ฮูหยินบ้านนากับคุณชายต้องสาป

    45




    สวนสกุลมี่

    “ใครเป็นคนส่งเจ้ามา”เสียงเย็นของมี่เฟิงเอ่ยถามชายที่อยู่ในชุดคนงานตรงหน้าของตนเขาปรายตามองลงไปที่เขาที่ตอนนี้ถือว่าอยู่ในสภาพสะบักสะบอมของชายผู้นั้น แล้วใช้มือเชยค้างของเขาเพื่อให้สายตาของเขาและสายลับของคนผู้นั้นได้มองสบตากับอย่างพอดิบพอดี

    “ฮึๆ”สายลับที่รู้ว่าตนนั้นจะต้องถูกเด็กหนุ่มตรงหน้าของเขาเป็นผู้สอบสวนก็หัวเราะออกมาเบาๆแล้วมองไปที่เด็กหนุ่มตรงหน้าของตนด้วยรอยยิ้มท้าทาย

    “ข้าถามว่าผู้ใดเป็นคนส่งเจ้ามา”มี่เฟิงเอ่ยพร้อมกับมองสบไปที่สายลับตรงหน้าของตนอีกครั้งด้วยสีหน้าจริงจัง

    “ฮึๆ”สายลับหัวเราะออกมาอย่างเย้ยหยันที่เขาต้องมาถูกเด็กหนุ่มหน้ามนต์มาตะคอกถามตนเช่นนี้

      เพี๊ยะมี่เฟิงที่นอกจากจะได้รับการสอนสั่งความรู้ที่จะสามารถนำไปสอบเป็นขุนนางในอนาคตแล้วเขายังได้รับการสอนการรีดเค้นความลับจากศัตรูจากอาจารย์ของเขาเป็นอย่างดี

    “ฮึๆคิดว่าทำเพียงเท่านี้ ข้าจะยอมบอกเจ้าหรือ ฮ่าๆ”เสียงหัวเราะที่ชายตรงหน้าหัวเราะออกมาเสียงดังทำให้ความอดทนของเขาก็จบลงในที่สุด

    “ไปเอามีดกับน้ำผึ้งมา”มี่เฟิงเอ่ยสั่งหานไท่หรือคนรับใช้คนสนิทของมี่เฟิงที่ยืนก้มหน้าด้วยความกลัวอยู่ไม่ไกลจากตน

    “มีดกับน้ำผึ้งขอรับ”หานไท่เอ่ยพร้อมกับส่งมีดขนาดเหมาะมือพร้อมกับไหน้ำผึ้งให้กับผู้เป็นนายของตนด้วยรอยยิ้มเย็น

    “ดีมากเราจะมาดูกันสิว่าคนที่สามารถทนแรงเตะต่อยได้ด้วยรอยยิ้มเบิกบานเช่นเจ้าจะสามารถทนแรงมดกัดเล็กน้อยๆได้หรือไม่”มี่เฟิ่งเอ่ยพร้อมกับหันไปส่งสายให้กับหานไท่ที่ตอนนี้ได้โอบอุ้มไหขนาดใหญ่เข้ามาในห้องด้วยรอยยิ้มสนุกสนานเขาสั่งให้คนของเขาเคลื่อนย้ายร่างของชายผู้นั้นไปยังห้องที่ปกปิดมิดชิดมากขึ้นเพื่อป้องกันไม่ให้มดสามารถออกจากห้องขังได้

    “พวกเจ้าจะทำอะไร”คนร้ายที่พอจะรู้แล้วตนเองนั้นกำลังจะต้องมาเผชิญหน้ากับอะไรเขาจึงพยายามสะบัดตัวออกจากการเกาะกุมของคนที่เข้ามาช่วยพยุงตัวของเขาไปที่อีกห้องเพื่อรอการรีดความลับอันเลือดเย็นของเด็กหนุ่มที่กำลังยกยิ้มหวานให้กับอยู่นั้นเอง

    “ข้ากำลังจะให้อาหารสัตว์เช่นไรเล่า”มี่เฟิงเอ่ยตอบพร้อมกับหัวเราะออกมาอย่างชอบใจ

    “อ้ากกก!”ไม่นานหลังจากที่คนร้ายได้มาถึงห้องรีดความจริงเสียงร้องอันโหยหวนของเขาก็ดังออกมาจากห้องขังในทันที

    “ข้าจะทรมานเจ้าให้เลือดไหลออกมามากๆพวกฝูงมดที่หิวโหยพวกนี้ก็จะได้มีอาหารกินให้มากๆ หน่อย”มี่เฟิงเอ่ยพร้อมกับเริ่มลงมีดที่กรีดลงที่แขนของผู้โชคร้ายด้วยรอยยิ้มเหี้ยม

    “อ้ากก!”เสียงกรีดร้องดังขึ้นพร้อมกับหยดเลือดที่ค่อยไหลลงมาตามลำแขนแกร่งของสายลับ ออกมาอย่างช้าๆหานไท่ที่เห็นเช่นนั้นเขาจึงได้ปล่อยมดลงไปที่บาดแผลของสายลับทีละตัวๆอย่างใจเย็น

    “ฮึๆเจ้าดูใจดีนะ”มี่เฟิงที่เห็นว่าตอนนี้ท้องของมดได้เปลี่ยนเป็นสีแดงแล้วจึงได้หันไปเอ่ยชมชายผู้ใจดีที่ยอมมอบเลือดของเข้าให้เป็นอาหารของฝูงมดที่กำลังไต่ตามตัวของเขาอย่างใจดี

    “พวกเขากำลังทำอะไรอยู่”เสียงเข้มของมี่เฉิงเอ่ยถามผู้คุ้มกันที่ยืนคุมที่หน้าห้องเก็บของตรงหน้าของตน

    “เอ่อ”เหล่าผู้คุ้มกันที่ยืนอยู่ตรงหน้าของมี่เฉิงเอ่ยตอบอย่างตะกุกตะกักด้วยพวกเขาไม่รู้ว่าคุณชายของพวกเขานั้นจะต้องการเผยด้านที่ดำมืดของเขาให้นายท่านของพวกเขาได้รับรู้หรือไม่

    “ไม่ตอบก็ไม่เป็นอะไรเพราะข้าจะเข้าไปดูเขาด้วยตนเอง”มี่เฉิงที่เห็นท่าทีอึกอักของเหล่าผู้คุ้มกันที่อยู่ตรงหน้าของตนเขาจึงได้ก้าวเท้าผ่านพวกเขาไปอย่างไม่ใยดีและเมื่อเขาเดินผ่านความมืดเข้าไปได้ไม่นานจมูกของเขาก็ได้กลิ่นสนิมที่ลอยคละคลุ้งไปทั่วบริเวณทางเดินนั้นทำให้ฝีเท้าของเขานั้นหยุดลงในทันทีและเมื่อเขานั้นได้ยินเสียงร้องโหยหวนของชายผู้หนึ่งดังออกมจากอีกทางเขาก็เข้าใจในทันทีว่าในตอนนี้ลูกชายของเขานั้นพร้อมสำหรับการเป็นขุนนางแล้วนั้นเองซึ่งการกระทำในครั้งนี้ของมี่เฟิงก็ทำให้เขารับรู้แล้วว่าในตอนนี้เขาและลูกๆของเขานั้นได้อยู่กันคนละโลกแล้วนั้นเอง

    เมืองฉีซาน  จวนตระกูลกวาง

    “นี้มันเป็นไปได้อย่างไรกัน”นางท่านกวางหรือกวางเหลียงซานตวาดถามฮูหยินของตนด้วยความเดือดดาล

    “เรื่องนั้นเป็นท่านพี่ต้องคำถามของข้าก่อนไม่ใช่หรือเจ้าคะว่าทำไมลูกหลิวของข้าจึงไม่ได้เป็นขุนนางเช่นที่ท่านเคยบอกข้าเอาไว้”กวางฮูหยินหรือชิงหนิงฮวาเอ่ยถามสามีของตนด้วยน้ำเสียงเกรี้ยวกราด

    “ฮึๆหากพี่ใหญ่ไม่ได้เป็นขุนนางในปีนี้ก็รอปีหน้าสิขอรับไม่เห็นจะเป็นเรื่องใหญ่โตอะไรเลย”กวางเมิ่งจินหรือคุณชายรองของตระกูลกวางเอ่ยพร้อมกับหัวเราะออกมาอย่างขบขันที่ดูเหมือนว่าพ่อและแม่ของตนนั้นจะดูเคร่งเครียดกับเรื่องนี้จนเกินจริงไป

    “เจ้าพูดอะไรเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องเล่นๆนะ เราไม่สามารถใช้เงินซื้อตำแหน่งขุนนางให้กับพี่ชายของเจ้าได้เช่นตระกูลอื่นๆเจ้ายังคิดว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องเล่นๆอีกหรือไรเล่า”กวางฮูหยินหรือชิงหนิงฮวาหันไปมองค้อนบุตรชายของตนด้วยสายตาดุดัน

    “หากซื้อไม่ได้ก็ไม่ต้องซื้อสิขอรับ เราเป็นพ่อค้าอยู่ดีๆก็มีเงินใช้มากมายจนใช้ไม่หมดอยู่แล้วแล้วเราจะดิ้นรนไปเป็นขุนนางที่ต้องคอยก้มหัวให้ผู้อื่นทำไมกัน”กวางเมิ่งจินเอ่ยพร้อมกับโยนเปลือกเม็ดแตงคั้วทิ้งลงไปที่พื้นด้วยสีหน้าเบื่อหน่ายแต่กวางช่านหลิวที่เสียหน้าในเรื่องนี้เป็นอย่างมากนั้นก็ได้แต่หันมามองหน้าของน้องชายสิ้นคิดของตนอย่างไม่พอใจ

    “หันมามองหน้าข้าเช่นนี้ทำไมขอรับหากท่านพี่ไม่สามารถเป็นขุนนางได้ ก็เป็นพ่อค้าตามต้นกำเนิดของตระกูลเราเสียสิขอรับท่านจะเสียเวลาไปดิ้นรนกับเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ทำไม”กวางเมิ่งจินยังคงหันไปเอ่ยกับพี่ชายของตนอย่างหน้าตาเฉยนั้นทำให้กวางช่านหลัวที่ได้ฟังเช่นนั้นลุกขึ้นเดินออกจากห้องโถงแห่งนี้ไปด้วยสายตาเดือดดาลเพราะดูเหมือนว่าตนนั้นกำลังถูกคนไม่เอาไหนเช่นกวางเมิ่งจินมองมาที่เขาด้วยสายตาเยาะเย้ยอยู่ก็ไม่ปาน

    “อาหลิว”นางชิง(ชิงหนิงฮวา)เอ่ยเรียกลูกรักของตนแต่เมื่อลูกรักของนางได้เดินจากไปโดยไม่สนใจเสียงเรียกของนางเลยแม้แต่น้อย

    “อาจินนี่เจ้าจะพูดทำร้ายจิตใจของพี่ชายเจ้าไปทำไมกัน”นางชิงหันมาดุลูกชายไม่เอาไหนของตนทันที

    “แล้วข้าไปพูดทำร้ายจิตใจพี่หลิวเมื่อใดกันขอรับ”กวางเมิ่งจินที่ไม่ยอมรับคำดุด่าของมารดาของตนเขาหันไปเอ่ยถามโดยที่ปากของเขายังไม่ว่างเว้นจากการกัดกะเทาะเปลือกเมล็ดแตงเลยแม้แต่น้อย

    “อาจินอย่าทำเช่นนี้”กวางเหลียงซานที่เห็นว่าเรื่องนี้กำลังจะทำให้บ้านของตนนั้นจะลุกเป็นไฟเขาจึงได้รีบเอ่ยห้ามปรามบุตรชายคนเล็กของตนในทันที

    “ก็ได้ขอรับท่านพ่อแต่ก่อนอื่นเลยข้าอยากได้เงินสักร้อยเหรียญทองได้หรือไม่ขอรับพอดีเย็นนี้ข้ามีงานนัดพบกับเหล่าสหายของข้านะขอรับ”กวางเมิ่งจินหันไปเอ่ยขอเงินกับผู้เป็นบิดาของตนอย่างเพิ่งนึกขึ้นได้เพราะเงินในเดือนนี้เขาได้หมดไปกับการจัดงานเลี่ยงของเขาแล้วนั้นเอง

    “เมิ่งจินเงินตั้งหนึ่งร้อยเหรียญทองนี้เจ้าใช้หมดไปกับเรื่องไร้สาระเช่นนั้นได้อย่างไร”นางชิงที่ได้คำขอเงินจากบุตรชายของนางนางก็ดีดตัวลุกขึ้นด้วยความโกรธเคืองในทันที

    “เงินแค่นั้นจะไปพออะไรละขอรับเดือนๆหนึ่งข้าเลี้ยงสหายเพียงแค่สองสามครั้งเงินพวกนี้ก็หมดไปแล้วละขอรับ”เมิ่งจินเอ่ยตอบอย่างไม่หยี่หระกับสีหน้าโกรธเคืองของมารดาของตน

    “ฮูหยินเอาเงินให้อาจินเถอะอย่ามาทะเลาะกันด้วยเรื่องเงินเพียงเท่านี้เลย”กวางเหลียงซานเอ่ยพร้อมกับจ้องมองไปที่ฮูหยินของตนด้วยสายตาเคร่ง

    “ก็ได้เจ้าค่ะ”นางชิงเอ่ยตอบรับสามีของตนอย่างไม่พอใจนักแล้วจึงหันไปสั่งสาวใช้คนสนิทของตน นำเงินมาให้กับลูกไม่ได้ความความของนางด้วยท่าทีไม่พอใจนักสาวใช้ที่เห็นท่าทางเช่นนั้นของผู้เป็นนาย นางจึงได้รีบสาวเท้าออกนำเงินมาให้คุณชายรองของตนอย่างเร็วที่สุด

    จวนเป่าเล่อ

    “พี่ใหญ่ท่านเหนื่อยมากหรือไม่เจ้าคะ”มี่จวนที่เห็นสายตาอ่อนล้าของพี่สาวของตนนางจึงเอ่ยถามพี่สาวของตนด้วยความเป็นห่วง

    “ไม่เป็นไรปลายปีหน้าหากอาเฟิงพี่ชายของเจ้าสามารถสอบเข้าเป็นขุนนางได้ งานของเราก็คงจะลดน้อยลงมากกว่าที่เป็นอยู่”มี่เจินเอ่ยตอบพร้อมกับเอนตัวพิงกับพนักเก้าอี้อย่างเหนื่อยอ่อน

    “พี่ใหญ่เรื่องของตระกูลกวางให้ข้าช่วยท่านจัดการพวกเขาอีกคนดีหรือไม่เจ้าคะ”มี่จวนที่เป็นห่วงพี่สาวที่กำลังตั้งท้องด้วยความเป็นห่วง

    “พี่ใหญ่ไม่ต้องกลัวว่าข้าจะลำบากใจนะเจ้าคะข้านั้นรู้เรื่องที่เกี่ยวกับหญิงผู้นั้นแล้ว เช่นนั้นเรื่องของตระกูลกวางพี่ใหญ่ให้ข้าช่วยท่านได้หรือไม่เจ้าคะ ขืนพี่ใหญ่ยังทำงานหักโหมมากเช่นนี้หลานของข้าอาจจะได้รับอันตรายก็ได้นะเจ้าคะ”มี่จวนที่ได้รับรู้เรื่องของแม่ที่ทิ้งนางไปตั้งแต่นางเป็นทารกจากหลีจูที่เขียนจดหมายมาสารภาพผิดกับนางนั้นจึงพอที่จะทำให้นางนั้นรู้แล้วว่าทำไมพี่สาวขิงนางจึงพยายามกีดกันนางออกจากเรื่องของตระกูลกวาง

    “เรื่องตระกูลกวางไม่มีอะไรให้เจ้ามายุ่งเกี่ยวด้วยแล้วละตอนนี้พี่จัดการเรื่องทุกอย่างได้อยู่ด้วยมือเดียวแล้วละ”มี่เจินเอ่ยพร้อมกับยกยิ้มอ่อนโยนให้กับน้องสาวของตน

    “เช่นนั้นหากมีเรื่องอะไรที่จะให้ข้าช่วยพี่ใหญ่ต้องรีบบอกข้านะเจ้าคะ”มี่จวนเอ่ยพร้อมกับจ้องมองไปที่พี่ใหญ่ของตนด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียด

    “ได้สิหากถึงตอนนั้นเจ้าก็ห้ามปฏิเสธพี่ก็แล้วกัน”มี่เจินเอ่ยรับปากน้องสาวของตนด้วยท่าทางทีเล่นทีจริงมี่จวนที่เห็นท่าทางเช่นนั้นก็ได้หัวเราะให้กับท่าทางของพี่สาวของตนอย่างอารมณ์ดีแต่แล้วเสียงหัวเราะอย่างมีความสุขของสองพี่น้องก็ต้องจบลงเมื่อซานซาคนสนิทของหงเวยก็ได้เดินเข้ามาในห้องที่พวกนางอยู่ด้วยสีหน้าเคร่งเครียด

    “เจ้ามาที่นี้ทำไม”มี่จวนที่เห็นซานซาที่เดินเข้ามาจึงเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงไม่พอใจนักด้วยเพราะนางนั้นไม่ได้รับรู้ถึงแผนการของสองผัวเมียเลยแม้แต่น้อยนั้นจึงทำให้นางนั้นรู้ว่าทั้งซานซาและหงเวยนั้นเป็นสิ่งที่นางไม่พึงจะเห็นมากที่สุดในเมืองฉีซานแห่งนี้นั้นเอง

    “เอ่อข้าน้อยมาขอเข้าพบฮูหยินรองขอรับฮูหยินรองขอรับตอนนี้นายน้อยรออยู่ที่นัดพบแล้วขอรับ”ซานซาที่เห็นว่ามี่จวนกำลังมองมาที่อย่างไม่พอใจเขาจึงได้แต่ก้มหน้าเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงไม่ดังนัก

    “พี่สาวของข้ากำลังท้องอยู่ทำไมต้องแบกสังขารไปหานายของเจ้าด้วย”มี่จวนเอ่ยถามพร้อมกับมองไปที่ซานซาที่ก้มหน้าอยู่ตรงหน้าของตนอย่างไม่พอใจ

    “พอก่อนเถอะจวนเออร์พี่กับพี่เขยของเจ้ามีเรื่องต้องพูดคุยกันอยู่ แล้วพี่ก็ได้รับปากพี่เขยของเจ้าแล้วด้วยเช่นนั้นพี่จะไปพบเขา เจ้าอยู่นี้ก็ดูแลจวนดีๆเล่า”มี่เจินเอ่ยพร้อมกับยันตัวลุกขึ้นขึ้นแล้วเดินออกไปขึ้นรถม้าที่หน้าจวนด้วยสีหน้าเรียบมี่จวนที่เห็นเช่นนั้นก็ได้หันไปมองซานซาที่ยังยืนอยู่ด้านข้างของตนอย่างไม่พอใจแล้วกระทืบเท้าเดินจากไปเสียงดังเพื่อบ่งบอกว่านางนั้นกำลังไม่พอใจเป็นอย่างมากกับเรื่องที่พี่สาวของนางต้องเผชิญอยู่ในตอนนี้

    หอศิลป์

    “เจินเออร์”หงเวยที่เห็นว่าเมียรักของตนเข้ามาถึงแล้วที่ห้องแล้วเขาจึงได้รีบเข้าไปช่วยประคองเมียรักของตนเข้ามานั่งด้วยรอยยิ้มกว้าง

    “เหตุใดจึงได้นัดหมายข้ามาในสถานที่เช่นนี้ละเจ้าคะ”มี่เจินที่นั่งลงเรียบร้อยแล้วนางจึงได้หันมาเอ่ยถามสามีของสตนด้วยความสงสัย

    “ก็พี่คิดถึงเจ้าหนิ”หงเวยเอ่ยพร้อมกับซบลงที่ไหล่บางของมี่เจินด้วยท่าทางออดอ้อน

    “พี่เวยมีเรื่องอะไรกันแน่เจ้าคะทำไมท่านจึงได้ยอมผิดข้อตกลงเช่นนี้เจ้าคะ”มี่เจินเอ่ยถามพร้อมกับจ้องมองมาที่หงเวยด้วยแววตารู้ทัน

    “เจ้าตอบรับคำของเจ้าเย่จินเช่นนั้นได้อย่างไร”หงเวยเอ่ยถามพร้อมกับดันตัวของตนขึ้นมาสบตากับมี่เจินด้วยสีหน้าไม่พอใจ

    “ข้าก็รับปากไปเท่านั้นละเจ้าคะหรือพี่เวยคิดจะทำให้ข้าเสียใจจริงๆเจ้าคะจึงได้กลัวเรื่องที่ข้ารับปากกับพี่จินนัก”มี่เจินเอ่ยถามพร้อมกับเลิกคิ้วมองมาที่สามีของตนด้วยแววตาระยับ

    “ไม่ใช่เช่นนั้นแน่นอนพี่จะไม่ทำให้เจ้าเสียใจอีกเป็นอันขาด”หงเวยเอ่ยพร้อมกับมองไปที่มี่เจินด้วยสีหน้าจริงจัง

    “ข้าจะรอดูเจ้าค่ะว่าพี่เวยจะทำได้เช่นที่ท่านสัญญากับข้าในวันนี้ได้หรือไม่ เพราะถ้าไม่ ข้าก็คงจะต้องพาลูกไปหาพี่จินแล้วละเจ้าคะถ้าถึงตอนั้นท่านจะมาเสียใจในภายหลังก็ไม่ได้แล้วนะเจ้าคะ”มี่เจินเอ่ยพร้อมกับจ้องมองไปที่สามีของตนด้วยรอยยิ้มหวานแต่หงเวยที่ได้ยินเช่นนั้นก็มองมาที่มี่เจินมาด้วยสายตาไม่พอใจในทันที

    “พี่เวยมองมาที่ข้าเช่นนี้ทำไมเจ้าคะหรือพี่เวยไม่พอใจที่ข้ารับปากพี่จินเช่นนั้นหรือเจ้าคะ”มี่เจินที่เห็นสายตาเช่นนั้นของหงเวยที่มองมายังตนนางจึงได้เลิกคิ้วถามหงเวยด้วยน้ำเสียงหยอกเย้า

    “ก็ต้องเป็นเช่นนั้นอยู่แล้วสิ”หงเวยเอ่ยตอบพร้อมกับเพิ่มแรงกอดที่แขนของตนนั้นจึงทำให้มี่เจินที่ถูกโอบกอดนางที่ไม่สามารถทำอะไรได้แล้วนางจึงได้แต่ยอมหัวเราะออกมาให้กับท่าทีของสามีของตนด้วยความเอ็นดู

    “พี่จะไม่มีวันยอมให้วันนั้นมาถึงเป็นอันขาดเจ้าเย่จินมันจะไม่มีทางสมหวังเรื่องของเจ้าอย่างแน่นอน”หงเวยเอ่ยด้วยน้ำเสียงเคร่งแล้วดึงหน้าของมี่เจินเข้ามากดจูบด้วยความหวงแหน

    “แล้วที่มาวันนี้พี่เวยเรียกข้ามาด้วยเรื่องเพียงเท่านี้หรือเจ้าคะ”มี่เจินเอ่ยถามผู้เป็นสามีของตนด้วยน้ำเสียงนุ่ม

    “ย่อมไม่เป็นเช่นนั้นอยู่แล้วที่พี่เรียกเจ้ามาในวันนี้ส่วนหนึ่งก็เป็นเรื่องของตระกูลกวางด้วย”หงเวยเอ่ยตอบไม่เต็มเสียงนักด้วยเพราะเขานั้นรู้ดีว่าตระกูลกวางและแม่ของเขานั้นกำลังวางแผนทำร้ายกลุ่มการค้าอี้อินและลงมือไปไม่น้อยเลยทีเดียวแต่เพราะเขาที่ไม่ต้องการให้แม่ของเขาเป็นทุกข์มากนักเขาจึงจำใจต้องบากหน้ามาขอร้องให้มี่เจินช่วยเบามือกับตระกูลกวางของแม่ของเขานั้นเอง

    “แล้วถ้ามีคนคิดมาสร้างความวุ่นวายให้กับกลุ่มการค้าตระกูลอินพี่เวยคิดว่าท่านพอจะใจดีปล่อยพวกเขาไปโดยไม่คิดสั่งสอนอะไรพวกเขาเลยหรือเจ้าคะ”มี่เจินที่ได้ยินคำขอจากหงเวยนางจึงได้หันกลับไปเอ่ยถามสามีของตนด้วยน้ำเสียงจริงจัง

    “พี่รู้ว่าท่านแม่ทำไม่ดีกับเจ้ากับลูกแต่พี่อยากให้เจ้าเห็นแก่ที่ท่านแม่เป็นแม่ของพี่เจ้าช่วยปล่อยตระกูลกวางกับท่านแม่ของพี่ไปได้หรือไม่”หงเวยเอ่ยถามแล้วกุมมือของมี่เจินด้วยสายตาสายเว้าวอน 

    “เรื่องนี้ข้าคงไม่สามารถทำได้เจ้าค่ะเรื่องกิจการนั้นไม่ได้เป็นของข้าแต่เพียงผู้เดียวหากกิจการนี้ล้มไม่เป็นท่ายังต้องมีคนอีกมากที่ต้องลำบากเช่นนั้นแล้วข้าคงไม่สามารถปล่อยตระกูลกวางไปได้ง่ายๆ อย่างแน่นอนเจ้าค่ะ”มี่เจินที่ถึงแม่จะเข้าใจความเป็นห่วงของหงเวยที่มีต่อมารดาของเขาแต่เพราะนางยังมีสิ่งที่ต้องการปกป้องอีกมาก นางจึงไม่สามารถปล่อยให้ตระกูลกวางมาระรานกิจการของนางได้อีกเช่นกัน

    “เจ้าช่วยเรื่องนี้ไม่ได้เชียวหรือ”หงเวยเอ่ยถามอีกครั้งด้วยน้ำเสียงไม่ใคร่พอใจนักมี่เจินที่เห็นท่าทีเช่นนั้นของผู้เป็นสามีของนางนางจึงได้ผลักตัวออกจากอ้อกอดของหงเวยแล้วมองสบตากับหงเวยด้วยสายตาเรียบเฉยแต่ในใจของนางในตอนนี้กำลังคิดเรื่องที่ว่านางนั้นคงไม่เหมาะที่จะเป็นภรรยาของชายตรงหน้าแล้วเพราะตราบใดที่เขายังยอมให้อภัยแม่เขาโดยง่ายเช่นนี้เรื่อยไปชีวิตของนางกับลูกคงจะไม่สามารถมองหาความสงบสุขได้อย่างแน่นอน

    “แล้วถ้าหากข้ายอมปล่อยตระกูลกวางไปในคราวนี้พี่เวยจะทำเช่นไรกับพวกเขาหรือเจ้าคะ”มี่เจินเอ่ยถามพร้อมกับจ้องมองไปที่หงเวยด้วยสายตาเรียบหงเวยที่ได้ยินเช่นนั้นก็ให้ยกยิ้มด้วยความยินดีทันทีที่เขาได้ยินคำพูดของมี่เจินในเมื่อครู่

    “เจ้าไม่ต้องเป็นห่วงนะพี่จะเป็นคนไปคุยกับพวกเขาเอง ต่อไปพวกเขาจะไม่มารบกวนกิจการของกลุ่มการค้าอี้อินของพวกเจ้าอีกแน่นอน”หงเวยเอ่ยตอบมี่เจินด้วยความกระตือรือร้นทันที

    “แล้วถ้าหากข้าให้เลือกระหว่างข้ากับคนตระกูลกวางเล่าเจ้าคะท่านจะเลือกใคร”มี่เจินเอ่ยถามนั้นจึงทำให้รอยยิ้มที่มีบนใบหน้าของเขาในเมื่อครู่นั้น หายไปในทันที

    “ทำไมเจ้าต้องให้พี่เลือก”หงเวยเอ่ยถามอย่างไม่เข้าใจในความคิดของมี่เจินเท่าใดนัก

    “แล้วพี่เวยจะเลือกผู้ใดละเจ้าคะ”มี่เจินดันตัวออกจากออกจากอ้อมกอดของหงเวยอีกครั้งแล้วจ้องมองมาที่แววตาของเขาอีกครั้งอย่างต้องการสังเกตอาการของชายคนรักของนางแต่นั้นก็ต้องทำให้นางผิดหวังเมื่อหงเวยนั้นเอาแต่มองมาที่นางด้วยสายตาสับสน อย่างไม่รู้ว่าเขานั้นจะเลือกผู้ใด

    “ข้ากับลูกไม่สำคัญเท่าญาติฝั่งแม่ของท่านหรือเจ้าคะ”มี่เจินที่เห็นท่าทางคิดไม่ตกของหงเวยนางจึงได้เอ่ยถามหงเวยด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียด เพราะหากในวันนี้เขายังไม่เห็นความสำคัญของนางกับลูกแล้ววันข้างหน้าเขาจะเห็นความสำคัญของลูกของนางได้อย่างไร

    “แล้วทำไมเจ้าต้องให้ข้าเลือกด้วยเล่า”หงเวยที่เลือกไม่ได้เพราะไม่ว่าผู้ใดก็ถือว่าสำคัญกับเขาทั้งสิ้นนั้นจึงทำให้เขาต้องเอ่ยถามมี่เจินด้วยความสงสัย

    “แล้วถ้าหากคนจากตระกูลกวางคิดร้ายกับลูกของเราละเจ้าคะท่านจะทำเช่นไรกับพวกเขา”มี่เจินที่รู้ว่าลูกของนางไม่ได้เป็นที่ต้องการของนางกวางมากนักนางจึงได้แต่ระวังลูกของนางจากอันตรายที่อาจจะเกิดจากความโลภของคนทั้งสองตระกูลไม่ว่าจะเป็นนายท่านอินหรือแม้แต่นางกวางเองก็ตาม

    “พวกเขาจะทำเช่นนั้นไปทำไมกันเจ้าอย่าคิดมากไปเลย อย่างน้อยๆลูกของเจ้าก็ถือว่ามีสายเลือดของพวกเขาพวกเขาคงไม่ใจอัมหิตถึงขนาดทำร้ายเขาได้ลงหรอก”หงเวยพยายามเอ่ยปลอบให้มี่เจินลดความหวาดระแวงแต่ในใจของเขาตอนนี้ก็เริ่มไม่แน่ใจแล้วว่าเรื่องที่มี่เจินเป็นกังวลนั้นจะเกิดขึ้นจริงหรือไม่

    “แล้วถ้าหากสิ่งที่พวกเขาต้องการคือสิ่งที่บ้านสกุลมี่ถือครองอยู่ในตอนนี้แล้วพี่เวยจะขอให้พวกเขารามือจากสิ่งที่พวกเขากำลังทำในตอนนี้ได้หรือไม่เจ้าคะ”มี่เจินเอ่ยถามด้วยรอยยิ้มเรียบเพราะนี้ก็เป็นครั้งที่สามแล้วที่คนที่บ้านของนั้นสามารถจับสายลับได้ที่สวนสกุลมี่ของพวกนางและคนที่ส่งไม่ใช่ผู้ใดอื่นนอกจากตระกูลอินกับตระกูลกวางที่ดูเหมือนว่าพวกเขานั้นจะต้องการสิ่งที่พวกนางทำอย่างออกนอกหน้า

    “เรื่องนั้นพี่ไม่รู้มาก่อนเลย”หงเวยที่ไม่รู้ว่าปัญหาที่ยุ่งเหยิงของพวกเขาทั้งสามตระกูลนั้นเกิดมาจากอะไรก้มหน้าเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงรู้สึกผิดที่ก่อนหน้านี้เขาไม่ได้เรื่องจนทำให้ความไว้ใจที่มี่เจินมีให้เขาอย่างน้อยนิดนั้นลดลงจนน่าหวาดกลัว จนอยู่ในจุดที่ใกล้จะแตกหักเช่นนี้

    “หึพี่เวยไม่รู้ หรือไม่อยากรับรู้เรื่องนี้กันแน่หรือเจ้าคะ ท่านรู้หรือไม่เจ้าคะหากให้ข้าเลือกระหว่างความปลอดภัยของลูกกับความรักของเราข้ายอมเลือกความปลอดภัยของลูกเจ้าค่ะข้าจะไม่มีวันยอมให้ผู้ใดมาทำลายลูกและครอบครัวของข้า แล้วพี่เวยเล่าเจ้าท่านเลือกอะไร”มี่เจินเอ่ยถามพร้อมกับแค่นยิ้มให้กับหงเวยที่ตอนนี้เขาทำเพียงแค่มองมาที่นางด้วยสายตาเศร้าเสียใจเท่านั้นมี่เจินที่เห็นเช่นนั้นก็รู้แล้วว่าหงเวยนั้นต้องเลือกตระกูลของเขาอยู่แล้วนั้นเอง

    “พอเถอะที่พี่อยากพบเจ้าในวันนี้พี่แค่อยากพบหน้าเจ้าให้หายคิดถึงนะไม่ได้เรียกเจ้ามาพบเพื่อทะเลาะกันด้วยเรื่องเช่นนี้นะ”หงเวยที่ไม่ต้องการมาทะเลาะกับหญิงคนรักของตนด้วยเรื่องเช่นนี้เขาจึงได้เอ่ยปรามมี่เจินด้วยน้ำเสียงเข้มมี่เจินที่ตอนนี้อารมณ์ของนางนั้นเริ่มร้อนแล้วนั้นจึงทำให้นางได้ลุกขึ้นเดินออกจากห้องด้วยท่าทางฉุนเฉียวหงเวยที่เห็นเช่นนั้นก็ได้แต่มองมี่เจินเดินจากไปด้วยสีหน้าเคร่งเครียดเพราะเขานั้นไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อใดที่พ่อและแม่ของเขานั้นพยายามที่จะขโมยสูตรในการสร้างสินค้าแปลกๆของบ้านสกุลมี่อย่างเอาจริงเอาจังเช่นนี้

    “ข้าบอกแล้วว่าพี่เวยนั้นไม่เหมาะกับเจ้าหรอกคนที่ถูกเลี้ยงดูมาให้เป็นผู้นำของตระกูลนะไม่ใช่จะใช้เรื่องส่วนตัวมาตัดสินอะไรง่ายเช่นข้าหรอกนะพี่เวยนะเวลาจะทำอะไรก็ต้องก็มองหาผลประโยชน์ให้ตระกูลอินเสมอเขาไม่มีทางแก้นิสัยเช่นนั้นได้ง่ายๆเป็นแน่”เย่จินที่มารออยู่บนรถม้าตั้งแต่เมื่อใดก็อาจรู้ได้เอ่ยต้อนรับมี่เจินที่มีสีหน้าเครียดขึง ด้วยรอยยิ้มเป็นกันเองนั้นจึงทำให้มี่เจินที่มีอารมณ์ที่ร้อนอยู่แล้วถึงกับหันมามองที่เขาด้วยสายตาโกรธเคืองทันทีที่ช่วงนี้เขานั้นมักจะรอซ้ำเดิมนางอยู่เรื่อย

    “ช่วงนี้ดูเหมือนว่าท่านจะว่างมากนะเจ้าคะ”มี่เจินเอียงคอมองไปที่เย่จินที่นั่งอยู่ตรงข้ามของนางด้วยรอยยิ้มร้าย

    “ก็ไม่ว่างขนาดนั้นพอดีข้ามาดูกิจการแถวนี้พอดี เลยแวะมามาทักทายเจ้านะ”เย่จินที่ได้ยินเช่นนั้นก็ให้รีบเอ่ยแก้ตัวกับคนรักของตนทันที

    “มันดูเหมาะเจาะมากเลยนะเจ้าคะที่ท่านมักจะมาทำงานใกล้ๆตัวของข้าเสมอๆเช่นนี้”มี่เจินเอ่ยพร้อมกับมองไปที่เย่จินอย่างต้องการจับผิด

    “หลายวันมานี้ข้าไม่เห็นเจียงซีนางเลยไม่ทราบว่าพี่จินเห็นนางบ้างหรือไม่เจ้าคะ”มี่เจินที่มักจะเห็นเจียงซีที่คอยตามเย่จินราวกับเหาฉลามเอ่ยถามด้วยความแปลกใจที่อยู่ๆเจียงซีก็หายเงียบไปหลายๆวันเช่นนี้

    “ข้าจะไปรู้เรื่องของนางได้เช่นไรละข้าไม่ได้สนิทกับนางถึงเพียงนั้นเสียหน่อย”เย่จินที่เพิ่งสังเกตเห็นเรื่องนี้ จึงได้เอ่ยตอบมี่เจินไปด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง

    “เช่นนั้นข้าขอฝากท่านตามสืบเรื่องของนางหน่อยก็แล้วกันนะเจ้าคะไม่รู้ว่านางจะไปได้รับอันตรายที่ใดอีกหรือไม่”มี่เจินเอ่ยอย่างเป็นห่วงเมื่อนึกว่าน้องสาวคนสนิทของนางหายไปหลายวันโดยไม่ได้ส่งคนมาบอกกล่าวอะไรนางก่อน

    “อืม ได้สิ”เย่จินที่เริ่มเอ็นดูเจียงซีในฐานะน้องสาวเอ่ยตอบรับคำขอของมี่เจินอย่างว่าง่าย

    “แล้วข้าก็ต้องขอฝากท่านดูแลจวนเออร์ด้วยนะเจ้าคะนางยังมาที่เมืองแห่งนี้ได้ไม่นาน เพื่อนในเมืองนี้นางก็ยังไม่มีไม่รู้ว่านางจะแอบเก็บเรื่องเช่นนี้ไปแอบร้องไห้อีกหรือไม่”มี่เจินเอ่ยฝากฝังน้องสาวของตนกับเย่จินด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียดเพราะในช่วงแรกๆที่มาถึงมี่จวนนั้นแอบไปร้องไห้ผู้เดียวในห้องอยู่บ่อยๆ

    “ข้าจะดูแลนางให้เหมือนกับว่านางนั้นเป็นน้องสาวร่วมสายเลือดของข้าเลยก็แล้วกัน”เย่จินที่เอ็นดูและสนิทสนมกับมี่จวนตั้งแต่อยู่ที่เมืองเซินเฉียวเอ่ยตอบรับด้วยรอยยิ้มกว้างมี่เจินที่เห็นรอยยิ้มนั้นของเย่จินก็นึกแปลกใจเพราะแววตาเป็นประกายของเขานั้นช่างดูคล้ายคลึงกับแววตาที่เขาเคยมีให้กับนางเมื่อตอนที่อยู่ที่เมืองเซินเฉียวเป็นอย่างมาก

    “เช่นนั้นก็เชิญท่านลงจากรถม้าของข้าได้แล้วเจ้าค่ะ เพราะข้านั้นมีเรื่องที่ต้องไปจัดการอีกมากคงไม่มีเวลามาเสวนากับท่านในตอนนี้หรอกเจ้าค่ะ”มี่เจินที่ได้ในสิ่งที่นางต้องการแล้วก็ไล่เย่จินลงจากรถของนางในทันทีซึ่งการกระทำนี้ก็ไม่ได้สร้างความโกรธเคืองให้กับเขาเลยแม้แต่น้อยกลับกันเขานั้นกลับรู้สึกเอ็นดูในความเอาแต่ใจนี้ของนางมากยิ่งขึ้นไปอีก

    จวนตระกูลอินเรือนหลัก

    “เรื่องนั้นเป็นเรื่องจริงหรือ”นางกวางเอ่ยถามลูกสะใภ้คนโปรดของตนด้วยความยินดีเมื่อนางเพิ่งได้ยินเรื่องที่หลิงม่านนำมารายงานนางในวันนี้

    “เจ้าค่ะเมื่อสองวันก่อนข้าแอบเจาะเลือดที่นิ้วมือของพี่เวย ส่งไปให้อาจารย์หมอที่ทำงานในวังหลวงช่วยตรวจสอบท่านที่ทำการทดสอบพิษต่างๆก็บอกว่าในตอนนี้ที่ร่างกายของพี่เวยนั้นไม่มีพิษอยู่ในสายเลือดของพี่เวยแล้วเจ้าค่ะอีกทั้งตอนนี้ทั่วทั้งร่างกายของพี่เวยก็ไม่มีรอยแผลที่เกิดจากพิษนั้นแล้วเจ้าค่ะ”หลิงม่านที่มีความคิดที่จะกำจัดมี่เจินออกจากตระกูลอินเอ่ยตอบแม่สามีของตนด้วยน้ำเสียงยินดี

    “หากเป็นเช่นนั้นแล้วทำไมเจ้าเพิ่งมาบอกข้าเอาตอนนี้เล่า”นางกวางที่ไม่พอใจที่หลิงม่านนั้นไม่มารายงานเกี่ยวกับเรื่องนี้ตั้งแต่วันแรกๆที่นางนั้นรู้เกี่ยวกับอาการที่หายเป็นปกติของบุตรชายตนเอ่ยตำหนิหลิงม่านอย่างไม่จริงจังนัก

    “ตอนนั้นข้ายังไม่แน่ใจเจ้าค่ะแต่หลังจากที่ข้าได้ตรวจสอบร่างกายของพี่เวยจนแน่ใจแล้วจึงเชื่อคำที่ท่านอาจารย์หมอบอกมาเจ้าค่ะ”หลิงเอ่ยตอบโดยที่แก้มทั้งข้างของนางนั้นมีสีแดงจากความเขินอายลามไปถึงใบหู ของนางเมื่อพูดมาถึงตอนนี้

    “ฮ่าๆในที่สุดฟ้าก็เมตตาข้ากับลูกชายของข้า ในเมื่อเจ้าสร้างความชอบข้าก็มีรางวัลให้เจ้าเอาสิ่งนี้ไปแล้วเจ้าจะได้ในสิ่งที่เจ้าต้องการ”นางกวางที่รู้มาโดยตลอดว่าลูกชายของนางนั้นได้แอบมอบยาห้ามครรภ์ให้กับหลิงม่านเอ่ยพร้อมกับยื่นห่อยาให้กับลูกสะใภ้ของตนอย่างใจดี

     




    คล้ายกับเรื่องฮูหยินบ้านนากับคุณชายต้องสาป ที่คุณอ่าน

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    85K 247
    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    นิยาย รัก
    615K 1801
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    นิยาย รัก
    1.05M 604
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668