เว่ยอี้หานกลับเข้ามาในห้องนอนอีกครั้ง มู่เสี่ยวหลันที่เตรียมใจเอาไว้แล้วว่าอะไรจะเกิดมันก็ต้องเกิดจึงเป็นฝ่ายทักขึ้นมาก่อนว่า
“คุณกลับมาแล้ว”
“อืม”
“คุณคงทำใจได้บ้างแล้วใช่ไหมคะ แล้ว… แล้ว… คุณจะทำอย่างไรกับฉันต่อไป ” มู่เสี่ยวหลันกลั้นใจถามเว่ยอี้หานออกไปตรง ๆ เธอจะได้ตัดสินใจถูกว่าจะทำอย่างไรต่อไปกับชีวิตใหม่นี้ดี
“ผม คงต้องถามคุณแล้วล่ะว่าคุณคิดจะทำอย่างไรต่อไป เพราะผมไม่รู้ว่าคุณยังอยากที่จะอยู่กับผมและลูก ๆ อีกต่อไปไหม แล้วก็…”
เว่ยอี้หานพูดยังไม่ทันจบมู่เสี่ยวหลันก็รีบตอบกลับทันที
“อยากสิค๊ะ! ทำไมจะไม่อยากล่ะ คุณก็รู้ว่าฉันไม่มีใครเลยที่นี่นอกจากครอบครัวของคุณและเด็ก ๆ ที่สำคัญตอนนี้ฉันเป็นแม่ของพวกเขานะ คุณอย่าลืมสิว่าฉันออกแรงเบ่งออกมาเองตั้งคนหนึ่งแหนะ คุณห้ามพรากลูกพรากแม่ออกจากกันสิ บาปกรรมนะคุณ ระวังลูกไม่รักนะ”
“ผมก็ไม่เคยคิดที่จะพรากคุณกับลูก ๆ สักหน่อย แต่คุณก็รู้ใช่ไหมว่า ถ้าคุณอยากอยู่กับลูกทั้งสองคนก็ต้องรวมพ่อของลูก ๆ เข้าไปด้วยน่ะ” เว่ยอี้หานถามพร้อมจ้องตามู่เสี่ยวหลันที่ตกใจจนหน้าเหวอ อ้าปากค้างตั้งแต่ที่ได้ยินชายหนุ่มตรงหน้าพูดจบ
ด้านเว่ยอี้หานเมื่อเห็นปฏิกิริยาของอีกฝ่ายเขาก็นึกตกใจกับคำพูดของตัวเองเช่นกัน ที่เหมือนกับต้องการให้เธอรับเขาเป็นสามีด้วยนอกจากการเป็นพ่อของลูก ที่ก่อนหน้านี้ตัดสินใจว่าจะค่อย ๆ ให้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์เรื่องระหว่างเขากับเธอว่าจะเป็นไปในทิศทางไหน กลับกลายเป็นว่าเขาเผลอทำตามความต้องการลึก ๆ ที่ซ่อนอยู่ในหัวใจโดยการผูกมัดเธอในทันที และก็ได้คำตอบที่แสนจะเกินคาดจากหญิงสาวว่า
“เอาสิ ได้สองแถมหนึ่งโคตรคุ้ม เนื้อเข้าปากหมาเอ้ย!อ้อยเข้าปากช้างชัด ๆ ผัวหนึ่งลูกสองฉันเลี้ยงไหว ^0^” มู่เสี่ยวหลันยิ้มแป้นแล้นถูกใจหนักหนากับข้อเสนอที่อีกฝ่ายยื่นให้
“ฮึฮึ ภาษาประหลาดอะไรก็คุณอีกแล้ว พิลึกคน” เว่ยอี้หานส่ายหัวจนใจและไม่อาจสรรหาถ้อยคำมาอธิบายให้กับความแปลกของผู้หญิงตรงหน้า แต่เพราะความแปลกและแตกต่างนี่แหละที่ทำให้เธอดูน่าค้นหาและน่าสนใจ เหมือนมีคนเข้ามาเติมสีสันให้กับชีวิตที่ราบเรียบและแสนจะจืดชืดของเขา
“ ผมไม่ได้อยากให้คุณอยู่เพราะของที่คุณมีสักหน่อยเสี่ยวหลัน และผมก็ไม่บังคับให้คุณทำตามความต้องการของทำด้วย ขอให้คุณทำตามสิ่งที่คุณต้องการจริง ๆ เท่านั้น และผมจะไม่เอาลูกทั้งสองคนมาผูกมัดคุณด้วยผมสัญญา แต่…ตอนนี้ผมขอถามคุณอีกสักเรื่องได้ใช่ไหม ถ้าหากคุณไม่อยากตอบก็ไม่เป็นไรนะ ผมเคารพการตัดสินใจของคุณ”
“อะไรเหรอ ถ้าคุณอยากรู้อะไรก็ถามมาได้เลย แต่ฉันว่าฉันบอกความลับของฉันกับคุณไปหมดทุกอย่างแล้วนะ” มู่เสี่ยวหลันได้ยินคำพูดที่ผ่านมาของชายหนุ่มเธอก็เริ่มมั่นใจแล้วว่าอีกฝ่ายก็คงมีความรู้สึกดี ๆ ให้เธออยู่บ้างเหมือนกันและหากเขาอยากรู้เรื่องอะไรเพิ่มเธอก็พร้อมที่จะตอบโดยไม่ปิดบังเช่นกัน เพราะเธออยากเริ่มใช้ชีวิตกับเขาอย่างจริงใจนั่นเอง
“ก็น่าจะเกี่ยวกับตัวคุณจริงนั่นแหละ ก็ทั้งการที่อยู่ ๆ แม่ไก่ก็ออกไข่วันละสองฟอง ผักที่ปลูกไว้โตเร็วจนน่าเหลือเชื่อ อีกทั้งผลไม้ที่ออกเต็มต้นที่สวนหลังบ้านอีก เป็นฝีมือคุณใช่ไหม แล้วมีอย่างอื่นที่ผมไม่รู้อยู่อีกหรือเปล่า”
“แฮะ แฮะ รู้ด้วยเหรอ ที่จริงแล้วก็มีอีกนั่นแหละ เฮ้อ… มัน อธิบายยากแฮะ ไหนยื่นมือคุณมานี่สิ”
เว่ยอี้หานไม่คิดอะไรมากเพียงยื่นมือข้างขวาไปตรงหน้ามู่เสี่ยวหลัน ส่วนอีกคนก็จับหมับที่ฝ่ามือผู้ชายในทันที
พรึ่บ!!!
“เฮ้ย! พาเข้ามาได้จริงด้วย” มู่เสี่ยวหลันยิ้มแป้นถูกใจ ในที่สุดเธอก็หาแรงงานมาช่วยเธอปลูกพืชในมิติเพิ่มได้หนึ่งอัตรา
“ที่นี่มันที่ไหนเหรอคุณ แล้วลูก ๆ ล่ะ ” เว่ยอี้หานที่อยู่ ๆ ก็โผล่มาที่ไหนก็ไม่รู้ เขารู้สึกตกใจจนหน้าเหวอเผลอหลุดจากมาดผู้ชายจริงจังเหมือนในยามปกติ
“ก็ในมิติที่ฉันบอกคุณไปก่อนหน้านี้ไง ส่วนลูกก็ยังนอนหลับอยู่ในห้องนอนนั่นแหละ คุณไม่ต้องห่วงหากลูกตื่นนอนแล้วฉันสามารถได้ยินเสียงของพวกเขาได้ เอาเป็นว่าฉันจะพาคุณไปดูทุกอย่างในมิตินี้ก็แล้วกันนะ”
“ตามใจคุณเถอะ ถ้าสามารถได้ยินเสียงลูกได้จากภายในมิตินี้ได้ผมก็วางใจแล้ว”
“เอาละ ที่คุณถามฉันก่อนหน้านี้ทั้งเรื่อง แม่ไก่ออกไข่วันละสองฟอง ผักที่ปลูกไว้โตในชั่วข้ามคืน ต้นไม้ที่ออกลูกเต็มต้น คำตอบก็คือน้ำที่อยู่ในสระนี้นี่แหละ
อ้อ! แล้วก็อีกอย่างพวกคุณทุกคนก็ยังอาบและกินน้ำจากน้ำในสระนี้เหมือนกัน ความลับทุกอย่างก็มาจากสระน้ำนี้นี่แหละ ฉันแอบเอาออกไปให้พวกคุณใช้ข้างนอกเอง
คุณไม่เคยสงสัยเลยเหรอว่าสองอาทิตย์ที่ผ่านมา ทำไมคุณทำงานเหนื่อย ๆ กลับมาทุกวันแต่ทำไมยังมีแรงเหลือมาช่วยฉันเลี้ยงลูกทั้งคืนจนแทบไม่ได้หลับไม่ได้นอน พอเช้ามาคุณก็ยังไปทำงานได้โดยที่ไม่รู้สึกเหนื่อยหรือง่วงนอนเลยสักนิด
ที่สำคัญฉันคิดว่าอาการบาดเจ็บที่ปอดของคุณก็น่าจะหายดีแล้ว เพราะแม้แต่ฉันเองอาการบาดเจ็บจากการคลอดลูกก็ยังหายตั้งแต่วันแรกก็เพราะดื่มน้ำจากสระนี้นี่แหละ”
“ อืมขอบคุณนะที่คุณมีน้ำใจเผื่อแผ่ให้กับครอบครัวผมด้วย ” เว่ยอี้หานกล่าวขอบคุณมู่เสี่ยวหลันด้วยความซาบซึ้งโดยเฉพาะอาการบาดเจ็บภายในของเขาที่น่าจะหายดีแล้วในตอนนี้ มิน่าช่วงเกือบสองอาทิตย์ที่ผ่านมาเขาถึงไม่รู้สึกเจ็บที่หน้าอกเลยสักครั้ง
และตามจริงแล้วครอบครัวของเขาก็ถือว่าเป็นเพียงคนแปลกหน้าที่บังเอิญเธอต้องเข้ามาอยู่ร่วมด้วย มู่เสี่ยวหลันจึงไม่จำเป็นต้องทำทุกอย่างที่เธอทำก่อนหน้านี้ก็ได้ เพราะนั่นอาจจะทำให้เธอเสี่ยงตกอยู่ในอันตรายได้หากมีคนรู้ความลับของเธอเข้า แต่เพราะเธอเป็นคนมีน้ำใจจึงได้คอยช่วยเหลือพวกเขาอย่างลับ ๆ แบบนี้
มู่เสี่ยวหลันเห็นเว่ยอี้หานขอบคุณเธอหน้าตาจริงจัง ก็ทำตัวไม่ถูกและรู้สึกเขินขึ้นมา จึงตอบกลับเขาไปในแบบขำขันเพื่อผ่อนคลายบรรยากาศระหว่างทั้งสองคนเนื่องจากเธอเริ่มจะทำตัวไม่ถูกแล้วในตอนนี้
“แหมคุณ ไม่ต้องจริงจังขนาดนั้นก็ได้ เรื่องแค่นี้เอง คุณไม่รู้ก็รู้ไว้ซะว่าฉันสวยและใจดีมาก ที่สำคัญภรรยาที่มากับนิ้วทองคำ(สูตรโกงมิติลับ)แบบฉันคุณจะสามารถหาที่ไหนได้อีกคะ เพราะฉะนั้นรักษาเอาไว้ให้ดี ๆ นะ คิกคิก” แค่พูดยังไม่พอมู่เสี่ยวหลันยังส่งยิ้มพร้อมกับขยิบตาให้เว่ยอี้หานอีกด้วย
เว่ยอี้หาน "..." ทั้งอึ้งทั้งเขินอายแทนกับนิสัยของเธอ ที่แปลกและแตกต่างกับผู้หญิงทุกคนในยุคนี้ที่เขาเคยเจอมาตั้งแต่เกิด
พอเห็นหน้าเข้ม ๆ ของเว่ยอี้หานแดงก่ำลามมาจนถึงหูของเขาทั้งสองข้าง มู่เสี่ยวหลันหัวเราะคิกคักชอบใจ นี่แหละน้า...หนุ่มน้อยหรือจะมาสู้เจ๊ใหญ่อย่างเธอได้อย่างไรกัน
ช่างน่าเอ็นดูจริงจริ๊งพ่อหนุ่มน้อย ความลับก็แตกไปแล้วต่อจากนี้ไปเธอจะเป็นตัวของตัวเองสักที ไม่ต้องแอ๊บเป็นคนอื่นอีกแล้ว เธอจะเดินหน้าต่อไม่รอแล้วนะ อยากมีปั๋วววววกับเขาสักที ^0^ ลัลลัลล้า
สุดหล่อเตรียมตัวรับการจู่โจมจากเจ๊หลันคนนี้ได้เลย หึหึหึ
เว่ยอี้หานที่ยังไม่รู้ตัว… ว่าโดนเล็งเอาไว้ก็รู้สึกใจหวิว ๆ ขนลุกซู่ววววว ขึ้นมาทันที
เจอการรุกจีบจากมู่เสี่ยวหลันโดยไม่ทันตั้งตัวเว่ยอี้หานก็ถึงกับบื้อใบ้พูดอะไรไม่ออก พอทำตัวไม่ถูกจึงหันมองซ้ายทีขวาทีเป็นการแก้เขิน ก็โดนผู้หญิงที่ตัวเองสนใจอยู่เดินหน้าจีบ ผู้ชายตัวโต ๆ แบบเขาก็ถึงกับไปไม่เป็นอยู่เหมือนกัน
แม้ว่าตอนนี้จะมีสถานะเป็นสามีภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมาย แต่เมื่อได้รู้ความจริงแล้วตอนนี้พวกเขาก็เป็นเพียงคนแปลกหน้าที่เพิ่งจะรู้จักกัน แต่มีความรู้สึกสนิทสนมชิดใกล้มากกว่าปกติเท่านั้นเอง( เหรอจ๊ะพ่อ)
มู่เสี่ยวหลันคิดว่าวันนี้เธอควรอ่อยหนุ่มแค่เล็กน้อยพอกรุบกริบเสียก่อน เดี๋ยวมากไปไก่จะตื่นตกใจไปซะก่อน อีกทั้งต้องรีบทำเวลาพาเว่ยอี้หานไปดูให้ทั่วเสียก่อน ก่อนที่เด็กน้อยทั้งสองคนจะตื่นขึ้นมาแล้วร้องไห้โยเยเพราะหิวนม
“นี่คุณ ฉันพาคุณไปดูอีกที่ดีกว่า คุณหันหลังกลับไปมองดูทางด้านหลังนั่นสิ”
เว่ยอี้หานหันหลังกลับไปมองที่ด้านหลังตามที่มู่เสี่ยวหลันบอก
“เอ่อ ในนี้ยังมีตึกหน้าตาแปลก ๆ อยู่ด้วยเหรอคุณ ”
" ตึกนั่นก็คือร้านอาหารแล้วก็ยังเป็นบ้านหลังแรกของฉันในอดีต ที่ฉันเคยเล่าให้คุณฟังว่าฉันเคยเป็นเชฟมาก่อน เอ่อ… เรียกอีกอย่างก็แม่ครัวนั่นแหละ " เห็นเว่ยอี้หานทำหน้าสงสัยมู่เสี่ยวหลันจึงได้อธิบายเพิ่ม
“แล้วทำไมตึกนี้มันถึงแตกต่างดูแปลกตา ไม่เหมือนกับร้านหรือตึกทั่ว ๆ ไปที่ผมเคยเห็นในตัวเมืองมาก่อนเลย ”
“ก็ตึกนี้ฉันจ้างให้สถาปนิกออกแบบและตกแต่งตามแบบสถาปัตยกรรมของยุโรปผสมผสานกับความทันสมัยเข้าไว้ด้วยกัน มันถึงไม่แปลกที่คุณจะไม่เคยเห็นตึกแบบนี้มาก่อน เพราะในยุคสมัยที่ฉันจากมาบ้านเมืองและเทคโนโลยีพัฒนาก้าวหน้ามากกว่ายุคนี้ไปไกลมาก อาคารรูปร่างหน้าตาแปลก ๆ ก็มีให้เห็นอยู่ทั่วไป โดยเฉพาะในเมืองใหญ่ ๆ ”
“คุณ ช่วยเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับอนาคตให้ผมฟังหน่อยได้ไหม ผมอยากรู้ว่ามีอะไรที่แตกต่างจากตอนนี้บ้าง”
“ได้สิ ถ้าคุณอยากรู้อะไรฉันก็จะเล่าให้ฟัง แต่เอาไว้ให้มีเวลาก่อนนะแล้วฉันจะค่อย ๆ เล่าให้คุณฟังทีหลัง ตอนนี้ฉันจะพาคุณไปดูที่นี่ให้ทั่วเสียก่อน และที่บ้านชั้นบนก็น่าจะมีอัลบั้มรูปถ่ายที่ฉันเคยถ่ายเก็บไว้อยู่ แต่ฉันยังไม่มีเวลาสำรวจในมิตินี้จริง ๆ จัง ๆ ดูสักที ฉันว่าตอนนี้เรารีบเข้าไปด้านในกันก่อนเถอะก่อนที่เจ้าเหมียวน้อยทั้งสองจะตื่นขึ้นมาซะก่อน” มู่เสี่ยวหลันพูดถึงลูกชายทั้งสองคนด้วยความเอ็นดูพร้อมกับถือโอกาสเดินไปจับมือของเว่ยอี้หานให้เดินตามเธอเข้าไปยังด้านในตึกด้วยกัน
ซึ่งหากเว่ยอี้หานไม่มัวแต่จ้องมือของตัวเองที่โดนหญิงสาวจับจูงอยู่ตอนนี้ เขาก็จะได้เห็นว่าเธอกำลังทำหน้ายิ้มกริ่มอย่างเจ้าเล่ห์น่าหยิกแก้มมากแค่ไหนที่มีโอกาสหลอกแตะอั๋งจับมือของผู้ชายที่ชอบโดยที่อีกฝ่ายไม่ทันรู้ตัวหรือตั้งตัวไม่ทันก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน
สัมผัสนุ่มนิ่ม จากมือเล็กเรียวสวยที่กำลังเดินกุมมือของเขาอยู่ ทำให้เว่ยอี้หานที่เดินตามมาทางด้านหลังถึงกับมุมปากกระตุกขึ้นเป็นรอยยิ้มบาง เพราะเขาเองก็ชอบสัมผัสและความรู้สึกจากคนที่จูงมือเขาอยู่ในตอนนี้แบบที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อนเลยในชีวิตนี้ และหวังว่าจะได้เดินจูงกันไปแบบนี้ไปอีกนานแสนนาน
“นี่คือร้านอาหารของฉัน ที่ขายทั้งอาหาร ขนมหวานแล้วก็เครื่องดื่ม หากมีโอกาสฉันก็อยากจะเปิดร้านอาหารของตัวเองอีกสักครั้งในอนาคต แต่ก็คงต้องรออีกสองสามปีนู่นล่ะ ต้องรอให้สถานการณ์บ้านเมืองดีขึ้นกว่านี้ก่อน” มู่เสี่ยวหลันอธิบายพร้อมกับเกริ่นถึงแผนการในอนาคตของตัวเองที่เธอคิดเอาไว้ก่อนหน้านี้
“นี่คุณหมายความว่าประเทศของเรากำลังจะมีการเปลี่ยนแปลงเหรอ ” เว่ยอี้หานรู้สึกว่าเขากำลังได้รับข่าวสำคัญที่เป็นความลับสุดยอด และไม่อาจให้ใครล่วงรู้ได้ เขาจึงถามมู่เสี่ยวหลันทันทีที่ได้ยินด้วยความตกใจ
อย่าลืมว่าในอดีตเว่ยอี้หานนั้นเคยเป็นทหารที่คอยดูแลความสงบปกป้องประเทศทั้งภายนอกและภายในอยู่หลายปีแม้แต่ในเหตุการณ์ไม่สงบภายในประเทศหลาย ๆ ครั้งเขาก็ต้องเข้าร่วมไปปฏิบัติภารกิจด้วยเช่นกัน ดังนั้นเมื่อได้ยินสิ่งที่มู่เสี่ยวหลันกล่าวพาดพิงถึงเมื่อกี้นี้ทำให้เขาถึงกับอึ้งตกใจไปไม่น้อย
“อะ เอ่อ คือว่าฉันก็ยังไม่ค่อยแน่ใจนักว่าฉันย้อนกลับมาในอดีตของประเทศจีนในปี 1975 หรือหลุดมาอยู่ที่อีกมิติหนึ่งที่มีลักษณะคล้ายกันกับโลกที่ฉันจากมาเพียงแต่มีความเหลื่อมล้ำทางด้านเวลากันประมาณสี่สิบกว่าปี เพราะปีที่ฉันจากมานั้นมันเป็นปี ค.ศ. 2021 แล้วน่ะ”
“ตอนที่คุณจากมาคุณอายุเท่าไหร่เหรอ ”
“นี่! คุณไม่เคยได้ยินมาก่อนเหรอ ว่าห้ามถามอายุผู้หญิงเพราะมันหยาบคายน่ะ!” มู่เสี่ยวหลันแกล้งโวยวายเสียงดังกลบเกลื่อนที่โดนถามถึงอายุเมื่อชีวิตก่อน ก็เธอไม่อยากให้เขารู้นี่นา ว่าอายุจริงของเธอมากกว่าเขาจนสามารถเป็นแม่ลูกกันได้ เพราะมันโคตรรู้สึกกระอักกระอ่วนใจ ฝันไปเถอะว่าเธอจะยอมบอกเขาเรื่องอายุจริง เพราะเธอกลัวว่าเขาจะมองเธอเป็นผู้อาวุโส! ในขณะที่เธออยากได้เขามาเป็นผัว เอ้ยสามี! T0T
เว่ยอี้หาน “…” มันต้องเป็นความลับอันยิ่งใหญ่สัญชาตญาณของเขาบอกอย่างนั้น แต่เขาก็ไม่คิดที่จะบังคับหรือเซ้าซี้ถามเพิ่มหากเธอไม่อยากบอกจริง ๆ เพราะถึงอย่างไรนั่นก็เป็นเพียงเรื่องในอดีตเท่านั้น แต่ก็อดที่จะพูดแหย่หญิงสาวไม่ได้เพราะท่าทางของเธอในตอนนี้มันดูน่าแกล้งจริง ๆ
“ไม่นี่ ผมไม่เคยเห็นจะได้ยินมาก่อนเลย ทำไมเหรอ หรือว่าคุณอายุเยอะกว่าผมมากก็เลยไม่อยากบอก ฮ่าฮ่าฮ่า คุณไม่ต้องอายไปหรอกนะเพราะถึงยังไงตอนนี้คุณก็อายุน้อยกว่าผมตั้งหนึ่งปี”
“ยี่สิบเก้า” มู่เสี่ยวหลันหลับตาปี๋กลั้นใจโกหกลดอายุให้ตัวเองลงไปอีกสิบปี
เว่ยอี้หาน * 0 *