ตอนที่13 ความเ็ปที่ถูกมองเห็น
“แม่คับน้องวินแต่งงานแล้วนะคับ” เด็กหนุ่มชูมือขึ้นมาอวดแหวนแต่งงานให้คนเป็แม่ได้รับรู้ แต่แล้วเสียงฟ้าร้องลั่นสนั่นหวันไหวทำเด็กหนุ่มสะดุ่งใ มือน้อยเกาะพรวดพราดไปบนลำแขนของชายหนุ่มทันที หากแต่ก็ต้องปล่อยมือออกทันทีที่ถูกสายตาดุๆ จ่องมองมา
ฟ้าร้องลั่นไม่หยุดตามมาด้วยเมฆดำที่ปกคลุมไปทุกพื้นทีค่อยๆ ปล่อยเม็ดฝนลงมาช้าๆ เป็สาย ติณภพขยับลุกขึ้นมายืน เขาเงยหน้ามองท้องฟ้าสลับกลับมามองภาพถ่ายใบเก่าหน้าเจดีบรรจุอัฐฐิของวาดจันทร์อย่างรวดร้าวในใจ สองมือกำเข้าหากันแน่นระงับความโศกเศร้าที่ไม่เคยจางหายเลือนลางไปจากหัวใจ มือใหญ่ลูบหน้าตัวเองที่ถูกน้ำฝนสัดสาด เขายิ้มออกมา ที่อย่างน้อยเม็ดฝนพวกนี้ก็ทำให้เขาไม่รู้สึกแย่ไปกว่านี้ ใช่ว่าเขาอยากจะให้ใครเห็นน้ำตาโดยเฉพาะเด็กคนนี้ที่เขาเกลียด ติณภพเดินออกมาเงียบๆ ท่ามกลายสายฝน ทิ้งให้ธนวินท์ยืนตากฝนมองตามหลังของเขา
“แม่คับน้องวินไปก่อนนะ….อาภพรอน้องวินด้วยคับ” เด็กชายตัวขาววิ่งฝ่าสายฝนตามหลังติณภพมาจนถึงรถ
สองคนนั่งตัวเปียกอยู่ในรถมาสักพักใหญ่ ติณภพหันมองเด็กหนุ่มที่นั่งเงียบสองมือค่อยๆ คลายแรงบีบที่กำพวงมาลัยรถไว้เมื่อเขาเริ่มได้สติหลุดจากพวังความคิดถึง ก็สตาร์ทเครื่องยนต์และกระชากรถขับออกไปจากลานวัดทันที
ขับรถออกมาได้สักพักใหญ่แล้วแต่ยังคงไม่มีบทสนธนาใดๆ เกิดขึ้นระหว่างกัน ธนวินท์หันมองเสี่ยวหน้าชายหนุ่มเป็ระยะๆ ตัวเขาไม่รู้ว่าติณภพเป็อะไร ไม่เคยเห็นชายหนุ่มเป็แบบนี้มาก่อนเลยสักครั้ง ใบหน้าดวงตาท่าทางที่ดูเหมือนคนหมดสิ้นหวังทุกอย่างแบบนั่น เขาไม่เคยเห็นมาก่อน เขาไม่เคยคาดคิดว่าชายหนุ่มจะมีมุมอ่อนแอแบบนี้เหมือนกัน คงเป็คำถามที่เด็กหนุ่มก็อยากรู้ว่าเพราะอะไร
‘ความอ่อนแอที่อาภพแสดงต่อหน้าแม่เขาเพิ่งจะได้เห็นมันครั้งแรก’
“อาภพคับ~” เขารวบรวบความกล้าเรียกชื่อชายหนุ่มออกมาทั้งที่ปากสันเทาฟันกดกระทบกันจากความหนาวสั่นของอุณภูมิร่างกายที่ลดต่ำลง
“มีอะไร!” เขาตอบเด็กหนุ่มกลับมาเสียงห้วนไม่มองหน้า แต่สายตายังคงแข็งกร้าว
“ป เปล่า~”
“เปล่าแล้วเรียกฉันทำไม”
“น้องวินแค่เป็ห่วง~” เด็กหนุ่มยังคงมองติณภพไม่ละสายตาด้วยความเป็ห่วงคนที่ตัวเองรัก
“หึ!”
เอียดดดดดดด!!!!!!!เสียงล้อรถบดถนนกระทันหันทำให้รถหยุดลงข้างทางท่ามกลายสายฝนที่ตกกระหน่ำ แต่ครั่งนี้ธนวินท์คาดเข้มขัดนิรภัยเรียบร้อยไม่งั่นศีรษะคงได้ชนเข้าคอนโทลหน้ารถอีกเป็แน่
“หึ! ฉันไม่เคย้าความห่วงใยจากเธอ!” เป็เสียงเรียบนิ่งที่พูดบอกด้วยความจริงจัง จริงใจเหมือนเย้ยหยัน
“อาภพ~” เสียงถอนหายใจของคนข้างกายทำเด็กหนุ่มสะอื่นออกมาอย่างกลั่นไม่อยู่แล้ว
“ฮึก~ทำไมละคับ” ติณภพไม่ได้ตอบคำถามของธนวินท์ แต่เขากลับถามคำถามที่ทำเด็กหนุ่มต้องส่ายหน้าปฏิเสธพัลวัล
“ทั้งหมดเป็แผ่นของคุณท่าน? …..หรือเธอตั้งใจสมรู้ด้วยอีกคน….” คำพูดกับสายตาเ็าอย่างที่ทำเป็ประจำและท่าทางห่างเหินของติณภพ ที่นั่งอยู่หลังพวงมาลัยรถทำเอาเด็กหนุ่มเสี่ยวสันหลังวาบส่ายหน้าพัลวัล เกิดความเงียบขึ้นอึดใจเมื่อความคลุมเครือเข้าปกคลุมบรรยากาศภายในห้องโดยสาร สายตาคาดคั่นเอาคำตอบของติณภพยิ่งทำให้เด็กหนุ่มประม่าพลันหลุบตามองต่ำเหมือนอับจนในคำตอบ ก่อนจะทำใจกล้าเงยหน้าขึ้นพูดตอบโต้กลับไปบ้าง
“น้องวินไม่ได้ทำ! อาภพอย่ามาใส่ร้ายกันมั่วๆ แบบนี้นะ! ไม่ได้ใช้แผนอะไรทั้งนั่นด้วย!” เด็กหนุ่มพูดอย่างมั่นใจ หากแต่เมื่อถูกสายตาเหยี่ยวสีนิลเข้มที่จับจ้องมองมาอย่างจับผิดก็ได้แต่หลบหลีกไม่อยากมองให้ต้องเจ็บ
“งั่นเล่ามาให้หมดทำไมถึงได้ไปอยู่ในห้องฉันคืนนั่น!”
“เล่าทำไม? น้องวินไม่รู้”
“ไม่รู้หรือแกล้งไม่รู้! เธอคิดว่าฉันโง่จนดูไม่ออกหรือไงวะ”
“ก็ไม่รู้~”
“ธนวินท์”
เพี๊ยยยยยยยยย!!!!!!!! เสียงตบพวงมาลัยรถทำให้โดนแตร่รถจนดังสนั่นหวั่นไหว่ทั่วท้องถนนในยามค่ำคืน ทำเอาเด็กหนุ่มสดุงไหว่ใตาเบิกกว้าง
“เล่า มา เดี่ยว นี้” ชายหนุ่มพูดเสียงเย็น เน้นทีละคำ ขยับเข้าไปใกล้าคว้าไหล่สองข้างของธนวินท์มาเขย่ากดดันคนเด็กกว่าจนหน้าซีดเผือด จนเมื่อเขาพอใจแล้วพลักร่างเล็กไปจมเบาะไว้ที่เดิม
“เจ็บฮือ~ ก็บอกว่าไม่รู้ไงคับ! น้องวินกลับเข้าบ้านมาตอนเย็น แค่ปวดหัวทานยาทานน้ำ แค่ดื่มน้ำกับยาที่ป้าน้อยเอามาให้แค่นั่น จากนั่นก็จำอะไรไม่ได้อีกแล้วคับ ตื่นมาอีกทีก็มาอยู่บนเตียงกับอาภพแล้ว แล้วก็เจ็บมากๆ ด้วย ฮึก~” บอกท่าทางจริงจังพร้อมเสียงสะอื่นไห้ แต่ท้ายประโยคกลับเบาหวิวท่าทางกระเง้ากระงอด เื่คืนนั่นทำเขาเกือบเข้าโรงพยาบาล โชคดีที่ติณภพพาหมอมาดูให้ถึงที่บ้าน
“เธอไม่ได้โกหก” สายตาคาดคั่นเอาคำตอบยังคงใช้คุมเกมส์เด็กน้อยตาใส่ให้จนมุมได้เสมอ
“น้องวินไม่ได้โกหกนะ ไม่เคยโกหกอาภพเลยสักครั้ง ฮึก~” ‘ทำไมไม่เชื่อกันบ้าง’ คำตอบของเด็กหนุ่มคงเป็จริงอย่างที่เ้าตัวพูดไว้ หากแต่ติณภพก็ยังไม่ปักใจเชื่ออยู่ดี แล้วไหนจะแสงจันทร์อีกคน ที่ติณภพไม่รู้ว่าท่านกำลังคิดอะไรอยู่กันแน่ ถึงได้ทำเื่แบบนี้กับหลานชายตัวเองได้
ติณภพนึกย้อนภาพเหตุการณ์วันนั้น เขาเองก็ดื่มน้ำจากป้าน้อยเช่นเดียวกับธนวินท์ ที่จริงเย็นวันนั่นเขามีนัดกับอัยวาที่พับอยู่ก่อนแล้ว
ร่างน้อยนุ่มนิ่มยั่วยวนเต็มไม้เต็มมือน่าฟัดจนทำเขาเสพสมจนเกือบรุ่งสาง ติณภพยังจำรสสวาทของค่ำคืนวันนั่นได้เป็อย่างดี ทั้งติดตาติดใจ คืนนั้นเขาฟัดร่างนุ่มนิ่มของธนวินท์ใส่เข้าไปไม่ยั้งมือ
“หึ” ‘เห็นตัวเล็กๆ แบบนี้ใครจะคิดละว่าหลานชายคุณท่านทำเขาแตกข้างในตัวมานับครั้งไม่ถ้วน’
……
ข้างนอกหน้าต่างรถฝนยังคงตกอย่างต่อเนื่อง ตามมาด้วยเสียงฟ้าร้องสนั่นหวั่นไหวไม่หยุด เด็กหนุ่มยกสองมือขึ้นมาปิดบังใบหูจากเสียงฟ้าร้องด้วยความกลัว ติณภพเองก็หลุดจากภวังค์ความคิดกลับมาเข้าเื่ที่อยากพูดกับเด็กหนุ่มให้รู้เื่อีกครั้ง
“ฉันมีข้อตกลงให้เธอ ส่วนเธอมีหน้าที่แค่ยอมรับและทำตามข้อตกลงนี้เท่านั่น”
“อาภพ~”
“ฉันจะอยู่กับเธอในฐานะอาหลานเท่านั่น” มือเล็กละลงจากใบหูสองข้างเขาได้ยินชัดเต็มสองหูว่าติณภพพูดอะไรบ้าง
“น้องวินไม่เข้าใจ?” ในแววตาที่เ็ปปฏิเสธทุกความห่างเหินที่ชายหนุ่มพร้อมจะหยิบยื่นมาให้เขา
“ สี่ปี หลังจากนี้อีกสี่ปีเธอเรียนจบเมื่อไหร่ ฉันขออิสระคืน”
“อาภพไหนว่าสี่ปีน้องวินเรียนจบแล้วเราจะจดทะเบียนสมรสกันไงคับ~” เด็กหนุ่มยังคงทวงถามเื่ที่ตัวเองก็ค้างคาใจเช่นกันว่าทำไม คนสองคนแต่งงานกันแล้วถึงไม่จดทะเบียนสมรสกันวันนี้
“ฉันจะทำหน้าที่เป็แค่ผู้ปกครองให้เธอจนกว่าจะเรียนจบ หลังจากนั้นคุณท่านคงยกตำแหน่งประทานบริษัทให้เธอ ถึงตอนนั่นฉันจะขอไปตามทางของฉัน” เขาพูดด้วยสติที่ครบถ้วนพูดบอกทุกความ้าที่อยากได้มานาน
“น้องวินไม่เข้าใจ ที่เป็แบบนี้เพราะตำแหน่งประทานบริษัทเหรอคับ อาภพอยากได้ตำแหน่งนี้มากก็เอาไปเลยคับน้องวินไม่เคย้า ไม่เคยอยากได้อยู่แล้ว น้องวินแค่อยากรักอาภพ แค่อยากให้เรารักกัน…” เด็กหนุ่มพูดทุกความในใจออกมาให้ติณภพได้รับรู้ทุกความรู้สึกของเขาเช่นกัน เขาเปิดเผยทุกอย่างที่ใจคิด ความคิดของเขาไม่เคยซับซ้อนรักแค่รักก็แสดงออกมาให้เห็นทั้งแววตาการกระทำ
“เธอฟังฉันนะธนวินท์ ฉันไม่เคยอยากได้ตำแหน่งอะไรทั้งนั่น ทุกอย่างที่ฉันทำให้ทุกวันนี้ก็เพราะบุญคุณของคุณท่านเท่านั่นทุกอย่างแค่บุญคุณต้องตอบแทน” ธนวินท์ส่ายหน้า ไม่อยากเข้าใจสิ่งที่ชายหนุ่มกำลังพูดเลยสักนิด ‘แค่บุญคุณเหรอแค่นั่นจริงๆ เหรอ’ เขาเจ็บกับคำว่าบุญคุณของติณภพแต่เพราะเคยพูดว่าจะไม่ยอมแพ้ถึงยังไงก็จะสู้ให้ถึงที่สุดในเส้นทางที่เลือกแล้ว
“แต่น้องวินเป็เมียอาภพแล้ว อย่าทำแบบนี้ซิคับ น้องวินไม่ให้อาภพเลิกหร่อกนะ ฮึก~”
“เมียเหรอ? เป็แล้วก็เลิกเป็ได้!” คำปรากาศลั่นของติณภพยิ่งตอกย้ำให้เด็กหนุ่มเข้าใจว่าไม่เคยมีความรักเกิดขึ้นใจของชายหนุ่มเลย
“ไม่ หึก~ อือ~ไม่ยอมหร่อกน้องวินไม่ให้อาภพเลิกกับน้องวินหร่อกคับฮึก~สี่ปีก็สี่ปี สี่ปีนี้วินจะทำให้อาภพรักให้ได้”หัวใจเขาเ็ปแค่ไหนติณภพไม่มีทางรู้ แต่เด็กหนุ่มยังคงมั่นใจว่าเขาจะทำมันให้ได้อย่างที่พูดไว้
“หึไม่มีทาง!”
"ใจร้าย~"ชายหนุ่มไม่ได้พูดอะไรตอบกลับไปอีกแล้ว เขายังคงมั่นใจในความรู้สึกของตัวเอง เขาคงไม่สามารถลบล้างความเกลียดชั้งที่มีต่อเด็กหนุ่มไปได้เพียงเวลาแค่สี่ปีนี่แน่นอน
มือใหญ่หมุ่นพวงมาลัยรถขับออกไปจากบริเวณนั่นทันที เขาเหยียบคันเร่งจนสุด จนรถคันโตพุ่งทะยานไปข้างหน้าด้วยความเร็ว สายฝนที่ตกลงมาก็ไม่มีทีท่าว่าจะหยุดลงง่ายๆ สองมือเล็กกอดตัวเองทั้งหวาดกลัวกับความเร็วรถที่พุ่งไปข้างหน้าทั้งหนาวสั่นจากร่างกายที่เปียกชุมไปด้วยน้ำฝน
อีบุ๊ค MEB : https://www.mebmarket.com/ebook-256815-ไม่เคยคิดที่จะรัก-Not-Love
อีบุ๊คpinto : https://pintobook.com/ebooks/64dba66cfdab70b633c7eb82