ระบบครองยุทธภพ

    บทที่ 56 อันตราย

            บทที่ 56 

            อันตราย 

            ไก่ตัวโตที่วางข้างหน้าถูกกินไปถึงครึ่งตัวน่องไก่ภายในมือถูกกินจนเหลือประมาณครึ่งซีกผู้อาวุโสที่ถือน่องไก่ภายในมือทำการวางน่องไก่ภายในมือของตนเองลง 

            อาวุโสเทียนเหอกำลังนั่งอยู่กับหมวดคิ้วทั้งสองข้างเข้าหากันใบหน้าเต็มไปด้วยความจริงจังขนาดที่ไก่ภายในปากยังคงเคี้ยวอยู่ 

            ตาที่จริงจังคู่นั้นมองตรงไปยังบริเวณประตูหมู่บ้านทางทิศตะวันออกประสาทสัมผัสเหยียบพรมขนาดที่ครอบคลุมรัศมีไกลกว่าหนึ่งร้อยลี้สามารถสัมผัสได้อย่างชัดเจนอันตรายที่มันกำลังคืบคลานเข้ามา

            หลินชวนกำลังยืนจ้องมองเหล่าผู้คนที่พาแห่กันไปลงทะเบียนในการทำภารกิจครั้งนี้ดวงตาของเขาเหลือบกลับมามองที่อาวุโสด้านหลังหนึ่งคราท่าทางที่ผิดปกติไปของผู้อาวุโสเริ่มสังเกตได้ว่ามีบางอย่าง 

            คนผู้นั้นส่งสายตาไปด้านหลังหนึ่งครามองตรงไปยังผู้คุ้มกันของตนเองพยักหน้าราวกับว่าสั่งการบางอย่าง 

            ผู้คุ้มกันร่างกายสูงใหญ่ที่อยู่บริเวณด้านหลังก้าวถอยหลังไปอย่างเงียบสงัดวิ่งตรงออกจากสถานที่แห่งนี้อย่างรวดเร็ว 

            ผู้อื่นอาจจะมองไม่เห็นความผิดปกติในส่วนนี้แต่หลี่หยางที่กำลังจ้องมองท่าทางของอีกฝ่ายตั้งแต่เริ่มต้นเลยไหมค่าสายตาเลยแม้แต่วินาทีเดียวเขามองเห็นท่าทางผิดปกติของคนเหล่านั้นที่แสดงออกมา 

            และในขณะที่กำลังนั่งอยู่นั่นเองข้อความจากระบบเบื้องหน้ามันก็ได้แจ้งเตือนขึ้น

             ----

            ระบบ:ตรวจพบอันตราย

            ----

            ตาทั้งสองข้างของบุรุษหนุ่มเบิกกว้างอย่างตกตะลึง‘ นี่มันอะไรกัน? ’ 

            ‘ ข้อความจากระบบแจ้งเตือนขึ้นมาโดยที่ไม่มีศัตรูอยู่ภายในบริเวณนี้งั้นเหรอ?’ เขาใช้เวลาหลายสิบวินาทีในการหยุดคิดเกี่ยวกับเรื่องราวที่มันเกิดขึ้น 

            ข้อความเตือนภัยอันตรายที่เตือนขึ้นด้านหน้าทั้งที่ไม่มีศัตรูอยู่ในบริเวณนี้มันหมายความว่าอย่างไรภายในหัวของเขานั้นเต็มไปด้วยความคิดมากมายร่างกายแน่นิ่งไปชั่วขณะหวนนึกถึงปฏิกิริยาของอาวุโสก่อนหน้านี้ที่หันมองไปทางประตูทางเข้าหมู่บ้าน 

            เหตุผลทั้งหมดที่ตนเองพบเจอมานำมาผนวกเข้าหากันบังเกิดกลายเป็นคำตอบหลี่หยางเอื้อมมือของตนเองออกไปอย่างรวดเร็วกว่าจับกระบี่ข้างกายขึ้นมาถือดวงตาหนึ่งข้างมองตรงไปยังผู้ที่นั่งอยู่ข้างกายก่อนจะกล่าว “จับกระบี่ขึ้นมาอี้ชิง ” 

            อี้ชิงที่กำลังเพลิดเพลินอยู่กับงานเลี้ยงอันสำราญแห่งนี้รู้สึกประหลาดใจดวงตาปรากฏความสงสัยแต่มองเห็นท่าทางของผู้เป็นนายมองเห็นแสดงท่าทางเช่นนั้นมันพอจะรู้ถึงสถานการณ์ 

            ไม่ทำการเปิดปากถามแต่หยิบกระบี่ข้างกายเข้ามาแนบชิดร่างกายเอาไว้เพื่อเตรียมพร้อม 

            หลี่หยางใช้ดวงตาของตนเองเหลือบไปมองบริเวณด้านนอก 

            ท่ามกลางหิมะที่หนาวเหน็บและโปรยปรายลงมาจากบนท้องนภาล่างเอาของกลุ่มคนจำนวนมากกำลังเคลื่อนไหวอยู่บริเวณด้านนอก 

            เสียงของผู้คุ้มกันด้านนอกตะโกนเข้ามาด้านในอย่างรวดเร็ว“ ผู้บุกรุก!! ”

            เมื่อเสียงดังตะโกนเข้ามาทำให้ผู้คนภายในสถานที่แห่งนี้ต่างพากันตื่นตัวพวกที่กำลังทำการลงทะเบียนเกี่ยวกับภารกิจที่ถ้ำอสูรต่างพากันหยุดมือของตนเองดวงตาของพวกเขาหันไปมองบริเวณด้านนอก 

            ประตูใหญ่ที่ถูกเปิดเอาไว้ร่างของผู้คุมการพูดถึงได้วิ่งเข้ามาอย่างรวดเร็วคนผู้นั้นเป็นคนของสมาพันธ์จอมยุทธ วิ่งเข้ามาด้วยท่าทางสะบักสะบอมร่างกายเต็มไปด้วยเลือด 

            วิ่งเข้ามาเข่าทั้งสองข้างก็ทรุดต่ำลงไปติดอยู่กับพื้นแต่ก็พยายามตั้งใจเงยหน้าขึ้นมาแล้วก็ตะโกนส่งข่าวให้ผู้ที่อยู่ภายในงานชุมนุมครั้งนี้ได้รู้“ พวกสมาคมจันทราสีเลือดบุกมา!!! ”

            หลี่หยางดวงตาทั้งสองเบิกกว้างขึ้นเช่นเดียวกับผู้คนภายในสถานที่แห่งนี้ที่เริ่มตื่นตัวสมาพันธ์จันทราสีเลือดมันคือชื่อของสมาพันธ์จอมยุทธ์ในฝ่ายอธรรม

            โดยทั่วไปแล้วพวกมันจะซ่อนเร้นอยู่ภายในเงามืดไม่เคลื่อนไหวปรากฏแก่สายตาของผู้คนมากนักในครั้งนี้พวกมันกระทำการอย่างโจ่งแจ้งบุกเข้ามาอย่างไม่ให้ทันตั้งตัวเช่นนี้

            จอมยุทธ์ที่รวมตัวอยู่มากมายเหล่าพันคนนี่หรือว่าพวกเขานั้นจะยอมผู้ล้วนแต่จับกระบี่ของตนเองขึ้นมาชักนำอาวุธพุ่งตรงออกไปด้านนอกอย่างรวดเร็วราวกับนักรบที่บางครั้ง 

            คนของทั้ง 2 สมาพันธ์เป็นปรปักษ์กันอยู่แล้วเหมือนกับน้ำและไฟยามที่ปะทะพบเจอหน้ากันก็มีแต่ทำการเขียนค่า 

            ในขณะที่ผู้คนมากมายกำลังวิ่งออกไปด้านนอกหลี่หยางยังคงสงบใจเขาลุกยืนขึ้นอย่างช้าๆ 

            อี้ชิงเข้าประชิดร่างกายของหลี่หยางมือข้างขวาของมันจับกระบี่เอาไว้ตลอดเวลาเพื่อรักษานายท่านของตนเอง “จะเอาอย่างไรดีขอรับนายท่าน พวกสมาพันธ์จันทราสีเลือดมียอดฝีมืออยู่มากมาย ”

            หลี่หยางที่อยู่ในท่ายืนสงบใจแล้วหันไปกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เรียบเฉย“ เจ้าเดินทางกลับไปที่โรงเตี๊ยมไปค่อยคุ้มกันหนิงเอ๋อร์ ”

            อี้ชิงได้ยินเช่นนั้นแสดงความไม่เห็นด้วยหันมามองอย่างรวดเร็ว“ หมายความว่าอย่างไรขอรับนายท่านและความปลอดภัยของท่าน? ”

            หลี่หยางหันมองกลับไปหนึ่งคราก่อนจะกล่าว“ ข้าไม่เป็นไร เจ้ารีบไปเถอะนางเป็นคนธรรมดาไม่ได้มีวรยุทธพวกสมาพันธ์จันทราสีเลือดไม่รู้ว่ามีนิสัยอย่างไรถ้าพวกมันเป็นพวกชั่วช้าและหยาบกระด้างนางคงจะไม่ปลอดภัย ” 

            อี้ชิงยังคงนิ่งแม้นี้จะเป็นคำสั่งแต่ว่าการที่ให้ทิ้งผู้เป็นนายของตนเองมันเป็นเรื่องที่ทำใจได้ยาก 

            หลี่หยางมองเห็นอีกฝ่ายนิ่งเขาขมวดคิ้วเข้าหากันแสดงใบหน้าไม่พึงพอใจเค้นเสียงกล่าว“ ไป!!! ”

            ในขณะที่อี้ชิงกำลังลังเลหลันเซ่อพุ่งทะยานเข้ามาจากด้านนอกอย่างรวดเร็วเข้ามาประชิดบริเวณนี้เท้าทั้งสองข้างอยู่ตรงตรงหน้าของผู้เป็นนายหันไปกล่าวกับอี้ชิง “ข้าดูแลในท่านเองเจ้าไปทำตามคำสั่งซะ ”

            อี้ชิงมองเห็นอีกฝ่ายมาถึงภายในใจก็โล่งอกพยักหน้าทำตามคำสั่งอย่างรวดเร็ววิ่งตรงออกไปมุ่งตรงกับไปที่โรงเตี๊ยมของตนเองเพื่อคอยอารักขาความปลอดภัยของหนิงเอ๋อร์ 

            หลันเซ่อที่ปรากฏกายมาด้านหน้ายกมือทั้งสองข้างประสานกันกลมคารวะผู้เป็นนายแล้วกล่าว“ ขออภัยนายท่านข้าเดินทางมาล่าช้า!! ”

            “ ดูเหมือนว่าเจ้าจะรู้เรื่องราวบางอย่างสินะถึงรีบมุ่งตรงกลับมาเช่นนี้ ”หลี่หยางวิเคราะห์จากท่าทางก็รู้ได้ในทันทีว่าอีกฝ่ายน่าจะพบเจอบางอย่างที่นอกเมืองและรู้ว่าเป็นอันตรายเลยรีบมุ่งตรงกับมา

            หลันเซ่อบนใบหน้าเต็มไปด้วยเม็ดเหงื่อแต่ก็กล่าวออกไป“ ขอรับ!!ตอนที่อยู่ภายในป่าพบเจอลมปราณอันแข็งแกร่งจำนวนมากกำลังมุ่งตรงมาที่หมู่บ้านข้าเลยรีบมุ่งกลับมาเพราะห่วงความปลอดภัยของนายท่าน ” 

            หลี่หยางหรี่ดวงตาของตนเองลงแล้วถามออกไป“ ที่บอกว่าลมปราณที่แข็งแกร่งแข็งแกร่งขนาดใด? ” 

            หลันเซ่อร่างกายสั่นเล็กน้อย“ แข็งแกร่งมากขอรับแข็งแกร่งแบบที่ข้าไม่เคยพบเจอมาก่อน ”

            หลี่หยางรับฟังคำพูดนั้นเอาไว้เหลือบตาไปมองบริเวณด้านบนชั้นสอง

            หลินชวนหนึ่งในสี่ผู้คุมกฎของสมาพันธ์จอมยุทธ์ในเขตดินแดนห้าธาตุมองเห็นเหตุการณ์ที่วุ่นวายหันกลับไปหาผู้อาวุโสเทียนเหอที่อยู่ด้านหลัง“ ดูเหมือนว่าสมาพันธ์จันทาสีเลือดจะเริ่มเคลื่อนไหวเพราะว่าท่านหรือไม่? ”

            ชายชราที่มีรูปลักษณ์ผิดหูผิดตามองเหมือนกับราชสีห์ตัวใหญ่ที่นั่งอยู่กล่าวขึ้นมาเสียงแหบแห้ง“ ครั้งนี้มันมาด้วย ” 

            อากาศบริเวณรอบๆร่างกายของผู้อาวุโสผู้นั้นเปลี่ยนไปแรงกดดันจากลมปราณที่แผ่ออกมาจากร่างกายแสงและรังสีอาฆาต 

            หลินชวนได้ยินเช่นนั้นก็ตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงบนขอร้อง“ ถ้าพวกท่านอยากจะสู้กันช่วยออกไปจากบริเวณเขตหมู่บ้านไร้นามได้หรือไม่ถ้าไม่อยากให้หมู่บ้านแห่งนี้ได้รับความเสียหายจนเกินไป ”

            เทียนเหอที่นั่งอยู่ลุกขึ้นอย่างรวดเร็วดวงตาของมันจ้องมองไปในบริเวณหน้าต่างด้านหน้ามุมปากยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยก่อนที่ผู้อาวุโสผู้นั้นพุ่งทะยานออกไปอย่างรวดเร็ว

            การเคลื่อนไหวรวดเร็วราวกับสายลมร่างกายที่ใหญ่โตราวกับราชสีห์กระโจนออกไปทางหน้าต่างเป็นที่สะดุดตาแก่เหล่าผู้คน 

            เพียงแค่พริบตาเดียวเขาก็ออกไปจากสถานที่แห่งนี้ได้แล้วในขณะที่อาวุโสผู้นั้นกระโจนออกไปจากทางหน้าต่างสตรีที่ปลอมเป็นบุรุษที่สวมใส่ชุดสีขาวสะอาดตาผู้นั้นเกือบสายตาของตนเองไปมองที่บริเวณหน้าต่างก่อนที่นางจะปรากฏรอยยิ้มเล็กๆที่มุมปาก 

            หลินชวนเคยเห็นผู้อาวุโสผู้นั้นกระโจนออกไปมันทำการฯสั่งการกับคนของสมาพันธ์“ ส่งคนอารักขาแขกสำคัญจากเชื้อพระวงศ์ ” 

            พวกคนภายในสมาพันธ์ทำการขานรับอย่างรวดเร็วส่งคนจำนวนมากมาบริเวณนี้เพื่อรักษานาง 

            โดยคนที่มาอารักขาเป็นยอดฝีมือประมาณยี่สิบคนหลี่หยางมองเห็นว่าพวกมันมีระดับฝีมืออยู่ประมาณเลเวลแปดสิบ 

            หลี่หยางมองเห็นการเคลื่อนไหวทุกอย่างของคนพวกนั้นหมดแล้วเขาจึงหันไปกล่าวกับหลันเซ่อ“ ไปกันเถอะ ”

            หลันเซ่อถามย้อนกลับไปอย่างรวดเร็ว“ สู้อย่างนั้นหรือขอรับ? ” 

            หลี่หยางแสดงรอยยิ้มที่มุมปากใช้ใบหน้าของตนเองส่ายไปส่ายมาแล้วตอบกลับ“ ไม่ใช่พวกเราจะไปชมละครกัน ” 

            หลี่หยางนำพาหลันเซ่อเดินออกไปจากโถงต้อนรับแห่งนี้

            ในขณะเดียวกันภายในสถานที่แห่งนี้ก็มีคนอีกผู้หนึ่งที่เริ่มจะทำการขยับเขยื้อนผู้ที่ได้ชื่อว่ารัศมีกระบี่ไร้เสียงหยวนอิงมันลุกขึ้นจากที่นั่งของตนเองยกกระบี่ที่ยาวกว่ากระบี่ทั่วไปสองเท่าขึ้นมาเอาไว้ข้างลำตัวหมวกฟางราวกับร่มขนาดใหญ่ยกขึ้นมาสวมใส่ 

            ดวงตาที่เฉียบคมจ้องมองตรงไปยังหลินชวนก่อนจะถาม“ ถ้าข้าสามารถเด็กหัวหนึ่งในหัวหน้าของพวกมันได้จะได้เงินเท่าใด? ”

            หลินชวนที่กำลังยืนอยู่หันไปมองพลางแสดงรอยยิ้มอันเป็นมิตรตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยว่า“ พันเหรียญทอง ” 

            เสียงนั้นร่างที่กำลังยืนอยู่ตรงบริเวณสุดสายตาก็ได้ค่อยๆเลือนหายไปราวกับอากาศธาตุที่ไม่เคยมีอยู่หยวนอิงหายไปจากตรงหน้าด้วยวิชาตัวเบาอันล้ำเลิศที่สามารถเคลื่อนที่ได้ไร้ร่องรอยไม่บังเกิดแม้กระทั่งเสียงฝีเท้า

            จบบท 

             

             

    คล้ายกับเรื่องระบบครองยุทธภพ ที่คุณอ่าน

    เทพอสูรมังกร สยบสวรรค์

    เทพอสูรมังกร สยบสวรรค์

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    218K 196
    [จบแล้ว] นครแห่งบาป - City of Sin

    [จบแล้ว] นครแห่งบาป - City of Sin

    นิยาย แฟนตาซี
    282K 1440
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    จ้าวศัสตราเทวะ [แปลจบแล้ว]

    จ้าวศัสตราเทวะ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย แฟนตาซี
    5.95M 1357
    คัมภีร์ลับแห่งฉางอัน [แปลจบแล้ว]

    คัมภีร์ลับแห่งฉางอัน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    388K 744
    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    295K 786
    ความโกรธแค้นของชูร่า

    ความโกรธแค้นของชูร่า

    นิยาย เกมออนไลน์
    2.39M 852
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    นิยาย แฟนตาซี
    1K 34
    เทพจักรพรรดิเจ้าพิภพ [แปลจบแล้ว]

    เทพจักรพรรดิเจ้าพิภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    13.30M 1357