อี้เฉินในยามนี้ เขาไม่อาจลืมเลือน หญิงสาวที่มีใบหน้าเหมือนเยว่ฉานได้จริงๆ ไม่ว่าอย่างไรเขาก็ยังรู้สึกผิดกับเยว่ฉาน ไม่อาจลบนาง ออกจากหัวสมองไปได้แม้เพียงวินาทีเดียวก็ตาม ถึงมันจะทำให้ เขาดูเป็นคนเห็นแก่ตัว อย่างมากก็ตาม
แต่เขาก็ไม่อยาก ทำในสิ่งที่ผิดต่อใครคนใดคนหนึ่งไป ก่อนอี้เฉินจะเอ่ยพูดออกมาด้วยน้ำเสียงหนักแน่น "วันเวลาจะคือคำตอบของข้า ในอีกสักวัน แต่ในยามนี้ข้าต้อง สามารถปกป้องตนเองให้ได้ก่อน แล้วขึ้นไปยังดินแดนเบื้องบน ไหนจะเรื่องที่ชิงหลัน ฝากฝังให้ข้าไปตามหาดินแดนจักรพรรดิ ที่แท้จริงอีก มันคือดินแดนอะไรกันแน่ แล้วเหตุใดนางถึงอยากไปเหยียบยังที่นั่น"
ครั้นเมื่ออี้เฉินครุ่นคิดอยู่นาน เขาก็คงไม่ได้คำตอบอะไร พยุงร่างกายที่อ่อนปวกเปียก เดินไปท้ายหมู่บ้านในทันใด ครั้นเมื่อเขาเดินผ่าน ผู้คน กลับมีชาวบ้านหลายคนที่จดจำเขาไม่ได้ บางคนก็จ้องมองเขา ราวกับเป็นตัวประหลาด บ้างก็ถอยห่างครั้นเมื่อเห็น กายาที่เต็มไปด้วยผ้าพันแผล ประหนึ่ง ตัวเขาติดโรคร้าย อย่างไรอย่างนั้น
อี้เฉินที่เห็นปฏิกิริยาเช่นนั้น เขาเพียงส่ายหัว ไม่สนใจเหล่าผู้คนอีกต่อไป เขารู้ดีในยามนี้ เขาต้องกินเพื่อประทังชีวิต เฉกเช่นปุถุชนคนธรรมดา เมื่อไร้หลินเฟยส่งปราณพลังเข้ามา กระตุ้นกายาของเขา ตัวเขาไม่อยากรบกวนนางอีกต่อไป หมายคิดใช้ท้ายหมู่บ้าน ฝึกปรือตนเองใหม่อีกครั้ง
ท้ายหมู่บ้านในยามนี้ก็ไม่เคยเปลี่ยนไปจากวันวานแม้แต่น้อย ปลดปล่อยกลิ่นอาย แห่งความอุดมสมบูรณ์ออกมาทั่วทิศ ราวกับได้ย้อนวัย กลับมาวิ่งเล่น ยังพื้นที่แห่งนี้ ในสมัยวัยเยาว์กับเหล่าเพื่อนฝูง อีกครั้ง ต้นหลิวใหญ่เขียวขจี แผ่กิ่งก้านออกไปไกล หอบเอาความร่มรื่น เย็นสบาย กลับมาสู่หัวใจผู้คนที่อยู่ใต้ต้นของมัน แม้แต่เสียงนกร้องยังมีดังเล็ดลอดออกมา ไม่ขาดสาย ลำธารที่น้ำไหลผ่าน ราวกับทะเลสาบย่อมๆ เติมเต็มทุกสรรพชีวิต รอบบริเวณให้เขียว ชอุ่ม จนเป็นทิวรก
รอบบริเวณนี้จึงเต็มไปด้วย แปรงเพาะปลูกต่างๆ ของเหล่าชาวบ้านที่มาจับจอง ข้าวสาลี บางแปรงถึงกับ เหลืองอร่ามพร้อมที่จะเก็บเกี่ยวอีกในไม่ช้า อี้เฉินเดินตรงไปที่ ชาวบ้านคนหนึ่งในทันที ที่อยู่ติดกับต้นหลิวใหญ่ "ท่านตา ข้าขอเพราะปลูกแปรงที่ว่างอยู่ ด้านข้างของท่านได้หรือไม่"
ชายชรา ที่กำลังจะเก็บเกี่ยว หัวไชเท้าอยู่ จู่ๆ เขาที่ได้ยินน้ำเสียงของอี้เฉินไต่ถามขึ้นมา เขาเงยหน้าขึ้นมามอง อี้เฉินในทันที ด้วยความประหลาดใจ "เจ้าคงไม่เคยเพราะปลูกสิ่งใดมาก่อนสินะ พ่อหนุ่ม ที่ตรงนั้นมันไม่เหมาะแก่การเพราะปลูก เจ้าควรหาที่ ที่แสงแดดสาดส่องทั่วถึง แต่หากเจ้าอยากได้แปรงเพาะปลูกนี่ละก็ เจ้าก็ลองเพราะปลูกมันดู"
อี้เฉินกล่าว ขอบคุณไปที่ชายชรา ในทันที ก่อนเขาจะเดินไปหยิบ อุปกรณ์ในการขุดดินมาไว้ในมือ เพียงเขาลงแรงไปไม่กี่พันลมหายใจ ร่างกายของเขาก็หอบเหนื่อยอย่างหนัก มือที่ถือ อุปกรณ์ในการขุดดิน ถึงกับมีเลือดไหลซึมออกมา ผ้าพันแผล ถึงกับขาดลุ่ย
ชายชรา ที่แอบมองอยู่ไม่ห่าง ครั้นเห็นการกระทำที่บุ่มบ่ามของอี้เฉิน เขาเอ่ยเตือนอี้เฉินออกมาในทันที "เจ้าหนุ่ม เจ้าหยุดพักซักประเดี๋ยว แล้วค่อยมาทำต่อก็ได้ หากเจ้ายังฝืนเช่นนี้เกรงว่า ข้าได้มาเก็บศพเจ้าเป็นแน่ ในอีกไม่ช้า"
อี้เฉิน ไม่ได้เอ่ยตอบชายชราแต่อย่างใด ในยามนี้เขา อยากจะสบถด่า ในความอ่อนแอของเขาเสียเหลือเกิน แต่เขาไม่มีทางเลือกมาก ต้องฝืนกัดฟันขุดดินต่อไปด้วยความเหนื่อยล้า ลมหายใจหนักถี่อย่างรุนแรง แบกรับกับความเจ็บภายในกายาอยู่ไม่น้อย ด้วยความไม่ย่อท้อ ต่อโชคชะตา
ครั้นเมื่อชายชราเห็นในความมุ่งมั่นของอี้เฉิน เขาเดินไปหยิบอุปกรณ์ในการขุดดิน มาไว้ในมือทันที ก่อนจะช่วยอี้เฉิน เตรียมดินอีกแรง พร้อมจะหว่านเมล็ดพันธุ์ "เจ้าหนุ่ม เจ้าต้องแบ่งผลผลิตให้ข้ามั้งนะ หากมันได้เก็บเกี่ยวผลผลิต"
อี้เฉินรับปากในทันที "ได้ๆ ข้าจะแบ่งผลผลิตที่ข้าได้มา ให้ท่านเอาไปเพราะปลูกต่ออย่างแน่นอน"
ในทันใด พวกเขาทั้งสองก็หัวเราะออกมา "ฮ่าๆ!!!" ราวกับคำพูดนั้นเป็นเรื่องขำขัน ครั้นเมื่อพวกเขาเตรียมดิน กันไปอยู่นานสองนาน ลมก็หอบเอาความวุ่นวาย มาสู่อี้เฉินอีกครา
ครั้นเมื่อ อี้เฉินได้ยินน้ำเสียงที่เล็กแหลม ของหญิงสาว มันก็ทำให้เขาหน้ามืดทะมึนออกมา นางนั้นมาพร้อมกับชายตัวอ้วนกลม เปาเปา ดวงตามีแรงอาฆาตอยู่ไม่น้อย
"อี้เฉินเหตุใด เจ้าถึงปฏิเสธนางเล่า นางดีกับเจ้ามากถึงเพียงนี้"เปาเปา จางเหมย เอ่ยถามอี้เฉินด้วยความพร้อมเพรียง
อี้เฉินพูดตัดบทในทันที "เจ้าว่าข้าคู่ควรกับหลินเฟย ในยามนี้หรือ ดูสภาพของข้าก่อนสิ อีกอย่างข้าได้พูดคุยกับนาง เรียบร้อยแล้ว พวกเจ้าเลิกถามไม่เข้าเรื่องได้แล้ว"
เปาเปา จางเหมย ที่ได้ยินคำพูดของอี้เฉิน อยากจะเข้าไปปล่อยหมัดใส่อี้เฉินสักที สองที ก็จริงอย่างที่อี้เฉินว่า ก่อนที่พวกเขาสองคนจะเก็บโทสะกลับไป "แล้วเจ้าไม่พักผ่อนมาทำบ้าอะไร อยู่เช่นนี้ อย่างน้อยๆ ก็น่าจะรักษาตัวเจ้าให้ดีก่อนไม่ใช่หรือ"
ชายชรา เอ่ยขัดจังหวะในทันที "พวกเจ้ารู้จักกันงั้นหรือ เปาเปาน้อย จางเหมยน้อย"
เปาเปา จางเหมย ครั้นที่ได้ยินน้ำเสียงของชายชราขัดจังหวะ พวกเขาหันไปมองที่ ผู้เฒ่าหลี่ ในทันที "ท่านผู้เฒ่าหลี่ เองงั้นหรือ นี่สหายของข้า ข้าขอโทษที่เสียมารยาทต่อหน้าท่าน ข้ารีบร้อนไปหน่อย เลยไม่ทันได้มองดูผู้ใด โปรดท่านอย่าเก็บมาใส่ใจ"
"เปาเปา จางเหมย เรื่องบางเรื่องเจ้า ก็อาจจะไม่เข้าใจ เหตุใดเจ้าต้องขุ่นเคือง เพื่อนของเจ้าเป็นฟืนเป็นไฟ ด้วยเล่า "ผู้เฒ่าหลี่เอ่ยเตือนสติของพวกเขาทั้งสองคนในทันที
"ข้าเข้าใจแล้ว ข้าขอโทษเจ้าด้วยอี้เฉิน"เปาเปาเอ่ยออกมาด้วยความจริงใจ เขาไม่ได้มีเจตนาไม่ดีต่อเพื่อนของเขา อยากจะให้อี้เฉินครุ่นคิดให้มากกว่านี้
จางเหมย นางเองก็ขอโทษพี่ใหญ่ ของนางในทันที ตัวนางก็รู้สึกผิดไม่น้อย แต่อย่างไร นางก็ไม่อาจรับได้กับ นิสัยที่ดื้อรั้นของอี้เฉิน
อี้เฉิน ยกยิ้มน้อยๆ ขึ้นมา "งั้นเจ้าไป เตรียมดินให้ข้า ข้าถึงจะยกโทษให้พวกเจ้า"
ครั้นเมื่ออี้เฉินเอ่ยวาจา เสร็จสิ้น พวกเขาทั้งสองก็ทำปากมุ่ยขึ้นมาในทันที เดินเข้าไปหยิบ อุปกรณ์ในการขุดดิน จากมือของอี้เฉินที่เปื้อนเลือด ในทันใด
จางเหมยนางมีท่าทีไม่ยอม แต่ครั้นเมื่ออี้เฉินจ้องมองไปที่นาง มันก็ทำให้นางกระอักกระอ่วนขึ้นมา เดินเข้าไปหยิบอุปกรณ์ในการขุดดิน จากผู้เฒ่าหลี่อย่างว่าง่าย
"ฝากไว้ก่อนเถอะ อี้เฉิน วันนี้ข้าจะยอมเจ้าไปก่อน"จางเหมย กล่าวออกมา ด้วยท่าที ไม่ให้อภัยอี้เฉินง่ายๆ ถึงอย่างไร นางก็เข้าข้างพี่หลินเฟยของนาง
อี้เฉินกล่าวให้ ผู้เฒ่าหลี่ เข้ามาพักภายใต้ต้นหลิวใหญ่ในทันใด ครั้นเมื่อให้เหล่าจอมยุทธ มาเตรียมดิน เพียงเวลาไม่ถึงหนึ่งก้านธูป แปรงเตรียมดิน ก็พร้อมจะเพราะปลูกเมล็ดพันธุ์ ลงไป
เปาเปา จางเหมย เอ่ยถามอี้เฉินในทันที ครั้นเมื่อพวกเขาเตรียมแปรงดินเสร็จสิ้น พวกเขา ไม่เข้าใจการกระทำของอี้เฉิน สักเท่าไรในยามนี้ "เจ้าจะปลูกเมล็ดพันธุ์อะไรกันแน่อี้เฉิน"
อี้เฉินไม่ได้เอ่ยพูดคำใดออกมา เขาเพียงโยนถุงเมล็ดพันธุ์ ที่มีอยู่ไม่กี่หยิบมือ ออกไปสองถุง ให้จางเหมยกับ เปาเปาในทันที ครั้นเมื่อเปาเปา เปิดถุงเมล็ดพันธุ์ออกดู แสงสีทองพร่างพราว สาดทอประกายออกมาในทันที จนแสบดวงตาน้อยๆ ของเขาในทันใด ยิ่งเปาเปามอง มันนานเท่าใดตัวเขา กลับเห็นมันเป็นเหมือนอัญมณี ล้ำค่าเสียมากกว่า ครั้นนึกถึงเวลาที่เสียไปได้ เขาสบถด่า อี้เฉินออกมาในทันที "เจ้าให้ข้า เตรียมดินตั้งมากมาย แต่เจ้ากลับมีเมล็ดพันธุ์ อยู่เพียงหยิบมือเนียนะ อี้เฉิน"
"เอาน่า เปาเปา ถือว่าช่วยเหลือท่านลุงหลี่"ครั้นเมื่ออี้เฉินเอ่ยคำพูดเสร็จสิ้น เขายกยิ้มให้เปาเปาในทันที
หลินเฟยนางที่ เปิดถุงเมล็ดพันธุ์ของนางออกมาดู นางก็มีท่าทีประหลาดใจอยู่ไม่น้อย ราวกับนางได้กลิ่นเลือด จากเมล็ดพันธุ์พวกนี้ แววตาทอแสงประกาย อยากจะรู้มันคือพันธุ์พืชอะไรกันแน่
ทั้งสองไม่รอช้าหว่านเมล็ดพันธุ์ลงไป เพราะปลูกในทันที ครั้นเมื่อเมล็ดพันธุ์สีทองอร่าม ตกลงสู่พื้นดิน กลับเกิดปรากฏการณ์ที่ แม้กระทั่งอี้เฉิน ก็ไม่อาจคาดคิดได้ ...อยู่ๆ เมล็ดที่ถูกโปรยลงไปเพียงไม่กี่หยิบมือกลับ ค่อยๆ แพร่กระจายปราณพลังของมันออกมา จากเปลือกสีทองของมัน ประหนึ่งมันกำลังหายใจ ดูดซับปราณพลังฟ้าดินเข้าไปอย่างไรอย่างนั้น ก่อนที่มันจะ ค่อยๆ ทิ่มแทงรากลงดิน เติบโตด้วยตัวของมันเอง อย่างรวดเร็ว ...ผ่านไปไม่กี่พันลมหายใจมันกลับแทงหน่ออ่อน น้อยๆ ขึ้นมาได้
เปาเปาที่เฝ้ามองเมล็ดพันธุ์ที่เขาปลูกด้วยตนเอง ดวงตาถึงกับเบิกโพลง ด้วยความไม่อยากเชื่อสายตา เฝ้ามองภาพอัศจรรย์ตา อย่างไม่กะพริบตา
ครั้นเมื่อ จางเหมย นางเห็นเมล็ดพันธุ์ ที่พี่เปาเปา หว่านลงดินเติบโตอย่างรวดเร็ว นางจ้องเขม็งมองไปที่เมล็ดพันธุ์ ที่นางปลูกในทันที แต่มันกลับไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง คิ้วของนางขมวดเข้าหากันในทันที เอ่ยถามอี้เฉินออกมาด้วยความร้อนรน นางกลัวว่าจะทำให้เมล็ดพันธุ์ที่นางเพาะปลูกเสียหาย "พี่ใหญ่อี้เฉิน เหตุใดเมล็ดพันธุ์ของข้า ถึงไม่เติบโตอย่างรวดเร็วเฉกเช่น ของพี่เปาเปาล่ะ หรือข้าปลูกผิดวิธีกัน"
ผู้เฒ่า หลี่เองก็แปลกใจเช่นกัน "มันคือเมล็ดพันธุ์อะไรกันแน่ เหตุใดมันถึงได้เติบโตรวดเร็วถึงเพียงนี้"
อี้เฉินยกยิ้มเกาหัวของเขาในทันที "ข้าเองก็ไม่รู้ แต่เท่าที่ข้าดู เมล็ดพันธุ์สีทองอร่าม มีความคล้ายคลึง กับข้าวสาลี ที่เราเพาะปลูกไม่น้อย แถมเหมือนมัน จะชอบปราณพลังฟ้าดินเป็นอย่างมาก เพียงเมล็ดพันธุ์ลงสู่พื้นดิน มันก็ค่อยๆ เติบโตด้วยตัวเองได้"
"ส่วนเมล็ดพันธุ์ที่จางเหมยเพาะปลูก เกรงว่าเราต้องหาสิ่งที่มันชอบ ให้มันได้ดูดซับจนเติบโต ไม่เช่นนั้นเมล็ดพันธุ์พวกนี้ จะต้องสูญเปล่าเป็นแน่"
"ข้าเองก็เห็นด้วย" ทั้งสอง เอ่ยพูดออกมาอย่างพร้อมเพรียง
...............พวกเขาลองสารพัดวิธี ทั้งรดน้ำให้มัน ส่งปราณพลังให้มันดูดซับ แม้กระทั่งตรวจดูความเป็นไปได้อื่นๆ ก็ไม่สามารถทำให้มันเติบโตได้ จนเวลาล่วงเลยไปถึงยามเย็นก็ยังไม่สามารถคิดหาวิธีได้ ครั้นเตรียมจะแยกย้ายกลับที่พักของตน
จู่ๆ อี้เฉินก็นึกถึงสีแดงสดของเมล็ดพันธุ์ได้ หรือมันจะเป็นที่เกิดเฉพาะพื้นที่ อย่างเช่นเติบโตจากการดื่ม เลือด อี้เฉินไม่รอช้าเดินเข้าไปภายในแปรงเพราะปลูกในทันที พวกเขาทั้งสามคนที่จ้องมองอี้เฉิน ถึงกับเบิกตาออกกว้าง เมื่ออี้เฉิน ใช้นิ้วตัวเองแทงฝ่ามือตนเอง สาดเลือดไม่กี่สิบหยดลงไปภายใน แปรงเพราะปลูก
ครั้นเมื่อเมล็ดพันธุ์ได้ดื่มกินเลือด มันกลับ เติบโตขึ้นมาอย่างรวดเร็ว ถึงอย่างไรเลือดภายในกายาของอี้เฉิน ก็ยังมีเลือดของ ชิงหลันที่ไหลเวียนอยู่ มันจึงเต็มไปด้วย พลังของสายเลือดบริสุทธิ์ อยู่หลายส่วน เมื่อเมล็ดพันธุ์ที่ได้ดื่มกินเลือดของอี้เฉิน เข้าไป มันจึงเติบโต แทงหน่ออ่อน ออกมาอย่างรวดเร็ว ส่งกลิ่นอายโลหิต ออกมาน้อยๆ ราวกับทุ่งเลือดสีแดงฉาน ที่พึ่งผ่านการฆ่าฟัน มาไม่นาน
"พี่อี้เฉิน สุดยอดไปเลย ในที่สุดก็หาของที่มันชอบเจอเสียที แต่ข้าว่ามันน่าขยะแขยงชอบกล" จางเหมย กล่าวออกมาด้วยความเห็นของนาง
เปาเปา รีบเอ่ยเตือนอี้เฉินในทันที กลัวอี้เฉิน จะคิดอะไรบ้าๆ ขึ้นมา อย่างเช่นนำเลือดตนเอง สาด เทลงไปภายในแปรงเพาะปลูก "เจ้าอย่ารีบร้อนนะอี้เฉิน ข้ารู้เจ้าคิดอะไรอยู่ เดียวข้าจะช่วยหาเลือดของสัตว์อสูรมาให้ เจ้าอย่าคิด รีบทำให้มันเติบโต"
ผู้เฒ่าหลี่ เองก็เอ่ยเตือนอี้เฉินด้วยเช่นกัน "การรีบร้อนเกินไป อาจจะนำพาเจ้า ไปสู่หนทางแห่งหายนะ"
อี้เฉินพยักหน้ารับคำพวกเขาในทันที ก่อนที่คนอื่นๆ จะทยอยแยกย้ายกันกลับที่พักของตน
ครั้นเมื่อ เปาเปากับจางเหมย เดินจากอี้เฉิน มาได้ไกลระดับหนึ่ง พวกเขาก็พูดคุยกันในทันที "พี่เปาเปา พี่ใหญ่อี้เฉิน จะรับฟังคำของท่านหรือเปล่า ข้าว่าเขาค่อนข้างดื้อรั้นไม่น้อย แม้แต่ข้าเองยังรู้สึก สงสารพี่หลินเฟย"
"ข้าเองก็คิดเช่นเจ้าจางเหมย หากเขาเป็นลูกของข้า ข้าจะตีเขาให้ก้นลายเลย"