ตำหนักสวนไผ่เขียว พระราชวังแคว้นต้าเฉิน
สวีกุ้ยเฟยกำลังรีบยัดกล่องเครื่องประดับมีค่าจำนวนมากลงในห่อผ้าอย่างลนลาน “ซินอี๋ ไปเอาเสื้อคลุมหงส์ของข้าตัวนั้นมาเร็วเข้า รีบหน่อย! เราต้องฉวยโอกาสตอนที่พวกเขายังไม่กลับมา ออกไปจากที่นี่กันก่อน”
เฉินซินอี๋นั่งแทะเมล็ดแตงโมอย่างสบายอารมณ์ โดยไม่ทุกข์ร้อนใด ๆ แม้แต่น้อย “เสด็จแม่จะทรงตื่นตระหนกไปไย? พวกเขาต้องชำระล้างอวิ๋นหวงให้สะอาดเสียก่อน แล้วค่อยนำร่างของนางไปฝังอย่างสมพระเกียรติ อย่างเร็วที่สุดก็คงเป็่เย็นกว่าจะกลับมาได้ ยิ่งไปกว่านั้น เสด็จพี่ไท่จื่อก็คงไม่สร้างความลำบากอะไรให้พวกเราหรอกเพคะ”
สวีกุ้ยเฟยรู้สึกปวดใจที่ไม่สามารถหลอมเหล็กให้กลายเป็เหล็กกล้าได้[1] “เื่ถึงขั้นคอขาดบาดตายแล้ว เ้าไม่ควรประมาท! ปกติแล้วเฉินคุนเฉิงรักเฉินอวิ๋นหวงมากที่สุด หลังจากที่ฮองเฮาพระองค์ก่อนเสด็จต เฉาซีก็นับเฉินคุนเฉิงเป็โอรสของนางมาโดยตลอด คอยสนับสนุนให้เขาขึ้นเป็รัชทายาท พวกเราสมคบคิดกับโจวอวิ๋นเฉินฆ่าเฉินหลงฮ่องเต้และเฉาซี เขาจะปล่อยพวกเราไปง่าย ๆ ได้อย่างไร?”
เฉินซินอี๋ถอนหายใจ “หากออกจากวังหลวงแล้ว พวกเราจะไปอยู่ที่ใดกัน? โจวอวิ๋นเฉินก็ตายไปแล้ว ในวังหลวงก็เต็มไปด้วยกองทหารรักษาการณ์ของเสด็จพี่ไท่จื่อ ส่วนอำนาจทางทหารของแคว้นต้าโจวก็อยู่ในมือซูอวี้เจ๋อ นี่ยังไม่นับรวม กองทัพนับแสนที่ประจำการอยู่นอกเมือง ต่อให้พวกเรามีปีกก็บินหนีไปไม่ได้ มิสู้หาทางอื่นหลบหลีกหายนะครั้งนี้ไม่ดีกว่าหรือเพคะ?”
สวีกุ้ยเฟยนิ่งงันไปครู่หนึ่ง “คำพูดนี้มีเหตุผล เ้ามีวิธีหรือ?”
เฉินซินอี๋เผยรอยยิ้มมั่นใจ “พวกเขาล้วนอยากได้แผนที่หงส์เพลิง ดังนั้นซูอวี้เจ๋อและเฉินคุนเฉิงจึงมีท่าทีปรองดองกัน แต่ถึงกระนั้น ต่างฝ่ายต่างก็มีเป้าหมายของตัวเอง เราเพียงแค่ต้องยุแยงเพิ่มเล็กน้อย...”
สวีกุ้ยเฟยพลันเห็นแสงสว่าง ปลายคิ้วเลิกขึ้นด้วยความยินดี “แผนการล้ำเลิศ แผนการล้ำเลิศ! ขอเพียงเฉินคุนเฉิงเริ่มเคลือบแคลงในตัวซูอวี้เจ๋อ พวกเราก็สามารถรอดพ้นจากหายนะครั้งนี้ได้!”
ขณะที่เฉินซินอี๋กำลังจะกล่าวต่อ ประตูห้องก็ถูกเตะเปิดออกอย่างแรง ิเยว่และชิงเฟิงนำกลุ่มทหารองครักษ์เข้ามา
“พวก…พวกเ้าจะทำอะไร?”
สวีกุ้ยเฟยตื่นตระหนก
“เหตุใดพวกเ้าถึงกลับมาเร็วนัก?”
เฉินซินอี๋เองก็สับสนเช่นกัน
สีหน้าของิเยว่แข็งกร้าวขึ้น “ฝ่าามีรับสั่ง ผู้ทรยศต่อแผ่นดินจะไม่มีวันได้รับการอภัยโทษ และใครก็ตามที่มีส่วนเกี่ยวข้องจะต้องถูกปะาชีวิต!”
เมื่อได้ยินดังนั้น สวีกุ้ยเฟยจึงรีบดึงตัวเฉินซินอี๋ไปไว้ข้างหลังตนทันที “เื่นี้ไม่เกี่ยวกับองค์หญิงเจ็ด ทุกอย่างเป็ความคิดของเปิ่นเฟย[2]เอง เปิ่นเฟย...”
ชิงเฟิงไม่พูดพร่ำทำเพลง สองขาก้าวไปข้างหน้าพลางลากตัวสวีกุ้ยเฟยออกมา ก่อนเงื้อกระบี่แทงทะลุหัวใจของนางทันที!
สวีกุ้ยเฟยก้มมองดูโพรงเืบนหน้าอกตัวเอง ใบหน้าเต็มไปด้วยความตื่นใ
ความเย็นเยียบที่แทรกซึมเข้ามาพร้อมกับความเ็ปที่ปะทุขึ้นอย่างรุนแรง ทำให้โลกของนางมืดมิดไปชั่วขณะ สวีกุ้ยเฟยยังไม่ทันได้ส่งเสียงร้องออกมา ร่างทั้งร่างพลันเกร็งกระตุก ก่อนจะล้มตึงลงกับพื้นราวท่อนซุง!
“…” เฉินซินอี๋จ้องมองสวีกุ้ยเฟยที่สิ้นลมหายใจลงไปต่อหน้าต่อตาด้วยความตกตะลึง นางตัวอ่อนทรุดก้นลงนั่งแปะกับพื้น
ชิงเฟิงเงื้อกระบี่ขึ้นหมายจะแทง เฉินซินอี๋จึงได้สติกลับคืนมา นางร่ำไห้คร่ำครวญไม่หยุด “ข้าบริสุทธิ์ ข้าไม่รู้อะไรเลย ข้าไม่รู้อะไรเลยจริง ๆ...ข้าอยากเจอเสด็จพี่ไท่จื่อ ข้าอยากพบเขา ฮือ ๆ ๆ...”
คมกระบี่เฉือนมือเฉินซินอี๋จนเกิดแผล นางมองดูเืที่ไหลทะลักออกมาจากฝ่ามือและร้องไห้หนักยิ่งกว่าเดิม “ข้าอยากพบเสด็จพี่! เสด็จพี่มีข้าเป็น้องสาวเพียงคนเดียว เขาจะไม่ฆ่าข้า เขาจะไม่ฆ่าข้า!”
ชิงเฟิงเหลือบตามองหน้าอีกฝ่าย คิ้วคมขมวดมุ่นด้วยความรังเกียจ ก่อนดึงกระบี่กลับไป
เฉินคุนเฉิงเดินเข้ามาด้านใน
“ฝ่าา!”
ิเยว่และชิงเฟิงค้อมศีรษะ
“เสด็จพี่ไท่จื่อ...โอ้ ไม่ใช่สิ ฝ่าา ฝ่าาโปรดไว้ชีวิตหม่อมฉันด้วยเพคะ ที่เสด็จแม่สมคบคิดวางแผนกับโจวอวิ๋นเฉิน เพื่อปลงพระชนม์อดีตฮ่องเต้และอดีตฮองเฮา หม่อมฉันไม่รู้เื่นี้เลย ฝ่าาทรงพิจารณา...”
เฉินซินอี๋พรั่งพรูน้ำตาออกมาราวกับสายฝน ดูน่าเวทนายิ่งนัก
เฉินคุนเฉิงนิ่วหน้า และยังคงไม่พูดจาอะไร
“ฝ่าา ตอนนี้ราชวงศ์เฉินเหลือเพียงหม่อมฉันและฝ่าาเท่านั้น...ฮือ ๆ ฝ่าาจะไร้ปรานีทอดทิ้งน้องสาวอย่างหม่อมฉันได้จริง ๆ หรือเพคะ...”
เมื่อเห็นว่าเฉินคุนเฉิงเริ่มใจอ่อน เฉินซินอี๋ก็ยิ่งร้องไห้อย่างทุกข์ระทมหนักกว่าเดิม
เฉินคุนเฉิงกล่าวด้วยความเคียดแค้น “คนอื่นล้วนประสบเคราะห์ร้าย เหตุใดโจวอวิ๋นเฉินถึงไม่สังหารเ้าเล่า? เ้ารู้เื่แต่กลับไม่บอกผู้ใด ช่างไม่คำนึงถึงจริยธรรมความเป็มนุษย์เลยจริง ๆ!”
สีหน้าของเฉินซินอี๋ดูเศร้าระทม “ฝ่าาอาจจะไม่ทรงทราบ หม่อมฉันอาศัยอยู่ในส่วนลึกของวังหลวงมานาน ไม่รู้ถึงความโหดร้ายของจิตใจมนุษย์ เสด็จพ่อผู้ล่วงลับและโจวอวิ๋นเฉินต่างก็เป็สหายกันมาโดยตลอด หม่อมฉันจะรู้ได้อย่างไรว่าเขามีเจตนาร้ายแอบแฝง? และใช้การถวายของล้ำค่าบังหน้าเพื่อกระทำสิ่งที่ไม่เหมาะสม… ต่อมากองทัพแคว้นต้าโจวบุกโจมตีเมืองหลวงยามวิกาล กว่าหม่อมฉันจะรู้ตัว ก็ไร้กำลังจะพลิกฟ้าแล้ว…”
เฉินคุนเฉิงเลิกคิ้ว “ของล้ำค่ารึ? เขาเสนอของล้ำค่าอะไร?”
เฉินซินอี๋แอบนึกดีใจ “แผนที่หงส์เพลิงเพคะ!”
เฉินคุนเฉิงตะคอกอย่างเ็า “ไร้สาระ! แผนที่หงส์เพลิงเป็แผนที่สมบัติที่ตกทอดมาจากบรรพบุรุษของแคว้นต้าเฉิน มันจะไปอยู่ในมือของโจวอวิ๋นเฉินได้อย่างไร?”
เฉินซินอี๋พยายามตั้งสติ “หม่อมฉันได้ยินจากเสด็จแม่ว่า โจวอวิ๋นเฉินเองก็มีแผนที่หงส์เพลิงจริง ๆ แต่มีเพียงครึ่งเดียวเท่านั้น ส่วนอีกครึ่งหนึ่งอยู่ที่น้องเก้าเพคะ… การที่โจวอวิ๋นเฉินมาที่นี่ในครั้งนี้ ความจริงแล้วก็เพื่อมาเอาแผนที่หงส์เพลิง เหตุผลที่เขาปลงพระชนม์เสด็จพ่อ เพราะ…เพราะเสด็จพ่อได้มอบแผนที่หงส์เพลิงอีกครึ่งหนึ่งของเขาให้กับน้องเก้าไว้เพคะ”
เฉินคุนเฉิงสบถออกมา “เหลวไหลทั้งเพ! น้องเก้าตายเพื่อบ้านเมือง ตอนที่เปลี่ยนเป็ชุดฝังศพให้นาง ที่ตัวนางไม่มีของสิ่งใดเลย!”
เฉินซินอี๋ที่คิดหาวิธีรับมือมาก่อนหน้านี้นานแล้ว “นั่นเป็เพราะความจริงแล้วซูอวี้เจ๋อกรอกยาพิษให้น้องเก้า แล้วนำเอาภาพแผนที่หงส์เพลิงแผ่นนั้นไปเป็ของตัวเองเพคะ!”
“โอ้?”
ผู้ใดที่ได้แผนที่หงส์เพลิง คนคู่นั้นย่อมได้ปกครองใต้หล้า หรือว่าซูอวี้เจ๋อจงใจแสร้งทำเป็ติดตามอวิ๋นหวง แต่ความจริงแล้ว้าหาโอกาสหลบหนี...
เมื่อคิดถึงตรงนี้ เฉินคุนเฉิงก็ใ และพูดด้วยน้ำเสียงเ็า “ขังนางไว้ก่อน ส่วนเื่อื่นค่อยหารือกันอีกครั้งหลังจากสอบสวนจนแน่ชัดแล้ว”
เฉินซินอี๋เตรียมจะประท้วง แต่เมื่อเห็นสีหน้าที่แข็งกร้าวของเฉินคุนเฉิง นางจึงทำได้เพียงยอมถอยชั่วคราวด้วยความไม่เต็มใจ ไม่กล้าแม้แต่จะหายใจ
ชิงเฟิงสั่งให้คนนำศพของสวีกุ้ยเฟยออกไป แล้วขังเฉินซินอี๋ไว้ในห้อง รวมทั้งส่งทหารองครักษ์กลุ่มหนึ่งมาเฝ้าระวังไว้
ส่วนเฉินคุนเฉิงเดินออกจากห้องไปด้วยกระวนกระวาย
พระราชวังที่ใหญ่โตโอ่อ่าและงดงามน่าเกรงขาม ยามนี้กลับดูเงียบสงบ ราวกับไม่เคยมีการสังหารหมู่นองเืเกิดขึ้นที่นี่เลย
ทว่าอำนาจของฮ่องเต้ เกียรติภูมิของชาติและราชบัลลังก์ ไม่เคยขาดแคลนผู้ปรารถนา
รวมถึงเขา เฉินคุนเฉิง!
ตอนนี้ เขายืมมือซูอวี้เจ๋อและโจวอวิ๋นเฉินถึงกำจัดอุปสรรคขวากหนามทั้งหมดลงได้ ในที่สุดก็บรรลุความปรารถนา ตามหลักแล้วเขาควรจะยินดีปรีดา ทว่ายามนี้เขากลับนอนไม่หลับ
แผนที่หงส์เพลิงจะต้องไม่ตกไปอยู่ในมือของผู้อื่นเด็ดขาด!
โดยเฉพาะซูอวี้เจ๋อ
บุคคลผู้นี้กล้าหาญ มากแผนการและมีความอดทนเป็เลิศ ภายภาคหน้าเมื่ออีกฝ่ายได้รับอำนาจ จะต้องกวาดล้างทั้งใต้หล้า และเขาเฉินคุนเฉิงจะไม่ได้รับอนุญาตให้ยืนหยัดอยู่ในใต้หล้านี้อย่างแน่นอน
เฉินคุนเฉิงขมวดคิ้วแน่นจนเป็ปม
ในเวลานี้ ิเยว่ก็เดินเข้ามา “ฝ่าา ซูอวี้เจ๋อยังไม่แน่ว่าเป็หรือตาย และไม่ทราบว่าเขาหายไปที่ใดพ่ะย่ะค่ะ...”
สีหน้าของเฉินคุนเฉิงมืดครึ้มลง “ระดมกำลังทั้งหมดออกค้นหาต่อไป ไม่ว่าเป็หรือตาย...ก็ต้องสับเป็พันชิ้นหมื่นชิ้น!”
“พ่ะย่ะค่ะ!” ิเยว่นิ่งไปอึดใจ เอ่ยถามอีกครั้ง “แล้วองค์หญิงอวิ๋นหวงเล่าพ่ะย่ะค่ะ?”
เฉินคุนเฉิงครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นก็ถอนหายใจยาว “คนตายไปแล้ว ไม่จำเป็ต้องตามหาอีก...”
…
วังัทะเลตงไห่
หลังจากความมืดมนอนธการอันไร้ที่สิ้นสุดผ่านพ้นไป ดูเหมือนจะมีแสงสว่างลอดผ่านจิตใจที่นิ่งและว่างเปล่าของอวิ๋นหวงเข้ามา สติสัมปชัญญะของนางเริ่มกลับมาแจ่มชัดขึ้นเล็กน้อย
ท่ามกลางความมึนงง หญิงสาวรู้สึกว่าตัวเองกลายเป็ใบไม้ที่ล่องลอย
แรกเริ่มหมุนวนไปตามกระแสลมที่พัดกรรโชก จากนั้นก็ลอยละล่องลงสู่พื้นหญ้าอันอ่อนนุ่ม
สายลมเย็นะเื ดูคล้ายฝนกำลังใกล้ตก...
ไม่สิ นางคงตกลงไปในบ่อน้ำพุร้อน ที่อุณหภูมิของน้ำค่อนข้างร้อน การแช่ตัวอยู่ในนั้นก็ไม่ค่อยสบายตัวนัก
ไม่ใช่แค่ไม่สบายตัวเท่านั้น แต่ยังเหมือนมีมดจำนวนมากกำลังกัดกินเนื้อหนังและกระดูกของนาง ทั้งรู้สึกชาและเ็ป ทรมานสารพัด
หญิงสาวอยากลืมตา ทว่าเปลือกตากลับหนักอึ้งราวกับมีหินนับพันชั่งทับไว้
ในขณะที่นางกำลังทุกข์ทรมานอย่างแสนสาหัส ก็ได้ยินเสียงอึกทึกครึกโครมดังขึ้นข้างหู
“ช่างอัปลักษณ์นัก นางผ่านอาคมป้องกันของวังัทะเลตงไห่เข้ามาได้อย่างไรกัน?”
“นางยังไม่นับว่าอัปลักษณ์ นางแค่ถูกพิษ เนื้อหนังของนางเพิ่งเริ่มเปื่อยเน่า รออีกสองวันสิ นางจะอัปลักษณ์ยิ่งกว่านี้”
“รออีกสองวัน นางจะไม่ใช่แค่อัปลักษณ์อีกต่อไป แต่จะอัปลักษณ์อย่างที่สุด อัปลักษณ์จนตายไปเลย”
…
เสียงหัวเราะเยาะเย้ยและเสียงด่าทอต่าง ๆ ล้วนเต็มไปด้วยความสนุกสนาน ไร้ซึ่งความเห็นอกเห็นใจ
เฉินอวิ๋นหวงอยากจะประท้วง ทว่ามือและเท้ากลับไร้เรี่ยวแรง ขนาดตายังลืมไม่ขึ้น
หญิงสาวรู้สึกคับข้องใจจะตายอยู่แล้ว นี่นางกำลังประสบพบเจอกับคนแบบไหนอยู่กันแน่?
เมื่อเห็นว่าหญิงสาวใกล้จะตายแล้ว แทนที่จะรีบให้ความช่วยเหลือนาง พวกเขากลับเอาแต่หัวเราะเยาะและมองดูด้วยความยินดีในความโชคร้ายของนาง คนพวกนี้จะอำมหิตเกินไปแล้ว
ไม่คาดคิดเลยว่า จะยังมีสิ่งที่เลวร้ายยิ่งกว่ารออยู่ข้างหน้า
**
[1] ปวดใจที่ไม่สามารถหลอมเหล็กให้กลายเป็เหล็กกล้าได้ (恨铁不成钢) ผิดหวังที่ผู้อื่นไม่พัฒนาไปตามที่ตน้า
[2] เปิ่นเฟย (本妃) ข้าผู้เป็สนมชั้นเฟย
.
.
.