ค่ำคืนนั้นซินซิน ได้เฝ้ารอคอยอย่างใจจดใจจ่อว่า ผงที่จิวจิวให้มาจะออกฤทธิ์มาในรูปแบบไหนกัน และแล้ว่เวลาที่ซินซิน รอคอยก็มาถึง
“กรี๊ด โอ๊ยนี่มันอะไรกัน อี๊ขยะแขยงออกไปใครก็ได้รีบมาช่วยเอาสัตว์หน้าขนพวกนี้ออกไปที” เสียงกรีดร้องของอี้เหลียนดังขึ้นท่ามกลางความมืดสนิท และตามมาด้วยเสียงทุบตีอะไรต่างๆ มากมายจนกลายเป็เสียงที่ดังอึกทึกครึกโครม จนชาวบ้านใกล้เคียงได้แต่ออกมาดู
เสียงกรีดร้องและเสียงที่ดังออกมาจากบ้านหลง นี้ก็ได้ดังมาถึงบ้านของซินซินเช่นเดียวกัน แต่คนในบ้านของซินซินต่างก็ไม่มีใครสนใจ ยกเว้นเพียงเ้าตัวน้อยที่อายุสามขวบคนนี้ ที่กำลังยิ้มแย้มอย่างอารมณ์ดีเหมือนถูกใจอะไรบางอย่างอย่างมากมาย
ผู้คนที่อยู่นอกบ้านหลงเองต่างก็แปลกใจกันเป็อย่างมากว่าคนในบ้านหลังนี้เป็อะไรกัน หรือเกิดเื่อะไรขึ้นกันแน่ ผู้ใหญ่บ้านที่มีคนได้ไปตามมาดูที่บ้านหลงเช่นเดียวกัน ก็ได้ทำการตบประตูบ้านของคนบ้านหลงและร้องเรียกคนที่อยู่ในบ้านเพื่อที่จะสอบถามว่าด้านในเกิดอะไรขึ้น ถึงได้เอ็ดตะโรในยามค่ำคืนกันเช่นนี้
เคาะอยู่สักพักก็มีคนออกมาเปิดประตู เมื่อประตูเปิดกว้างออกก็ทำให้คนที่ได้เห็นต่างก็พากันใ เพราะอี้เหลียนที่เป็ผู้มาเปิดประตูนั้นผมเผ้ายุ่งเหยิงสภาพการแต่งกายก็ดูไม่ค่อยเรียบร้อยสักเท่าไหร่นัก
ผู้ใหญ่บ้านที่กำลังจะอ้าปากถาม เขาก็ได้เห็นเหมือนกระต่ายตัวสีขาวะโผ่านหน้าของเขาไปแวบๆ ตอนแรกเขาก็คิดว่าตนตาฝาดไป
“กระต่ายล่ะกระต่าย” ชาวบ้านชายคนหนึ่งร้องะโขึ้นมา เมื่อผู้ใหญ่บ้านได้ยินเขาจึงได้คิดว่าตาเขาคงไม่ได้ฝาดไปเองเป็แน่
“นี่มันเกิดอะไรกันขึ้นอี้เหลียน มืดๆค่ำๆ คนบ้านเธอทำไมไม่หลับไม่นอนกันมัวมาส่งเสียงดังโวยวายอะไรอยู่” ผู้ใหญ่บ้านก็ถามอี้เหลียนขึ้นมา
“มะมันมีกระต่ายและหนูพะพวกมันพากัันเข้ามาในบ้านกันเป็ฝูงเลยจ๊ะผู้ใหญ่ละแล้วพวกมันก็ ปะไปกินพวกธัญพืชที่เก็บไว้จ๊ะ พะพวกเราก็เลยไล่ตีพะพวกมันกันค่ะ” อี้เหลียนก็พูดออกมาอย่างตะกุกตะกัก
“เอาล่ะถ้าอย่างนั้นก็ให้ชาวบ้านพวกนี้ไปช่วยกันไล่ตีมันดีไหม เผื่อพวกเขาจะได้มีเนื้อเก็บไว้กินเพราะนี่ก็ใกล้จะเข้าหน้าหนาวเข้ามาทุกทีแล้ว” ผู้ใหญ่บ้านก็เป็ฝ่ายตัดสินใจขึ้นมา
ทางด้านอี้เหลียนแม้ว่าจะเสียดายเนื้อที่จะหายไปมากมายจากเ้าตัวหน้าขนพวกนี้ แต่เธอก็ไม่กล้าขัดอะไรกับผู้ใหญ่บ้าน และที่สำคัญเ้าสัตว์พวกนี้กำลังเข้าไปกินธัญพืชในบ้านที่ได้ทำการกักตุนไว้ หากไม่รีบกำจัดพวกมัน หน้าหนาวพวกคนบ้านเธอคงจะได้อดตายกันเป็แน่
“ถ้าอย่างนั้นก็เข้ามาเถอะจ๊ะ” อี้เหลียนจึงได้แต่ต้องเปิดประตูบ้านของตนอย่างจำยอม เมื่อชาวบ้านเ่าั้ได้เห็นว่าอี้เหลียนได้เปิดประตูแล้ว ทุกคนต่างก็รีบกรูกันเข้าไปทันทีเพราะต่างก็้าที่จะได้เนื้อไปกินยังบ้านของตนเเช่นเดียวกัน
ทุกคนเมื่อได้เข้ามาข้างในแล้วต่างก็แปลกใจกับภาพที่เห็นเป็อย่างมากเพราะพวกเขาเ่าั้ได้มองเห็นกระต่ายตัวอวบอ้วน อยู่มากมายอย่างละลานตา ไหนจะหนูตัวใหญ่ๆ อีกหลายสิบตัว พวกเขาจึงได้พากันไปวิ่งตามจับสัตว์เหล่านี้กันอย่างอุตลุต แต่เ้าสัตว์เหล่านี้ก็ว่องไวมากเช่นกัน
ทางด้านห้องเก็บเสบียงของบ้านหลงตอนนี้ ต่างก็เละเทะแทบจะดูไม่ได้กันเลย เพราะเหล่าสัตว์ที่มันพากันมาแทบนับไม่ถ้วนนี้ได้มาพากันกัดแทะ กินกันอย่างไม่สนใจเ้าของบ้านกันเลยสักนิด
“หมดแล้วฮือๆ หมดแล้ว เสบียงของพวกเราหมดแล้วฮือๆ” เสียงนี้เป็เสียงร้องอย่างโวยวายผสมกับเสียงร้องไห้ของจินเซียงที่ดังขึ้นพร้อมกับที่ตัวของหล่อนก็ลงไปนั่งกับพื้นอย่างหมดอาลัยตายยากกันเลยทีเดียว
พวกผู้คนในบ้านหลงก็ต่างหมดแรงไปตามๆกันแต่ก็ยัง ไม่สามารถที่จะจับกระต่ายหรือหนูที่เข้ามาก่อกวนบ้านของพวกเขาได้แม้แต่ตัวเดียว
ฝ่ายพวกชาวบ้านที่เข้ามาหวังจะได้เนื้อกลับไปกินที่บ้านของตนเองก็เช่นเดียวกัน พวกเขาเองก็ต่างหมดแรงและก็ผิดหวังไปตามๆกัน
ทางบ้านหลงวุ่นวายแทบไม่ได้หลับไม่ได้นอน เพราะเสบียงที่สะสมไว้ต่างก็เสียหายและสูญเสียเนื่องจากถูกสัตว์ที่บุกรุกเข้ามากัดกินเป็จำนวนมาก ผิดกับบ้านหลังใหญ่ของตระกูลซู ที่ทุกคนต่างก็หลับไหลอย่างเป็สุขโดยเฉพาะเ้าตัวน้อยซินซิน ที่นอนเกาพุงป่องๆของตน และมุมปากก็มีน้ำลายไหลย้อยออกมา
เช้าวันใหม่มาถึงอย่างรวดเร็ว พร้อมกับอากาศที่หนาวเย็นกว่าเมื่อวาน ่นี้งานในทุ่งนาก็ไม่่ค่อยมีอะไรให้ทำมากนัก เพราะหน้าหนาวใกล้เข้ามาแล้ว ครอบครัวของซินซินจึงคิดว่าจะไปเข้าป่าเพื่อเก็บฟืนและหาของป่ามาไว้กิน พวกเขาไม่อยากจะเอาแต่พึ่งพาของที่ลูกและหลานสาวตัวน้อยเสกออกมาจากอากาศอย่างเดียว
“พ่อจ๋า หาอา” เช้านี้ซินซินอยากจะให้พ่อพาตนเข้าไปหาอาคนสวยที่ในเมืองเพราะตนตั้งใจที่จะเอาของออกมาให้อาขาย เพื่อที่จะได้มีทุนให้พ่อและย่าเก็บเอาไว้ใช้ยามฉุกเฉิน่หน้าหนาวและตัวเธอก็อยากจะคิดหาทำสบู่ออกมาขายด้วยบอกตรงๆ สบู่ในยุคนี้ไม่มีความถูกใจซินซินเลยแม้แต่น้อย
“ตกลงลูกสาวจะไปหาอาใช่ไหมเดี๋ยวพ่อขี่จักรยานพาไปเอง” ผู้เป็พ่อผู้ไม่เอ่ยขัดลูกสาวพูดกับลูกของตนอย่างยินดี
“ถ้าอย่างนั้นวันนี้ก็คงจะไม่ได้เข้าป่ากันแล้วล่ะจินเป่าลูกพาซินซินไปหาน้องก็ดี จะได้ไปดูความเป็ไปของน้องว่าเป็อย่างไรเอาข้าวสารธัญพืชแบ่งไปให้น้องด้วยนะลูก” ผู้เป็ย่าพูดขึ้น เธอเองก็เป็ห่วงลูกสาวเช่นเดียวกันเพราะั้แ่แต่งงานฮัวเหมยก็อยู่แต่ในเมืองและงานที่ทำก็ค่อนข้างยุ่งจึงแทบจะไม่มีเวลากลับมาที่บ้านเลย
“หน้าที่ซินซินเองค่ะ" ซินซินผู้ตั้งใจจะพูดว่าปล่อยเป็หน้าที่ของเธอเอง แต่เมื่อพูดออกมามันได้แค่นี้
“ตกลงจ๊ะหน้าที่ของหลานสาวย่าเอง” ผู้เป็ย่าก็เข้าใจว่าหลานตัวน้อยจะสื่อถึงอะไร
เมื่อซินซินได้ยินที่ย่าของตนพูดออกมาแบบนี้ก็ได้แต่ยกยิ้มกว้างให้ผู้เป็ย่าอย่างชอบใจ เมื่อพ่อและลูกสาวตกลงกันเรียบร้อยแล้วแม่ซึ่งนั่งฟังอยู่ด้วย ก็รีบลุกขึ้นมาแต่งตัวให้ซินซินโดย นำหมวกมาใส่ ผ้าพันคอมาพัน ใส่เสื้อบุนวมเพิ่มให้ ใส่ถุงมือและถุงเท้า ทำให้ตอนนี้ซินซินดูเหมือนจะตัวกลมขึ้นมาอีกมากโข
แต่ด้วยเพราะมีใบหน้าน่าตาน่ารักเหมือนตุ๊กตากระเบื้อง ดังนั้นการแต่งตัวแบบนี้จึงได้กลายเป็เหมือนตุ๊กตาตัวหนานุ่มน่ากอดแทน เมื่อพ่อและลูกสาวได้ขี่รถจักรยานผ่านหน้าบ้านหลง ก็ได้เห็นว่ามีคนมามุงดูอยู่หน้าประตูบ้้านกันอย่างมากมาย
แต่เขาสองคนพ่อลูก ก็ได้คิดจะหยุดจักรยานเพื่อจะไปมุงดูกับชาวบ้านเ่าั้ไม่ ถึงไม่ได้จอดดูแต่ก็ยังได้ยินคร่าวๆ ว่าเสบียงของบ้านหลงได้เสียหายจากฝีมือกระต่ายและหนูที่บุกกันเข้ามายังที่บ้านหลังนี้เมื่อคืนนี้
“จิวจิว ผงของจิวจิวเจ๋งมากอ่ะ อยากได้เนื้อซินซินก็ให้แล้วไง แต่จับได้หรือไม่ได้นั่นก็อีกเื่โฮ๊ะๆ” ซินซิน พูดขึ้นกับจิวจิวที่หลบอยู่ในหมวกของตนพร้อมกับหัวเราะแบบตัวร้ายขึ้นมา
“หนูยิ้มน้้อยยิ้มใหญ่อะไรครับ” ฝ่ายผู้เป็พ่อที่เห็นลูกสาวยิ้มแย้มอย่างอารมณ์ดีพร้อมกับหัวเราะเสียงแปลกๆ ก็ถามลูกสาวของตนขึ้นมา
“ดีใจที่จะไปเจออาคนสวยค่ะ”ฝ่ายลูกสาวก็ตอบขึ้นมาด้วยเสียงเล็กใสของตัวเอง
ฝ่ายผู้เป็พ่อเมื่อได้ยินลูกคนดีตอบออกมาแบบนี้ก็ไม่ได้พูดอะไรต่อ เพราะตั้งใจขี่จักรยานหลบหลุมที่มีอยู่มากมายด้าน จนกระทั่งทั้งพ่อและลูกสาวได้ขี่จักรยานมาจนถึงโรงเหมืองแร่ที่ฮัวเหมยทำงานอยู่
จินเป่าเมื่อจอดจักรยานเรียบร้อยก็รีบมาอุ้มลูกสาวตัวน้อยที่ตอนนี้แก้มแดงมาก เพราะอากาศที่เริ่มเย็นเขารีบกอดลูกสาวตัวน้อยไว้ในอ้อมแขนและเขาก็รีบเดินมาทางป้อมยามหน้าโรงงาน โดยเข้าต้องมาแจ้งว่าจะพบใครและให้ทางยามเป็คนตามตัวคนที่จะมาพบให้เป็ฝ่ายออกมาหาเอง
“สวัสดีครับ/สวัสดีค่ะ” พ่อและลูกสาวต่างก็ทักทายยามที่เฝ้าอยู่หน้าประตูโรงงานพร้อมกัน ฝ่ายยามเมื่อเห็นว่าผู้ที่มาเป็พี่ชายและหลานสาวตัวน้อยของรองผู้จัดการซูฮัวเหมยก็ยิ้มแย้มอย่างยินดี เพราะคนทั้งสองมาค่อนข้างบ่อยจนเป็ที่คุ้นเคยของยามทุกคน
“มาพบรองผู้จัดการซูกันหรือครับ เดี๋ยวผมจะโทรตามให้ด้วยนี้เลย” ผู้เป็ยามเองก็กระตือรื้อขึ้นมาทันที
“ขอบคุณค่ะคุณลุง นี่หนูให้ค่ะ” ทางซินซิน ก็กล่าวขอบคุณผู้เป็ยามแล้วก็รีบนำแอปเปิ้ลออกมาให้คุณลุงตรงหน้าสองผล ฝ่ายผู้รับก็ยิ้มอย่างดีใจที่ได้ผลไม้ชนิดนี้เพราะราคาของมันค่อนข้างแพง
พ่อและลูกสาวรอกันสักพักผู้เป็อาก็เดินออกมา จากโรงงานตอนนี้ผู้เป็อาได้ท้องมาได้สามเดือนแล้วแต่ยังไม่ได้บอกให้ใครรู้ หากจะถามว่าซินซินรู้ได้ยังไงนะหรือ ก็จิวจิวน้อยบอกนะสิจะใครล่ะอิอิ ดีเลยอย่างนี้จะได้คุยธุระกิจกันง่ายขึ้นเพราะคนท้องไม่ควรที่จะทำงานในเหมืองแร่แบบนี้อยู่แล้ว
“พี่จินเป่า มาหาน้องที่บ้านมีเื่อะไรหรือเปล่าค่ะ โอ๊ะหลานน้อยของอาก็มาด้วยเหรอค่ะอากาศเริ่มเย็นแล้วหนูออกมาทำไมกันค่ะสาวน้อย” ฮัวเหมยถามพี่ชายของตน แต่เมื่อได้มาเห็นหลานสาวตัวน้อยเธอก็ได้ลืมพี่ชายของตัวเองไปแล้ว
“หลานสาวตัวน้อยของน้องอยากมาหาอย่างไรล่ะ แล้วแม่ก็ฝากของกินมาให้ด้วยว่าแต่จะให้พี่เอาไปไว้ที่บ้านของน้องเลยไหมนี่ก็ได้เวลาที่น้องพักเที่ยงแล้วนี่” จินเป่าถามน้องสาวของตน
“เราไปบ้านน้องพร้อมกันเลยดีกว่าค่ะ น้องมีอะไรจะบอกพี่และแม่ด้วย ป่ะหลานสาวน้อยให้อาอุ้มดีไหมค่ะ” ฮัวเหมยหันไปถามกับหลานสาวของตัวเอง
“ไม่ค่ะเดี๋ยวน้องเจ็บ”ซินซินได้กล่าวปฏิเสธผู้เป็อาออกมา
เมื่อฮัวเหมยได้ยินที่หลานสาวตัวน้อยของตนพูดแบบนี้เธอก็มั่นใจว่าหลานสาวตัวน้อยคงจะรู้ว่าเธอท้องแล้วเป็แน่ แต่เธอก็ไม่แปลกใจเท่าไหร่เพราะหลานสาวเธอเป็เทพธิดามาเกิดนี่น่า แต่ผิดกับจินเป่า ที่ตอนนี้ทำหน้างงไปแล้ว เพราะโดยปกติลูกสาวของเขาไม่เคยปฏิเสธการอุ้มของอาคนสวยเลย
“เดี๋ยวน้องเจ็บลูกหมายถึงใครกันครับ” จินเป่าก็ได้ถามในเื่ที่ตนสงสัยออกมา พร้อมกับเดินไปจูงจักรยานเดินตามน้องสาวที่จูงมือลูกน้อยของตนให้เดินไปข้างๆกันอย่างระมัดระวัง
ทั้งสองก็ไม่ได้ตอบอะไรแต่กลับพากันหัวเราะเขาแทน เขาได้แต่เดินมาด้วยความงงๆ ปนความสงสัยของตนเองต่อไป จนกระทั่งทั้งสามคนเดินมาถึงบ้านพักของฮัวเหมย
เมื่อทั้งสามเข้าไปในบ้านแล้ว มหกรรมอันน่าตื่นตะลึงก็เกิดขึ้น เพราะลูกสาวตัวน้อยของเขาได้ทำการเสกของอย่างมากมายออกมาจากอากาศอย่างต่อเนื่องนั่นเอง มีทั้งผ้าห่มนวมสามผืน เสื้อบุนวมผู้ใหญ่สามตัว ข้าวสารสองกระสอบใหญ่ นมกระป๋อง เนื้อสัตว์ต่่างๆ ขนมนมเนยหลายชนิด เครื่องปรุงทำอาหาร
และอย่างสุดท้ายที่ลูกสาวเขาเสกออกมาเป็กล่องใหญ่ ลูกสาวเขานำออกมาสองกล่องใหญ่ทีเดียว ตบท้ายด้วยก๊วยเตี๋ยวร้อนๆ สามชามที่ออกมาพร้อมช้อนและตะเกรียบ มีเนื้อย่างของโปรดของจิวจิวด้วย
ตอนนี้ทั้งเขาและน้องสาวก็ได้แต่ตกตะลึงกันไปแล้ว เพราะไม่ว่าจะเห็นอีกกี่ครั้งพวกเขาก็ยังไม่ชินกันสักที