หยางจื่อราชันดาบพิชิตสวรรค์

    มังกรเพลิง

            หยางจื่อและหว่านเจียงอี้ต่างก็หันหลังและหลบหนีในทันที​

            "รีบหนีเร็วเข้า" หยางจื่อตะโกน

            เหล่าอัจฉริยะที่กำลังสังหารอสูรอัคคีที่อ่อนแออยู่ต่างก็ตื่นตระหนกกับการปรากฏตัวของอสูรอัคคีระดับนักบุญสวรรค์

            "ตูม!!!!"

            อสูรอัคคีระดับนักบุญสวรรค์โจมตีใส่เหล่าอัจฉริยะอย่างบ้าคลั่งมีอัจฉริยะบางคนที่ไม่สามารถหลบหนีได้ทันและตกตายไป

            "ขืนเป็นแบบนี้หนีพวกเราถูกล้อมแน่" หลิวเฟยกล่าว

            "พวกเราจำเป็นต้องสู้กับมันไม่อย่างงั้นไม่มีใครรอดไปแน่"หว่านเจียงอี้กล่าว

            "เฮอะ อยากจะสู้ก็สู้ไปคนเดียวสิ พวกข้าไม่เอาด้วยหรอก"ฉางอันกล่าวด้วยน้ำเสียงหวาดกลัวก่อนจะหลบหนีไป

            "คงมีแต่พวกเราสี่คนที่พอจะกำจัดมันได้" เหยาเซียนกล่าว

            "ก็คงจะเป็นแบบนั้นแต่ข้าไม่คิดเลยว่าราชันสวรรค์อย่างข้าจะต้องมาสู้กับนักยุญสวรรค์แบบนี้นี่มันเรื่องตลกอะไรกัน" หยางจื่อกล่าวด้วยรอยยิ้มขมขื่น

            "อย่าบ่นไปเลยในกลุ่มพวกเราเจ้าแข็งแกร่งที่สุดเเล้วไม่ใช่รึ"หลิวเฟยกล่าว

            "โจมตี"

            "กระบี่ดาราเฉือนพิภพ"

            "ฟีนิกซ์อัคคีร่ายรำ"

            "หอกจักรพรรดิสายฟ้า"

            "แยกสวรรค์"

            การโจมตีพร้อมๆกันของทั้งสี่คนทำให้เกิดการระเบิดอย่างรุนแรงอสูรอัคคีส่งเสียงคำรามลั่นถึงอสูรอัคคีจะไม่มีความรู้สึกเจ็บปวดและมักจะทำตามสัญชาตญาณแต่เมื่อถูกการโจมตีของพวกหยางจื่อมันก็กลายเป็นโกรธและพุ่งเข้าหากลุ่มของหยางจื่ออย่างบ้าคลั่ง

            "แย่การโจมตีของเราทำอะไรไม่ได้เลย" เหยาเซียนกล่าว

            "เสี่ยวหง" หยางจื่อกล่าว

            เสี่ยวหงปรากฏตัวออกมาและผสานร่างกับหยางจื่อในทันทีทำให้พลังของหยางจื่อพุ่งสูงขึ้นกลิ่นอายมังกรที่รุนแรงทำให้อสูรอัคคีต้องหยุดชะงัก

            "ส่งพลังของพวกเจ้ามาที่ดาบของข้า" หยางจื่อกล่าว

            พวกหว่านเจียงอี้รู้สึกแปลกใจแต่ก็ยอมทำตามพลังแห่งดวงดาว เปลวเพลิง สายฟ้า ต่างก็พุ่งเข้ามาที่ดาบมังกรสวรรค์หยางจื่อใช้สมาธิอย่างมากในการผสานและควบคุมพลังของทั้งสามชนิดพลังที่แตกต่างกันซึ่งเป็นเรื่องยากที่จะหลอมรวมกัน แต่หยางจื่อกลับสามารถทำให้เรื่องนี้ทำให้พวกหว่านเจียงอี้รู้สึกทึ่งจนพูดไม่ออก

            พลังที่รวมอยู่บนดาบมังกรสวรรค์แผ่กระจายกลิ่นอายทำลายล้างออกมาทำให้อสูรอัคคีที่หยุดชะงักหันหลังและหลบหนีด้วยสัญชาตญาณของมันบอกว่าพลังของหยางจื่อนั้นสามารถสังหารมันได้มันจึงไม่ลังเลที่จะหลบหนีในทันที

            "จะหนีไปใหน จงตายไปซะ" หยางจื่อกล่าวอย่างเย็นชา

            พลังมหาศาลและเต็มไปด้วยกลิ่นอายทำลายล้างพุ่งไปยังอสูรอัคคีด้วยความเร็ว

            "ตูม"

            ร่างของอสูรอัคคีถูกคมดาบของหยางจื่อฟาดฟันจนแตกกระจายและสลายหายไปเหลือแต่ศิลาพลังหยางร่างของหยางจื่อกลับมาสภาพเดิมก่อนที่เสี่ยวหงจะกลับเข้าไปพักผ่อนส่วนหยางจื่อก็รู้สึกอ่อนล้าอย่างยิ่งและเเทบจะหมดสติได้ทุกเมื่อ

            "ไม่คิดเลยว่าเจ้าจะสามารถหลอมรวมพลังของพวกเราได้ ชั่งเหลือเชื่อจริง ๆ"หว่านเจียงอี้กล่าว

            หยางจื่อได้แต้ยิ้มและคิดในใจไม่ใช่เพราะเขาสามารถหลอมรวมพลังของทั้งสามคนได้แต่เป็นดาบมังกรสวรรค์ต่างหากเขก็แค่มีหน้าที่ควบคุมให้มันเสถียรขึ้นก็เท่านั้น

            ในขณะที่หยางจื่อกำลังยินดีกับชัยชนะในมิติแห่งนี้ก็เกิดแผ่นดินใหว ภูเขาไฟเริ่มปะทุออกมาทีละลูก

            "นี่มันเกิดอะไรขึ้น" หยางอวี้ที่เข้ามาหาพวกกหยางจื่อกล่าวถาม

            "ข้าเองก็ไม่รู้แต่รู้สึกว่าจะต้องมีเรื่องเลวร้ายเกิดขึ้นอย่างแน่นอน"เหยาเซียนกล่าว

            "รีบออกไปจากที่นี่กันเถอะ" หว่านเจียงอี้รีบพยุงหยางจื่อก่อนที่จะพาหยางจื่อหลบหนีไป

            ภายใต้พื้นดินของภูเขาไฟที่ร้อนแรงมีลาวาใหลออกมาไม่ขาดสายตรงกลางปล่องภูเขาไฟมังกรสีแดงฉานนอนหลับอยู่แต่ในตอนที่เสียวหงปรากฏและผสานร่างกับหยางจื่อเปลือกตามันก็เปิดออก

            "กลิ่นอายแบบนี้มันหรือว่าจะเป็นท่านผู้นั้นแต่เป็นไปไม่ได้ท่านผู้นั้นได้ตายไปแล้วเมื่อนานมาเเล้วแต่กลิ่นอายแบบนี้ไม่ผิดแน่ ข้าจะต้องไปตรวจสอบ"มังกรเพลิงกล่าวด้วยภาษามังกร

            ภูเขาไฟระเบิดขึ้นเผยให้เห็นร่างของมังกรเพลิงที่ทรงพลังและยิ่งใหญ่มังกรเพลิงพุ่งตรงไปยังทิศทางของกลุ่มหยางจื่อที่หลบหนีออกไป

            ทางด้านหยางจื่อพวกหยางจื่อหลบหนีออกมาอย่างรวดเร็ว จนกระทั่งพวกเขาพบกับป่าไม้ข้างหน้าใบหน้าของพวกหยางจื่อรู้สึกยินดีอย่างยิ่งก่อนที่จะเข้าไปในเขตป่าไม้ในตอนนี้อัจฉริยะมากมายต่างก็กระจัดกระจายไปคนละทิศละทาง

            "ในที่สุดพวกเราก็รอดแล้ว" หลิวเฟยกล่าว

            หยางจื่อที่รู้สึกอ่อนแรงรีบนำศิลาพลังหยางออกมาดูดซับในทันทีพลังปราณที่ร้อนแรงและเกรี้ยวกราดพุ่งเข้ามาตามเส้นชีพจรของหยางจื่อหยางจื่อเข้าใจในทันทีว่าทำไมผู้คนที่ไม่ได้ฝึกฝนทักษะเปลวไฟจะต้องนำไปกลั่นก่อนเพราะพลังปราณที่อยู่ในศิลาพลังหยางนั้นร้อนแรงเกินไปขนาดหยางจื่อยังดูดซับได้อย่างยากลำบากขนาดนี้ยิ่งไม่ต้องพูดถึงคนอื่น

            "พวกเราจะเอายังไงกันต่อดี" หว่านเจียงอี้กล่าว

            "การเก็บเกี่ยวในครั้งนี้ของเราถือว่าคุ้มค่าเเล้วไม่จำเป็นต้องเอาตนเองไปเสี่ยงหรอก" หลิวเฟยกล่าว

            หยางจื่อไม่ได้สนทนากับคนอื่นๆและมุ่งมั่นฟื้นฟูพลังของตนเพียงอย่างเดียวหยางจื่อได้ส่งศิลาพลังหยางไปให้เสี่ยวหงที่อยู่ในกำลังฟื้นฟูพลังด้วยเช่นกัน

            "ที่ผ่านมาข้าทะลวงระดับเร็วเกินไปทำให้รากฐานของข้าไม่แข็งแกร่งจนถึงขีดสุดข้าควรจะมุ่งเน้นไปยังรากฐานของข้าให้แข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น" หยางจื่อคิด

            หยางจื่อได้ตัดสินใจที่จะหยุดทะลวงระดับต่อไปและหันไปเสริมสร้างรากฐานของตนเองให้มั่นคงและแข็งแกร่งยิ่งขึ้นหยางจื่อมีศิลาพลังหยางจำนวนมากและเป็นหมื่นๆก้อนทำให้หยางจื่อไม่กลัวว่าจะใช้มันหมดในเร็วๆนี้

            ในขณะนั้นเองเสียงคำรามที่ทรงพลังก็ดังขึ้นและความกดดันที่รุนแรงและน่าหวาดกลัวก็ปกคลุมท้องฟ้าเงาขนาดใหญ่ปรากฏและปกคลุมพื้นป่าพวกหว่านเจียงอี้รู้สึกสั่นสะท้านและเต็มไปด้วยความหวาดกลัวหยางจื่อแหงนหน้าขึ้นไปมองเงาขนาดใหญ่ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ

            "มัง..กร.."

            ------------------------------------------------------------------------------------------

     

    คล้ายกับเรื่องหยางจื่อราชันดาบพิชิตสวรรค์ ที่คุณอ่าน