เจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่

    เล่มที่ 2 บทที่ 50 ความลับของซูเจี่ยนอัน (1)

            ซูเจี่ยนอันเหนื่อยจนไม่อยากจะพูดอะไรเธอให้พ่อครัวช่วยทำบะหมี่ให้หนึ่งชาม หลังอาบน้ำเสร็จก็เดินไปกิน จากนั้นจึงกลับห้องเพื่อเข้านอนทันที

            เธอรีบเสียจนประตูห้องนอนยังไม่ได้ปิดสนิทดีลู่เป๋าเหยียนเดินเข้ามาช่วยปิดผ้าม่านให้เธอ จากนั้นค่อยๆ ดึงผ้าห่มที่เธอนอนทับอยู่มาห่มบนตัวเธอให้เรียบร้อย

            วันนี้เธอดูว่าง่ายกว่าทุกทีเธอนอนขดตัวอยู่ใต้ผ้าห่มดั่งเด็กทารกที่อยู่ในครรภ์ ไม่ขยุกขยิกไม่เตะผ้าห่มแม้แต่น้อย

            ลู่เป๋าเหยียนขยับมือจะไปเตะเธอหลายครั้งแต่สุดท้ายก็เปลี่ยนใจเดินออกจากห้องไป

            เหมือนเมื่อตอนเที่ยงที่เขาอยู่ข้างเธอซูเจี่ยนอันไม่รู้ตัวเลยสักนิดว่าเขาเข้าห้องมา

            ซูเจี่ยนอันนอนยาวจนถึงห้าโมงกว่าเธอรู้สึกเหมือนหลับไปเป็นศตวรรษ ร่างกายได้พักผ่อนเต็มที่เธอบิดขี้เกียจแล้วค่อยๆ ลุกขึ้นนั่ง ถึงได้รู้สาเหตุที่ทำให้ตนนอนได้เต็มอิ่มขนาดนี้คงเป็นเพราะผ้าม่านที่ถูกปิดไว้จนห้องมืดสนิทสินะ

            ว่าแต่ก่อนนอนเธอเดินไปปิดมันเหรอ?

            ตอนนั้นร่างกายเธอเหมือนถึงขีดจำกัดตัวเองเดินมานอนบนเตียงตอนไหนยังจำไม่ได้ ปิดผ้าม่านยิ่งไม่ต้องพูดถึง

            อาจเป็นเพราะลักษณะงานที่ทำให้เธอต้องใส่ใจรายละเอียดในเรื่องมากมายทำให้ในชีวิตจริงเธอกลายเป็นคนไม่ค่อยใส่ใจเรื่องเล็กน้อยพวกนี้ซูเจี่ยนอันเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วจึงลงไปข้างล่างและมุ่งหน้าตรงไปยังห้องครัวทันที

            ลุงสวีนึกว่าเธอจะเตรียมมื้อค่ำให้กับลู่เป๋าเหยียนจึงพูดพลางยิ้มว่า

            “คุณผู้หญิงไม่ต้องรีบก็ได้นะครับ คุณชายยังหลับอยู่เลยครับ”

            ซูเจี่ยนอันได้แต่ยิ้มน้อยๆกลับไป “ลุงสวีคะ ช่วยหาหม้อเก็บความร้อนให้หนูหน่อยสิคะ”

            ลุงสวีเหมือนจะเข้าใจอะไรบางอย่างรอยยิ้มเมื่อครู่ถึงกับชะงักไปแต่เขาก็ยังคงไปหาของให้ซูเจี่ยนอันตามที่ได้รับสั่ง

            ซูเจี่ยนอันจัดการทำอาหารอย่างรวดเร็วเธอต้มซุปสองอย่าง แล้วจึงลงมือผัดกับข้าว

            ผ่านไปหนึ่งชั่วโมงอาหารทุกอย่างก็เสร็จเรียบร้อย ซุปก็ต้มจนได้ที่แล้ว

            ซูเจี่ยนอันนำซุปกระดูกหมูใส่ลงในหม้อเก็บความร้อนจากนั้นเธอและคนรับใช้อีกคนจึงช่วยกันยกกับข้าวอย่างอื่นออกไปวางที่ห้องอาหาร

            ลู่เป๋าเหยียนตื่นลงมาพอดีซูเจี่ยนอันยิ้มแล้วพูดกับเขาว่า

            “กินข้าวได้แล้ว”

            ลู่เป๋าเหยียนอารมณ์ขุ่นมัวมาตลอดทั้งวันจนกระทั่งเห็นรอยยิ้มสดใสของซูเจี่ยนอันเมื่อครู่

            “อืม”เขาตอบกลับไปด้วยสีหน้านิ่งเฉย จากนั้นจึงเดินไปนั่งที่โต๊ะอาหาร

            ตอนนี้ทั้งเรื่องข่าวฉาวของเขากับหานรั่วซีทั้งเรื่องที่เขาจะนำของมาเซอร์ไพรส์เธอซูเจี่ยนอันพยายามกล่อมตัวเองให้ลืมมันไปให้หมดเธอตักซุปให้ลู่เป๋าเหยียนเหมือนอย่างเคยจากนั้นจึงก้มหน้าก้มตากินข้าวไม่พูดไม่จา

            คิ้วของลู่เป๋าเหยียนขมวดมุ่น

            “เธอหิวมาก?”

            ซูเจี่ยนอันเงยหน้าขึ้นทันที“นายต่างหากที่โง่1!”

            พูดจบก็นึกขึ้นได้ว่าตัวเองฟังผิดเขาไม่ได้กำลังว่าเธอ ซูเจี่ยนอันยกนิ้วลูบปลายจมูกตัวเองอย่างเขินๆและก้มหน้ากินข้าวต่อไป

            “เปล่าหลังจากนี้ฉันมีเรื่องต้องทำน่ะ”

            อยู่ๆ เธอก็รู้สึกอิ่มขึ้นมาเธอวางตะเกียบลงและเดินไปหยิบหม้อซุปที่เตรียมไว้ในห้องครัวจากนั้นก็ตั้งท่าจะเดินออกไปข้างนอกแต่ขณะที่เธอกำลังจะหยิบกุญแจรถก็มีคนมารั้งมือเธอไว้

            เธอหันกลับไปมองก็พบว่าคือลู่เป๋าเหยียน

            “จะไม่บอกฉันหน่อยเหรอว่าเธอจะไปไหน”

            สายตาอ่านยากของเขาถึงจะไม่แสดงอารมณ์ทว่ากลับให้ความรู้สึกเหมือนมีอะไรกำลังคุกรุ่นอยู่ภายใน

            ซูเจี่ยนอันตอบไปอย่างไม่ค่อยมั่นใจ“ฉันจะไปโรงพยาบาล”

            “ไปเยี่ยมเจียงเส้าข่าย?” ลู่เป๋าเหยียนถาม

            “อืม” ซูเจี่ยนอันพยักหน้า“เขาน่าจะฟื้นแล้ว”

            ลู่เป๋าเหยียนแย้มยิ้มซูเจี่ยนอันดูไม่ทันว่าเป็นรอยยิ้มธรรมดาหรือเป็นรอยยิ้มเยาะเย้ยตัวเองกันแน่เขาก็หุบยิ้มไปเสียก่อน จากนั้นจึงปล่อยมือเธอ

            “งั้นฉันไปนะ”

            ซูเจี่ยนอันหยิบกุญแจรถแล้วจึงเดินไปที่โรงจอดเธอขับ SLK 350 คันเดิมที่เคยขับมาก่อนหน้านี้ตรงไปโรงพยาบาลทันที

            เจียงเส้าข่ายฟื้นตั้งแต่ช่วงบ่ายแล้วตอนนี้เขากับลั่วเสี่ยวซีที่ไม่รู้มาตั้งแต่เมื่อไรกำลังเล่นเกม Fruit Ninja ใน iPad กันอย่างเมามัน

            หางตาของลั่วเสี่ยวซีมองไปเห็นหม้อซุปที่อยู่ในมือซูเจี่ยนอันจึงถามขึ้นว่า

            “เธอพกของอร่อยอะไรมา”

            “ซุปกระดูก”

            ลั่วเสี่ยวซีตาเป็นประกายและเพราะถูกเบนความสนใจมือจึงเผลอไปฟันโดนระเบิดเข้า แสงสว่างจ้าเต็มหน้าจอในทันทีเจียงเส้าข่ายชนะแล้ว

            เจียงเส้าข่ายขยับนิ้วเล็กน้อยพลางพูดขึ้นว่า

            “ลั่วเสี่ยวซีชีวิตนี้เธอจะเอาชนะฉันสำเร็จสักรอบไหมเนี่ยเหมือนที่เธอตามจีบซูอี้เฉิงยังไงก็จีบไม่ติดไม่มีผิด”

            ลั่วเสี่ยวซีถลึงตาใส่เจียงเส้าข่ายเธอทำท่าเหมือนจะไปจิ้มแผลเขา

            “ขืนพูดมากอีกฉันทำแผลนายฉีกแน่!”

            ว่าแล้วเธอก็เปิดหม้อซุปจนกลิ่นหอมโชยฟุ้งไปทั่วห้องลั่วเสี่ยวซีรีบวิ่งไปล้างชามเพื่อเตรียมตัวลงมือกินในทันที

            ซูเจี่ยนอันนั่งลงตรงเก้าอี้ข้างเตียงแล้วถามเจียงเส้าข่าย “เป็นยังไงบ้าง”

            “ยาชาหมดฤทธิ์แล้วปวดสุดๆ” เจียงเส้าข่ายทำหน้าตาน่าสงสาร

            “เล่นเกมชนะลั่วเสี่ยวซีได้แบบนั้นใครจะไปเชื่อนาย” ซูเจี่ยนอันสวนกลับ

            เจียงเส้าข่าย “...”

            ลั่วเสี่ยวซีหยิบชามออกมาแล้วจึงลงมือตักซุปให้เจียงเส้าข่าย

            “เดี๋ยวจะหาว่าฉันดูแลคนป่วยอย่างนายไม่ดี”

            “เธอมาแย่งซุปฉันกินนี่เรียกดูแลฉันดี?”

            “...ฉันกำลังช่วยนายนะ”ลั่วเสี่ยวซีพูดอย่างมั่นใจ “หม้อใหญ่ขนาดนี้นายกินคนเดียวไม่หมดหรอก”

            ซูเจี่ยนอันเพลียที่จะดูสองคนนี้เถียงกันจึงเดินไปค้นกระเป่าลั่วเสี่ยวซี ลั่วเสี่ยวซีพกมือถือมาให้เธอด้วยตามที่คิดเพราะมือถือเธอแบตหมดแล้ว เธอจึงยืมสายชาร์ตของเจียงเส้าข่ายจากนั้นจึงกดเปิดเครื่อง

            มีสายที่ไม่ได้รับเป็นสิบๆสาย จากคนคนเดียวกัน...

            ‘ลู่เป๋าเหยียน’

            เธอมองดูเวลาเขาโทรมาช่วงเช้าของเมื่อวานตอนที่ข่าวฉาวของเขากับหานรั่วซีเพิ่งออกมาพอดี

            ที่แท้เขาก็โทรหาเธอเขาอยากจะพูดอะไรกันนะ จะอธิบายเรื่องของเขากับหานรั่วซีอย่างนั้นเหรอ

            ลั่วเสี่ยวซีเห็นซูเจี่ยนอันนั่งจ้องมือถืออย่างเหม่อลอยเธอเติมซุปอีกถ้วยพลางพูดว่า

            “จ้องอะไรขนาดนั้นมีคนโอนเงินล้านมาให้เธอหรือไง”

            ซูเจี่ยนอันวางมือถือลงแล้วปล่อยให้มันชาร์ตต่อไปจากนั้นจึงเบนความสนใจตัวเอง

            “บ่ายเมื่อวานไปสัมภาษณ์กับโมเดลลิ่งมาไม่ใช่เหรอเป็นยังไงบ้าง”

            “ก็ไม่เป็นไง”ลั่วเสี่ยวซีถอนหายใจ “เป็นบริษัทเล็กๆ ในบริษัทมีแต่สาวสวยทั้งนั้น พวกเขาซื้อ Chanel มาสองใบคนละสีกันเสร็จแล้วก็บอกว่าถ้าใครยอมไปกินข้าวกับบอส คนนั้นก็จะได้สะพายมัน”

            “...”

            “สิ่งที่ฉันต้องการคือเวทีที่จะทำให้ฉันเจิดจรัสไม่ใช่บอสรวยๆ สักหน่อย” ลั่วเสี่ยวซีไม่กินเนื้อสัตว์เป็นอาหารเย็นจึงตักเนื้อติดกระดูกไปให้เจียงเส้าข่าย “ถ้าจะต้องไปกินข้าวเพื่อหาเงินล่ะก็ฉันกลับบ้านไปกินข้าวกับพ่อฉันก็หมดเรื่อง”

            เธอเคยกินข้าวกับพ่อเพื่อหาเงินมาแล้วตามที่พูดตอนนั้นเธอเอาแต่เที่ยวเล่นข้างนอก และสลัดพวกบอดี้การ์ดของที่บ้านทิ้งตลอดเวลาพ่อเธอโมโหจนระงับบัตรเครดิตทุกใบของเธอ พ่อบอกเธอว่าถ้าเธอไปกินข้าวทุกอาทิตย์กับเขา ก็จะให้เงินสดเธอใช้เธอจะได้เรียนรู้การคุยธุรกิจไปในตัว

            ลั่วเสี่ยวซีเชื่อฟังพ่อเป็นอย่างดีเธอแต่งตัวเซ็กซี่สุดเย้ายวนไปกินข้าวกับเขาทุกครั้งไม่ว่าจะลูกค้าหรือพนักงานในบริษัทต่างพากันประจบพ่อเธอไม่ขาดสายพ่อเธอโกรธจนโรคหัวใจแทบกำเริบสุดท้ายจึงยอมยกเลิกการระงับบัตรเครดิตของเธอเพื่อตัดรำคาญ

            “แล้วเธอจะเอาไงต่อ” ซูเจี่ยนอันถาม

            “รอสิจะต้องมีบริษัทใหญ่ๆ มาขอให้ฉันเซ็นสัญญาด้วยแน่นอน!”

            ลั่วเสี่ยวซีตอบด้วยรอยยิ้มบางครั้งเธอก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเธอไปเอาความมั่นใจมาจากไหนเธอมักจะเชื่อมั่นในอะไรบางอย่างโดยไม่มีเหตุผล เหมือนกับที่เธอเชื่อว่าสักวันหนึ่งซูอี้เฉิงจะต้องชอบเธอในตอนนี้เธอก็เชื่อในตัวเองว่าตัวเองจะต้องได้เซ็นสัญญากับบริษัทยักษ์ใหญ่และโด่งดังอย่างแน่นอน

            เจียงเส้าข่ายพูดเสียงเอื่อย“โมเดลลิ่งเจ้าใหญ่สุดในประเทศ ไม่ใช่บริษัทในเครือตระกูลลู่ Lu Media หรือไง”

            Lu Media? ซูเจี่ยนอันรู้สึกคุ้นหู

            ลั่วเสี่ยวซีรับไม่ได้กับสีหน้างงงวยของซูเจี่ยนอันจึงบอกไปว่า “บริษัทสามีเธอไง!”

            ซูเจี่ยนอันถึงบางอ้อ“งั้นกลับไปฉันช่วยถามเขาให้ดีไหม”

            “ไม่เอา!”ลั่วเสี่ยวซีปฏิเสธอย่างมีศักดิ์ศรี “ได้ยินมาว่าบรรดาผู้จัดการของ Lu Media สายตาเฉียบคมกันทั้งนั้นเดี๋ยวพวกเขาคงจะมาหาฉันเองแหละ!”

            พูดจบลั่วเสี่ยวซีก็หิ้วกระเป๋าเดินออกจากห้องไป

            คิดจะมาก็มาจะไปก็ไปซูเจี่ยนอันกับเจียงเส้าข่ายคิดอย่างชาชิน

            เจียงเส้าข่ายพูดกับซูเจี่ยนอัน“ไปปิดประตูทีสิ ฉันมีอะไรจะถามเธอ”

            ซูเจี่ยนอันทำตามที่เขาบอกเธอเดินกลับมาพลางมองหน้าเขาอย่างสงสัย

            “ทำเป็นลึกลับไปได้ตกลงนายจะถามอะไรฉัน”

            “คืนวันก่อนทำไมอยู่ๆ เธอถึงไปที่เกิดเหตุกะทันหันกลางดึกแบบนั้น”

            “ฉันอยากกลับไปหาเบาะแสเพิ่มเติมน่ะสิเผื่อว่าอาจจะมองข้ามจุดไหนไป ศาสตราจารย์เคยพูดไว้ไม่ใช่เหรอว่าให้เชื่อสัญชาตญาณตัวเอง เวลาเจอทางตัน ให้ย้อนกลับไปยังจุดเริ่มต้นอีกครั้งเพราะฉะนั้นฉันก็เลย...”

            “ฉันรู้ว่าเธอเป็นคนจริงจังกับงาน”เจียงเส้าข่ายขัดซูเจี่ยนอันกลางคัน“แต่ฉันไม่เคยรู้มาก่อนว่าเธอจะจริงจังขนาดนี้”

            ซูเจี่ยนอันนิ่งไป“นายอยากจะพูดอะไรกันแน”

            “วันก่อนเธอพยายามบังคับตัวเองให้โฟกัสกับงานขนาดเวลากินข้าวยังนั่งคิดเรื่องงานไปด้วย ตอนเย็นก็ไม่ยอมกลับบ้านพอตกดึกก็ไปที่เกิดเหตุอีก...” เจียงเส้าข่ายจ้องตาซูเจี่ยนอัน“ฉันเป็นเพื่อนกับเธอมาเจ็ดปี รู้จักเธอดีแค่ไหนเธอก็รู้เธอกล้าปฏิเสธไหมล่ะว่าไม่ได้เอาเรื่องงานมาเป็นข้ออ้างไม่ให้คิดถึงเรื่องอื่น?”

            สิ่งที่เธอแอบซ่อนเอาไว้ในส่วนลึกของจิตใจถูกคำพูดของเจียงเส้าข่ายขุดมันออกมาวางไว้ตรงหน้าจนหมด

            เจียงเส้าข่ายหย่อนระเบิดชิ้นสุดท้าย

            “เธอคิดว่าตัวเองปิดได้มิดงั้นเหรอคนทั้งออฟฟิศมองออกกันหมด ทุกคนเลยไม่กล้าพูดเรื่องลู่เป๋าเหยียนกับหานรั่วซีออกมาไง”

            ซูเจี่ยนอันหลุบตาลงต่ำ“งั้นฉันคงต้องขอบคุณพวกนายมาก”

            ถ้าหากพวกเขามาถามเอาความจริงจากเธอว่าสองคนนั้นนอนด้วยกันจริงหรือเปล่า เธอคงเป็นบ้าแน่ๆ

            “เจี่ยนอันเรามาย้อนความหลังกันหน่อย” เจียงเส้าข่ายลุกขึ้นนั่ง “ตอนเรียนจบมหาวิทยาลัยฉันกับลั่วเสี่ยวซีถามเธอเล่นๆ ว่า มีคนมากมายมาตามจีบเธอแต่ทำไมถึงไม่ตกลงปลงใจกับใครเสียที หรือว่าเพราะมีคนที่ชอบอยู่แล้วตอนนั้นเธอนิ่งไป พวกเราเลยถือว่านั่นคือคำตอบรับ แต่เธอก็ไม่ยอมบอกสักทีว่าคนคนนั้นคือใคร”

            “ไม่กี่เดือนก่อน จู่ๆ เธอก็มาบอกว่าจะแต่งงานกับลู่เป๋าเหยียนเธอพูดว่าระหว่างพวกเธอไม่ได้มีใจให้กันที่แต่งงานก็เพราะความปลอดภัยของเธอและเพื่อไม่ให้พี่ชายเธอเป็นห่วงแถมยังบอกอีกว่า เขากับหานรั่วซีต่างหากที่เหมาะสมกันในสองปีข้างหน้าพวกเธอก็จะหย่า”

            “ฉันเกือบเชื่อไปแล้วว่าเธอไม่ได้คิดอะไรกับลู่เป๋าเหยียนแต่หลังจากที่เธอแต่งงานกับเขา สภาพจิตใจของเธอเหมือนตกอยู่ในการควบคุมของเขาเช้าวันที่เขามาหาเธอเพราะเธอทำโอทีทั้งคืนเธอยิ้มไม่หุบทุกวันเมื่อวานพอข่าวฉาวของเขากับหานรั่วซีออกมาเธอก็กลายเป็นคนบ้างาน เพื่อทำให้ตัวเองดูปกติที่สุด”

            “เจี่ยนอันเธอไม่ได้เปลี่ยนใจไปชอบคนอื่นแต่คนที่เธอชอบมาตลอดหลายปีคนนั้นก็คือลู่เป๋าเหยียนใช่หรือเปล่า”

    *********************

    1 คำว่า 饿 (è) ที่แปลว่า “หิว” ในภาษาจีนออกเสียงคล้ายกับคำว่า 二 (èr) ที่เป็นคำสแลง แปลว่า “โง่”

    คล้ายกับเรื่องเจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่ ที่คุณอ่าน

    การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว]

    การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    289K 908
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    169K 382
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    862K 774
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    94K 1199
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    484K 1138
    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    295K 786