“ย้อนกลับไปหลายร้อยล้านปีก่อน วันที่โลกแห่งนี้ได้กำเนิดขึ้นมา ในตอนนั้นเองได้กำเนิดหกตัวตนที่มีพลังสูงสุดของโลกใบนี้กำเนิดขึ้นมาพร้อมๆ กัน หกตัวตนนั้นเมื่อกำเนิดขึ้นในตอนนั้นโลกใบนี้เป็นโลกที่ว่างเปล่าไร้สิ่งของไร้ชีวิต หลังจากหกตัวตนนั้นได้ถือกำเนิดขึ้นและมีชีวิตอยู่ด้วยกันเพียงหกคนหลายร้อยปี หลายพันปี ก็ได้เกิดรู้สึกเบื่อหน่าย จึงใช้พลังที่มหาศาลของพวกเขาทั้งหก แต่ละคนได้รังสรรค์สิ่งต่างๆ พร้อมกับกำหนดกฎเกณฑ์ต่างๆ ของโลกขึ้นมา
ไดจิ เทพรังสรรค์แห่งธรรมชาติ ผู้ที่สรรค์สร้างธรรมชาติขึ้นมาและยังเป็นผู้ที่สรรค์สร้างธาตุทั้งสิบ ดิน น้ำ ลม ไฟ สายฟ้า โลหะ แสงสว่าง ความมืด น้ำแข็ง ไม้
ทีเรียส เทพรังสรรค์แห่งเผ่าพันธุ์ ผู้ที่สรรค์สร้างและกำหนดรูปแบบของสายเลือดเผ่าพันธุ์ต่างๆ สร้างความแตกต่างของสิ่งมีชีวิตทุกสิ่งมีชีวิต
ไลฟ์ เทพรังสรรค์แห่งชีวิต ผู้ที่สรรค์สร้างชีวิตขึ้นมาสร้างกฎเกณฑ์แห่งกายจิ ต และ วิญญาณ สิ่งมีชีวิตทุกชีวิตจะต้องประกอบด้วยสามสิ่งนี้ ถึงจะกำเนิดเป็นสิ่งมีชีวิตได้
เทียนไห่ เทพรังสรรค์แห่งสายพลังและการวิวัฒนาการ สร้างกฎเกณฑ์ที่ให้ทุกสิ่งสามารถวิวัฒนาการตนเองในด้านใดด้านหนึ่งที่เหมาะสมกับสายพันธุ์ หรือ พลังของตนเอง และ ยังเป็นผู้ที่สร้างสายพลังอย่างลมปราณและพลังเวทขึ้นมาอีกด้วย
โครนอส เทพรังสรรค์แห่งกาลเวลา ผู้ที่สรรค์สร้างพลังแห่งกาลเวลาขึ้นมา กำหนดกฎแห่งกาลเวลาว่าทุกสิ่งมีชีวิตจะต้องเกิดแก่และตายตามกาลเวลา ไม่มีผู้ใดจะสามารถอยู่เหนือกาลเวลาได้
นาสเทีย เทพรังสรรค์แห่งกฎวัฏสงสาร ผู้ที่สร้างสรรค์กฎเกณฑ์แห่งการเวียนว่ายตายเกิดของสิ่งมีชีวิต เพื่อควบคุมปริมาณสิ่งมีชีวิตบนโลกใบนี้ไม่ให้มากหรือน้อยเกินไป
ทั้งหก คือหกคนแรกที่เกิดขึ้นมาพร้อมๆ กับโลกใบนี้ เกิดมาพร้อมกับพลังอันยิ่งใหญ่ของชนขั้นเทวะรังสรรค์ นั่นคือการกำเนิดสิ่งต่างๆ ของโลกใบนี้ขึ้นมา ในตอนนั้นโลกแห่งนี้มีเพียงแค่หนึ่งใบ บนโลกใบนี้เต็มไปด้วยหลักเผ่าพันธุ์ หลากหลายสายพลัง ไม่ว่าจะเป็นพลังจิต พลังลมปราณ พลังเวท และ พลังวิญญาณ ต่างสามารถพบได้ภายในโลกใบเดียว” กระบี่เหนือสวรรค์ค่อยๆ อธิบายเรื่องราวการกำเนิดของโลก
“เทพรังสรรค์หกคนแรกเกิดขึ้นมาพร้อมกับโลกใบนี้ แล้วอีกคนล่ะขอรับ” อูหลินเฟิง ได้ถามออกมาเพราะว่าอาจารย์เขาบอกว่าคนที่ไปถึงระดับนั้นได้มีเจ็ด คน
“คนที่เจ็ด กำเนิดหลังจากนั้นอีกเกือบหลายล้านปีทีเดียว ในยุคนั้นมีทั้งเทพ มาร ชนชั้นราชันเทวะและเทวะแท้จริงมากมาย และในตอนนั้นก็ได้มีเผ่าพันธุ์ที่อ่อนแอที่สุดรวมอยู่ด้วย นั้นคือเผ่ามนุษย์ คนที่เจ็ดเมื่อก่อนเป็นเพียงเผ่าพันธุ์มนุษย์ที่อ่อนแอที่สุด ไร้พลังสายเลือดที่แข็งแกร่งภายในร่างกาย ว่ากันว่าเมื่อตอนที่เขายังเด็กเกิดโศกนาฏกรรมที่ทำให้ตระกูลของเขาต้องล่มสลาย จิตใจที่บิดเบี้ยวของเขาโทษทุกสิ่งทุกอย่างและยังโทษเหล่าเทพรังสรรค์ โทษเหล่าเทพรังสรรค์ที่ตระกูลของเขานับถือสุดหัวใจ แต่กลับไม่ยอมมาช่วยเมื่อตระกูลของเขาล่มสลาย สิ่งนั้นทำให้เขาเคียดแค้นเหล่าเทพรังสรรค์และเคียดแค้นทุกสิ่งทุกอย่างสุดหัวใจ ในตอนนั้นว่ากันว่าพลังของเขาได้ตื่นขึ้นมา มันคือพลังของการกลืนกินและแย่งชิง
เขาจะสามารถกลืนกินและแย่งชิง พลังของอีกฝ่ายได้ดั่งใจ เมื่อเขากลืนกินผู้ใดแล้ว ทุกสิ่งทุกอย่างของคนผู้นั้นจะกลายเป็นของเขา แม้ว่าชายคนนั้นจะมีความแค้นที่มากล้นในหัวใจแต่ว่ากลับสามารถเก็บนำความแค้นไว้ในใจได้อย่างดี พลังที่ยิ่งใหญ่อย่างการแย่งชิงพลังจากการกลืนกินผู้อื่น หากผู้ครอบครองเป็นพวกบ้าไม่คิดหน้าคิดหลังพลังนี้ย่อมถูกเปิดเผยหลังจากได้รับไม่นาน แต่ว่า ชายคนนั้นจะเลือกแยกชิงพลังของผู้ยิ่งใหญ่ที่ใกล้เสียชีวิตแล้วเท่านั้น เขาจะลอบเข้าไปตีสนิทกับตระกูลไหนก็ตามที่ ในตระกูลมีคนที่มีพลังมหาศาลใกล้จะเสียชีวิต เขาจะใช้คนที่ใกล้ตายเป็นเหยื่อสำหรับการแย่งชิงพลัง ทำให้เขาสามารถรอดสายตาจากผู้ยิ่งใหญ่คนอื่นได้ กว่าที่ทุกคนจะรู้ตัว เขาก็ทำแบบนี้ไปเรื่อยๆ จากนักสู้ระดับหนึ่ง สามารถบรรลุถึงชนชั้นเทพแท้จริง ชนชั้นราชันเทวะ ในตอนนั้นเขาเรียกตัวเองว่า นอคซ์
นอคซ์ ได้ใช้เวลาไม่ถึงยี่สิบปีในการบรรลุ ชนชั้นราชันเทวะ แต่ถึงเขาจะมีพลังมหาศาลขนาดไหนย่อมไม่อาจใช้พลังชนชั้นราชันเทวะเอาชนะพลังของเทพรังสรรค์ได้ จึงเลือกที่จะตีสนิทและเข้าเป็นคนรับใช้ของหนึ่งในเทพรังสรรค์ เทพแห่งกาลเวลาโครนอส
และยังอยู่รับใช้เทพแห่งกาลเวลาโครนอสมานานหลายปีจนได้รับความไว้วางใจจากทั้งเทพแห่งกาลเวลาโครนอส และ เทพรังสรรค์ทั้งหมด รวมถึงยังได้รับความไว้วางใจจากเจ้านายของข้าในตอนนั้น เจ้านายของข้าในตอนนั้นมีนามว่า อาร์กัส เป็นผู้รับใช้คนสนิทของ เทพแห่งวัฏสงสารนาสเทีย
เทพรังสรรค์นั้นแม้จะมีพลังมหาศาลแต่ว่า พวกเขาได้ใช้พลังของตนเองในการสรรค์สร้างกฎต่างๆ ของโลกใบนี้ และยังใช้พลังของตนเองคอยค้ำจุนพลังของกฎเกณฑ์นั้นให้คงอยู่ต่อไป ทำให้ต้องมีช่วงเวลาที่หลับใหลเพื่อฟื้นฟูพลัง
นอคซ์ ที่ตอนนั้นได้รับความไว้วางใจจากท่านโครนอสอย่างเต็มที่จึงรับรู้สถานที่ที่ท่านโครนอสใช้เพื่อหลับใหล มันได้ใช้เวลานั้นดูดกลืนพลังของโครนอส จนกระทั่งมันสามารถ สามารถบรรลุชนชั้นเทพรังสรรค์ได้ดั่งใจหวัง แม้ว่ามันจะสามารถดูดพลังของท่านโครนอสได้เกือบทั้งหมดแต่ว่า พลังของท่านโครนอสนั้นถูกผูกไว้กับกฎเกณฑ์ของโลกใบนี้ ท่านโครนอสจึงไม่อาจถูกฆ่าตายได้จริงๆ จึงได้หลงเหลือหัวใจของตนเองเอาไว้ ไม่อาจตายอย่างแท้จริง สิ่งนั้นจึงกำเนิดกลายเป็นหัวใจแห่งเทพรังสรรค์ ของท่านเทพโครนอสที่มีพลังแห่งกาลเวลา
เมื่อมันได้พลังของเทพรังสรรค์ที่แข็งแกร่งที่สุดมาแล้ว มันก็ไม่ซ่อนตัวตนของตัวเองอีกต่อไป ประกาศสงครามกับเทพรังสรรค์ที่เหลืออีกห้าคนทันที สร้างเผ่าพันธุ์ใหม่ของตนเองที่มีพลังในการกลืนกินสิ่งมีชีวิต เผ่าพันธุ์ผู้กลืนกิน แม้จะเพิ่งรับพลังขั้นเทพรังสรรค์มา แต่ว่าเจ้านั่นใช้เวลาเพียงไม่นานก็สังหารราชันเทวะที่ติดตาม รับใช้ห้าเทพรังสรรค์และดูดกลืนพลังเหล่านั้นมาไว้กับตัวเองได้ในเวลาไม่นาน
ใช้เวลาเพียงไม่นาน พลังของมันนั้นก็เหนือกว่าห้าเทพรังสรรค์ที่อยู่มาเนิ่นนานนับหลายล้านปี สงครามนั้นกินเวลาหลายล้านปีก็ไม่มีผู้ใดที่สามารถเอาชนะผู้ใดได้อย่างแท้จริง สิ่งมีชีวิตและเผ่าพันธุ์ต่างๆ ได้ถูกสังหารตายลงไปเป็นจำนวนมากมาย นับวันพลังของ นอคซ์ ยิ่งแข็งแกร่งขึ้นเพราะว่ายิ่งมันชนะผู้ใดมันก็จะกลืนกินและแย่งชิงพลังของคนคนนั้นมา
จนกระทั่งพลังของมันมากจนเทพรังสรรค์อีกห้าคนรับรู้ว่าตนเองไม่อาจทำอะไรได้อีกต่อไป จึงตัดสินใจใช้ทั้งชีวิตของตนเองเดิมพันเพื่อต่อสู้กับนอคซ์
ในศึกสุดท้ายพวกเขาห้าเทพรังสรรค์สามารถแย่งชิงหัวใจของเทพโครนอสกลับคืนมาได้ ให้พลังของหัวใจท่านโครนอสรวมกับพลังของห้าเทพรังสรรค์ จนในที่สุดสามารถผนึกนอคซ์เอาไว้ได้ แต่ก็แลกมากับพลังแทบทั้งหมดของเทพรังสรรค์ทั้งห้า แม้จะสามารถผนึกเอาไว้ได้แต่พวกเขารับรู้ว่า หากเป็นแบบนี้ต่อไปในภายภาคหน้าผู้ที่ภักดีกับนอคซ์ จะต้องหาทางช่วยคลายผนึกนอคซ์ ได้แน่นอน จึงได้ใช้พลังที่เหลือของแต่ละคนแบ่งแยก กาย จิต และวิญญาณ ของนอคซ์ ออกจากกัน และได้แบ่งแยกโลกใบนี้ออกเป็นสามใบ นั่นคือโลกแห่งลมปราณ โลกแห่งพลังจิต และโลกแห่งพลังเวทมนตร์ นำร่างกายซ่อนไว้ภายในโลกแห่งลมปราณ ซ่อนดวงจิตที่โลกแห่งจิต ซ่อนดวงวิญญาณที่โลกแห่งเวทมนตร์ แต่การทำแบบนั้นเองเทพรังสรรค์ทุกคน ก็ไม่อาจคงสภาพร่างกายของตนเองได้อีกต่อไป ร่างกายของเทพรังสรรค์ทั้งหมดได้สลายไปจนเหลือเพียงหัวใจของเทพแต่ละองค์เท่านั้น และหัวใจของเทพรังสรรค์แต่ละองค์ก็ถูกซ่อนไว้ในโลกที่ต่างกัน โลกแต่ละใบนั้นจะมีหัวใจแห่งเทพรังสรรค์สองดวงถูกซ่อนไว้
แต่ว่าก่อนที่นอคซ์จะถูกผนึกและแยกส่วนกัน ได้กล่าวว่าไม่ว่าอย่างไรวันหนึ่งเขาจะต้องกลับมาให้ได้ ในตอนนั้นเองเทพีนาสเทีย ได้รับรู้คำทำนายบางอย่างจากหัวใจของท่านโครนอส นางได้บอกว่า หากวันใดที่นอคซ์ จะฟื้นคืนกลับมา เมื่อนั้นผู้ที่มีดวงจิตวิญญาณราชันเหนือสวรรค์สามคน ผู้มีพลังแห่งอดีต ปัจจุบัน และอนาคต จะเป็นผู้ที่สามารถหยุดยั้งเขาได้ ต่อให้ในตอนนั้นนอคซ์ จะแข็งแกร่งมากเพียงใดหรือจะมีผู้ภักดีมากขนาดไหน ก็จะถูกสามตัวตนนี้ชนะในสักวัน
และหลังจากที่เทพรังสรรค์ทั้งหมดหายไปลงเหลือไว้เพียงหัวใจ อาร์กัส ข้ารับใช้คนสนิทที่สุดที่เป็นถึงชนชั้นราชันเทวะ ได้ถูกรับเลือกจากหัวใจของท่านนาสเทียให้เป็นตัวตนแห่งอดีต ผู้ที่มีความสามารถในการระลึกชาติได้ไม่ว่าจะเกิดอีกกี่ครั้ง มีดวงวิญญาณที่อยู่เหนือกฎเกณฑ์แห่งวัฏสงสารที่นางเป็นคนสร้างขึ้นมา นับตั้งแต่นั้นมาเจ้านายของข้าก็ได้ถือกำเนิดขึ้นมาอีกหลายต่อหลายครั้งทุกครั้งย่อมเกิดมาพร้อมกับดวงจิตวิญญาณราชันเหนือสวรรค์ จนกระทั่งเขาได้สร้างแดนศักดิ์สิทธิ์หอคอยวิญญาณขึ้น เพื่อรอวันกลับมาของนอคซ์” กระบี่วิญญาณได้อธิบายทุกสิ่งทุกอย่างให้แก่อูหลินเฟิงรวมถึงลี่เจียงที่อยู่ด้วย อยู่ๆ เขาทั้งคู่ก็ได้รับรู้ถึงสิ่งที่ยิ่งใหญ่เกินกว่าที่ตนเองจะนึกถึงได้
“หากท่านพูดแบบนั้นหมายความว่า ท่านคิดว่าข้าคือตัวตนที่เหลืออยู่ ตัวตนแห่งปัจจุบันหรือตัวตนแห่งอนาคตอย่างนั้นหรือ” อูหลินเฟิงได้ถาม สิ่งพวกนี้เหลือเชื่อมากเกินไปจนเขาไม่อยากจะเชื่อ หากว่าสิ่งที่กระบี่เหนือสวรรค์พูดเป็นความจริงหมายความว่าความรับผิดชอบในอนาคตของเขาจะยิ่งใหญ่เกินตัวมากเกินไป
“ถูกต้อง ตัวเจ้าเป็นเพียงคนเดียวที่มีชีวิตและเติบโตอยู่พร้อมๆ กันในสามโลก และยังมีดวงจิตวิญญาณราชันเหนือสวรรค์ รวมถึงการพิทักษ์ของเทพรังสรรค์ ร่างเงาที่ออกมาช่วยเจ้าคือร่างเงาของท่านนาสเทีย นี่คือสิ่งที่พิสูจน์ว่าเจ้าคือตัวตนแห่งปัจจุบัน ตัวตนที่จะมีความสามารถมากพอในการหยุดยั้ง นอคซ์ในอนาคต” กระบี่เหนือสวรรค์ได้กล่าวออกมา
“แต่ว่า ข้าไม่ใช่คนที่ยิ่งใหญ่แบบนั้น ข้าย่อมรู้ตัวดี ตัวข้าเป็นเพียงคนขี้ขลาดที่ไม่กล้าสู้ด้วยพลังของตนเอง แม้แต่รูปแบบการต่อสู้ของข้า ยังเป็นรูปแบบที่ไม่ใช้พลังปะทะพลัง ใช้สัตว์อสูรต่อสู้แทนตัวเอง ใช้ชิกิงามิต่อสู้แทนตัวเอง ซ่อนตัวเองภายในภาพมายา ตัวข้านั้นย่อมไม่อาจเป็นคนยิ่งใหญ่ที่พวกท่านตามหาได้” อูหลินเฟิงกล่าวออกมา เขาย่อมรู้ตัวตนของเขาดีทุกสิ่งทุกอย่างที่ทำให้เขาเดินทางมาถึงตอนนี้ได้ เกิดขึ้นเพื่อต้องการช่วยครอบครัวของตนเองเท่านั้น เขาที่เคยสัมผัสกับความตายมาแล้ว สองรอบย่อมไม่อยากจะสัมผัสกับอันตรายที่ถึงชีวิตแบบนั้นอีก ตัวเขาย่อมรู้ความขี้ขลาดของตัวเองดี
“นับว่าเป็นโชคดีที่เจ้ารู้ตัวว่าตนเองเป็นคนแบบไหนแต่ว่า ข้าได้ดูความทรงจำของเจ้าแล้ว คิดว่าเหตุใดเจ้าถึงได้รับการพิทักษ์ของเทพรังสรรค์ นั่นก็เพราะว่ามารดาของเจ้า ตอนนี้ครองครอบครองหัวใจของท่านนาสเทีย หัวใจแห่งเทพรังสรรค์ที่มีพลังแห่งกฎวัฏสงสาร นางก็ได้เลือกเจ้าแล้วแต่ตอนนี้หัวใจของท่านนาสเทียได้ไม่อยู่กับเจ้า
และหากข้าคาดเดาไม่ผิดแดนจันทราโลหิตและรัฐบาลโลกของโลกแห่งจิต ตอนนี้อาจจะเป็นลูกสมุนของนอคซ์ ที่กำลังพยายามหาทางคืนชีพให้กับมัน ในการนั้นมันจะ ต้องพยายามตามหาร่างของนอคซ์ ที่ถูกผนึกไว้ในโลกลมปราณแห่งนี้ และมันยังต้องการหัวใจแห่งเทพรังสรรค์สองดวงที่อยู่ในโลกลมปราณแห่งนี้ ที่สามารถบอกตำแหน่งของที่ซ่อนนั้นได้
หมายความว่าตอนนี้มารดาของเจ้าที่กำลังครอบครองหัวใจแห่งเทพรังสรรค์อยู่ จะกลายเป็นเป้าหมายของแดนจันทราโลหิต”
เมื่อได้ยินคำกล่าวนั้นร่างกายของอูหลินเฟิง ได้สั่นสะท้านทันที แม้เขาไม่ต้องการที่จะกลายเป็นผู้ยิ่งใหญ่หรือกลายเป็นวีรบุรุษแต่ว่า หากใครก็ตาม คิดจะมาเล่นงานครอบครัวเขาต่อให้เป็นเทพหรือมารเขาก็ไม่สน นั่นคือส่วนลึกของอูหลินเฟิง เพราะไม่ว่าอย่างไรก็ตามดวงจิตวิญญาณแฝดของอูหลินเฟิง เรนและลุค ต่างเป็นเด็กกำพร้าที่ไม่มีบิดามารดาในโลกของพวกเขา เมื่อใดก็ตามที่เป็นเรื่องเกี่ยวกับครอบครัวนั้น ต่อให้เป็นอูหลินเฟิง ก็ยอมเสี่ยงทั้งชีวิตเพื่อช่วยเหลือ แล้วยิ่งครั้งนี้เมื่อได้ยินในเรื่องราวของมารดาว่ามารดาอาจจะกลายเป็นเป้าหมายของแดนจันทราโลหิต เขายิ่งยินดีต่อสู้เพื่อแลกชีวิตอย่างยิ่ง
“พออ่านความทรงจำข้าได้แล้วเหมือนท่านจะรู้จุดอ่อนของข้าดีเหลือเกิน ได้ ถ้าอยากให้ข้าสู้ขนาดนั้น ข้าจะสู้ให้ จะเทพจะมารหรือจะแดนจันทราโลหิต ข้าจะขัดขวางพวกมันทั้งหมด” อูหลินเฟิงกล่าว ไม่ว่าใครหน้าไหนเขาก็จะไม่ให้มันมายุ่งกับมารดาของเขา เขาจะต้องตามหานางและช่วยนางให้ได้ก่อนที่อีกฝ่ายจะหาเจอ ไม่อยากเชื่อเลยว่านิยายที่ลุคเคยอ่านจะซ่อนเรื่องราวเบื้องหลังไว้มากมายเพียงนี้
..
..
จบตอน