(จบแล้ว)ระบบร้านอาหารสามเวลาต่างโลก พระเอกเก่ง+เน้นอาหารไทย

    ตอนที่ 131 หนูและแมลงสาบ

    ตอนที่ 131 หนูและแมลงสาบ



    ‘ฉึก’ ชายที่เป็นหัวหน้ากลุ่ม ได้ใช้มีดสำหรับหั่นชิ้นสเต๊ก บรรจงเฉือนผ่าลงไปบนเนื้อสเต๊กอย่างประณีต

    มันเองก็โหยหาการกินสเต๊กมาโดยตลอด เพราะเชื่อว่าสเต๊กคืออาหารหรูและมีราคาแพง จนคนทั่วๆ ไปอย่างมันหากินได้ยาก อีกทั้งถึงแม้ว่าจะมีเงินมากมาย แต่ก็หาพ่อครัวที่ทำสเต๊กได้อร่อยยากเหลือเกิน


    ไม่เช่นนั้น กามิน คงไม่เป็นพ่อครัวที่โดดเด่นในหมู่แวดวงชนชั้นสูง ดั่งเช่นในปัจจุบันแบบนี้หรอก



    พูดไปก็น้ำลายไหลไป ชายผู้เป็นหัวหน้ากดมีดลงทีละน้อยด้วยความเบามือ เนื้อสเต๊กค่อยๆ ถูกเฉือนออกจากกัน เผยให้เห็นเนื้อด้านใน ที่ด้านบนและล่างเป็นสีน้ำตาล น่ารับประทาน

    หากแต่เนื้อที่อยู่ชั้นในกลับยังเป็นเนื้อสีแดง “เชี้ย! นี่มันบ้าอะไรกัน? พวกแกย่างสเต๊กภาษาอะไรมาให้กับฉัน ไม่รู้หรือไง ว่ามันยังไม่สุก!” ทันทีที่ชายผู้เป็นหัวหน้าเห็นถึงชิ้นเนื้อสเต๊กที่อยู่ด้านใน


    มันก็พลันโวยวายด้วยเสียงดังลั่น จนคนในร้านต่างหันมามองที่โต๊ะของพวกมัน



    “ทุกคนดูนี่! เนื้อสเต๊กแบบนี้ ใครมันจะไปกินได้ มันยังไม่สุกชัดๆ” พวกมันยกจานที่ใส่สเต๊กขึ้นมา ถือโอกาสนี้ดำเนินการตามแผนที่จะพังร้านอาหารสามเวลาตามคำสั่ง ที่ได้รับมาจากร้านกระทะทองในทันที



    ในที่สุดมันก็หาจุดอ่อนของร้านอาหารแห่งนี้เจอแล้ว ร้านอาหารบ้านนอกที่ริทำตัวกล้าหาญกล้าทำสเต๊ก


    ฮ่าฮ่า...แต่สุดท้ายก็ตกม้าตาย ทำสเต๊กออกมาไม่สุก ดูสิว่า...พวกมันจะทำหน้ากันยังไง



    “ลงมือเลย!” เมื่อสามารถเรียกความสนใจจากลูกค้าทั้งภายในและภายนอก จนพอใจแล้ว ชายผู้เป็นหัวหน้าก็พลันให้สัญญาณกับลูกน้องของมันอีกสองคน ที่ในกระเป๋าที่พวกมันนำติดตัวมาด้วยตลอด มีบางสิ่งบางอย่างซุกซ่อนเอาไว้อยู่



    ‘หนูและแมลงสาบ!’

    ไม่ว่าจะโลกไหนๆ หนูและแมลงสาบก็ถือเป็นสิ่งมีชีวิตที่สุดแสนจะสกปรก ในสายตนของทุกๆ คน

    และยิ่งในร้านอาหารด้วยแล้ว การมี หนูและแมลงสาบ คอยวิ่งเพ่นพ่านเช่นนี้ด้วยแล้ว ร้านอาหารก็จะถูกตีตราว่าเป็น ร้านอาหารที่สกปรกไปด้วยนั่นเอง


    นี้คือแผนการของเจ้าของร้านกระทะทอง ที่หวังจะพังร้านอาหารสามเวลาให้ย่อยยับ โดยใช้แผนสกปรกเช่นนี้



    โดยใจจริง ร้านกระทะทองก็แค่อยากสั่งสอนไลท์ที่เป็นเจ้าของเพียงเล็กน้อย แต่เพราะด้วยยอดขายทั้งจากเมื่อวานและวันนี้ ในช่วงเช้าที่ผ่านมา ที่มันขายอาหารได้เพียง ไม่กี่จาน

    ก็ทำให้เจ้าของร้านกระทะทองและบรรดาร้านต่างๆ ที่อยู่ในกลุ่มก๊วนเดียวกัน รู้สึกไม่พอใจกันเป็นอย่างมาก พวกมันจึงต้องเล่นของแรง ว่าจ้างชายทั้งสามคนที่เพาะเลี้ยง หนูและแมลงสาบ มาในราคาที่สูงมาก หวังที่จะกระทืบร้านอาหารสามเวลาให้จมดิน



    “เอาเนื้อไม่สุกแบบนี้มาให้พวกฉันกิน ร้านนี้มันบ้าไปแล้วหรือยังไง?! นั้นๆ หนูและแมลงสาบใช่หรือไม่?!” ในระหว่างที่พวกมันกำลังชี้หน้าด่ากราดอยู่นั่นเอง



    จู่ๆ ก็เหมือนรู้ว่า หนูและแมลงสาบจะวิ่งมาจากใต้เท้าของมัน มันรีบชี้และร้องตะโกนให้กับคนในร้านทุกคน

    ก่อนที่ในฉับพลันทันใด ร้านอาหารสามเวลาจะเกิดความโกลาหล ลูกค้าต่างกระโดดเด้ง ยกสองขาขึ้นจากพื้น เพื่อไม่ให้สิ่งสกปรกพวกนี้ไต่ต่อมเสื้อผ้าของพวกเขา จนในร้านต่างวุ่นวายและอลหม่านกันเป็นอย่างมาก



    “ว้าย หนู...ว้าย แมลงสาบ อี๋ ร้านนี้สกปรกชะมัด”



    “สกปรกจริงๆ สกปรกที่สุด” เมื่อเห็นว่าลูกค้าภายในร้านกำลังตกใจ มันก็รีบปั่นประสาทกันอย่างมีแบบแผนในทันที

    แต่ทว่ายังไม่ทันที่ลูกค้าจะตื่นตระหนกและตกใจไปมากกว่านี้ จู่ๆ หนูและแมลงสาบทุกตัวกลับชะงักงัน นิ่งค้างอยู่กับที่ จนผิดธรรมชาติเสียอย่างนั้น


    ‘เกิดอะไรขึ้น ทำไมพวกมันถึงไม่วิ่งกระจายเหมือนทุกทีกันล่ะ?!’

    ชายทั้งสามหันมามองหน้ากัน เมื่อเห็นท่าที่ของหนูและแมลงสาบที่พวกมัน จงใจปล่อยออกมา กลับวิ่งไปได้ไม่ทันได้พ้นโต๊ะของพวกมัน

    แล้วสุดท้ายก็นิ่งชะงัก ดวงตาสั่นเทาๆ เสมือนว่ากำลังหวาดกลัวอะไรบางอย่าง จนทำให้พวกมันไม่กล้าขยับเขยื้อนไปไหนได้นั่นเอง



    “ทุกคนโปรดสงบนิ่งและอยู่เฉยๆ ด้วยครับ ที่เหลือปล่อยให้เป็นหน้าที่ของพวกเราเอง!” คาห์นและแมทที่คอยเฝ้าประตูอยู่ด้านนอกของร้าน เมื่อเห็นว่าภายในร้านกำลังเกิดเรื่อง ทั้งสองก็รีบวิ่งเข้ามา พลางปลดปล่อยพลังเวทของตนเองเพื่อที่จะรีบจัดการกับหนูและแมลงสาบ



    พลังเวทและแรงกดดันจากมวลเวทที่คาห์นและแมท ปลดปล่อยออกมา ทำเอาลูกค้าหลายๆ คนที่เป็นนักผจญภัยต่างสงบใจลงได้ เพราะทุกคนต่างรู้ถึงพลังเวทอันแข็งแกร่งของคาห์นกันเป็นอย่างดี



    หากแต่ ชายทั้งสามคนที่แสร้งเป็นลูกค้า กลับไม่รู้เลยว่า พนักงานต้อนรับที่ด้านหน้าของประตู อย่างคาห์นและแมท แท้ที่จริงแล้วพวกเขามีพลังเวทที่อยู่ในขั้น 2 ดาว เฉกเช่นเดียวกับพวกมัน



    ทั้งนี้ คาห์นแม้จะมีพลังเวทจำกัดอยู่ที่ 2 ดาว แต่ด้วยประสบการณ์การต่อสู้และออกรบ ทำให้พลังและแรงกดดันที่ปลดปล่อยออกมา แข็งแกร่งจนทำให้หนึ่งในพวกมันบางคน เผลอทำปัสสาวะเล็ดออกมาเลย


    ขาของพวกมันบางคนสั่นเทาจากแรงกดดันของคาห์นและแมท ‘ไอ้สองคนนี้มันเป็นใครกัน ทำไมร้านแห่งนี้ถึงมี ผู้ที่มีพลังเวทอยู่ในขั้น 2 ดาว อยู่ในร้านแห่งนี้ได้...หรือว่าที่พวกหนูและแมลงสาบ หวาดกลัวจนไม่กล้าขยับเขยื้อนเป็นผลมาจากพลังของพวกมัน?!’



    พวกมันทั้งสามมองหน้ากัน ต่างคนต่างไม่รู้จะทำเช่นไร เพราะต่างกำลังอึ้งอยู่กับพลังของคาห์นและแมท



    ที่มีลูกค้าภายในร้านนั้นร้องเรียกชื่อของทั้งสองคน ‘คาห์น?’ หรือว่า ชายแก่ที่เฝ้าประตูคนนั้นคือ อดีตหัวหน้าทหารที่ผันตัวมาเป็นนักผจญภัย...ฉิบหายแล้ว ถ้ารู้แบบนี้ พวกมันคงต้องเรียกเงินเพิ่มจากเจ้าของร้านกระทะทองให้มากกว่าเดิมอีกเป็นเท่าตัว ถึงจะกล้ารับทำงานนี้!!

    “ช่างหัวเรื่องเงินไปก่อน เอาไว้กลับไปค่อยไปเรียกเงินพวกมันเพิ่ม ตอนนี้พวกเราปลดปล่อยพลังเวทเพื่อบังคับพวกหนูและแมลงสาบนั้นก่อนเถอะ”


    ชายผู้เป็นหัวหน้ากลุ่ม รีบร้องสั่ง หวังจะตีคืนสถานการณ์ที่กำลังวุ่นวายให้กลับมาอยู่ในกำมือของพวกตน

    แต่ทว่าแม้มันจะเรียกใช้พลังเวทของตัวเอง ที่มั่นหน้ามั่นโหนกว่ามีพลังเวทอยู่ในขั้น 2 ดาว มากแค่ไหน

    พลังที่ออกมาของพวกมัน ก็ไม่ต่างอะไรกับ ลมตด ที่เบาหวิว จนเหมือนไร้ตัวตน



    “หัวหน้า ผมใช้พลังของผมไม่ได้”


    พวกมันเริ่มรู้สึกถึงความผิดปกติ จวบจนกระทั่ง ไลท์ โทมัส จิม เอลล่า แอลและเจ้าโปริ่ง จะโผล่ออกมาจากอีกฟากหนึ่งของร้าน ซึ่งเป็นที่ตั้งของห้องครัว

    ไลท์เดินนำหน้า ติดตามด้วยโทมัสและจิม ไล่เรียงกันไปตามหลักอาวุโส


    “ต้องขออภัยลูกค้าทุกท่านที่ จู่ๆ ก็มีเรื่องเกิดขึ้นที่ร้านด้วยนะครับ” ไลท์ก้มศีรษะเป็นการโค้งคำนับให้กับลูกค้าภายในร้านที่กำลัง ตื่นกลัวและตกใจกับการที่ภายในร้านนั้นมีหนูและแมลงสาบ



    “ร้านของพวกแกมีหนูและแมลงสาบ ยังจะมีหน้ามาขออภัยจากพวกฉันอีกอย่างนั้นเหรอ?” ลูกค้าทั้งสามที่ถูกจ้างวานมา ยังคงพยายามสรรหาวิธีต่างๆ เพื่อที่จะทำให้ร้านของไลท์ต้องพังพินาศ


    กระนั้น ไลท์ยังคงใจเย็น ใบหน้าของเขาดูนอบน้อมและดูจะยอมรับว่า ร้านของเขานั้นสกปรกตามที่อีกฝ่ายพูดจริงๆ


    “ผมต้องขอโทษอีกครั้งที่ร้านของเรานั้นสกปรก” ไลท์เดินตรงเข้ามาที่โต๊ะของลูกค้าทั้งสาม พลางก้มโค้ง

    สร้างความตกตะลึงให้กับเหล่าพนักงานและลูกค้าคนอื่นอยู่ไม่น้อย ‘ท่านไลท์ไปขอโทษคนพวกนี้ทำไม ดูก็รู้ว่าพวกมันตั้งใจมาก่อกวนชัดๆ’



    ทั้งนี้ทั้งนั้น ไลท์ไม่ได้ปล่อยให้ทุกคนเข้าใจผิดของเขากันอยู่นาน สิ่งที่เขาทำไปทั้งหมดล้วนไตร่ตรองมาดีแล้ว



    การที่เขาขอโทษลูกค้าที่ตั้งใจมาปั่นป่วน ก็เพราะฉากหน้าและชื่อเสียงของร้านนั้นสำคัญ หากเขาตอบโต้กลับไปด้วยอารมณ์ หากมีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นในครั้งต่อๆ ไป ร้านของเขานั่นแหละมีแต่จะเสียกับเสีย

    สู้ยอมรับและขอโทษเพื่อแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้านี้ไปเสียก่อนและเมื่อนั้นก็ถึงคราวตอบโต้ เอาคืน นี้แหละคือวิถีของร้านอาหารที่ไลท์จะทำได้



    ร้านอาหารไม่ใช่จอมยุทธ์ ร้านอาหารไม่ใช่ตัวบุคคล แต่ร้านอาหารมันคือสถานที่!


    ตัวจอมยุทธ์หากถูก ใส่ร้ายป้ายสี ก็ตอบโต้ด้วยวรยุทธ์ พลังเวทหรือการต่อสู้ ให้รู้ดำรู้แดง

    หลังจากจบเรื่องราว สิ่งที่ตามมาก็แค่ติดอยู่ที่ตัวบุคคล



    แต่สำหรับร้านอาหารมันไม่ใช่แบบนั้น หากตอบโต้ด้วยความแข็งกร้าวเหมือนกับจอมยุทธ์ ที่สุดแล้วไม่ว่าร้านจะถูกหรือผิด หรือโดนกลั่นแกล้งที่ไม่เป็นธรรม แต่ร้านก็จะโดนตราหน้าจากลูกค้า ที่พูดกันปากต่อปาก ยิ่งกว่าไฟลามทุ่ง


    จวบจนกระทั่งร้านก็จะย่อยยับลงไปเอง ดั่งเช่นร้านชื่อดังในโลกปัจจุบัน ที่เวลาเกิดเรื่องอะไรขึ้นมา ร้านที่มีกลยุทธ์หน่อยจะเลือกใช้วิธีประณีประนอม ยอมให้เรื่องจบที่หน้าร้านก่อนโดยเร็ว


    ก่อนที่เบื้องหลังจะค่อยๆ ไล่เรียงเดินหน้าฟ้องร้องหากพวกเขาไม่ได้ผิดตามที่ถูกกล่าวอ้าง ดั่งเช่นที่ร้านอาหารดังๆ ในโลกก่อนของไลท์ ก็ต่างใช้วิธีนี้ในการรับมือกับลูกค้าที่ทำตัวไม่น่ารัก



    ไลท์เองก็เช่นกัน เขาเองก็มีวิธีจัดการกับ ชายทั้งสามคนที่อยู่ตรงหน้าได้ในฉับพลันอยู่มากมาย หรือง่ายกว่านั้นก็แค่ให้โทมัสและจิม จัดการใส่จบเรื่องก็ได้ทั้งนั้น

    แต่ที่เขากลับต้องยอมขอโทษอีกฝ่ายไปก่อน เพื่อจบเรื่องจบราว ก็เพราะเขาต้องการรักษาชื่อเสียงของทางร้านอาหารเอาไว้นั่นเอง



    “เรื่องนี้ลูกค้าทุกคนต่างก็เห็นด้วยกันทั้งนั้น เอายังไง พวกแกจะชดใช้ยังไง ถ้าหากยอมจ่ายเงิน 1 แสนเหรียญทองมณีมาให้กับพวกฉัน ฉันก็จะไม่ต่อความยาวสาวความยืด เอาบุญก็แล้วกัน” ชายผู้เป็นหัวหน้าแอบกระซิบกระซาบคำพูดนี้ให้กับไลท์

    “1 แสนเหรียญทองมณี...ร้านของเราไม่มีจ่ายให้หรอกครับ แต่เป็นทางพวกคุณเองต่างหากที่ต้องจ่ายให้กับพวกเรา” จู่ๆ คำพูดของไลท์ก็แปรเปลี่ยนจากคำพูดที่นอบน้อมเป็นคำพูดที่ดูเย็นยะเยือก

    “ฮ่าฮ่า แกมันบ้าไปแล้ว...ฉันจะจ่ายให้กับร้านของแกทำไม ก็เห็นๆ อยู่ว่าร้านของแกมันสกปรก!” ท่าทีของชายหัวหน้ากลุ่มยังคงพูดวางก้าม หวังจะกดข่มให้ไลท์หวาดกลัว



    หากแต่ว่า “เจ้าโปริ่ง บนนั้นและบนนั้น ลงมาหาฉันหน่อย” ไลท์เงยหน้าขึ้นไปด้านบนเพดานของร้าน ชี้นิ้วไปทิษทางนั้นที่ ทางนั้นที่ พลางร้องเรียกสไลม์ที่ซุกซ่อนตัวอยู่บนนั้นให้ออกมา ทีละตัว สองตัว



    ซึ่งจุดด้านบนหากไลท์ไม่เป็นคนชี้ ก็ไม่มีทางที่ลูกค้าจะรู้ได้เลยว่า มีสไลม์คอยจ้องมองพวกเขาอยู่

    และในทันทีที่เจ้าโปริ่งที่ซ่อนตัวอยู่ด้านบน กระโดดเด้งลงมาจากที่ซ่อนนั่นเอง



    จู่ๆ พวกหนูและแมลงสาบ ก็แทบจะวิ่งกลับไปยังทิศทางที่มันจากมา หรือก็คือรีบวิ่งกลับไปหา ลูกค้าทั้งสามคนที่เป็นคนปล่อยพวกมัน ซึ่งหนูและแมลงสาบก็พลันวิ่งพล่านอย่างบ้าคลั่ง หวาดกลัว จนถึงขีดสุด



    “อี๊! พวกแกรีบหยุดพวกมันเอาไว้เร็วๆ ฉันขยะแขยงไปหมดแล้ว” ชายผู้เป็นหัวหน้า รีบผลักลูกน้องของมัน ออกไปเบื้องหน้า เมื่อเห็นว่าหนูและแมลงสาบกำลังวิ่งไต่แขนและขาของมันอยู่


    “เจ้าโปริ่งพอก่อน ปล่อยให้เจ้าพวกนั้นเกาะไว้แบบนั้นแหละ” ไลท์โบกมือวูบ ในฉับพลันทันใด หนูและแมลงสาบก็เหมือนถูกมนต์สะกด พวกมันแข็งค้างอยู่ตามแขนและขาของชายทั้งสามคนอยู่อย่างนั้น

    จะสะบัดก็สะบัดไม่ออก เกาะแน่นติดหนึบเสียยิ่งกว่ากาว และด้วยความที่หนูและแมลงสาบต่างก็เป็นสัตว์ที่ปีนป่ายได้เก่งอยู่แล้ว มีหรือที่มันจะดิ้นหลุดได้ง่ายๆ

    “รังเกียจเหรอครับ? ขยะแขยงเหรอ? แล้วแบบนั้นพวกคุณมาปล่อยพวกมันที่ร้านของผมทำไม คิดว่าที่นี่เป็นที่ทิ้งขยะหรือยังไง?!” ถึงเวลาที่ไลท์เอาคืนอีกฝ่ายบ้างแล้ว พ่อครัวหนุ่มก้าวเดินออกไปประจันหน้ากับชายทั้งสามคน โดยมีเจ้าโปริ่งเกาะอยู่บนไหล่ พลางจ้องมองด้วยดวงตาดุจมัจจุราชที่น่ากลัว



    “พลังของเชฟไลท์ ช่างทรงพลังยิ่งนัก” โทมัสและจิม เฝ้ามองจากเบื้องหลังด้วยแววตาที่ศรัทธา นี้แหละคือตัวตนของเชฟไลท์ที่พวกเขา เคารพนับถือดุจ ผู้อาวุโสเร้นกาย



    ...โปรดติดตามตอนต่อไป...

    ตารางการลงนิยายเวลา 18.00 หยุดทุกวันพุธครับ

    เข้าไปร่วมพูดคุยกับไรท์หรือสมาชิกนักอ่านคนอื่นๆ ได้ที่แฟนเพจตามลิงค์ด้านล่างเลยนะครับ

    www.facebook.com/writelazy



    คล้ายกับเรื่อง(จบแล้ว)ระบบร้านอาหารสามเวลาต่างโลก พระเอกเก่ง+เน้นอาหารไทย ที่คุณอ่าน

    ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

    ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

    นิยาย แฟนตาซี
    161K 179
    เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน (นิยายแปล) **จบแล้ว**

    เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน (นิยายแปล) **จบแล้ว**

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    377K 775
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    มหาวิบัติยีนกลายพันธ์ุ

    มหาวิบัติยีนกลายพันธ์ุ

    นิยาย แฟนตาซี
    196K 740
    เหนือพิภพ สยบสวรรค์ (ภาค 2 สยบสวรรค์)

    เหนือพิภพ สยบสวรรค์ (ภาค 2 สยบสวรรค์)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.13M 1288
    [New Life] อิสระของชีวิต

    [New Life] อิสระของชีวิต

    นิยาย แฟนตาซี
    140K 171
    Timebound รักข้ามภพ โอบหัวใจข้าไว้ให้มั่น 1682

    Timebound รักข้ามภพ โอบหัวใจข้าไว้ให้มั่น 1682

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    5K 89
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734