เล่มที่2 บทที่ 54 หมอกปฐพีเมฆาสวรรค์
แม้ว่าเจียงอวิ๋นจะไม่ได้หลอมโอสถมาเกินครึ่งปีทว่าฝีมือเขาก็ยังคงเดิมในเวลาเพียงครึ่งวันก็สามารถหลอมโอสถสวรรค์รุ่งโรจน์เสร็จหนึ่งเม็ดทั้งยังเป็นโอสถปฐพีด้วย
เมื่อโยนโอสถสวรรค์รุ่งโรจน์ให้เหล่าเฮย์แล้วเจียงอวิ๋นก็ไม่ได้หยุดพัก เริ่มทำการหลอมโอสถเปิดสวรรค์ต่อทันที
แม้เจียงอวิ๋นจะมีความมั่นใจแต่อย่างไรเสียนี่ก็เป็นการหลอมโอสถชนิดนี้ครั้งแรกยิ่งรวมกับการที่เปลวเพลิงซึ่งใช้หลอมโอสถเป็นเปลวเพลิงที่ต้องใช้พลังปราณในการควบคุมด้วยแล้วเขาที่ยังควบคุมไฟในการแผดเผาวัตถุดิบบางอย่างได้ไม่แม่นยำมากพอย่อมไม่อาจเลี่ยงความล้มเหลวได้
ทว่าเมื่อล้มเหลวเจียงอวิ๋นก็ไม่เสียกำลังใจ และไม่รีบร้อนหลอมใหม่ทันทีแต่จะนั่งลงวิเคราะห์เศษวัตถุดิบที่กลายเป็นขยะแล้วในหม้อหินพลางใคร่ครวญถึงทุกขั้นตอนในการหลอมโอสถของตนอย่างละเอียดมองหาข้อผิดพลาด สรุปผลการวิเคราะห์ จากนั้นจึงค่อยเริ่มทดลองใหม่อีกครั้ง
เช่นนี้เองเพียงพริบตาเดียวเวลาก็ได้ผ่านไปครึ่งเดือนในที่สุดเหล่าเฮย์ที่นั่งนิ่งไม่พูดไม่จาอยู่ข้างๆ มาโดยตลอดก็ยืนขึ้นเข้ามาขวางเจียงอวิ๋นที่กำลังคิดจะเริ่มการหลอมโอสถใหม่อีกครั้งแล้วกล่าวว่า“น้องเจียง เจ้าพักผ่อนบ้างเถอะ! โอสถเปิดสวรรค์นี่ข้าก็มิได้ต้องการเพียงเม็ดสองเม็ดด้วย เจ้ายังมีเวลาอีกมากไม่จำเป็นต้องรีบร้อนเพียงนี้ อย่าฝืนร่างกายเกินไปเลย”
ครึ่งเดือนที่ผ่านมานี้เจียงอวิ๋นแทบไม่ได้หลับไม่ได้นอนเลย ต้องเหนื่อยล้าถึงขีดสุดแล้วจริงๆจึงจะพักผ่อนครู่หนึ่ง แต่เพียงครู่เดียวเท่านั้นก็ลุกขึ้นมาหลอมโอสถต่อแล้วแม้ว่าจะยังไม่สำเร็จก็ตาม ทว่าเหล่าเฮย์ก็ทนดูต่อไปไม่ไหวแล้วจริงๆ สุดท้ายก็จำเป็นต้องเอ่ยปากหยุดไว้ก่อน
แต่เจียงอวิ๋นกลับปฏิเสธความหวังดีของเหล่าเฮย์“พี่ใหญ่เหล่าเฮย์ ข้าไม่เป็นอะไร สมัยที่ข้าอยู่ในหมู่บ้านข้าทำเช่นนี้เป็นประจำอยู่แล้ว ข้าชินแล้วล่ะอีกทั้งข้ามีความรู้สึกว่าใกล้จะหลอมได้สำเร็จแล้วด้วย”
หลังจากกล่าวจบเจียงอวิ๋นก็ไม่ได้สนใจเหล่าเฮย์อีก เริ่มหลอมโอสถเปิดสวรรค์ต่ออีกครั้ง
เหล่าเฮย์ไม่รู้จะกล่าวอะไรจึงได้แต่กลับไปนั่งที่เดิม มองดูเจียงอวิ๋นหลอมโอสถต่อทว่าความประทับใจในตัวเจียงอวิ๋นนั้นเพิ่มขึ้นหลายส่วน
หากเปลี่ยนเป็นผู้อื่นเมื่อล้มเหลวบ่อยขนาดนี้แล้วเกรงว่าคงจะล้มเลิกหรือหยุดพักก่อนแล้วค่อยมาเริ่มทำใหม่แล้วทว่าเจียงอวิ๋นกลับยังคงพยายามอย่างไม่ลดละ
และที่น่าทึ่งที่สุดคือเจียงอวิ๋นยังคงรักษาความเยือกเย็นไว้ได้ตลอดเวลา ไม่หงุดหงิด ไม่ร้อนรนไม่เร่งรีบ ไม่เฉื่อยชา จุดนี้แม้กระทั่งเหล่าเฮย์ก็ยังรู้สึกนับถือไม่น้อยเลย
จากนั้นเวลาก็ผ่านไปอีกสิบกว่าวันในที่สุดเจียงอวิ๋นก็สามารถมอบโอสถเปิดสวรรค์หนึ่งเม็ดให้เหล่าเฮย์ได้บนใบหน้าของเหล่าเฮย์ปรากฏสีหน้าโล่งใจออกมามากกว่าความยินดี
เขามองดูโอสถเปิดสวรรค์ที่เจียงอวิ๋นยื่นออกมาเพียงครู่เดียวด้วยซ้ำจากนั้นจึงค่อยกดร่างของเจียงอวิ๋นลงอย่างแผ่วเบา “น้องเจียง ลำบากเจ้าแล้วเจ้าพักผ่อนก่อนเถอะนะ!”
แม้ร่างกายของนักพรตจะแข็งแรงกว่าคนทั่วไปมากทว่าการหลอมโอสถอย่างต่อเนื่องโดยอดหลับอดนานเกือบหนึ่งเดือนต่อให้เป็นมีร่างกายเป็นเหล็กกล้าก็ทนไม่ไหว
“ได้!”
ครั้งนี้เจียงอวิ๋นไม่ปฏิเสธหลังจากกล่าวจบ เขาก็ล้มลงนอนบนพื้น จมสู่ห้วงนิทราทันที
เพื่อที่จะหลอมโอสถเปิดสวรรค์ออกมาเขาฝืนใช้ทั้งกำลังกายและกำลังใจถึงขีดสุดแล้วจริงๆ
เมื่อเห็นเจียงอวิ๋นกล้าหลับลึกต่อหน้าตนอย่างวางใจเพียงนี้บนใบหน้าอันเหี่ยวแห้งของเหล่าเฮย์ก็เผยรอยยิ้มออกมาเสี้ยวหนึ่งจากก้นบึ้งของหัวใจอย่างเห็นได้ยากทำให้ในห้วงความคิดของเขาค่อยๆ มีเงาร่างอีกสายหนึ่งปรากฏขึ้นมาด้วย
“นานมากเพียงใดแล้วนะที่ข้าไม่ได้อยู่ร่วมกับมนุษย์อย่างเป็นมิตรเช่นนี้? เด็กคนนั้นตอนนี้คงจะสร้างชื่อสำเร็จแล้วกระมัง แต่แค่ไม่รู้ว่า เขาจะยังจำข้าได้อยู่ไหม?”
เหล่าเฮย์นั่งข้างเจียงอวิ๋นเงียบๆราวกับว่ากำลังเฝ้าคุ้มครองเจียงอวิ๋น นับจากนี้เป็นต้นไปเขาได้ยอมรับเจียงอวิ๋นจากใจจริง ยอมรับเด็กน้อยเผ่ามนุษย์คนนี้อย่างแท้จริง!
หลังจากมองดูใบหน้าใสซื่ออ่อนต่อโลกของเจียงอวิ๋นครู่หนึ่งแล้วเหล่าเฮย์ก็ได้ดึงสายตากลับ หยิบโอสถเปิดสวรรค์นั่นขึ้นมาก่อนจะชมดูอย่างละเอียด
เพียงครู่เดียวเท่านั้นสีหน้าเขาก็เปลี่ยนไปเล็กน้อยอย่างอดไม่ได้
การที่เจียงอวิ๋นหลอมโอสถระดับสามได้สำเร็จในเวลาเพียงหนึ่งเดือนก็สร้างความตื่นตะลึงให้กับเหล่าเฮย์ได้แล้ว ทว่าเขาคาดไม่ถึงเลยจริงๆ ว่าโอสถเปิดสวรรค์เม็ดนี้ จะเป็นถึงโอสถมนุษย์ด้วย
ต้องรู้ว่ายิ่งเป็นโอสถระดับสูงยิ่งมีโอกาสหลอมได้คุณภาพสูงน้อยลงเท่านั้น
หากว่าโอกาสที่โอสถจารย์สามารถหลอมโอสถระดับสามได้สำเร็จอยู่ที่หนึ่งในสิบละก็เช่นนั้นการจะหลอมให้ได้คุณภาพขั้นโอสถมนุษย์อีกก็จะมีโอกาสเพียงหนึ่งในร้อยเท่านั้นโอสถปฐพีมีโอกาสเพียงหนึ่งในพัน ส่วนโอสถสวรรค์ก็มีโอกาสเพียงหนึ่งในหมื่น!
“โอสถมนุษย์ระดับสามหากนำออกไปขาย อย่างต่ำสุดก็ขายได้เป็นศิลาวิเศษระดับสามนับหมื่นชิ้นทว่าข้ากลับมอบเพียงโอสถชั้นหนึ่งให้เด็กคนนี้ไปกองหนึ่งเท่านั้น ไม่ได้ข้าต้องหาวิธีชดเชยให้เขา”
อันที่จริงแม้ว่าการที่เหล่าเฮย์นำศิลาวิเศษระดับหนึ่งมามอบให้เจียงอวิ๋นก่อนหน้านี้จะมีเป้าหมายเพื่อหลอกลวงเจียงอวิ๋นด้วยแต่ตำรับยาทั้งสองชนิดที่เขามอบให้เจียงอวิ๋นก็ถือว่ามีมูลค่าสูงไม่ธรรมดาแล้วมากพอจะตอบแทนค่าเหนื่อยที่เจียงอวิ๋นช่วยหลอมโอสถให้เขาได้แล้ว
ทว่าบัดนี้เขาได้ยอมรับเจียงอวิ๋นจากใจจริงแล้ว ย่อมไม่ต้องการให้เจียงอวิ๋นขาดทุน
“ทว่าจะตอบแทนด้วยอะไรดีล่ะ? ข้าถูกขังในนี้มานานหลายร้อยปีแล้วของที่มีติดตัวอยู่ก็เหลือไม่มากแล้วด้วย แม้จะยังพอมีของที่นำออกมามอบให้ได้ทว่าเขาก็คงจะยังใช้ประโยชน์ไม่ได้ในเร็ววันอยู่ดี มีแต่จะนำปัญหามาให้เขาด้วยกลับกลายเป็นทำร้ายเขามากกว่า!”
ขณะที่เขาพึมพำอยู่เหล่าเฮย์ก็พลันโยนโอสถเปิดสวรรค์ไปทางด้านหลังโดยไม่แม้แต่จะหันไปมองจากนั้นก็มีกรงเล็บยักษ์ที่เต็มไปด้วยขนปรากฏขึ้นกลางอากาศ คว้าโอสถเปิดสวรรค์ไว้แล้วหายวับไปอย่างไร้ร่องรอย
ครู่ต่อมาเหล่าเฮย์ก็ตาเป็นประกาย “นึกออกแล้ว แม้นักพรตจะบำเพ็ญวิชาอาคมเหมือนกันทว่าหากเทียบความเชี่ยวชาญในวิชาอาคมแล้ว เผ่าอสูรเราเองก็มิน้อยหน้า เช่นนั้น...”
ครั้งนี้เจียงอวิ๋นนอนหลับหนึ่งวันหนึ่งคืนเต็มๆเมื่อเขาลืมตาขึ้นมา ยังไม่ทันได้ตื่นอย่างสมบูรณ์ เขาก็พบว่าภายในถ้ำใต้ดินตอนนี้ได้มีหมอกปกคลุมไปทั่วอย่างสมบูรณ์แล้ว
ทว่าหมอกเหล่านี้มิได้เป็นสีดำเหมือนกับที่เหล่าเฮย์แปลงออก แต่เป็นสีขาวที่พบเห็นได้ตามปกติ
ภายใต้หมอกที่ปกคลุมทั่วบริเวณเหล่านี้ด้วยสายตาของเจียงอวิ๋นไม่อาจมองเห็นได้ไกลเกินหนึ่งเมตรทว่าเขาสามารถสัมผัสได้ถึงความชื้นเต็มอากาศรอบๆ ตัวกระทั่งบนร่างกายเขาเองก็ยังมีหยดน้ำเกาะอยู่เต็มไปหมด
เจียงอวิ๋นรู้ว่าหมอกเหล่านี้น่าจะเกี่ยวข้องกับเหล่าเฮย์ จึงรีบลุกขึ้นนั่งแล้วส่งเสียงเรียก“พี่ใหญ่เหล่าเฮย์?”
“ข้าอยู่!”ในหมอกมีเสียงของเหล่าเฮย์ดังออกมาอย่างที่คาด
เมื่อเขากล่าวจบก็มีเสียง “ฟู่ว” ดังขึ้น หมอกภายในถ้ำพลันเคลื่อนไหวอย่างบ้าคลั่งแปรเปลี่ยนเป็นมังกรหมอกหลายตัวถาโถมไปยังทิศทางหนึ่งราวกับหมื่นกระแสคืนสู่ต้นกำเนิด
เพียงพริบตาเดียวไอหมอกทั้งหมดภายในถ้ำก็หายไป เผยร่างของเหล่าเฮย์ออกมาและภายในฝ่ามือของเขากลับมีก้อนหมอกทรงกลมอยู่หนึ่งลูก
เห็นได้ชัดว่าก้อนหมอกนั่นเกิดจากการรวมตัวของหมอกเมื่อครู่นี้
ต่อจากนั้นเหล่าเฮย์ก็บีบฝ่ามืออย่างแผ่วเบา ก้อนหมอกพังทลายอย่างเงียบงันทว่ามันไม่ได้กลายเป็นไอหมอกอีก แต่กลายเป็นสายน้ำหลั่งไหลไปตามนิ้วมือของเหล่าเฮย์
กระนั้นเองในพริบตาที่สายน้ำสายนี้ไหลลงไปสัมผัสพื้นดิน หยดน้ำทั้งหมดพลันปะทุออก แปรเปลี่ยนไปเป็นไอหมอกอีกครั้งลอยเอื่อยขึ้นไปบนอากาศ
เพียงพริบตาเดียวภายในถ้ำก็ถูกปกคลุมไปด้วยหมอกหนาๆ อีกครั้ง
อีกทั้งครั้งนี้ด้านบนของหมอกหนา ได้บีบอัดกลายเป็นก้อนเมฆหนา ส่วนด้านล่างของหมอก แม้จะหายไปทว่าเจียงอวิ๋นกลับรู้สึกได้อย่างชัดเจนว่าพื้นดินได้เปลี่ยนไปอ่อนนุ่มลงอย่างมากเหมือนว่าเขามิได้นั่งอยู่บนพื้นแข็งๆ ทว่านั่งอยู่บนหมอกนิ่มๆ ก็ไม่ปาน
ความเปลี่ยนแปลงมากมายที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องเจียงอวิ๋นมองจนตาลาย ทว่าเขาก็ยังไม่ค่อยเข้าใจว่าเหล่าเฮย์กำลังทำอะไรอยู่
ในตอนนั้นเองในหมอกด้านหน้าเจียงอวิ๋นได้มีเงาร่างของเหล่าเฮย์เดินออกมาอีกครั้งเขากล่าวอย่างยิ้มแย้ม “น้องเจียง วิชาหมอกปฐพีเมฆาสวรรค์ของข้า เจ้าอยากเรียนไหม?”