จร เรารู้เื่ลุงแจ้งแล้ว เสียใจด้วยนะ” แล้วซี กับ กรกันต์ก็เข้ามาแสดงความเสียใจด้วยเหมือนกัน
“ เราเสียใจที่ไม่ได้เป็ลูกที่ดี ไม่สามารถปกป้องพ่อได้ และที่สำคัญพ่อยังไม่ได้เห็นเราเป็หมอ อย่างที่พ่อได้ไปคุยเอาไว้กับ ทุกๆ คนเลย”
ทุกคนได้เศร้าใจไปกับขจร แถมยังต้องมาที่โรงพัก ในขณะที่พ่อของตนถูกยิงตายอีก
พอทุกคนมาถึงโรงพัก ก็ถูกเรียกเข้าไปหาร้อยเวรเ้าของคดี ที่ตอนนี้ คนเจ็บสิบหกคน และพริพตี้ อีกสองคน พร้อมกับทนายความ นั่งรออยู่ก่อนแล้ว
“ เื่นี้ไม่ใช่เื่ใหญ่ ข้อหาร่วมกันทะเลาะวิวาท อีกฝ่ายก็ไม่ติดใจเื่นี้ แม้พวกเขาจะได้รับาเ็สาหัสก็ตาม แต่พวกเขาอยากให้คุณขจร ที่ร่วมวิวาทกับเขา จ่ายค่าเสียหายคนละครึ่ง คุณขจรว่าไง”
“ ทางเรายอมรับ เื่ข้อหาร่วมกันทะเลาะ แต่ทรัพย์สินที่เสียหาย ฝ่ายคู่กรณีเป็ฝ่ายทำความเสียหายแต่เพียงฝ่ายเดียว กล้องวงจรปิด หรือ คลิปของเราที่มี เป็พยานได้” ทนายความกล่าวเสร็จก็มอบคลิป ให้กับตำรวจ
“ ก็ตามใจคุณ ฝ่ายผมก็คงไม่ยอมต้องแจ้งข้อหาคุณขจรเพิ่ม ทำร้ายคนของผมาเ็สาหัส กระดูกข้อมือหัก ได้ข่าวว่า คุณเป็หมอนี่ หากว่าต้องกลายเป็ผู้ต้องหา ทำประวัติอาชญากรรม ทางมหาลัยรู้เข้า มันคงไม่ดีต่อ การเป็หมอของคุณในอนาคตแน่” ทนายความอีกฝ่ายกล่าวอย่างเป็ต่อ
ทำให้ทนายฝ่ายขจรหันไปมอง กรกันต์ที่ได้แต่พยักหน้า
“ ตกลง ยอดประเมินค่าซ่อมเท่าไร”
“ 30 ล้านบาท ผมรู้คนของท่านเ้าสัวหลี่ ต้องยอมแน่ๆ” ทนายความเอ่ยยิ้มๆ
กรกันต์ให้ทนายความนำเช็ค ออกมา แต่ว่า ขจรได้จับมือของ กรกันต์เอาไว้แล้วบอกว่า
“ ไม่ต้องครับ ขอบใจมากนะกรกันต์ แต่คดีนี้ ผมเป็คนก่อ ไม่อยากให้ใครมาข้องเกี่ยวด้วย
ผมจะสู้คดีนี้ และจะไม่จ่ายแม้แต่บาดเดียว คุณจะฟ้องคดีอาญาหรือไปฟ้องร้องผมที่ มหาลัยก็เชิญ” ขจรพูดอย่างเด็ดขาด ทำให้กิ๊ฟ รีบเข้ามาเกาะแขน ให้ขจรใจเย็นๆ
“ ดีมาก คุณตำรวจ ทางเราขอแจ้งจับคุณขจร ในข้อหาทำร้าย คุณหลิวชี กับคุณหลิวปา จนาเ็สาหัส นี่คือใบรับรองแพทย์”
“ ผมก็ต้องขอแจ้งความกลับด้วย ในข้อหาพยายามฆ่า พวกเขาใช้ปืนจะยิงผมทำให้ผมต้องหักแขนของเขาทั้งสองคน เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นล้วนอยู่ ในคลิปนี้ด้วย”
ฝ่ายเพื่อนๆ ต่างสงสัย เพราะพวกเขาไม่ได้ถ่ายภาพตอนที่ ทั้งสองยิงปืน แล้วถูกขจรหักมือ แล้วขจรพูดได้อย่างไรว่ามีอยู่ในคลิป
ส่วนฝ่ายแก๊งไผ่หลิว ก็หน้าซีด ทนายความก็หันไปซักถามกับ ทั้งสองอย่างเคร่งเครียด แล้วทนายก็หยิบคลิปลงมาในกระเป๋า แล้วบอกว่า
“ เื่นี้เป็การเข้าใจผิดกัน ผมว่าเื่นี้เลิกแล้วต่อกันดีกว่า ผมกับลูกความจะไม่เอาเื่อีกแล้ว”
“ พยายามฆ่า คดีอาญานะคุณทนาย ผมจะปล่อยให้ผ่านไปได้อย่างไร เอาทรัมไดร์ฟ ออกมาวางบนโต๊ะเร็วๆ”
ทันใดนั้นก็มีชายหนุ่มแต่งกายชุดทหารยศนายพัน กับหญิงสาววัย 27 ปีหน้าตาสวยมีส่วนคล้าย กรกันต์ไม่น้อย เดินเข้ามาพร้อมกับผู้กำกับ พ่อของกิ๊ฟ
“ เื่เด็กทะเลาะกัน เล็กๆ ไม่น่าทำเื่เล็กให้เป็เื่ใหญ่เลย จริงไหมครับท่านผู้กำกับ”
“ ใช่ค่ะ คนของตระกูลหลี่เรา ก็อยากจบเช่นเดียวกัน”
“ เอาละ ผู้กอง ปล่อยพวกเขาไปซะ ลงบันทึกประจำวัน สมัครใจทะเลาะวิวาทกันธรรมดา เมื่อทั้งสองฝ่ายเห็นด้วย ก็ เซ็นชื่อ และกลับบ้านกันไปซะ”
ขจรจะไม่ยอมแต่คนที่มาเป็พ่อของกี๊ฟ ก็ไม่พูดอะไร เดินออกมาทันที
“ พี่สี่ พี่มาได้ยังไง?”
กรกันต์เรียกผู้หญิงตระกูลหลี่ ว่าพี่สี่
“ พ่อสั่งให้พี่มา ไม่อยากให้เื่นี้กลายเป็เื่ใหญ่ และไม่อยากให้ใครต้องมาเดือดร้อนเื่ความขัดแย้งของสองตระกูลเรา”
ขจรได้ยิน ก็เอ่ยขอบคุณสั้นๆ แล้วก็รีบขอตัวกลับไป เพราะต้องกลับไปงานศพของพ่อ
“ ไร้มารยาท ฉันมาช่วยกลับทำท่าเมินเฉย น่าจะปล่อยให้เสียอนาคตไปเลย”
“ พี่สี่ พ่อเขาเพิ่งถูกยิงตายไปเมื่อคืนนี้ เขาต้องรีบไปงานศพพ่อของเขา”
“ เฮอะ แล้วใช่เื่ที่ฉันต้องรับรู้ไหมล่ะ กลับบ้านได้แล้ว”
“ ผมว่าจะไปงานศพพ่อของเขาด้วย”
“ ไม่ต้องเลย ่นี้ดวง นายไม่ค่อยดี ไม่ควรไปงานศพ”
“ โธ่ พี่ก็ พวกเขามารถผม เดี๋ยวผมขอไปส่งพวกเขาก่อนก็แล้วกัน” กรกันต์ไม่สนเสียงห้ามของพี่สาว วิ่งไปที่รถตู้ แล้วให้คนขับไปส่งที่วัดทันที
ทั้งหมดมาถึง ก็พบว่า วัดสถานทิพย์มงคล ในตอนนี้ได้จัดงานฝังลูกนิมิต พร้อมจัดงานประจำปี ดังนั้น คนจึงเข้าวัดกันมามากมาย ในงานมีทั้งสอยดาว ชิงช้า์ ปาเป้า ยิงปืน และอีกมากมาย ทุกคนมาไหว้พ่อของ ขจรเสร็จ ก็ให้ขจรพาไปเที่ยวงานวัด
“ ไปกันเถอะ เราเห็นงานมาทุกปีไม่เห็นจะมีอะไร” ขจรกำลังไว้ทุกข์ไม่มีอารมณ์ที่ไปเดินเที่ยว
“ ไปเถอะลูก พาเพื่อนๆ ไปเที่ยวชม พวกเขาไม่เคยมา ลูกก็พาพวกเขาเที่ยวหน่อย ลูกเองก็จะได้ไม่เครียด พ่อเขาคงไม่อยากให้ลูกมานั่งเศร้าแบบนี้”
ขจรเลยพาเพื่อนไปไหว้หลวงตา ให้ท่านให้พร จากนั้นก็พาไปเดินทำบุญฝังลูกนิมิต แล้วค่อยพาชมงานวัด
“ กลางวันที่นี่จะร้อนแบบนี้ แต่ก็มีคนมาขายของกันเหมือนตลาดนัด ส่วนเครื่องเล่นจะเปิดตอนกลางคืน ไม่มีใครอยากขึ้นชิงช้า์ในตอนกลางวันแน่”
กิ๊ฟ กับ ซี ต่างสนุกกับการซื้อขนมน้ำตาลที่รูปร่างแปลกๆ สองมือของแต่ละคนมีแต่ขนม เต็มไปหมด กรกันต์ก็เช่นกัน เขาเป็ลูกคนเล็ก ทำให้ถูกเลี้ยงดูมาเป็อย่างดี เื่เที่ยวงานวัดแบบนี้เขาก็ไม่เคยมา ต่างก็ตื่นเต้น เล่นปาเป้า โยนห่วง ชมโชว์เมียงู สาวน้อยตกน้ำ จนกระทั่งขจรพาไปปล่อยปลาที่แม่น้ำ ซึ่งแต่ละคนก็ซื้อขนมโยนให้ปลากินกันอย่างสนุกสนาน
จนกระทั่งเย็น ทั้งหมดก็ต้องรีบกลับ เพราะผู้กำกับไม่อยากให้กิ๊ฟ กลับมืด ทั้งหมดเลยเดินทางกลับ แล้วบอกว่า คืนพรุ่งนี้จะนัดกันมาฟังพระสวดกัน
ส่วนตอนพระสวด น้องหมวยกับเจ้คิ้มก็มาที่งานด้วย พี่ธงกับครูทิม และครูยอดก็ล้วนมากันหมด
“ ได้คู่ชกให้เอ็งแล้ว อีก 1 เดือนขึ้นชกที่ สนามเดอะแชมเปี้ยน แต่ว่าคู่ของเอ็งนั้นเป็คู่ก่อนถ่ายทอดสด หากว่ามีชื่อเสียง ก็อาจได้ถ่ายทอดสด ก็จะได้เงินเพิ่มอีกเป็เท่าตัว” ครูยอดเอ่ย ขจรก็ได้แต่พยักหน้า
หลังงานศพ ทุกคนก็แยกย้ายกันกลับบ้าน ขจรกำลังปิดไฟ และปิด ศาลาไม่ให้ใครอยู่เฝ้าศพเหมือนในอดีต พี่ธงก็เดินกลับที่พักพร้อมกับขจร เห็นคนร้ายกลุ่มหนึ่ง เข้ามาฉุด หมวย เจ้คิ้มก็สู้สุดชีวิต เลยถูกไม้ตีเข้าที่หัว จนร่วง
แล้วพวกมันก็รีบอุ้มหมวยไปทางหลังวัด
ขจร กับพี่ธง ไม่ต้องถามกันแค่สบตากัน ก็รีบวิ่งตามพวกมันไปทันที ซึ่งหากพวกมันไปทางหน้าวัดที่มีรถเยอะ การจราจรรติดขัด คงหนีไม่สะดวก ผิดกับหลังวัด ซึ่งเป็ตรอกซอกซอย ขนาดเล็ก หากใครไม่รู้เส้นทาง ไม่มีทางตามพวกมันทันได้
ทั้งคู่วิ่งออกไปทางลัด แล้วก็ไปทัน พวกมันกำลังแบกหมวย กำลังไปขึ้นรถตู้ที่จอดอยู่รออยู่ คนที่รออยู่นั้นทั้งสองคนจำแม่น มันมีผ้าพันที่หัวเอาไว้ มันคือ โซ้ยตี๋นั่นเอง
“ หยุดนะ ปล่อยหมวยลงเดี๋ยวนี้” พี่ธงะโบอกกับพวกมันที่มีอยู่ สิบคน
“ เจอกันอีกแล้วนะ ดีก็จะได้ไม่ต้องไปตามหาพวกมึง ฆ่าแม่งเลย”
โซ้ยตี๋ สั่งลูกน้อย ซึ่งตอนนี้ พวกมันต่างพกปืนสั้นติดตัวกันทั้งหมด
“ เหี้ยแล้ว แม่งมีปืน หลบเร็ว”
เปรี้ยง ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ !! ทั้งคู่หลบไปด้านข้างถังขยะเหล็ก ที่ตั้งอยู่ด้านข้ง ทำให้หลบะุปืนได้อย่างหวุดหวิด
“ มึงไปแจ้งตำรวจหน้าวัดมาด่วย กูจะไปที่หลังรถมัน กูจะไปถ่ายรูปเป็หลักฐาน หากทำได้ กูจะพยายามถ่วงเวลาพวกมันเอาไว้ มึงรีบโทรแจ้งตำรวจ ไปเร็ว”
พี่ธงพูดจบ ก็กลิ้งตัวออกไปซอยด้านขวา เพื่อวิ่งอ้อมไปเข้าทางด้านหลังของรถ
แต่ขจรไม่ได้ไปตามที่พี่ธงบอก เขาพนมมือสวดคาถาพรางตัวทันที.....