โอ๊ตกล่าวพร้อมด้วยอารมณ์ที่ทั้งโกรธ และโศกเศร้าในเวลาเดียวกัน มันเป็นความแค้นที่ยากจะลืมเลือนไปจากหัวใจจริงๆ แม้ว่าแหตุการณ์ที่เขาพบเห็นในตอนนั้นมันก็ไม่ได้แปลว่าคุณตาของเขาเป็นคนที่ฆ่าคุณพ่อคุณแม่ แต่มันก็ปฏิเสธได้ยากเช่นกันที่ว่าความตายของพวกท่านนั้นไม่เกี่ยวกับคุณตา
หลายปีมานี้เขาหลบซ่อนตัวจากทุกคนด้วยสัญชาตญาณที่มีอยู่ในตัวเอง เขาไม่เคยขอพึ่งพาใครถ้าไม่จำเป็น ที่ผ่านมาตัวเองเป็นที่พึ่งแห่งตนเสมอมา จนความเหนื่อยล้าสะสม ประกอบกับความคิดที่เป็นผู้ใหญ่มากขึ้น ความคิดที่โตขึ้นของเขามันบ่งบอกว่าเขาจะหนีต่อไปมันก็ไม่ได้ช่วยให้อะไรนั้นดีขึ้นมา และเขาก็จะไม่รู้ว่าคุณพ่อกับคุณแม่จากไปยังไง
ในช่วงเดือนสองเดือนแรกที่หาแหล่งที่อยู่ ลงหลักปักฐานพวกข้ารับใช้ของตระกูลก็พบเจอกับเขาแล้ว แม้ว่าคุณตาที่ทราบว่าเขายังมีชีวิตอยู่นั้นจะเสนอให้เขากลับไปยังตระกูล แต่ทว่าโอ๊ตนั้นก็ปฏิเสธเรื่อยมา จนเมื่อสัปดาห์ก่อน คุณตาได้ใช้ไม้ตายเด็ดที่เหมือนกับเป็นการบังคับเขาทางอ้อมจนมันเกิดเหตุการณ์หลายอย่างในช่วงนี้ เมื่อคิดมาถึงตรงนี้มันก็ทำให้เขาถึงกับถอนหายใจออกมา
“ขอโทษนะครับปิงปิงที่เล่าอะไรอย่างนี้ให้ฟัง.. แต่มันก็เป็นเพราะเรื่องที่โอ๊ตเคยพบเจอมานั้น มันก็แปลได้อีกอย่างว่าชีวิตของโอ๊ตนั้นยังไม่มีความแน่นอนอะไร.. วันหนึ่งโอ๊ตอาจจะไม่ได้เป็นคุณชายอย่างที่เป็นในตอนนี้ก็ได้.. การงานหน้าที่อะไรก็ดูแล้วก็ไม่ได้มีความมั่นคงอะไรเลย เป็นเพียงแค่พ่อค้าที่หาเช้ากินค่ำไปวันๆ..” โอ๊ตกล่าว
“..ประสบการณ์ชีวิต 8 ปีที่ผ่านมาอย่างยากลำบากมันคอยย้ำเตือนกับโอ๊ตเสมอ ว่า.. โอ๊ตยังไม่พร้อมที่จะดูแลใคร เพราะตัวเองก็ยังยากที่จะดูแลเลย ถ้าวันหนึ่งโอ๊ตต้องกลายเป็นเด็กข้างถนนอีกครั้ง ปิงปิงจะคิดยังไงเหรอ ครอบครัวของปิงปิงคิดยังไงเหรอ เวลานี้พวกเขาจะสนับสนุนเพราะรู้ว่าโอ๊ตเป็นใคร แต่ถ้าวันนั้นมาถึง พวกเขาคงจะคัดค้านกันน่าดู..” โอ๊ตยังคงกล่าวตามหลักความเป็นจริง
“ไม่จริงเลยค่ะโอ๊ต.. ที่คุณตาให้ปิงปิงคบหากับโอ๊ตได้มันก็เป็นเพราะว่าท่านชื่นชมในตัวของโอ๊ตที่เป็นแพทย์เทวะต่างหาก ส่วนเรื่องของคุณชายนั้นเป็นเรื่องรองเท่านั้น..” ปิงปิงกล่าวแย้งเหตุผลของโอ๊ต
“แต่เรื่องรองนั้นมันก็ปฏิเสธไม่ได้เช่นกันว่ามีผลใช่ไหมล่ะครับ.. อีกอย่างนะครับปิงปิง โอ๊ตขอถามสักหน่อย.. จริงๆแล้วเรารู้จักกันมานานแค่ไหนกันอย่างนั้นเหรอครับ.. 4 วัน แบบเต็มพิกัดเลย ปิงปิงทำตามที่หัวใจตัวเองบอก หรือเป็นเพียงเพราะคำสั่งของคุณตาอย่างนั้นเหรอครับ..” โอ๊ตกล่าว
“นั่นมัน.. ไม่ใช่อย่างนั้นนะคะ!” ปิงปิงหันหน้ามาก่อนที่โอ๊ตจะหันกลับไปมองทางด้านหน้ารถเช่นเดิม
“มันพูดออกมายากใช่ไหมล่ะครับ.. ทั้งๆที่เราเรียนด้วยกันมาเป็นเทอมการศึกษา ปิงปิงไม่เคยเห็นโอ๊ตอยู่ในสายตาเลย และถ้าไม่ใช่ว่าโอ๊ตเป็นคนรักษาคุณตาของปิงปิง.. มีหรือที่ปิงปิงจะหันมาสนใจโอ๊ต ทั้งๆที่เราได้คู่กันในการสอบปฏิบัติ ความรู้สึกที่โอ๊ตได้รับจากปิงปิงมันช่างแตกต่างกันมากจริงๆ จนโอ๊ตต้องกลับมาถามกับตัวเองว่าอันไหนมันคือของจริงกันแน่..” โอ๊ตกล่าวถาม
“เรื่องนั้นมันก็...” ปิงปิงอึ้งไปเล็กน้อย เธอไม่เคยคิดเลยว่าโอ๊ตจะมีความคิดอย่างนี้กับเธอ
“..ปิงปิงชอบโอ๊ตที่โอ๊ตเป็นโอ๊ต.. หรือว่าชอบเพราะเป็นแพทย์เทวะผู้ช่วยเหลือคุณตาของปิงปิง หรือเพราะว่าโอ๊ตเป็นคุณชายของตระกูลใหญ่อย่างนั้นเหรอครับ.. โอ๊ตขอแนะนำให้คิดดีๆก่อนตอบนะครับ..”
โอ๊ตกล่าว ปิงปิงก็ทำหน้าเหมือนมั่นใจที่จะตอบในทันที ไม่ว่ามันจะด้วยเพราะเหตุผลอะไรก็ตามที่เป็นจุดเริ่มต้น แต่ทว่าตอนนี้ไม่ว่าจะวินาทีไหน ทั้งในสมอง และทั้งหัวใจของเธอมันมีแต่โอ๊ตทุกวินาทีจริงๆ และเมื่อเธอกำลังจะตอบกลับเขาไป โอ๊ตก็เอ่ยแทรกขึ้นมาก่อนในทันที..
“ถ้าหากโอ๊ตคาดเดาไม่ผิด.. คุณตาชุนตงคนนั้นคงจะรับรู้ตั้งแต่วันแรกแล้วว่าโอ๊ตนั้นเป็นคนรักษาให้กับเขา เขาคงจะสอบถามข้อมูลของโอ๊ตอย่างละเอียด และปิงปิงก็คงจะตอบอะไรไม่ได้.. และถ้าให้เดาอีกคุณตาชุนตงคงจะพยายามคลุมถุงชนระหว่างปิงปิงกับโอ๊ตด้วยสินะครับ.. ตอนนั้นปิงปิงตอบว่ายังไงเหรอครับ” โอ๊ตกล่าวพร้อมกับหันมายิ้มให้กับปิงปิง ซึ่งปิงปิงก็ได้แค่อึ้ง เธอไม่คิดว่าโอ๊ตจะรู้เรื่องนี้ด้วย
“โอ๊ตรู้เรื่องนี้ได้ยังไงกันคะ..” ปิงปิงตกใจกับสิ่งที่ได้ยิน และกล่าวถามกับโอ๊ตไปด้วยความสงสัย
“จะว่ายังไงดีล่ะครับ.. สถานการณ์มันบ่งชี้น่ะครับ ครั้งที่สองที่โอ๊ตเจอกับปิงปิงหน้าคณะ มันบอกอะไรโอ๊ตหลายอย่างเลยล่ะ ทำไมคุณตาต้องให้ปิงปิงเป็นคนเชิญด้วยล่ะ ทั้งๆที่ส่งเพียงแค่พ่อบ้าน หรือไม่ก็เป็นคนอื่นในบ้านก็ได้นี่นา.. ประกอบกับท่าทางของปิงปิงที่เกร็งๆกับการพูดคุย โอ๊ตก็รู้แล้วล่ะครับ...” โอ๊ตกล่าว
“ค่ะ.. ถึงตอนนั้นมันจะเกิดเรื่องอย่างนั้นจริงๆ และในตอนนั้นปิงปิงจะกล่าวปฏิเสธการคลุมถุงชนแบบหัวคิดโบราณก็ตาม ปิงปิงก็แค่อยากจะแต่งงานกับคนที่ปิงปิงเลือก คนที่ปิงปิงรักเท่านั้น และปิงปิงก็เพิ่งจะมารู้ตัวเองว่า.. ปิงปิงอยากให้คนคนนั้นเป็นโอ๊ตค่ะ..” ปิงปิงกล่าว
“ขอบคุณนะครับที่มีความรู้สึกดีๆให้กับโอ๊ต แต่ว่าโอ๊ตจะมั่นใจได้ยังไงว่าคนคนนั้นที่ปิงปิงจะแต่งงานด้วยคือโอ๊ต มันไม่ใช่ความหลงเพียงชั่วขณะอย่างนั้นเหรอครับ.. โอ๊ตต้องขอบอกตามตรงว่าโอ๊ตค่อนข้างไม่มั่นใจว่าปิงปิงจะคิดจริงจังอะไรกับความสัมพันธ์ของเรา ...”
“..และถึงโอ๊ตจะคิดมั่นใจว่าปิงปิงนั้นรักโอ๊ตจริงๆ แต่โอ๊ตก็ยังไม่พร้อมที่จะมีใครจริงๆ ไม่ว่าใครในตอนนี้มาบอกรักกับโอ๊ตก็ตาม.. โอ๊ตก็คงจะตอบเหมือนเดิม เหมือนกับที่ให้กับปิงปิงในวันนี้ครับ..” โอ๊ตกล่าวออกมาเช่นนั้นมันก็ทำให้สีหน้าของปิงปิงซึมไปอีกครั้ง
“แล้วโอ๊ตบอกว่าหวั่นไหวกับปิงปิง.. โอ๊ตพูดจริงหรือเปล่าคะ..” ปิงปิงกล่าว
“โอ๊ตพูดจริงครับ.. อีกอย่างโอ๊ตก็ยังแอบหวังว่าปิงปิงจะเป็นคนคนนั้นของโอ๊ตเช่นกัน.. แต่ว่าโอ๊ตก็อยากให้เราสองคนมั่นใจกันมากกว่านี้ก่อน เรียนรู้กันมากขึ้น ในฐานะเพื่อนกันไปก่อน.. ปิงปิงคิดยังไงครับ” โอ๊ตกล่าว ส่วนปิงปิงก็หันมาพยักหน้าให้กับโอ๊ตก่อนจะยิ้มออกมา
“ค่ะโอ๊ต.. ปิงปิงเข้าใจแล้ว แต่ว่า..ปิงปิงขอถามได้ไหมคะ ว่าคำว่าเพื่อนสามารถโทรหาโอ๊ตได้ตลอดไหม และเพื่อนนี่คิดถึงได้หรือเปล่าคะ.. เที่ยวกันสองคนได้หรือเปล่า” ปิงปิงกล่าวถาม
“เออ..นั่นสิครับ! ผมก็ไม่ค่อยจะมีเพื่อนผู้หญิงซะด้วย ปกติพวกเขาทำยังไงกันนะ” โอ๊ตกล่าว และมันก็สองชายหญิงที่ไม่เคยมีเพื่อนต่างเพศที่นับว่าเป็นการคบหาแบบเพื่อนสนิท หรือเพื่อนกลุ่มเดียวกันอะไรอย่างนั้นเป็นครั้งแรก ต่างคนก็ต่างไม่ได้มีประสบการณ์ด้านนี้เยอะมากเท่าไร มันจึงเป็นคำถามที่ยากจะตอบว่าพวกเขาต้องทำตัวแบบไหน ในเวลานี้ปิงปิงก็เอาจ้อง และก็จ้องโอ๊ตเพื่อรอคำตอบเช่นเดิม
“เอาเป็นว่าทำเหมือนกับที่พวกเราทำกันอยู่อย่างนี้ก็ไม่มีปัญหาอะไรหรอกครับ..” โอ๊ตกล่าวตอบ ส่วนปิงปิงก็ยิ้มหวานออกมาเหมือนกับว่าเธอคาดหวังจะได้ยินสิ่งนี้อยู่แล้ว
“..ถ้างั้นเราไปหาอะไรทานกันเถอะค่ะ ปิงปิงหิวแล้ว..” เธอกล่าวพร้อมกับเปิดประตูรถไปด้วยรอยยิ้ม ส่วนโอ๊ตก็ได้แต่เกาแก้ม และเปิดประตูรถลงมาเช่นกัน..
‘ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น..ปิงปิงก็จะรอวันนั้น วันที่โอ๊ตมั่นใจในความรู้สึกที่ปิงปิงมีให้ค่ะ’ ปิงปิงคิดในใจ ก่อนที่เธอจะหันหลังกลับไปมองที่เขา และตะโกนออกมา..
“มัวช้าอะไรอยู่คะโอ๊ต.. เร็วๆเข้า” เธอกล่าวพร้อมกับกระโดดตัวอย่างร่าเริงไปที่ประตูทางเข้าห้างสรรพสินค้า ก่อนที่จะโบกมือเรียกโอ๊ต และไม่หลงเหลือสีหน้าที่ดูซึมๆเมื่อสักครู่ที่ผ่านมาเลยสักนิด..
‘เปลี่ยนอารมณ์เร็วจังเลยนะ.. แต่มันก็ถือว่าเป็นข้อดีของเธอล่ะนะ’ โอ๊ตคิด ก่อนที่เขาจะเดินตามไปด้วยความรู้สึกในหัวใจหลายอย่างด้วยความเงียบ แต่บนใบหน้าของเขามีรอยยิ้มที่ประทับเต็มไปด้วยความสุข..
..อีกด้านหนึ่ง ณ คฤหาสน์หลักประจำตระกูล ณ สุวรรณภูมิ..
ฟึดด! … “มีเรื่องรายงานขอรับนายท่าน..”
ชายในชุดดำคล้ายๆกับนินจาของญี่ปุ่นปรากฏกายออกมาท่ามกลางความว่างเปล่ากลางห้องทำงานของภาคิน และแน่นอนว่าภาคินก็ต้องหรี่ตามองที่ชายคนนั้นเล็กน้อย กลุ่มคนกลุ่มนี้ถูกเรียกได้ว่า ‘เงาทั้ง10 ของตระกูล ณ สุวรรณภูมิ’ พวกเขาทำงานคล้ายๆกับหน่วยลับที่ขึ้นตรงต่อท่านผู้นำตระกูลเท่านั้น หรือจะเรียกง่ายๆก็คือบอดี้การ์ดสำหรับผู้นำตระกูลโดยเฉพาะ และพวกเขาก็รับการยกย่องจากตระกูลอื่นๆว่าเป็นกลุ่มคนสิบคนที่แข็งแกร่งที่สุดในประเทศ
“มีเรื่องอะไร!..” ภาคินกล่าวถามสั้นๆ ก่อนจะกลับมาดูเอกสารที่ยังดูไม่จบต่อ เพราะภาคินยังมีงานต้องทำอีกหลายอย่าง เขาไม่ได้มีเวลามากนักอะไรมากนัก แต่ทว่าด้วยคำตอบของเงาทั้งสิบ ก็ทำให้เขาต้องวางทุกสิ่งทุกอย่างลงเอาไว้ก่อน..
“เรียนคุณท่าน.. เกิดความวุ่นวายที่เมืองเชียงใหม่ขอรับ จากการประเมินเบื้องต้นเหตุเกิดจากคุณชายน้อยของผู้มีอิทธิพลในเมืองกล่าวด่าทอให้ร้ายแก่คุณชายใหญ่ จากเดิมควรเป็นความร้ายแรงระดับต่ำ แต่ทว่าคุณชายใหญ่ทำให้มันกลายเป็นความร้ายแรงระดับสูงสุดในพริบตาเดียวขอรับ..” หนึ่งในเงาทั้งสิบกล่าวรายงาน และเขาก็เป็นเงาที่แข็งแกร่งที่สุดในหมู่เงาทั้งสิบ..
“แล้วมันยังไง มีผลกระทบมากขนาดเชียวหรือ.. พวกกิตติมันจัดการเองไม่ได้เลยเหรอ?” ภาคินกล่าวด้วยความสงสัย เขาก็พึ่เงิจะอบรมสั่งสอนกิตติไปเมื่อไม่ถึงสองชั่วโมงที่ผ่านมา มันก็ทำให้เขาต้องผิดหวังอีกแล้วอย่างนั้นเหรอ เขาได้แต่คิดในใจ
จากนั้นเงาก็เริ่มเอ่ยรายงานกับสถานการณ์ที่มันเกิดขึ้น และมันก็ไม่แปลกเลยที่จะเกิดเรื่องอย่างนี้ ภาคินลุกจากที่นั่งของตัวเองก็จะยืนขึ้นมองไปยังหน้าต่าง..
“หึหึ.. ความกล้าบ้าบิ่นหลานของฉัน.. ไม่ต่างอะไรกับพวกเขาเลยจริงๆ.. ฮ่าๆ” ภาคินกล่าวพร้อมกับหัวเราะอย่างชอบใจ การกระทำของโอ๊ต มันไม่ต่างอะไรกับพ่อ และแม่ของโอ๊ตเลยแม้แต่นิดเดียว สกิลการทำให้เรื่องเล็กๆกลายเป็นเรื่องระดับประเทศได้นั้น ถือว่าพิมพ์สำเนาถูกต้องจริงๆ..
“จัดการตามที่เห็นสมควร.. หลานของฉันอยากจะทำอะไรก็ปล่อยเขาทำไป..”