ตอนที่ 152 สัตว์ประหลาดที่น่าเหลือเชื่อที่สุด
แม้ไพลินจะไม่เข้าใจท่าทางที่นิทานพยายามสื่อ หากเมื่อเธอเห็นว่าการแนะนำโฮโจจบแล้ว เธอจึงเอ่ยขึ้นต่อ
“งั้นเราแนะนำเพชฌฆาตให้เอง หน่วยเชื้อไฟพิเศษที่ขึ้นตรงกับเราเอง แข็งแกร่งทั้งการโจมตี ป้องกัน และลอบโจมตี ประสบการณ์ต่อสู้โชกโชน สัญชาตญาณการต่อสู้ยอดเยี่ยม เขาเป็นมือดีที่สุดของเรา” องค์หญิงไพลินกล่าวด้วยรอยยิ้มในขณะที่เพชฌฆาตก้มหน้านิ่ง
ทุกคนมองไปทางเพชฌฆาตอย่างไม่ค่อยจะเชื่อเท่าไหร่นัก พูดตามตรงว่าก่อนที่พวกเขาจะแนะนำตัวกันและได้รับการแนะนำจากระดับสูงของแต่ละฝ่าย ความประทับใจแรกของเพชฌฆาตสำหรับพวกเขาคือน่ารำคาญ
หมอนี่พูดไม่หยุดปาก! พวกเขาบางคนถึงกับคิดคัดค้านเรื่องที่จะให้เพชฌฆาตร่วมทางไปด้วยเสียด้วยซ้ำ
แต่ไอ้พูดมากคนนี้กลับได้รับการแนะนำตัวที่โดดเด่นถึงขนาดนั้น เป็นบุคคลที่องค์หญิงที่ 4 แห่งราชอาณาจักรไฟกัลป์กล่าวชมมากมายถึงเพียงนั้น
“พูดตามตรงว่าถ้าไม่ใช่ในสุสาน สู้กันหนึ่งต่อสามตอนนี้เราก็ไม่คิดว่าเพชฌฆาตของเราจะแพ้หรอกนะคะ” ไพลินเผยรอยยิ้ม เมื่อได้ยินเช่นนั้นอิซึมิและโฮโจดูจะหรี่ตาลงน้อย ๆ
แม้แต่นิทานยังเลิกคิ้วมองไปยังเพชฌฆาต เขายอมรับว่าเพชฌฆาตแข็งแกร่งมากแม้จะเห็นเขาลงมือแค่ครั้งเดียว แต่การจะเอาชนะอีกสามคนด้วยตนคนเดียวนี่ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย
ถึงอย่างนั้นไพลินก็ยังพูดท้าทาย หมายความว่าเธอมั่นใจเต็มเปี่ยมในความสามารถของมือดีที่สุดของเธอ
เลโอไม่มีท่าทีใด ดูเหมือนเขาจะได้ยินเรื่องของไพลินมาจากไลล่าก่อนแล้ว นิทานสังเกตได้ว่ายามที่ไพลินเอ่ยว่า 3 ต่อ 1 ไพลินไม่ได้มองมาทางเขา
ไม่รู้ว่า 4 ต่อ 1 จะยากเกินไปหรือไพลินเกรงใจฉัน นิทานคำนึง เขายังไม่เคยเห็นขีดจำกัดของเพชฌฆาต
หมายความว่าเป็นเพชฌฆาตเป็นนักสลักโทที่พอจะรับมือกับอริยะได้ระดับหนึ่งสินะ เอาเรื่องแฮะ นิทานวิเคราะห์อย่างรวดเร็ว
อิซึมิทำท่าจะเอ่ยปาก หากก็ไม่ได้พูดอะไร มีเพียงโฮโจที่สายตาฉายแววมุ่งร้ายออกมาเล็กน้อย และแววมุ่งร้ายนั้นดูจะชัดเจนมากขึ้นเมื่อไพลินพูดว่า ‘เพชฌฆาตของเรา’
“นักสลักโทวัย 35ปี ลือกันว่ามีคำแห่งพลังถึง 4คำ เป็นคมดาบในเงาของรัตนชาติคนเล็ก หากจะบอกว่าผู้มีพรสวรรค์สูงสุด 2คน ในสังกัดขององค์หญิงอยู่ที่นี่ก็คงไม่ใช่เรื่องผิดนะครับ” อารากะยิ้ม เขาดูเหมือนจะรู้เรื่องของเพชฌฆาตมากเป็นพิเศษ
องค์หญิงไพลินเพียงตอบด้วยรอยยิ้ม ส่วนเพชฌฆาตยามนี้จึงเอ่ยปาก
“หากเข้าไปในสุสานแล้ว ผมจะมีพลังระดับผู้เรียนรู้เท่านั้น แต่สัตว์อสูรระดับนักสลักโทส่วนมากไม่ใช่ปัญหาหรอกครับ” เขาเอ่ยด้วยรอยยิ้ม ทั้ง ๆ ที่คำพูดของเขาไม่ได้ดูเข้ากับรอยยิ้มนั้นแม้แต่น้อย
โฮโจมองไปยังชายหนุ่มตรงหน้า ต้องยอมรับว่าหากเขาเป็นผู้เรียนรู้ 4คำเช่นเดียวกับตนจริง เขาอาจจะเหนือกว่าตนเสียอีก เพราะโฮโจก็ไม่มั่นใจนักว่าเขาจะขึ้นเป็นนักสลักโทก่อนวัย 35ได้หรือไม่
โชคร้ายเพียงแต่ว่าเพชฌฆาตนั้นก็เป็นผู้หนึ่งที่ต้องทำพิธีสลักคำก่อนวัยที่เหมาะสม ความหวังในการค้นพบคำของเขาหลังจากนี้จึงลดน้อยลงตามไป เป็นหนึ่งในอัจฉริยะที่ชำรุดแล้ว
นัยน์ตาของโฮโจบังเกิดความคิดอยากท้าทายขึ้นมาทันใด หากก็ได้แต่เก็บไว้ เขายังเป็นเพียงผู้เรียนรู้เท่านั้น ฝั่งเพชฌฆาตนั้นเป็นถึงนักสลักโท ความห่างชั้นระดับนั้นไม่ใช่สิ่งที่จะสามารถเอาชนะได้ด้วยพรสวรรค์เพียงอย่างเดียว
นิทานที่เห็นทุกอย่างแอบยิ้มน้อย ๆ เขารู้สึกว่าโฮโจนี่ดูไปก็เป็นคนที่น่าคบอยู่เหมือนกัน แม้เขาจะวางตัวดีแต่อากัปกิริยาก็บอกชัดเจนถึงสิ่งที่คิดอยู่ ไร้เล่ห์เหลี่ยม แต่เรื่องการไม่ค่อยประมาณตนอยากท้าทายกับคนที่ระดับสูงกว่านี่ก็นับเป็นนิสัยเสียได้เช่นกัน
“โฮ่ง!”
ก็เหมือนนิทานแหละ!
คีตาที่ได้ยินสิ่งที่นิทานคิดพลันขัดขึ้นจนเขาสะอึกไป พอนึกไปแล้วเขาก็เถียงไม่ออก ก่อนหน้านี้เขายังอยากวัดตนเองกับเรอุสอยู่เลย แถมตอนนี้ก็ตั้งมั่นว่าอยากแข็งแกร่งขึ้นเพราะอยากพิสูจน์ตัวเองล้วน ๆ ไม่ได้ดีไปกว่าโฮโจเสียเท่าไหร่
เหมือนเสียงเห่าของคีตาคือสิ่งที่ปลุกสติของทุกคนกลับมา พวกเขาหันมามองนิทานอันเป็นแกนหลักของกลุ่มขุดค้นในครั้งนี้ ต้นเหตุที่ทำให้กลุ่มขุดค้นนี้รวมตัวกันได้
“ได้ยินว่าทุกคนแข็งแกร่งกันขนาดนี้ผมก็สบายใจแล้วล่ะครับ รบกวนช่วยลากผมไปด้วยละกันนะครับ” นิทานหัวเราะเบา ๆ เขาไม่อยากเป็นจุดรวมสายตาเช่นนี้ ยิ่งในที่นี้มีแต่คนที่มีอนาคตอันยิ่งใหญ่รออยู่ภายภาคหน้าด้วยแล้ว
ทั้งหมดพยักหน้ารับ เลโอเพียงยิ้มหวานมองนิทานเช่นเคย อิซึมิไม่ได้แสดงสีหน้าใด โฮโจเลิกคิ้วเล็กน้อย ส่วนเพชฌฆาตทำท่าจะพูดอะไรบางอย่างแต่ก็เงียบลงไป
นิทานไม่คิดจะถามว่าเขาพูดอะไรผิดไปหรือไม่ เพราะหลังจากนี้คือการรายงานเรื่องแผนการและนัดหมายวันเวลาจากอารากะ ผู้สนับสนุนการเดินทางหลักคือกลุ่มการค้าอิสึกะ
นอกจากนิทานแล้ว ทุกคนนั้นคิดเห็นตรงกันหมด แม้แต่องค์หญิงไพลินเองยังเดาได้ว่าทุกคนคิดอะไรอยู่
ท่ามกลางอัจฉริยะและผู้มีความสามารถมากมายเหล่านี้ กลุ่มการค้าอิสึกะกลับไม่เคยคิดว่าพวกตนมีหวังในการนำเอาข้อมูลออกมา แต่เป็นเพราะการมาของนิทาน สัตว์ประหลาดที่รับการโจมตีของอริยะได้ตั้งแต่ตนยังเป็นผู้เรียนรู้ ผู้ที่มีความสามารถตรวจจับสูงลิบ ประสบการณ์การเอาชีวิตรอดในพื้นที่แปลก รวมถึงสัตว์คู่หูอย่างคีตาที่ไม่ได้ด้อยไปกว่าผู้เป็นนายแม้แต่น้อย
ยามนี้เขาขึ้นเป็นนักสลักเอกแล้ว ด้วยวัยเพียง 21ปีเท่านั้น เขาสามารถจัดการสัตว์อสูรระดับนักสลักโทที่แข็งแกร่งเป็นพิเศษอย่างหมีขนมรกตได้โดยไม่ลำบากสักนิด
แม้แต่จะให้สัตว์คู่หูอันเป็นพลังต่อสู้หลักของผู้ฝึกสัตว์เข้าร่วมด้วยก็ไม่ อารากะและผู้คนที่เห็นการทดสอบนั้นไม่อาจจินตนาการออกจริง ๆ ว่ายามนี้นิทานแข็งแกร่งเพียงไรแล้ว
เพราะเขาอยู่ตรงนี้ เพราะเขาเข้าร่วมการขุดค้น กลุ่มขุดค้นนี้จึงถือกำเนิดขึ้นมา กลุ่มการค้าอิสึกะจึงมีความหวังและหนทางไปต่อ
เด็กกำพร้าธรรมดา ๆ กลับแข็งแกร่งถึงเพียงนั้น ยังไม่นับรวมปัจจัยภายนอกอย่างเรื่องที่เขาเป็นเพื่อนสนิทกับองค์หญิงไพลินอีก แม้นิทานอาจจะไม่รู้ตัวหรือไม่เคยรู้สึกมาก่อน แต่ในที่นี้ เขาโดดเด่นที่สุด เป็นสัตว์ประหลาดที่น่าเหลือเชื่อที่สุด
และสัตว์ประหลาดตัวนั้นตอนนี้กำลังหยิบแปรงออกมานั่งหวีขนคีตาอย่างสบายใจ รออารากะอธิบายต่อไป
อารากะหัวเราะน้อย ๆ แล้วจึงทำหน้าที่ของเขาต่อไป
“ผมได้บอกไปข้างต้นแล้วว่าสมบัติส่วนมากไม่อาจใช้งานได้ การดีที่สุดคือพกพาเพียงสมบัติคู่กายที่ใช้งานคล่องมือที่สุด วัตถุเสริมอาคมระดับสูงพกพาไปมากก็เสียเปล่าครับ ส่วนสมบัติระดับต่ำกว่านักสลักถึงมีมากเกินไปก็จะเกะกะเปล่า ๆ”
“แม้จะเป็นเช่นนั้น แต่กลุ่มการค้าอิสึกะก็ไม่ได้ตระหนี่ด้านสมบัติและการเตรียมตัวแต่อย่างใดครับ” เขาพูดจบ อารากะก็หยิบไข่มุกลูกกลมสีม่วงงดงามออกมาให้ชม
“สมบัติที่สามารถข้ามผ่านการกดทับและสะกดของสุสานนั้น ต้องเป็นสมบัติระดับผู้แสวงวิถีเป็นอย่างน้อยครับ” ไข่มุกสีม่วงนั้นเปล่งแสงอย่างงดงาม ระดับพลังที่ถูกปลดปล่อยออกมาเป็นความแข็งแกร่งอันน่าเหลือเชื่อ
อารากะยิ้มน้อย ๆ เมื่อเห็นว่าทุกคนจับจ้องมายังไข่มุกสีม่วงที่เขาถือไว้ในมือ ไม่เพียงแค่นั้น เขาแบมือออก ไข่มุกนั้นปรากฏขึ้นมาอีก 4 เม็ด
“วัตถุสลักคำระดับผู้แสวงวิถี 5 ชิ้น นอกจากนักสลักจะใช้งานยากแล้ว ผมคงต้องยอมรับตามตรงว่ากลุ่มการค้าเราไม่อาจให้สมบัติปริมาณมหาศาลเช่นนั้นไปเสี่ยงได้ครับ”
“แต่วัตถุเสริมอาคมระดับผู้แสวงวิถีแบบพิเศษทางเรายังพอจัดหาให้ได้” อารากะหมุนไข่มุกทั้ง 5 ในมือ เผยให้เห็นทั้งระดับพลังและรัศมีพลังที่แข็งแกร่ง
“ไข่มุกอินทนิล เป็นสมบัติตามธรรมชาติที่ไม่ได้มีความสามารถอะไรพิเศษนอกจากรองรับพลังได้มากผิดปกติ” เลโอพูดขึ้น เธอจำไข่มุกสีม่วงที่โดดเด่นเช่นนี้ได้
“ครับ เพื่อความปลอดภัยของกลุ่มขุดค้น ไข่มุกอินทนิลนี้ถูกอัดพลังแห่งการหลบหนีเอาไว้ เพียงบีบมันให้แตก ร่างของผู้ใช้จะถูกเคลื่อนย้ายมายังจุดที่ระบุไว้ ในกรณีนี้คือด้านหน้าของสุสานครับ” อารากะยิ้มอย่างภูมิใจ แม้เขาจะไม่ได้พูดออกมา หากทุกคนย่อมเข้าใจว่าการจะให้ผู้แสวงวิถีใส่พลังเข้าไปในไข่มุกอินทนิลไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ยิ่งมีถึง 5 ชิ้นและเป็นพลังหลบหนีอันสำคัญยิ่งด้วย
“พึงระลึกไว้เสมอนะครับว่าการขุดค้นไม่จำเป็นต้องสำเร็จในครั้งนี้ เพียงเข้าไปให้ลึกมากที่สุดก็เพียงพอแล้ว กลุ่มการค้าอิสึกะยินดีทุ่มทุนสำหรับการสำรวจเช่นนี้อีกหลายครั้ง ดังนั้นหากมีเรื่องถึงชีวิตให้หลบหนีทันทีครับ”
ทุกคนพยักหน้ารับ เป็นเรื่องพื้นฐานอยู่แล้วที่ไม่อาจคาดหวังให้กลุ่มขุดค้นสำรวจสุสานใหญ่โตนั้นจนครบถ้วนในครั้งเดียว มีเพียงนิทานที่แสดงท่าทีอ่อนล้าเล็กน้อย แม้จะเข้าใจหากการทำภารกิจระยะยาวก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย
“การสำรวจเป็นสิ่งที่ต้องใช้ทั้งเวลาและการเตรียมตัว ถึงล้มเหลวแต่ถ้ายังมีชีวิตอยู่ก็ไปต่อได้ ไม่มีเหตุผลอะไรให้ต้องเดิมพันในครั้งเดียว” องค์หญิงไพลินพูดขึ้นเมื่อเห็นท่าทีของนิทาน
อารากะพยักหน้าแผ่วเบา ในฐานะตัวแทนของสาขา การเตรียมการและยอมรับความล้มเหลวคือเรื่องธรรมดา
“ถึงผมพูดแบบนั้นแต่ก็ขอให้ทุกท่านพยายามเต็มที่ด้วยนะครับ ไข่มุกอินทนิลราคาไม่ถูกเลย” อารากะกล่าวติดตลก เรียกเสียงหัวเราะของเพชฌฆาต
“แน่นอนครับ/ค่ะ” พวกเขาตอบกลับอย่างพร้อมเพรียง รอยยิ้มประดับใบหน้า
นิทานลอบชื่นชมอารากะในใจ วิธีการพูดและการกระทำของเขาทำให้ทุกคนไม่จำเป็นต้องกังวลหรือเคร่งเครียดจนเกินไป ให้ทุกคนอยู่ในสภาวะสมบูรณ์พร้อมสำหรับภารกิจ
“เรื่องสถานที่ตั้ง บางท่านอาจรู้อยู่แล้ว แต่ผมขออนุญาตไม่เปิดเผยครับ พวกเราจะนำทางทุกคนไปเองเมื่อถึงเวลาที่นัดหมาย นอกจากป้องกันเรื่องข้อมูลหลุดแล้วเรายังต้องคำนึงถึงปัจจัยอื่นด้วย หน่วยกล้าตายที่ส่งเข้าไปก็ไม่รับรู้สถานที่เช่นกัน” คราวนี้เสียงของอารากะจริงจังขึ้นเล็กน้อย
ไม่มีใครโต้แย้งอะไร หากพวกเขาต้องการจะรู้จริง ๆ ก็ไม่ใช่เรื่องยากนัก แต่ละคนก็มีขุมกำลังใหญ่อยู่ด้านหลัง
“จนถึงตอนนี้มีใครมีคำถามอะไรมั้ยครับ” อารากะหันไปมองผู้เข้าร่วมรอบห้อง
“ครับ ในตอนแรกบอกว่าจะมี 2กลุ่มที่เข้าไปในรอบนี้ใช่มั้ยครับ” นิทานยกมือถาม
ได้ยินดังนั้นอารากะก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย หากไม่ได้มองมายังนิทาน เป็นความเคร่งเครียดจากความกดดัน
“ใช่ครับ กลุ่มการค้าเชียนเป่าก็จัดเตรียมกลุ่มขุดค้นเช่นกันครับ”
“เรารอหน่อยไม่ได้หรือคะ ไม่ก็เข้าไปก่อนเลย” เลโอเสนอ
“เรามีความจำเป็นต้องรอข้อมูลล่าสุดจากหน่วยกล้าตายที่ส่งเข้าไปก่อนครับ จึงไม่อาจเข้าไปก่อนได้ ส่วนเรื่องรอ จากแหล่งข่าว กลุ่มขุดค้นของกลุ่มการค้าเชียนเป่ามีโอกาสในการเข้าถึงส่วนลึกไม่น้อยกว่าพวกเราครับ จึงไม่อาจรอได้” อารากะส่ายหน้า
องค์หญิงไพลินขมวดคิ้ว ไม่ใช่ว่าเธอดูถูกกลุ่มการค้าเชียนเป่า หากเพราะกลุ่มการค้าเชียนเป่าสนับสนุนองค์ชายจันทรกานต์ เธอจึงค่อนข้างกังวลเมื่อมีอะไรที่เกี่ยวข้องกัน
“ไม่น้อยกว่าพวกเรา? หมายความว่ายังไงครับ” เพชฌฆาตถามขึ้นพลางเหลือบตาไปมองนิทาน
เพชฌฆาตไม่ใช่พวกมั่นใจเกินเหตุ แต่จากพลังของนิทานที่เขาเห็นและความสามารถของเขาเอง เพชฌฆาตคิดว่าคงมีการรวมตัวของระดับนักสลักไม่มากนักที่จะแข็งแกร่งได้เท่ากลุ่มพวกเขา
“ยังไม่ยืนยันครับ แต่แหล่งข่าวบอกว่ากลุ่มการค้าอิสึกะสามารถชักชวนอัจฉริยะปีศาจมาได้คนหนึ่ง เรารู้แค่ว่าอัจฉริยะผู้นั้นเป็นเหตุผลที่ทำให้กลุ่มการค้าเชียนเป่าจัดตั้งกลุ่มขุดค้น” อารากะตอบเสียงเครียด
“แบบเดียวกันกับที่เพราะมีนิทาน กลุ่มการค้าอิสึกะจึงได้กล้าจัดตั้งกลุ่มขุดค้นครั้งนี้” องค์หญิงไพลินขมวดคิ้วแน่น
“แล้วจะไม่เกิดการต่อสู้ขึ้นภายในเหรอครับคุณอารากะ” โฮโจถาม เขาจับข้อสังเกตได้ว่าหากทั้งสองจัดตั้งทีมระดับนี้ พวกเขาต้องมีเป้าหมายที่ต้องการเช่นกัน ยิ่งโดยพื้นฐานทั้งสองกลุ่มการค้าเป็นศัตรูกันด้วยแล้ว ย่อมไม่มีกลุ่มการค้าไหนยอมให้อีกฝ่ายได้ผลประโยชน์ไปโดยง่าย
“ข้อดีคือกลุ่มการค้าเชียนเป่ามุ่งหวังสมบัติของขุนนางพันธุ์ผสมครับ ไม่ใช่ข้อมูลการผสมข้ามสายพันธุ์เช่นเรา ดังนั้นผลประโยชน์จึงไม่ทับซ้อนกัน แผนที่ของทั้งสองกลุ่มก็ไม่เหมือนกันครับ ด้วยขนาดของสุสานแล้วยากจะพบเจอกันโดยบังเอิญ”
“ยังมีสนธิสัญญาด้วยสินะครับ” เพชฌฆาตเสริม
“ถูกต้องครับ การต่อสู้กันถูกห้ามโดยสมบูรณ์ แต่แน่นอนว่าทุกท่านห้ามประมาท” อารากะกระจายเอกสารเรื่องข้อมูลให้ผู้เข้าร่วมทั้งหลายรวมถึงองค์หญิงไพลิน
การพูดคุยดำเนินไปอีกพักหนึ่ง เมื่อหมดสิ่งที่อารากะต้องอธิบาย การรวมตัวครั้งแรกจึงจบลง
“เช่นนั้นเมื่อหมดคำถามแล้ว ผมจะติดต่อไปอีกครั้งเมื่อทางเราเตรียมตัวพร้อมครับ”