จางหย่วนผู้มีนิสัยอยากได้อะไรต้องได้เพราะเคยถูกบิดามารดาตามใจสารพัดอยู่บ้านเดิมก็มีนางบำเรอั้แ่อายุสิบห้า ทว่ายังไม่ได้แต่งงานเป็เื่เป็ราวแม้ตอนนี้อายุยี่สิบแล้วก็ตาม ครั้นมาอาศัยบ้านพี่เขย อารมณ์เปลี่ยวดายทำให้เป็คนชอบเที่ยวสถานเริงรมย์คนเป็พี่เขยไม่ว่ากระไรขอเพียงแต่อย่าลามมายุ่งกับเหล่านางบำเรอในบ้านของเขาเป็พอ
“ข้าชอบเสี่ยวฉงจริงๆนะพี่” จางหย่วนโพล่งความในใจในค่ำวันหนึ่งที่มาพบพี่สาวเป็การส่วนตัว
“เ้าชอบนางแต่นางไม่แม้แต่จะชายตาแลเ้าด้วยความชื่นชมสักนิดอีกไม่กี่วันนางก็จะกลับสกุลเผิงแล้ว สกุลเผิงกำลังจะเกี่ยวดองกับราช-นิกุลทางนั้นก็คงเตรียมหาผู้ชายฐานะสูงส่งให้นางด้วยเหมือนกันเ้าอยู่ถึงเมืองเซียงหลิน ฐานะของเรายิ่งห่างชั้นกับนางนัก”
“ถ้าข้ารวบหัวรวบหางฉวยโอกาสเมื่อมีช่องทางเล่าพี่เชี่ยนลี่”เขาพูดเบาเป็เสียงกระซิบ
“หาเื่ตายน่ะสิ”พี่สาวตาขุ่นเขียวใส่พร้อมทั้งชี้หน้าปรามเขา
“หากนางเป็ของข้าแล้วนางจะกล้าฆ่าสามีตัวเองหรือ”
“นางอาจไม่แต่สกุลเผิงไม่ใช่เ้าจะเล่นตลกได้ด้วยนะ”
“ข้าไม่ได้เล่นตลกข้าอยากได้นางเป็ของข้า พี่ลองคิดดู หากข้าเป็สามีนางจวนสกุลเผิงย่อมต้องเกี่ยวดองเป็ญาติเราและเราก็อาจได้ไต่เต้าเข้าไปถึงคนในราชสำนัก ชื่อเสียง ลาภยศความก้าวหน้าทางการค้าคือสิ่งที่ข้ามุ่งหวังข้าไม่อยากอยู่อาศัยใบบุญพี่เขยอย่างนี้ไปเรื่อยๆ นักหรอก”
“ปากดีไปเถอะระวังพี่เขยเ้าจะได้ยิน หรือไม่ก็มีคนคาบเื่ไปบอก ไม่เพียงเ้าที่แย่ข้าพานจะแย่ด้วย”
“ก็เพราะพี่เขยเป็อย่างนี้อย่างไรเล่าข้าถึงต้องหาคนที่จะทำให้พวกเรามีปากมีเสียง พี่ท้องสองก็ยังได้ลูกเป็ผู้หญิงเมียน้อยโน่นให้ลูกชายแล้วสองคน พี่จะอยู่อย่างนี้ไปเรื่อยๆ น่ะหรือข้าไม่เอาด้วยหรอกนะ”
ประโยคพรั่งพรูจากปากน้องชายทำให้จางเชี่ยนลี่สะอึกกับสถานะง่อนแง่นของตนเองริมฝีปากแต้มชาดสีสดเม้มแน่นเข้าหากัน ภายในหัวครุ่นคิดเร็วรี่
“แล้วเ้าจะทำเช่นใดไม่กี่วันนางก็จะไปจากสกุลฉงแล้ว จะร้องขอให้นางรับความรักของเ้าน่ะหรือ บอกเลย...ข้าไม่เห็นทางจริงๆ”
“แล้วถ้าหากข้าได้ตัวนางก่อนเล่า”ประกายความเ้าเล่ห์กลิ้งกลอกอยู่ในแววตาของชายหนุ่มยิ้มกริ่มกับแผนการในหัวซึ่งใช้เวลาคิดั้แ่เมื่อคืน
“อย่าบอกนะว่าเ้าจะทำมิดีมิร้ายกับนาง”จางเชี่ยนลี่มองซ้ายมองขวา เกรงคนนอกจะได้ยิน
“ข้าไม่เคยขืนใจหรือทำร้ายผู้หญิงนะพี่เื่นี้มันมีวิธีของมันหรอกน่า”
มันก็เป็วิธีที่หนึ่งในเมียน้อยของพี่เขยเขาใช้ยานอนหลับ ยาปลุกกำหนัดล้วนมีครบฉงถิงตงมีทั้งเมียน้อยและนางบำเรอชั่วครั้งคราวที่ซุกเก็บไว้ยังร้านค้าข้าวใช่ว่าชายหนุ่มแบ่งปันน้ำใจทั่วถึง ได้ใหม่ลืมเก่า มีบ้างหลงลืมบางคนไปและ่ที่พี่เขยละเลยหญิงสาวก็เป็เขาเองที่เข้าไปให้ความอบอุ่นสร้างความสุขสมแก่นวลเนื้ออุ่นละมุนซึ่งเต็มไปด้วยความ้านั่นเื่บนเตียงกินในที่ลับรู้เห็นกันสองคน ใครจะมาเอาผิดพวกเขาได้
และเขายังรู้อีกว่าเมียน้อยของพี่เขยมียาปลุกกำหนัดฤทธิ์แรงของพวกชนเผ่านอกรีตซุกซ่อนไว้หากวันใดสามีมาค้างกับนาง นับไปอีกสามวันสามคืนฉงถิงตงก็ไม่มีเรี่ยวแรงไปหลับนอนกับหญิงอื่น แต่จนแล้วจนรอดนางก็ยังมิตั้งครรภ์เขารึอุตส่าห์เสนอตัวทีเล่นจะมอบบุตรชายให้ แต่นางกลับไม่ยอม บอกว่า้าจากผู้เป็สามีเท่านั้นไว้ผ่านพ้นปีนี้ไป ยังมิสามารถตั้งครรภ์ได้ ค่อยคุยเื่ลับกันอีกที เอาเข้าจริงหากถึงตอนนั้นแล้วใช่เขาจะใจร้ายพอทำให้เมียอื่นของพี่เขยท้องลูกชายโดยที่พี่สาวตัวเองมีแต่ลูกสาวหรอกนะ
“พี่ก็แค่ช่วยสร้างโอกาสให้นางกับข้าได้ใกล้ชิดกันเื่ต่อจากนั้นเดี๋ยวข้าจัดการเอง ข้ามั่นใจน้อยนักที่สตรีจะไม่อ่อนระทวยภายในอ้อมกอดของข้า”
คนเป็พี่สาวเบ้ปากเล็กน้อยแม้จะไม่เห็นด้วยเพราะโอกาสนั้นหาใช่สร้างขึ้นมาง่ายๆทว่าทักท้วงน้องชายไปก็เท่านั้น เขาเคยฟังนางเสียที่ไหน ครั้นจะไม่ดูดายก็มิได้เพราะเคยให้สัญญากับมารดาว่าจะดูแลน้องชายอย่างดีเื่นี้คงคอยดูไม่ให้สร้างความเดือดร้อนมาถึงนางก็คงพอ
หนึ่งวันก่อนที่ฉงอวี้หลิงจะกลับจวนสกุลเผิงจางเชี่ยนลี่จึงเรียกหญิงสาวมาที่เรือนเพื่อคุยด้วยเป็การส่วนตัวพี่สะใภ้กล่าวฝากบุตรสาวทั้งสองไว้กับอาสาวต่อหน้าเหมยเหม่ยที่ยืนประกบอยู่ข้างโต๊ะ
“พี่สะใภ้คงไม่อายุสั้นในเร็ววันหรอกน่าอีกอย่างหลานข้าก็ยังมีบิดา”
จางเชี่ยนลี่บีบน้ำตาเล็กน้อย“เ้ากับข้าไม่ต่างกันหรอกนะเสี่ยวฉงบิดาจะรักลูกสาวมากไปกว่าลูกชายได้อย่างไร แต่งเข้าสกุลฉงแล้วข้าก็เหมือนตัวคนเดียว ซ้ำยังพาน้องชายมาอาศัยพี่ชายเ้าอยู่ จางหย่วนมีทุนน้อยนิดจึงได้พยายามทำการค้ากับเพื่อนของเขา ต้องค่อยเป็ค่อยไปชีวิตคนเราหาความแน่นอนไม่ได้ หากข้าตายไป มีรึจะตายตาหลับเ้าอยู่บ้านสกุลฉงหลายวันก็เห็นแล้วนี่ว่าพี่ชายของเ้านั้นมากรักมากน้ำใจเพียงไรสองเราไม่เคยบาดหมาง เห็นเ้าได้ดี ข้าก็หวังอยากฝากอนาคตลูกสาวไว้กับเ้าเมื่อวันที่บิดาไม่สนใจไยดี อย่างน้อยให้พวกนางไปรับใช้เ้าที่จวน ได้ไปอยู่เมืองหลวงยังดีกว่าอยู่รองมือรองเท้าพี่ชายน้องชายในบ้าน”
ฉงอวี้หลิงนั้นจิตใจมีเืเนื้อนางนึกเวทนาแลเห็นใจชะตาของหลานสาวหน้าตาน่ารักน่าชังทั้งสองอยู่มากมองแล้วก็ให้คิดถึงวัยเด็กของตนที่โหยหาความรักความสนใจจากบิดา
“หลานสาวทั้งสองหน้าตาสะสวยถอดเค้าพ่อแม่มาไม่ผิดเพี้ยนเติบโตเป็สาว พี่ชายข้าคงให้ออกเรือนไปกับคนดีๆ ฐานะสมน้ำสมเนื้อกันถึงไม่มีลูกชายไว้สืบสกุล ก็ยังมีลูกสาวไว้เกี่ยวดองกับสกุลอื่น” รุ่นแล้วรุ่นเล่าที่ลูกสาวไม่ต่างจากสิ่งของไว้คอยแลกเปลี่ยน
จางเชี่ยนลี่พยักหน้าเห็นด้วยกับคำพูดของน้องสาวสามี“แต่คนเป็แม่ย่อมคิดเผื่อไว้หากไร้แม่คอยปกป้องคุ้มภัยในวันที่ยังไม่ถึงวัยอันสมควรลูกสาวข้าทั้งสองก็ยังมีท่านอาที่เมืองหลวงให้พึ่งพิง”
ฉงอวี้หลิงกุมมือพี่สะใภ้“ท่านวางใจเถอะ หากวันนั้นมาถึง ข้าจะไม่นิ่งดูดาย”
ผู้เป็สะใภ้บ้านสกุลฉงรู้สึกตื้นตันยิ่งจะด้วยมารยาทรับปากเพียงต่อหน้าหรือฉงอวี้หลิงมีน้ำใจกับนางและลูกสาวทั้งสองแท้จริงนางก็นึกขอบคุณหญิงสาวในใจทว่าหนทางที่จะนำพาชีวิตของน้องชายให้รุ่งโรจน์จนสามารถออกไปพ้นขอบชายคาบ้านพี่เขยได้นั้นนางก็ไม่อาจละทิ้ง เพราะนางได้รับปากจางหย่วนแล้วว่าจะช่วยและคืนนี้ก็เป็โอกาสเหมาะที่หาไม่ได้อีกแล้ว นางจำเป็ต้องทำหวังว่าผ่านพ้นคืนนี้ไปแล้ว ฉงอวี้หลิงจะไม่คิดแค้นเคืองหรือเอาโทษกับนาง
“ขอบใจเ้ามากข้าก็ชวนคุยเสียนาน ดื่มชานี่หน่อยเถอะ บ้านเราเพิ่งได้รับกำนัลมาหวังว่าพอจะถูกปากเ้า อากาศชื้นเพราะย่างฤดูฝน ให้ร่างกายอบอุ่นหน่อยก็ดี คืนนี้จะได้นอนหลับสบายอ้อ...ข้ารินชาเผื่อเ้าด้วยนะเหมยเหม่ย” จางเชี่ยนลี่รินชาใส่อีกถ้วยแล้วยื่นให้เหมยเหม่ยรับไป
ด้านฉงอวี้หลิงที่ยกชาซึ่งมีควันจางบางเบากรุ่นกลิ่นหอมขึ้นจิบได้อึกหนึ่งพลันหางตาก็เห็นจางหย่วนเดินเข้ามาในห้อง ในมือของชายหนุ่มถือดอกหมู่ตานดอกใหญ่เกือบเท่าหน้าคน
“มอบแด่สาวงามเช่นเ้า”
พรุ่งนี้มะรืนนี้นางก็จะไม่ต้องเห็นหน้าเขาแล้วฉงอวี้หลิงจึงรับดอกไม้ตามมารยาทอันพึงมี แล้วส่งให้เหมยเหม่ยช่วยถือนางจิบน้ำชารสหวานซ่านลิ้นอีกหน่อยเสร็จธุระหมดเื่พูดคุยกับพี่สะใภ้แล้วจึงจะขอตัวกลับเรือนรับรองทว่าจางหย่วนกลับกล่าวเชื้อเชิญ
“คืนนี้พระจันทร์เต็มดวงสวยมากพวกเราออกไปเดินเล่นในสวนกันสักหน่อยดีไหม”
“อืม...ก็ดีเหมือนกันพี่เขยเ้าไม่เคยมีเวลาให้พี่ วันนี้ได้เดินชมจันทร์กับน้องชายและน้องสาวก็นับว่าคลายความเหงาได้บ้าง ข้าขอผ่อนคลายสักเล็กน้อยหลังจากเฝ้าอาการท่านพ่อมานานิญญาของท่านคงจะไม่โกรธเคืองหาว่าสะใภ้อกตัญญูหรอกนะ”
ฉงอวี้หลิงรับรู้ดีว่าบิดาเป็คนเช่นไรแม้ห่างบ้านไปั้แ่เด็กและก็รู้อีกนั่นแหละว่าพี่ชายตัวเองถอดนิสัยจากผู้เป็พ่อมาหลายส่วนจึงค่อนข้างเห็นใจพี่สะใภ้ของตนพอสมควรที่ใช้ชีวิตอยู่ในบ้านหลังนี้ผู้ชายพอหมดรักแล้วก็ไม่สนใจห่วงหาหรือไยดี ไม่มีลูกชายสืบสกุลให้ฐานะเมียเอกก็ง่อนแง่น เพราะเื่นี้มิใช่หรือนางเองถึงต้องพยายามมีลูกชายเพื่อเป็ทายาทสกุลเผิงให้ได้สักคน
ฉงอวี้หลิงยินดีไปเดินชมจันทร์กับสองพี่น้องอย่างน้อยก่อนกลับบ้านก็ไม่ได้เพิ่มศัตรูแต่เดินได้สักพักก็รู้สึกคล้ายร่างกายหมดเรี่ยวแรง เกิดความง่วงขึ้นมาทันใด
“เดินทางไกลมาเยี่ยมบิดาแต่กลับเจองานศพร่างกายเ้าย่อมอ่อนเพลียเป็ธรรมดา กลับห้องพักผ่อนเถอะ อย่างน้อยก่อนกลับเ้าพักให้เต็มที่ ทางจวนสกุลเผิงจะได้ไม่ว่าพวกเราเอาเ้ามาตกระกำ”
หญิงสาวกล่าวขอบคุณน้ำใจของพี่สะใภ้แล้วเดินแยกไปกับ เหมยเหม่ยซึ่งถูกอาการอ่อนเพลียและง่วงนอนอย่างฉับพลันโจมตีดุจเดียวกันสองสาวหาวออกมาหวอดใหญ่
ลับเงาของหญิงสาวทั้งสองนางแล้วจางเชี่ยนลี่จึงกระซิบกับน้องชายด้วยเสียงอันเบา
“ข้าช่วยเ้าได้เพียงเท่านี้เมื่อได้ดีก็อย่าลืมพี่สาวเ้าที่ส่งเสริม แต่หากมีเื่ผิดพลาดก็ขอให้รับไปคนเดียวดั่งลูกผู้ชายก็แล้วกัน”
“ข้ารับรองจะไม่มีปัญหามาถึงพี่แน่”