มารฟ้าพิชิตสวรรค์

    ตอนที่ 154 : กวาดล้างกองโจร

    ตอนที่ 154 

      

    สายลมเย็นยะเยือกพัดผ่านซากปรักหักพังของค่ายโจร เสียงครวญครางของเหล่าผู้บาดเจ็บดังระงมท่ามกลางความเงียบสงัด แสงจันทร์สาดส่องลงบนดาบชิงหลงที่อยู่ในมือของชิงเทียน สะท้อนประกายเย็นเยียบออกมา 

      

    "เจ้าจะต้องชดใช้!" 

      

    ชาหลัวคำราม ดวงตาแดงก่ำด้วยความโกรธแค้น พลังปราณระดับสี่ขั้นกลางแผ่ออกมาราวกับพายุที่พร้อมจะโถมกระหน่ำทุกสิ่ง 

      

    ชิงเทียนเพียงแค่ยกยิ้มมุมปากอย่างไม่ยี่หระ  

      

    "ชดใช้? พวกเจ้าต่างหากที่ต้องชดใช้ให้กับสิ่งที่ทำกับชาวบ้าน" 

      

    "หึ คนอ่อนแอก็ต้องเป็นเหยื่อผู้แข็งแกร่งสิถึงจะถูก" 

      

    สิ้นคำ ร่างของชาหลัวก็พุ่งเข้าใส่ด้วยความเร็วที่น่าเหลือเชื่อ หมัดที่อัดแน่นไปด้วยพลังปราณหมายจะบดขยี้ร่างของชิงเทียนให้แหลกคามือ แต่ชิงเทียนก็หลบได้อย่างฉิวเฉียด พร้อมกับตวัดดาบชิงหลงเข้าใส่ คมดาบผ่าอากาศด้วยความเร็วสูง ชาหลัวเบี่ยงตัวหลบได้ทัน แต่เสื้อคลุมกลับขาดวิ่น เผยให้เห็นรอยแผลยาวที่ปรากฏเลือดซึมออกมาเล็กน้อย 

      

    "มัวเหม่ออะไรอยู่! รีบจัดการมันสิว่ะ!" 

      

    ชาหลัวสั่งเสียงลั่น เหล่าลูกน้องที่เหลือรอดต่างกรูเข้ามาจากทุกทิศทาง อาวุธนานาชนิดถูกเงื้อขึ้นหมายจะสังหารชิงเทียน 

      

    เยี่ยกวานจงที่พาหญิงสาวกลุ่มหนึ่งมาหลบอยู่ด้านหลังอดไม่ได้ที่จะกลืนน้ำลายลงคอ  

      

    "บ้าจริง! เยอะขนาดนี้จะรับมือไหวได้ยังไง?" 

      

    "ไม่ต้องห่วง" 

      

     ชิงเทียนกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น  

      

    "ข้าบอกแล้วไงว่าจะคุ้มกันพวกเจ้าเอง" 

     

     

      

    ร่างของชิงเทียนเคลื่อนไหวราวกับสายลม ดาบชิงหลงในมือราวกับมีชีวิต ฟาดฟัน ป้องกัน และตอบโต้ทุกการโจมตีอย่างแม่นยำและเฉียบคม ทุกครั้งที่ดาบสัมผัสกับร่างของศัตรู จะมีสายลมอันคมกริบฉีกกระชากทุกสิ่งโดยรอบส่งให้สมุนชาหลัวถูกสังหารไปทีละคน 

      

    ซินเมิ่งหยูและกวนเสี่ยวหรงที่ตามมาสมทบ ต่างขว้างเข็มพิษที่ชิงเทียนมอบให้เข้าใส่ศัตรูที่พยายามจะเข้าประชิดตัวชิงเทียน พิษร้ายแรงออกฤทธิ์ในทันที เซียนขั้นต้นล้มลงโดยไม่มีโอกาสได้ส่งเสียงร้อง ส่วนทางด้านกู่ไท่หยางยืนอยู่ด้านหลังกลุ่มหญิงสาว คอยระแวดระวังภัยรอบด้าน แม้จะไม่ได้เข้าร่วมการต่อสู้โดยตรง แต่สายตาของเขาก็จับจ้องอยู่ที่ชิงเทียนอย่างไม่วางตา ความแข็งแกร่งและความเด็ดเดี่ยวของชายหนุ่มทำให้เขาอดทึ่งไม่ได้ 

      

    การต่อสู้ดำเนินไปอย่างดุเดือด เลือดสีแดงสดกระเซ็นเปรอะเปื้อนพื้นดิน เสียงอาวุธปะทะกันดังสนั่นหวั่นไหว แต่ถึงกระนั้น จำนวนศัตรูก็เริ่มลดน้อยลงเรื่อยๆ ภายใต้การนำของชิงเทียน พวกเขาสามารถต้านทานการโจมตีที่ถาโถมเข้ามาได้อย่างน่าเหลือเชื่อ 

      

    ชาหลัวกัดฟันกรอด มองดูลูกน้องล้มตายด้วยความเจ็บใจ เขาไม่เคยคิดเลยว่าการบุกโจมตีหมู่บ้านเล็กๆ แห่งนี้จะนำมาซึ่งหายนะครั้งใหญ่หลวงเช่นนี้ 

      

    "แกมันปีศาจ!" 

      

    ชาหลัวตะโกนเสียงดัง ก่อนจะรวบรวมพลังปราณทั้งหมดที่มี ปล่อยออกมาเป็นการโจมตีครั้งสุดท้าย พลังปราณสีม่วงเข้มก่อตัวเป็นรูปลักษณ์ของหมาป่าขนาดใหญ่ พุ่งตรงเข้าใส่ชิงเทียนด้วยความเร็วราวกับสายฟ้า 

      

    ชิงเทียนสูดลมหายใจลึก ดวงตาเปล่งประกายสีทองออกมา ดาบชิงหลงในมือสั่นไหวเล็กน้อย ก่อนที่เขาจะปลดปล่อยพลังที่แท้จริงออกมา 

      

    ดาบชิงหลงถูกยกขึ้นเหนือศีรษะ พลังปราณรวมตัวกันเป็นคมดาบก่อนจะพุ่งเข้าปะทะกับร่างหมาป่าสีม่วงอย่างรุนแรง 

    เสียงระเบิดดังกึกก้อง แสงสีดำและสีม่วงปะทะกันจนเกิดเป็นคลื่นพลังที่แผ่กระจายออกไปโดยรอบ ทุกคนที่อยู่ในบริเวณนั้นต่างต้องยกมือขึ้นมาบัง 

      

    เมื่อแสงสว่างจางหายไป ร่างของหมาป่าสีม่วงก็สลายกลายเป็นไอพลัง ส่วนร่างของชาหลัวก็ทรุดฮวบลงกับพื้น เลือดสีแดงไหลทะลักออกจากปาก บาดแผลฉกรรจ์ปรากฏอยู่ทั่วร่าง 

    ชิงเทียนค่อยๆ ลดดาบลง มองร่างที่ไร้ชีวิตของชาหลัวด้วยสายตาที่เฉยเมย 

      

    "จบเสียที..." 

      

    เขากล่าวเบาๆ ก่อนจะหันกลับไปมองกลุ่มหญิงสาวที่ยืนตัวสั่นเทาอยู่ด้านหลัง 

      

    "พวกเจ้าปลอดภัยแล้ว" 

      

    ชิงเทียนกล่าวด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนลง 

    เยี่ยกวานจง กู่ไท่หยาง ซินเมิ่งหยู และกวนเสี่ยวหรง ต่างมองหน้ากันด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย พวกเขาเพิ่งได้เห็นพลังที่แท้จริงของชิงเทียน และมันก็เกินกว่าที่พวกเขาจะจินตนาการไว้มากนัก 

      

    ค่ำคืนอันโหดร้ายค่อยๆ ผ่านพ้นไป แสงอาทิตย์แรกเริ่มสาดส่องขึ้นมาบนผืนดินที่เต็มไปด้วยซากปรักหักพัง ชิงเทียนและพรรคพวกได้ช่วยเหลือชาวบ้านที่ถูกจับกุมไว้ได้สำเร็จ แม้จะต้องแลกมาด้วยการต่อสู้ที่เสี่ยงอันตราย แต่พวกเขาก็ไม่เสียใจกับสิ่งที่ได้ทำลงไป 

      

    ผืนดินที่ยังคงอบอวลไปด้วยกลิ่นคาวเลือดและเถ้าถ่านจากการต่อสู้ ชิงเทียนยืนอยู่บนเนินดินเตี้ยๆ มองไปยังซากปรักหักพังของค่ายโจรที่บัดนี้เหลือเพียงร่องรอยความพินาศที่เขาเป็นผู้ก่อ 

      

    สายลมพัดเอื่อยมา แบกเอาความเงียบงันและความสูญเสียมาด้วย ชิงเทียนหลับตาลงครู่หนึ่ง สูดลมหายใจลึกราวกับต้องการซึมซับความรู้สึกนี้เข้าไปในจิตใจ  

      

    "ชิงเทียน" 

      

    เสียงเรียกเบาๆ ทำให้เขาเปิดเปลือกตาขึ้น เยี่ยกวานจงเดินเข้ามาพร้อมกับผ้าพันแผลในมือ ใบหน้าของเขายังคงมีร่องรอยความเหนื่อยล้า แต่แววตากลับฉายแววชื่นชมอย่างปิดไม่มิด 

      

    "เป็นอย่างไรบ้าง?" 

    ชิงเทียนถามด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่ม 

      

    "ชาวบ้านส่วนใหญ่ปลอดภัยดี มีเพียงบางคนที่ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย กู่ไท่หยางกำลังช่วยดูแลพวกเขาอยู่" 

    เยี่ยกวานจงตอบ  

      

    "ข้าไม่เคยคิดเลยว่าเจ้าจะแข็งแกร่งถึงเพียงนี้ รูปแบบกับดักที่พวกโจรวางไว้ซับซ้อนมาก แต่เจ้ามองออกในคราวเดียว" 

      

    ชิงเทียนเพียงแค่ยิ้มบางๆ "ประสบการณ์สอนให้ข้ารู้จักวิธีรับมือกับสิ่งเหล่านี้" 

      

    ซินเมิ่งหยูและกวนเสี่ยวหรงเดินตามมาสมทบ ซินเมิ่งหยูถือถ้วยน้ำสมุนไพรที่ปรุงจากพืชที่เธอเก็บได้ในป่า 

      

    "ดื่มนี่สิ มันจะช่วยให้เจ้ารู้สึกดีขึ้น" 

      

    ชิงเทียนรับถ้วยน้ำสมุนไพรมาจิบช้าๆ รสชาติขมอมหวานช่วยให้ความเหนื่อยล้าคลายลงไปบ้าง 

      

    "ขอบคุณ" เขากล่าว 

      

    "ก่อนหน้านี้เจ้าใช้เคล็ดวิชาอะไรกันแน่?" กวนเสี่ยวหรงถามด้วยความอยากรู้อยากเห็น  

      

    "ดาบขนาดยักษ์ที่ตกลงมาจากฟ้า...พลังทำลายที่ทรงพลังขนาดนี้ ต่อให้เป็นศิษฝ่ายในก็ไม่มีทางมีเคล็ดวิชาระดับนี้แน่" 

      

    ชิงเทียนเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ  

      

    "ทุกคนย่อมมีความลับเป็นของตัวเอง เลิกเซ้าซี้ข้าสักที ดีไม่ดีถ้าหากเจ้าทำข้าหงุดหงิดขึ้นมา ดาบเล่มนั้นอาจจะตกลงบนตัวเจ้าก็ได้นะ" 

      

    "เจ้า!!" 

      

    กวนเสี่ยวหลงโกรธจนหน้าแดงไปถึงในหู เธออุตส่าห์พูดดีด้วยแล้วแต่ดูเหมือนว่าชิงเทียนจะยังกวนประสาทเธอไม่เลิก 

      

    ชิงเทียนไม่ต้องการเปิดเผยถึงพลังที่แท้จริงของดาบชิงหลงและที่มาของมัน หากผู้ทรงพลังคนใดคนหนึ่งรู้เข้า เกรงว่าเขาคงจะลำบากขึ้นกว่าเดิม 

      

    ในขณะนั้น กู่ไท่หยางเดินเข้ามาพร้อมกับชาวบ้านกลุ่มหนึ่ง ใบหน้าของชาวบ้านเต็มไปด้วยความเคารพและซาบซึ้ง หญิงสาวคนหนึ่งกล่าวด้วยน้ำตาคลอเบ้า  

      

    "พวกท่านคือผู้มีพระคุณที่แท้จริงของพวกเรา" 

      

    ชิงเทียนมองไปยังดวงตาที่เต็มไปด้วยความหวังของพวกเขา ความรู้สึกอันหนักอึ้งปรากฏขึ้นภายในใจ เขาพูดว่าตนเองเป็นคนดีไม่ได้เต็มปากแต่ถึงอย่างนั้นการได้ช่วยเหลือคนอื่นก็ไม่ได้แย่เสียทีเดียว 

      

    หลังจากพักผ่อนและฟื้นฟูร่างกายได้เล็กน้อย ชิงเทียนและพรรคพวกก็เตรียมตัวออกเดินทางพร้อมกับชาวบ้านที่ได้รับการช่วยเหลือ 

      

    "แน่ใจแล้วหรือว่าจะไม่พักผ่อนอีกสักหน่อย?" 

      

    เยี่ยกวานจงถามด้วยความเป็นห่วงเนื่องจากการต่อสู้เมื่อคืนค่อนข้างหนักหน่วงมาก ถึงอย่างนั้นมันก็เป็นมุมมองของคนส่วนใหญ่ สำหรับชิงเทียนแล้วนี่เรียกการต่อสู้ไม่ได้เลยด้วยซ้ำแต่เป็นการสังหารหมู่เสียมากกว่า 

      

    "ข้าสบายดี" ชิงเทียนตอบ 

      

    "ยิ่งเดินทางถึงหมู่บ้านหยกขาวเร็วเท่าไหร่ ชาวบ้านเหล่านี้ก็จะยิ่งปลอดภัยมากขึ้นเท่านั้น" 

      

    การเดินทางเป็นไปอย่างช้าๆ เนื่องจากชาวบ้านส่วนใหญ่ยังมีสภาพร่างกายที่อ่อนแอ ชิงเทียนและพรรคพวกผลัดกันดูแลพวกเขาตลอดทาง ซินเมิ่งหยูใช้ความรู้ด้านสมุนไพรของเธอรักษาอาการบาดเจ็บเล็กน้อยให้กับชาวบ้าน ส่วนกู่ไท่หยางก็ใช้ร่างกายที่กำยำแบกคนเจ็บหนักไว้บนบ่า 

      

    ในที่สุดพวกเขาก็เดินทางมาถึงหมู่บ้าน ญาติของคนที่ถูกจับตัวไปหลังจากที่ได้พบคนในครอบครัวตนเองก็กลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่อยู่พวกเขาโอบกอดกันร้องไห้ด้วยความยินดี 

      

    "กลุ่มโจรออกอาระวาดโจ่งแจ้งเช่นนี้ ทำไมพวกท่านไม่ไปแจ้งทางการ" ชิงเทียนกล่าวถามผู้ใหญ่บ้าน 

      

    "พวกเราเคยพยายามขอความช่วยเหลือจากทางการแล้ว แต่ดูเหมือนว่าพวกเขาจะไม่สนใจปัญหาในพื้นที่ห่างไกลเช่นนี้" ผู้ใหญ่บ้านแสดงสีหน้าท้อแท้ 

      

    เป็นเรื่องที่พอเข้าใจได้ หมู่บ้านที่ห่างไกลเช่นนี้มักถูกละเลยเป็นธรรมดา อีกอย่างการจะกวาดล้างกลุ่มโจร จำเป็นต้องใช้ยอดฝีมือจำนวนมาก ไม่มีทางที่บรรดาหัวเมืองจะยอมเสียกำลังพลโดยใช่เหตุ 

      

    เพื่อเป็นการตอบแทนพระคุณชาวบ้านที่อาศัยอยู่ที่นั่น พวกเขาจัดเตรียมที่พัก รวมถึงจัดงานเลี้ยงฉลอง แม้ว่าอาหารในคลังเสบียงจะเหลือไม่มากนักพวกเขาก็เต็มใจที่จะนำออกมา 

      

    ชิงเทียนที่เห็นเช่นนั้นได้แต่ปฏิเสธ กลับกันเขาให้เสบียงส่วนนึงแก่ชาวบ้านไว้สำหรับผ่านฤดูหนาวที่กำลังจะมาถึง จากนั้นจึงแยกกันไปพักผ่อนเพื่อเตรียมเดินทางในวันรุ่งขึ้น 

     

    --------------------------- 

      

    หายไปนานสำหรับซีรีส์นี้ แต่ก็กลับมาสานต่อแล้วครับ ขอโทษผู้อ่านด้วยครับ