ปราบพิภพสยบสวรรค์

    ปราบพิภพสยบสวรรค์ ตอนที่ 72 : มนุษย์หมาป่า

    เหล่าคณะวิจัยเร่งขนอุปกรณ์ลงจากรถหุ้มเกราะแล้วทำการติดตั้ง โดยที่มีชายหนุ่มนั่งขัดสมาธิกลางฟ้าดินคอยสอดส่องตรวจตรา ทั้งรอบนอกยังมีกองกำลังอารักขาสวมเกราะเหล็กรักษาการณ์อยู่ ทำให้เหล่านักวิจัยต่างคลายกังวลลงมาก

     

    หลังจากที่ติดตั้งอุปกรณ์แล้วเสร็จ เหล่านักวิจัยได้ส่งคลื่นไหวสะเทือนลงไปบริเวณซากเมืองโบราณ

     

    ชายหนุ่มมองยังเครื่องคลื่นไหวสะเทือน “ มันต่างจากที่โลกเก่าใช้ ที่นั่นเหมือจะเป็นรุ่นเก่าโบราณ “ เขาพึมพำ

     

    คลื่นไหวสะเทือนสะท้อนกลับมายังตัวรับแล้วสร้างเป็นแผนภูมิใต้ดิน เนื่องด้วยมันเป็นรุ่นใหม่มันสามารถแสดงภาพที่สมจริงทั้งยังสร้างเป็นสามมิติลอยอยู่เหนือฐานพลังของเครื่อง

     

    ชายหนุ่มขยับกายเคลื่อนย้ายเข้าใกล้ เขามองยังซากของเมืองใต้ดิน

     

    “ เมืองใต้ดินโบราณนี้ลึกลับซับซ้อนกว่าที่คิด “ ชายหนุ่มพึมพำ

     

    “ เข้าจากทางนี้ แล้วไปยังโถงกลาง โถงกลางมีทางแยกออกอีกห้าช่องทาง “ เขาพึมพำ

     

    “ ทางแรกเป็นทางหลัก อีกสี่ทางเป็นทางแยก “ เขาพึมพำ

     

    “ เพิ่มพลังคลื่น “ หัวหน้าคณะวิจัยเอ่ย

     

    เจ้าหน้าที่พยักหน้าแล้วกดปุ่มเพิ่มพลังคลื่นไหวสะเทือน “ วี้ดด “

     

    ภาพสามมิติขยายพื้นที่ออกเป็นวงกว้าง เผยให้เห็นซากของเมืองใต้ดินที่เต็มไปด้วยโครงกระดูกมากมายมายนับล้าน

     

    เหล่านักวิจัยต่างเหงื่อกาฬไหลทะลักพวกเขาไม่เคยพบเจออะไรเช่นนี้มาก่อน เมืองโบราณใต้ดินคล้ายกับเป็นสุสานโบราณ

     

    ชายหนุ่มพลันคิ้วขมวดเมื่อมองยังบางสิ่ง

     

    “ หัวหน้ามีระบบตรวจจับความร้อนหรือไม่ “ ปราบเอ่ยถาม

     

    หัวหน้าคณะวิจัยพยักหน้าให้คนของตน

     

    เจ้าหน้าที่คนนั้นพยักหน้าแล้วกดปุ่ม “ วิ้ง “

     

    “ วู๊มม “ ภาพสามมิติพลันไหวสั่น

     

    “ นั่น “ ชายหนุ่มร้องออกเมื่อเขาพบเห็นเงาสีส้มเคลื่อนไหวได้อย่างรวดเร็ว

     

    ซามานมองจ้องยังเงาสีส้มในภาพสามมิติ “ ฮื่อห์ “ เขาถอนหายใจออกอย่างแรง

     

    ปราบมองยังซามาน “ หัวหน้ามันคืออะไร “ ปราบเอ่ยถาม

     

    “ มันคือมนุษย์หมาป่า “ ซามานเอ่ย

     

    “ มนุษย์หมาป่า มนุษย์ที่กลายร่างเป็นหมาป่าเมื่อเห็นดวงจันทร์เต็มดวง “ ปราบเอ่ย

     

    “ ใช่ “ ซามานเอ่ย

     

    “ เป็นไปได้เช่นใด “ ปราบเอ่ย

     

    “ เวลานี้ยังมีสิ่งใดเป็นไปมิได้อีก “ ซามานเอ่ย

     

    “ ก็จริง “ เขาพยักหน้าช้าๆ

     

    “ ข้าจะบอกอะไรให้ที่โลกของข้าก็มีเรื่องเล่าขานกับตำนานมนุษย์หมาป่าเช่นกัน “ ซามานเอ่ย

     

    “ แสดงว่าพวกมันอยู่มาเนิ่นนานแล้ว “ ปราบเอ่ย

     

    “ ใช่ “ ซามานเอ่ย

     

    “ เบื้องบนคิดว่ามนุษย์หมาป่าอาจเป็นต้นกำเนิดของอสูรทั้งปวง “ ซามานเอ่ย

     

    “ ปราบ จับเป็น “ ซามานเอ่ย

     

    “ ทำไมต้องจับเป็นด้วย “ ปราบเอ่ยถาม

     

    “ เบื้องบนแจ้งไว้นานแล้วว่าหากพบเจอมนุษย์หมาป่าให้ทำการจับเป็น “ ซามานเอ่ย

     

    “ พวกเขาอยากเอาไปเลี้ยงให้มันเชื่องรึ “ ปราบเอ่ย

     

    “ ผู้ใดจะรู้ “ ซามานเอ่ย

     

    “ โลกออร์คนี่ชักน่าสนุกขึ้นทุกวัน “ ปราบเอ่ย

     

    “ มันมีอสรพิษมังกร มันมีมนุษย์หมาป่า มันมีศิลาสูงปริศนา “ เขาพึมพำ

     

    “ ใช่ ข้าขอมาอยู่ที่นี่ก็เพราะที่นี่นั้นยังมิมีการสำรวจ “ ซามานเอ่ย

     

    เหล่าคณะวิจัยให้งุนงงยิ่งเพราะทุกโลกในระบบจักรวาลนั้นมีการสำรวจจนหมดสิ้นแล้ว แล้วทำไมโลกใบนี้ถึงยังไม่มีการสำรวจอะไรเลย

     

    “ เช่นนี้ดีนักได้เวลาสร้างชื่อแล้ว “ หัวหน้าคณะวิจัยพึมพำ

     

    “ ปราบพวกเราขอลงไปด้วย “ หัวหน้าคณะวิจัยเอ่ย

     

    “ ได้ “ ปราบพยักหน้าช้าๆ

     

    เพราะที่เขาเห็นในภาพสามมิตินั้นมันมีเงาสีส้มอยู่หลายเงา เมื่อมีเป้าหมายมากคนยิ่งมากก็ยิ่งได้เปรียบ

     

    “ ใครจะลงไปกับผมเตรียมตัวให้พร้อม “ ปราบเอ่ย

     

    “ ได้ “ หัวหน้าคณะวิจัยเอ่ย

     

    พวกเขาเร่งจัดการกับชุดเกราะของตนแล้วตรวจสอบอุปกรณ์ต่างๆ

     

    คณะวิจัยต่างงุนงงเมื่อชายหนุ่มนั้นเดินไปยังทางเข้าทั้งอย่างนั้น แต่เมื่อได้รับหารอธิบายพวกเขาก็พลันพยักหน้า

     

    ชายหนุ่มวาดมือออก “ วู๊มม “ ฝุ่นดินที่หน้าทางเข้าสลายหาย

     

    ชายหนุ่มมองยังประตูที่พื้นที่ใช้วิธีดึงขึ้น “ เป็นการสร้างแบบจงใจ “ ชายหนุ่มพึมพำ

     

    “ แอ๊ด “ ประตูใหญ่สองบานถูกดึงขึ้น

     

    “ ครืนน “ ลมที่อัดแน่นอยู่ในเมืองโบราณใต้ดินพุ่งทะยานออกอย่างรวดเร็ว

     

    ปราบวาดมือออก “ วู๊มม “ ลมที่พวยพุ่งขึ้นมาพลันสลายหายไปในทันใด

     

    “ ฟู่ “ ปราบเป่าปากออกอย่างแรงแล้วเดินลงไปตามขั้นบันได

     

    “ วู๊มม “ โดรนส่องสว่างถูกปล่อยเพื่อนำทางลงไปยังเมืองโบราณใต้ดิน

     

    ชายหนุ่มกวาดสายตามองผ่านเนตรห้วงมิติของเขาอย่างช้าๆ

     

    ราวหนึ่งชั่วโมง

     

    คณะของปราบมาถึงยังโถงกว้างของเมืองโบราณใต้ดิน

     

    “ มันมีขนาดใหญ่ราวร้อยเมตร ไม่มีช่องประตูหรือหน้าต่าง “ ปราบเอ่ย

     

    “ จะเอายังไง “ ปราบเอ่ย

     

    “ จะไปทั้งหมดพร้อมกันหรือไปแยกกัน “ ปราบเอ่ยถาม

     

    “ แบ่งออกเป็นห้าทีม ปราบเอ็งลุยเดี่ยว “ หัวหน้าคณะวิจัยเอ่ย

     

    “ ได้ “ ปราบพยักหน้า

     

    “ เอ็งไปทางนั้น “ หัวหน้าคณะวิจัยเอ่ยแล้วชี้นิ้วไปยังช่องทางเดินที่ปรากฏเงาสีส้มมากที่สุด

     

    “ เอาอย่างนี้เลย “ ปราบเอ่ย

     

    “ เขาว่าเอ็งเก่ง เอ็งเจ๋ง “ หัวหน้าคณะวิจัยเอ่ยแล้วทำสัญญาณมือแยกย้าย

     

    “ หึ “ ชายหนุ่มแค่นเสียงใส่

     

    แล้วเดินไปยังเส้นทางที่เต็มไปด้วยมนุษย์หมาป่า

     

    “ เท่าที่พบเห็นเงาสีส้มน่าจะราวยี่สิบ “ เขาพึมพำ

     

    ชายหนุ่มมองยังรอยกรงเล็บบนผนัง “ กรงเล็บที่กรีดลงยังผนังนี่ “ เขาพึมพำ

     

    ปราบสูดหายใจเข้าลึกแล้วออกเดินต่อด้วยใจระทึก

     

    ศูนย์บัญชาการที่มองผ่านจอภาพขนาดใหญ่ พวกเขาให้สงสัยว่าทำไมชายหนุ่มจึงไม่สวมชุดเกราะ ทั้งยังไม่ใช้อุปกรณ์ช่วยเหลือใดๆ

     

    “ รนหาที่ตายรึเช่นใด “

     

    “ ข้าพบเห็นคนแบบนี้มาก็มากแต่ไม่เคยพบเห็นใครที่โง่งมเช่นนี้ “

     

    “ รู้อยู่แล้วว่ามันอันตรายแต่กลับละเลยความปลอดภัยของตน “

     

    “ หากมันตกตายลงด้วยการละเลยความปลอดภัยเช่นนี้มันจะได้ไม่ได้รับเงินชดเชยแม้นแต่ดาราเดียว “

     

    เซเลียนั่งร่างแข็งเมื่อมองยังคนรักของนาง “ ทำไมเขาไม่ใส่ชุดเกราะ “ นางพูดในใจ

     

    “ แม้นว่ากายาของเขาจะกล้าแกร่งแต่มันก็คงมิแข็งไปกว่ากรงเล็บของมนุษย์หมาป่า “ นางพึมพำ

     

    นางครุ่นคิดถึงกล้ามเนื้อที่เต็มทั่วกายาของชายหนุ่มแล้วพลันลิ้นเรียวของนางแลบอกเลียริมฝีปากนุ่ม

     

    ปราบมองยังซากของมนุษย์หมาป่าที่แห้งตาย เขาพลิกร่างของมันกลับไปมาก่อนที่จะส่งเข้าไปในกล่องที่นำมาด้วย

     

    กล่องนี้เป็นคุกแบบย่อส่วนภายในกล่องมีห้องขังมากนับร้อย ทั้งยังมีอากาศแลปราณพลังไว้หล่อเลี้ยงสิ่งที่กักขังเพื่อมิให้มันตกตายก่อน

     

    เขาสูดหายใจเข้าลึกเมื่อได้กลิ่นเหม็นสาบอย่างแรงพร้อมกับขนที่ร่วงหล่นเป็นกระจุกเต็มพื้นที่

     

    “ หัวหน้าซามาน ตำนานมนุษย์หมาป่าที่โลกของข้านั้นบอกว่ามันแพ้เงิน ( Silver ) “ ปราบเอ่ย

     

    “ ฮ่า ฮ่า ฮ่า “ ซามานหัวเราะลั่น

     

    “ ข้าเพิ่งเคยได้ยิน “ ซามานเอ่ย

     

    “ ผมจะลองดู “ ปราบเอ่ย

     

    “ ก็ดี เผื่อมันเป็นความจริงเราจะได้รู้ว่าเราจะปราบมันอย่างไร “ ซามานเอ่ย

     

    “ อืม “ ปราบพยักหน้า

     

    เขาเรียกกระบี่สีเงินยวงออกมาแล้วกวัดแกว่งไปมา

     

    “ เจอแล้ว “ ปราบเอ่ย

     

    ชายหนุ่มมองเข้าไปในความมืดเขาพบกับดวงตาสีชาดหลายคู่ที่จ้องมองยังเขา

    คล้ายกับเรื่องปราบพิภพสยบสวรรค์ ที่คุณอ่าน