ทะลุมิติไปเป็นพระชายาแพทย์ผู้มากพรสวรรค์ [แปลจบแล้ว]

    เล่มที่ 3 ตอนที่ 82 มิอาจยินยอม โรคเปลี่ยนแปลง

            เสียงเกือกเท้าของม้าด้านหลังใกล้เข้ามาเรื่อยๆเหมือนกับจะชนมู่จื่อหลิงในชั่วพริบตา

            นางชะงักฝีเท้ายืนนิ่งตามจิตใต้สำนึกเมื่อหันกายกลับไปมอง อาชาสีดำพันธุ์ดีไม่ธรรมดาตรงหน้าอยู่ห่างจากนางเพียงครึ่งก้าวเท่านั้น

            ดูเหมือนในสายตาของม้าตัวนี้นางก็เป็นดังมดตัวน้อยๆเวลานี้เพียงกีบเท้าของม้าก้าวมาอีกก้าว นางก็จะถูกเหยียบอยู่ภายใต้กีบเท้าม้า!

            มู่จื่อหลิงตกใจจึงเดินซวนเซถอยหลังไปสองสามก้าวโดยไม่ตั้งใจเงยสายตามองหลงเซี่ยวอวี่ผู้ไร้ความรู้สึกและเผด็จการที่ขี่อยู่บนหลังม้าให้ชัดเจน

            เพียงแค่ชั่วพริบตาเดียวทั่วทั้งกายนางก็แข็งทื่อ ไม่กล้าแม้แต่จะขยับเขยื้อน

            ยามนี้บนกายของหลงเซี่ยวอวี่กำลังแผ่กลิ่นอายความสูงศักดิ์และความสง่างามให้ความรู้สึกลุ่มลึกยากหยั่งถึงแก่ผู้ที่มองเหมือนดั่งเทพแห่งรัตติกาลเมื่ออยู่ท่ามกลางความมืดมิดยามราตรี

            นัยน์ตาลุ่มลึกสีดำขลับอันเย็นชาของเขามองลงไปที่มู่จื่อหลิงโดยไม่กะพริบ เขาในยามนี้ราวกับถูกซาตานร้ายสิงร่าง ทำให้ผู้ที่มองบังเกิดความหวาดกลัวในจิตใจ

            “เหตุใดจึงไม่เดินแล้วเล่า? เดินต่อไป!”น้ำเสียงของหลงเซี่ยวอวี่ดูเหมือนจะราบเรียบไม่แยแส แต่ก็ดูเหมือนจะซ่อนเร้นไปด้วยน้ำแข็งพันปีทำให้ผู้อื่นกลัวจนตัวสั่นเป็นลูกนก!

            ได้ยินเสียงนี้สติของมู่จื่อหลิงก็ถูกลากกลับมาอย่างรวดเร็วในใจก็ยังปรากฏความกลัวเล็กน้อย แต่นางทราบดีว่าเวลานี้มิใช่เวลามาหวาดกลัวและมิใช่เวลาที่จะก้มหัวยอมรับ

            ถ้าเกิดหวาดกลัวแล้วถ้าเกิดก้มศีรษะให้เขา เช่นนั้นนางจะสูญเสียความเป็นตัวเองไปโดยสมบูรณ์เรื่องในเย็นวันนี้นางไม่ได้ผิดอันใด ที่นางเดินออกมาในตอนนี้ยังมิใช่เพราะโดนหมอนี่บีบคั้นหรือ

            จะต้องเด็ดเดี่ยวมิอาจประนีประนอม!

            มู่จื่อหลิงปลุกระดมความกล้าหาญเงยศีรษะขึ้นเผชิญกับสายตาของหลงเซี่ยวอวี่โดยปราศจากความหวาดกลัว!

            เพียงแต่ในยามที่นางสบสายตาเย็นเยียบกับหลงเซี่ยวอวี่ในใจก็ยังมีความรู้สึกหวาดกลัวอยู่เล็กน้อย นางลอบกัดฟัน ยืนหยัดแน่วแน่จ้องเขาอย่างดื้อรั้น

            เหอะ เดินก็เดิน!

            มู่จื่อหลิงหันหลังไปอย่างกล้าหาญเดินออกไปโดยปราศจากความลังเล

            เพียงแต่ทันทีที่นางหมุนตัวไปด้านหลังก็มีแขนเรียวยาวยื่นมาหิ้วนางไว้เหมือนหิ้วลูกเจี๊ยบอย่างไรอย่างนั้นจากนั้นโยนนางลงบนหลังม้าอย่างไร้ความปรานี

            ทั้งตัวของมู่จื่อหลิงหมอบลงบนหลังม้านางยังไม่ทันดิ้นรน อาชาเปินเหลยก็ห้อตะบึงออกไปราวกับลมกรด

            กระทั่งเงาของม้าหายไปเงาร่างสีแดงน่าหลงใหลก็ปรากฏตัวขึ้นหน้าประตูจวนฉีอ๋องอีกครั้ง

            ดวงตาเฉลียวฉลาดภายใต้หน้ากากผีเสื้อโลหะมองไปยังทิศทางที่มู่จื่อหลิงไกลออกไปมุมริมฝีปากแดงสดยกขึ้นน้อยๆ ส่ายศีรษะอย่างจนปัญญา “เฮ้อ! ยายหนูนี่ช่างกล้าหาญจริงๆไม่รู้ว่าจะเป็นเรื่องดีหรือเรื่องร้าย!”

            -

            “หลงเซี่ยวอวี่เจ้าจะพาข้าไปไหนข้าจะไปดูมารดาข้า เจ้าปล่อยข้าลง! รีบปล่อยข้าลงเร็วเข้า!”มู่จื่อหลิงที่ฟุบอยู่บนหลังม้าดิ้นรนอย่างไม่หยุดหย่อน ทุบตีท้องม้าของม้าไม่หยุดแต่ว่าความเร็วของอาชาเปินเหลยกลับมีแต่เพิ่มไม่มีลด!

            มู่จื่อหลิงจะร้องอยู่รอมร่อเจ้าคนรักสะอาดขั้นรุนแรงก่อนหน้านี้ไม่นานมิได้เพิ่งจะรังเกียจนางที่ทั้งสกปรกทั้งเหม็นหรือเหตุใดยามนี้จึงเข้ามาใกล้นางเสียขนาดนี้เล่า

            แล้วตอนนี้หมอนี่จะพานางไปไหนกันแน่ต่อให้ไม่ให้นางไปสวนจิ้งซินก็ให้นางกลับจวนอ๋องสิตอนนี้มันเกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่

            หลงเซี่ยวอวี่นิ่งเงียบไร้ซึ่งวาจามาโดยตลอดหลุบตาลงต่ำมองมู่จื่อหลิงที่ดิ้นรนเต็มเหนี่ยวตรงหน้าด้วยสีหน้าซับซ้อนไม่รู้ว่ากำลังไตร่ตรองสิ่งใดอยู่

            ความเร็วของอาชานั้นว่องไวพอๆกับการเหาะ มู่จื่อหลิงที่เดี๋ยวก็หมอบ เดี๋ยวก็ดิ้นรนไม่ถึงครู่หนึ่งนางก็รู้สึกเลือดสูบฉีดขึ้นสมองวิงเวียนศีรษะตาลายท้องกระเด้งกระดอนจนทรมานเป็นที่สุด!

            ไม่รู้ว่าดิ้นรนขัดขืนอยู่นานเพียงใดมู่จื่อหลิงก็รู้สึกว่าร่างกายสิ้นไร้เรี่ยวแรง สมองขาดอากาศ และศีรษะเหมือนจะระเบิดออกมาในวินาทีต่อไป

            “หลง...หลงเซี่ยวอวี่หากเจ้ายังไม่ปล่อยข้าลงไปอีก ข้าจะอาเจียนแล้ว เจ้ามิได้กลัวสิ่งสกปรกที่สุดหรือรีบปล่อยข้าลงเร็วเข้า ข้าทรมานยิ่งนัก จริงๆ นะ...” แขนขาทั้งสี่ของมู่จื่อหลิงเหมือนดั่งซากศพนางล้มลงไปโดยไม่รู้ตัวแม้แต่น้อย ฝืนพูดประโยคสุดท้ายให้จบอย่างอ่อนแรง

            มู่จื่อหลิงอยากจะร้องไห้โดยไร้น้ำตานางยอมแล้ว นางยอมแล้วจริงๆ!

            ตกลงแล้วนางไปยั่วโมโหเจ้าคนขี้หงุดหงิดอารมณ์แปรปรวนผู้นี้เช่นไรตอนนี้ในที่สุดนางก็รู้แล้ว การอวดดีต่อหน้าหมอนี่ถือเป็นการเสียแรงเปล่าโดยสิ้นเชิง

            หลงเซี่ยวอวี่ยังคงเงียบงันไร้วาจาเช่นเดิม!

            ในชั่วขณะที่มู่จื่อหลิงพูดจบประโยคสุดท้ายอาชาเปินเหลยก็หยุดอยู่หน้าประตูเรือนขนาดเล็กที่เงียบสงบและงดงาม ส่งเสียงร้องฟืดฟาดออกมา!

            สถานที่แห่งนี้เป็นดั่งดินแดนในอุดมคติกลิ่นหอมกรุ่นยามค่ำคืนลอยอ้อยอิ่งไปทั่วท้องนภาแห่งดวงดาวมีเสียงร้องของกบและแมลงอยู่ไปทั่วทุกแห่งหนเผยให้เห็นบรรยากาศที่งดงามชวนเคลิบเคลิ้ม

            หลงเซี่ยวอวี่พลิกมู่จื่อหลิงที่อ่อนปวกเปียกไร้เรี่ยวแรงขึ้นมาอุ้มทะยานลงจากหลังม้า นัยน์ตาเย็นชาเหลือบมองใบหน้าขนาดเล็กแดงเรื่อ ดวงตาสองข้างแวววาวของมู่จื่อหลิงที่กำลังอ้าปากพะงาบหอบหายใจอยู่ในอ้อมอก

            ในท้ายที่สุดเขาก็ยังขมวดเรียวคิ้ววางสองขาของมู่จื่อหลิงให้จรดพื้น มือข้างหนึ่งพยุงเอวคอดเล็กของนางมิให้นางล้มปวกเปียกลงไป มืออีกข้างเคลื่อนลมปราณช่วยให้นางหายใจคล่องขึ้น

            ยามนี้มู่จื่อหลิงไร้เรี่ยวแรงจะโวยวายเสียแล้วต่อให้มีแรงนางก็ไม่กล้าทำอีกเวลานี้นางจึงได้แต่ตัวอ่อนไร้เรี่ยวแรงพิงอยู่ในอ้อมกอดของหลงเซี่ยวอวี่

            นางกล้ารับรองว่าหากคนสารเลวผู้นี้ยังให้นางหมอบอยู่เช่นนั้นต่อไป วินาทีต่อมาจะต้องเลือดคลั่งในสมองจากนั้นก็ตายอย่างมีเกียรติอยู่บนหลังม้า!

            ไม่ถึงครู่หนึ่งมู่จื่อหลิงก็กลับมาเป็นปกติสีหน้ากลับมากระปรี้กระเปร่า หลงเซี่ยวอวี่จึงปล่อยนางออก ไม่มองนางแม้แต่สักตาเดินตรงเข้าไปในเรือนด้วยท่าทางสง่างาม ถือว่าที่แห่งนี้เป็นอาณาเขตของตนเองแล้ว

            มู่จื่อหลิงอึ้งตะลึงอยู่ที่เดิมกวาดสายตามองสภาพแวดล้อมรอบกาย ที่แห่งนี้คุ้นเคยนัก!

            นางเงยหน้ามองแผ่นป้ายเหนือศีรษะสวนจิ้งซิน

            มู่จื่อหลิงในยามนี้บอกไม่ถูกว่าตนเองกำลังรู้สึกเช่นใดอยู่ทั้งตระหนกทั้งยินดี ทั้งตัดพ้อไม่พอใจ และโมโห!

            ที่แท้หลงเซี่ยวอวี่ก็ต้องการพานางมาที่สวนจิ้งซินแต่เหตุใดหมอนี่จึงไม่พูด ทำให้นางได้รับความทรมานโดยเปล่าประโยชน์มาทั้งทาง!

            แต่ว่าความเร็วของอาชาเปินเหลยนี่ช่างเร็วยิ่งนักการเดินทางที่เดิมทีต้องใช้เวลาสองชั่วยามอาชาเปินเหลยใช้เวลาไม่ถึงครึ่งชั่วยามก็ถึงแล้ว

            “ยังยืนทำอันใดอยู่?” น้ำเสียงเย็นเยียบของหลงเซี่ยวอวี่ดังมาจากข้างในเรือน

            ตัวของมู่จื่อหลิงสั่นเล็กน้อยวิ่งเหยาะๆ ดุ๊กดิ๊กเข้าไป!

            “หลิงเออร์ เจ้า” มู่เจิ้นกั๋วย่างเท้าเข้าใกล้หลังจากเห็นบุคคลตรงหน้าได้ชัดเจนแล้ว เพิ่งจะเอื้อนเอ่ยได้เพียงหนึ่งคำ เขาก็ตกตะลึงคุกเข่าข้างหนึ่งลงสองมือประกบกันน้ำเสียงที่มีความอิดโรยดังขึ้นอย่างเคารพนอบน้อม “เหล่าเฉินคารวะฉีอ๋องขอให้ฉีอ๋องอายุยืนหมื่นปีหมื่นปีหมื่นหมื่น ปี!”

            ป้าเยวี่ยเองก็คุกเข่าตามด้วยความตกใจเช่นกัน!

            พวกเขาคิดเช่นใดก็คิดไม่ถึงว่าฉีอ๋องผู้สูงศักดิ์จนหาที่เปรียบมิได้จะมายังที่แห่งนี้ทั้งยังมาตอนดึกดื่นเสียด้วย

            วันนี้พวกเขาสั่งให้หรูอี้ไปจวนฉีอ๋องเชิญมู่จื่อหลิงมาที่นี่ ผู้ใดจะไปนึกว่าหรูอี้หาตัวหลิงเอ๋อร์ไม่พบ แม้แต่เสี่ยวหานก็มิได้พูดว่าหลิงเอ๋อร์ไปที่ใดยามนี้ฉีอ๋องมาด้วยตนเอง มิใช่ว่าหลิงเอ๋อร์ไปก่อเรื่องใหญ่อันใดไว้จริงๆ ใช่หรือไม่?

            “ลุกขึ้น! แม่ทัพมู่มิจำเป็นต้องมากมารยาทเช่นนี้!” น้ำเสียงเย็นชาไร้ความรู้สึกของหลงเซี่ยวอวี่ดังขึ้น

            มู่จื่อหลิงบ่นอุบอิบในใจดูเหตุการณ์ตรงหน้าสิ การมาของพระพุทธรูปองค์ใหญ่เช่นหลงเซี่ยวอวี่ไม่ได้ทำให้คนตื่นตะลึง แต่ทำให้ตื่นตกใจเสียมากกว่า

            ผู้ไม่รู้ยังคิดว่านางไปก่อเรื่องที่จวนอ๋องเข้าพระพุทธรูปองค์นี้จึงได้เคลื่อนทัพมาถามโทษ [1] ถึงหน้าประตูบ้าน

            มู่จื่อหลิงไม่คิดอันใดมากรีบเดินเข้าไปพยุงมู่เจิ้นกั๋วขึ้นมา พูดอย่างเร่งรีบ “ท่านพ่อพวกเราไปดูอาการท่านแม่กันก่อนเถิดเจ้าค่ะ”

            มู่เจิ้นกั๋วเห็นมู่จื่อหลิงลุกลี้ลุกลนต่อหน้าฉีอ๋องก็ไม่รู้ว่าควรพูดเช่นใดดีแม้เขาจะเป็นห่วงอาการป่วยของหลี่เอิน ทว่ายามนี้สถานการณ์ไม่เหมือนเดิมแล้ว

            เขาไม่รู้ว่าฉีอ๋องมาเยือนด้วยเหตุผลใดกันแน่

            เห็นเช่นนี้แล้วมู่จื่อหลิงก็ไม่รู้ว่าที่หลงเซี่ยวอวี่พานางมาเป็นเรื่องดีหรือร้ายตอนนี้เพียงผู้อื่นเห็นพระพุทธรูปองค์นี้ใบหน้าก็ตึงเครียดล้วนเกรงกลัวว่าจะพูดผิดเข้า

            แต่วันนี้นางก็นับว่าได้ประสบเข้าด้วยตนเองจริงๆอีกครั้งแล้วว่าเหตุใดผู้คนต่างก็หวาดกลัวท่านอ๋องผู้มีใบหน้าเย็นชาผู้นี้

            เป็นความจริงที่ว่าความหวาดกลัวที่มีต่อเขาในยามนั้นเกิดขึ้นมาจากก้นบึ้งของหัวใจ! วาจาและการกระทำล้วนต้องระวังรอบคอบ!

            ราวกับมองเห็นความอึดอัดใจของมู่เจิ้นกั๋วหลงเซี่ยวอวี่จึงเอ่ยปากอีกครั้งด้วยความเฉยชา “ท่านแม่ทัพมู่ไม่ต้องกังวลคืนนี้เปิ่นหวางเพียงมาเยี่ยมเยือนเป็นเพื่อนหวางเฟยเท่านั้น!”

            ได้ยินคำพูดนี้มู่เจิ้นกั๋วและป้าเยวี่ยก็เต็มไปด้วยความไม่อยากเชื่อพวกเขาต่างก็รู้ว่าหลิงเอ๋อร์เป็นคนที่ไทเฮาประทานสมรสให้ฉีอ๋องและฉีอ๋องเป็นคนเช่นใด พวกเขาเองก็ทราบดีเช่นกัน

            ไม่คิดว่าฉีอ๋องจะมาพร้อมกับหลิงเอ๋อร์และเป็นเพียงแค่การมาเยี่ยมเยือนเท่านั้น มิใช่เพราะมีธุระถึงมาดูท่าทางหลิงเอ๋อร์และท่านอ๋องแล้ว คงมิใช่...

            แม้ในใจของพวกเขาจะบังเกิดความสงสัยแต่ก็ไม่กล้าถามกันออกมา

            มู่เจิ้นกั๋วเองไม่กล้าล่าช้าอีกต่อไปเปิดทางและกล่าวอย่างนอบน้อม “ท่านอ๋อง เชิญที่ห้องโถง”

            “ไม่จำเป็น เปิ่นหวางกำลังอยากไปเยี่ยมไข้มู่ฟูเหรินด้วยเช่นกัน”เสียงของหลงเซี่ยวอวี่นั้นเฉยชา มิอาจคัดค้านได้!

            สิ้นเสียงพูด ไม่ต้องรอให้ผู้อื่นนำทางหลงเซี่ยวอวี่ก็หาห้องที่หลี่เอินพักอยู่ได้อย่างแม่นยำ เดินมุ่งเข้าไปข้างในห้อง!

            แต่ว่าเขาอยากไปเยี่ยมไข้มู่ฟูเหรินจริงๆหรืออยากไปดูสิ่งอื่นใดนั้น มีเพียงแค่ตัวเขาเองที่รู้ดี

            เพียงครู่เดียวฉีอ๋องก็ผันตนเองจากแขกมาเป็นเจ้าบ้านทิ้งให้คนเบื้องหลังสามคนมองหน้ากันไปมา

            -

            ทันทีที่พวกมู่จื่อหลิงเข้าไปก็เห็นคนที่ยังนอนหลับลึกอยู่บนเตียงหลี่เอินในยามนี้ไม่เหมือนกับวันแรกที่มู่จื่อหลิงได้พบอย่างสิ้นเชิง

            ร่างกายของหลี่เอินในตอนนี้เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิงทั่วทั้งตัวบวมเป่ง ผิวพรรณดำคล้ำ จนมองใบหน้าเดิมของนางไม่ออกเลยแม้แต่น้อยดูไปแล้วทำให้ผู้อื่นรู้สึกกลัวยิ่งนัก

            มู่จื่อหลิงขมวดคิ้วอย่างเจ็บใจลางสังหรณ์ไม่ดีระลอกหนึ่งบังเกิดขึ้นในใจ นางไม่พูดพล่ามเดินมุ่งเข้าไปข้างเตียงเริ่มใช้งานระบบซิงเฉิน ตรวจสอบอย่างเคร่งขรึม

            เพียงแต่ยิ่งตรวจเรียวคิ้วนางก็ยิ่งขมวดแน่นสารพิษเดิมในร่างกายของหลี่เอินส่วนใหญ่ถูกกระตุ้นให้ออกมาผ่านการแช่สมุนไพรแล้วแต่เพราะพิษที่ตกตะกอนมาหลายปีนั้นก็ยังคงไร้หนทางที่ขับออกจากร่างกายจึงทำให้ผิวพรรณดำคล้ำ

            ปัจจุบันที่ร่างกายของนางบวมเป่งเป็นเพราะมีพิษชนิดใหม่กำเนิดขึ้นอีกในตัวนางซึ่งพิษนั้นกำลังกัดกินเซลล์ของนางอยู่!

            จนกระทั่งเซลล์ในร่างกายตายจนหมดแล้วร่างกายจึงจะหายบวมและหลังจากเซลล์ตายไปหมดผู้ที่ถูกพิษก็จะตายตามไปด้วย

            “ท่านพ่อท่านแม่เป็นเช่นนี้มาตั้งแต่เมื่อใด” เรียวคิ้วของมู่จื่อหลิงขมวดแน่นถามด้วยสีหน้าหนักอึ้ง

            เห็นท่าทางเช่นนี้ของมู่จื่อหลิงหัวใจของมู่เจิ้นกั๋วก็ถูกบีบรัดจนแน่นตามไปด้วย “สามวันก่อนเดิมทีเป็นเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ไม่มองโดยละเอียดก็มองไม่เห็น แต่เช้าวันนี้จู่ๆ ก็กลายเป็นเช่นนี้แล้วพ่อร้อนใจจึงให้หรูอี้ไปหาเจ้า”

            แต่เดิมหลี่เอินแช่ยาสมุนไพรทุกวันเขาค่อยๆ รู้สึกว่าร่างกายของหลี่เอินดูเหมือนจะมีชีวิตชีวามากกว่าแต่ก่อน และทุกวันเขาล้วนเฝ้าปรารถนาว่าหลี่เอินจะฟื้นขึ้นมาในสักวัน

            แต่ตอนนี้จู่ๆ หลี่เอินกลายเป็นเช่นนี้ได้ผลักความหวังที่สร้างขึ้นมาแต่เดิมลงสู่ขุมนรกอีกครั้ง เขาไม่โทษบุตรสาวของเขาเขาเพียงโทษตนเองที่ไร้ประโยชน์ ปีที่เกิดเรื่องไม่มีความสามารถมาปรากฏตัวขึ้นข้างกายหลี่เอิน

            ได้ยินคำนี้มู่จื่อหลิงก็รู้สึกแค้นเคืองใจ!

            สามวันก่อน?

            นั่นมิใช่วันที่นางเตรียมตัวจะมาที่นี่หรือ?

            สมควรตาย! ถ้าไม่มีเรื่องของหลงเซี่ยวหนานเกิดขึ้นนางก็มาได้ตั้งนานแล้ว และตอนนี้มารดาของนางคงไม่กลายเป็นเช่นนี้

            --------------------------------------------

            เชิงอรรถ

            [1] เคลื่อนทัพมาถามโทษแปลว่า มาประณามความผิดของฝ่ายตรงข้าม

    คล้ายกับเรื่องทะลุมิติไปเป็นพระชายาแพทย์ผู้มากพรสวรรค์ [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน

    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    นิยาย รัก
    421K 828
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    นิยาย รัก
    627K 1276
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    เกิดใหม่มั่งคั่ง ทำฟาร์มกลางหุบเขาลึก [จบ]

    เกิดใหม่มั่งคั่ง ทำฟาร์มกลางหุบเขาลึก [จบ]

    นิยาย รัก
    399K 392
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    484K 1138
    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668