ตอนที่ 118
“เฮ้อ...อิ่มจังเลย” ซาร่าพูดพลางยกมือขึ้นลูบท้องป่องๆของเธอ
“หนูแอนนาล่ะอิ...” ซาร่ากำลังจะหันไปพูดกับแอนนาแต่เมื่อหันไปเธอก็ไม่เห็นแอนนานั่งอยู่แล้ว
“หายไปอีกแล้ว” ซาร่าอุทานเบาๆหลายวันมานี้หลังจากแอนนากินข้าวกลางวันกับเธอและสตีฟเสร็จก็มักจะหายตัวไปเสมอ
“หือหนูแอนนากลับไปแล้วเหรอที่รัก” สตีฟเดินออกมาจากในครัวพลางถามซาร่า
“ใช่ฉันไม่ทันรู้ตัวเลยไม่รู้ทำได้ยังไง” ซาร่าพยักหน้าพลางตอบอย่างสงสัย
“คงเป็นสกิลอะไรสักอย่างล่ะมั้ง” สตีฟลองเดา
“นั่นสิแต่จะว่าไปนามสกุลหนูแอนนาฉันรู้สึกเหมือนเคยได้ยินที่ไหนมาก่อนเหมือนกันนะ” ซาร่าพยายามนึกดูเธอคุ้นๆนามสกุลทรัมป์มากแต่เนื่องจากเธอไม่ค่อยสนใจการเมืองมากนักจึงนึกไม่ออกเธอเพียงแค่เคยได้ยินผ่านๆเท่านั้น
“อืม..ผมเองก็คุ้นนะแถมผมยังรู้สึกเหมือนเคยเห็นเธอที่ไหนมาก่อนด้วยสิแต่ดันนึกไม่ออก” สตีฟเองก็คุ้นเช่นกัน
“หือนายเคยเจอเธอด้วยงั้นเหรอ” ซาร่าแปลกใจเพราะปกติสตีฟไม่ใช่คนชอบไปไหนมาไหนนอกจากไปจ่ายตลาด
“ไม่แน่ใจเหมือนกันแค่รู้สึกเหมือนเคยเจอน่ะแต่นึกไม่ออก” สตีฟเองก็ตอบไม่ได้
“ว่าแต่เธอยังจะเก็บเลเวลอีกมั้ย” สตีฟถามซาร่า
“ก็คงเก็บแหละแต่คงใช้เวลาช่วงวันหยุดเอา ฉันอยากแข็งแกร่งขึ้นอีก” ซาร่าพูดเธอนั้นรู้ดีว่าสตีฟแข็งแกร่งแค่ไหนดังนั้นเธอจึงต้องแข็งแกร่งขึ้นด้วยถึงแม้ว่าจะเทียบเท่าสตีฟไม่ได้แต่อย่างน้อยๆเธออยากจะได้ครึ่งของสตีฟก็ยังดีที่สำคัญเธอจะได้พัฒนาสกิลของเธอด้วย (ในอนาคตพลังของซาร่าจะพัฒนาขึ้นไรท์วางพลอตเอาไว้แล้วครับแต่ไม่สปอยนะ ^_^)
“ว่าแต่วันนี้ผมไปที่ซุปเปอร์หน่อยนะว่าจะแวะไปหาลุงคนขายเนื้อแกหน่อยเมื่อวานแกโทรมาบอกว่าให้แวะไปไม่รู้มีเรื่องอะไรเหมือนกัน” สตีฟพูด
“ให้ไปส่งหรือเปล่า” ซาร่าถาม
“ไม่เป็นไรผมขับมอเตอร์ไซค์ไปแค่ยี่สิบนาทีเอง” สตีฟพูดแต่ก่อนคอนโดเขาอยู่ห่างซุปเปอร์ไม่ไกลจึงสามารถเดินไปได้ในห้านาทีแต่ตอนนี้ย้ายบ้านแล้วจึงต้องเดินทางไกลหน่อยแต่ก็ถือว่าไม่ไกลขนาดนั้นเมื่อใช้พาหนะ
“อือถ้าอย่างนั้นฉันจะขึ้นห้องไปเตรียมการสอนหน่อยนะพรุ่งนี้จะต้องไปสอนแล้ว” ซาร่าพูดก่อนจะเดินขึ้นห้องไปส่วนสตีฟก็ออกมาข้างนอกก่อนจะมองดูมอเตอร์ไซค์ที่อยู่ตรงที่จอดรถที่สามารถจอดได้นับสิบคัน
“เหอะๆรถตรูมันจะเหงามั้ยหว่าที่จอดกว้างเป็นสิบเมตรแต่มีเอ็งจอดอยู่คันเดียว” สตีฟพูดเพราะบ้านหลังอื่นๆนั้นมีรถหรูหลายคันแต่บ้านของสตีฟนั้นดันมีรถมอไซค์ตกรุ่นอยู่แค่คันเดียวซึ่งมันดูไม่เหมาะสมกับบ้านราคาเป็นพันล้านเลยสักนิดแต่แน่นอนสตีฟไม่สนหรอกก็เขาชอบรถคันนี้นี่นะ
บรื่น !! แต่ก !! แต่ก !! แต่ก !! เสียงสตีฟสตาร์ทรถก่อนเขาจะขับมันออกจากบ้านมุ่งตรงเข้าเมืองเพื่อไปซุปเปอร์มาร์เก็ตใกล้คอนโดเก่า
ซุปเปอร์มาร์เก็ต
สตีฟในชุดเสื้อยืดกางเกงยีนส์สบายๆได้เดินทางมาถึงซุปเปอร์มาร์เก็ตเขานั้นยังสวมผ้ากันเปื้อนและสะพายกระเป๋าผ้าลายลูกหมีของเขาอยู่เช่นเดิมหลังจากสตีฟจอดรถสตีฟก็เก็บมันและเดินเข้าไปในซุปเปอร์ทันทีตอนนั้นเองสตีฟก็เจอเข้ากับเหล่าแม่บ้านที่มาซุปเปอร์หลังมื้อเที่ยงเช่นกัน
“อ๊ะนี่มันใกล้เวลาของช่วงลดราคาตอนบ่ายแล้วนี่นา” สตีฟนึกขึ้นได้ว่าช่วงบ่ายมีลดราคาสินค้าจึงไม่แปลกที่จะมีเหล่าแม่บ้านมารวมตัวกันที่ซุปเปอร์แห่งนี้
“อ๊ะนั่นคุณสตีฟนี่คะ” แม่บ้านคนหนึ่งสังเกตเห็นสตีฟก่อนจะเดินเข้ามาทักทายเหล่าแม่บ้านคนอื่นๆที่ได้ยินว่าสตีฟมาก็รีบมาลุมล้อมกันใหญ่
“สวัสดีครับไม่เจอกันนานเลยนะครับ” สตีฟทักทายตามปกติ
“นั่นสิคะเดี๋ยวนี้ไม่เห็นคุณสตีฟมาในช่วงเวลาลดราคาเลยเป็นอะไรหรือเปล่าคะ แล้วนี่ภรรยาไม่มาด้วยเหรอคะ” แม่บ้านคนนี้ถามพลางชะเง้อมองด้านหลัง
“ผมมาคนเดียวน่ะครับส่วนช่วงนี้พอดีผมไม่ค่อยว่างเท่าไหร่และก็ตอนนี้มีกระเป๋ามิติแล้วด้วยเลยไม่จำเป็นต้องมาซื้อของบ่อยๆนะครับซื้อทีเดียวเก็บได้ยาวเลย” สตีฟตอบทำให้เหล่าแม่บ้านที่ได้ยินว่ามาคนเดียวก็กระดี้กระด้ากันใหญ่
“ว้าวนี่คุณสตีฟซื้อกระเป๋ามิติแล้วเหรอคะเนี่ย” แม่บ้านคนที่คุยกับสตีฟร้องออกมาอย่างตื่นเต้นแต่แน่นอนเธอไม่ได้ตรวจสอบกระเป๋าผ้าที่สตีฟสะพายมาหรอกนะ ก็นะใครจะไปนึกล่ะว่าจะมีคนเอากระเป๋าผ้าธรรมดาๆไปทำเป็นกระเป๋ามิติ
จากนั้นเหล่าแม่บ้านก็ชวนสตีฟคุยอย่างสนุกสนานกว่าสตีฟจะหาทางปลีกตัวออกมาได้ก็ใกล้ช่วงเวลาสินค้าลดราคาพอดี
“เฮ้อเล่นเอาเหนื่อยเลยจะเดินหนีก็ไม่ได้” สตีฟถอนหายใจออกมาก่อนจะตามหาลุงคนขายเนื้อก่อนจะมาเจออยู่ที่หน้าตู้แช่เนื้อสัตว์กลายพันธ์ที่ลุงแกเช่าเอาไว้
“อ้าวคุณสตีฟมาแล้วเหรอครับทำไมไม่โทรบอกกันล่ะผมจะได้ออกไปรับ” ลุงคนขายเนื้อแกสังเกตเห็นสตีฟก็รีบเข้าไปทักทันที
“อ๊ะลืมไปเลย” สตีฟลืมว่าโทรหาลุงแกก็ได้ไม่เห็นต้องเดินหาแบบนี้
“ช่างเถอะครับนี่ครับ” ลุงแกพูดก่อนจะหยิบบางอย่างออกมาจากกระเป๋ามิติของแกซึ่งมันเป็นกล่องใบหนึ่งรู้สึกว่าด้านในน่าจะบรรจุอะไรไว้
“นี่อะไรเหรอครับ” สตีฟสงสัย
“ลองเปิดดูสิครับ” ลุงแกยิ้มๆแต่ไม่ตอบสตีฟได้ยินดังนั้นก็รีบเปิดกล่องออกทันทีก่อนจะเห็นอะไรบางอย่างคล้ายลูกบาศก์อยู่สามลูก
“นี่มันออร์บงั้นเหรอ !!” สตีฟอุทานเบาๆ
“ใช่ครับหลังจากชำแหละสัตว์กลายพันธ์ที่คุณสตีฟให้มาพันตัวนั่นก็เจอออร์บอยู่สามลูกนี่แหละครับ” ลุงแกพูดสตีฟไม่รอช้าลองตรวจสอบออร์บพวกนี้ทันทีเขาอยากรู้ว่ามันเป็นออร์บอะไร
หน้าต่างลูกแก้วซ่อมแซมผ้า ระดับ Aเป็นออร์บที่ใช้งานผ้าเท่านั้นเมื่อใช้งานแล้วสามารถทำให้ผ้าชิ้นนั้นๆซ่อมแซมตัวเองได้
“ว้าวของดีนี่ครับแถมยังเป็นชนิดเดียวกันหมดเลย” สตีฟร้องออกมาเบาๆ
“ครับผมดูราคาในตลาดแล้วราคามันไม่แพงเท่าไหร่ตกลูกละประมาณสี่สิบล้านเท่านั้น แต่มันก็หายากพอสมควรพวกฮีโร่นิยมซื้อมันไปเพื่อใช้กับชุดเครื่องแบบของตัวเอง” ลุงแกบอกกับสตีฟ
“ขอบคุณครับ” สตีฟพยักหน้าพลางคิดว่าจะเอาไปใช้กับอะไรบ้างดีตัวเขานั้นไม่มีเครื่องแบบอะไรเฉพาะขนาดนั้นจะมีก็แต่ผ้ากับเปื้อนกับกระเป๋านี่ล่ะมั้งที่เป็นเอกลักษณ์ของเขา
อ๊ะจริงสิออร์บนี้ใช้ได้เฉพาะกับผ้าสินะกระเป๋าเราเป็นผ้านี่หว่าแบบนี้ถ้าเราใช้กับกระเป๋าก็ไม่ต้องกลัวมันเสียหายสิเนี่ย สตีฟฉุกคิดขึ้นได้เพราะกระเป๋าส่วนใหญ่นั้นถูกทำขึ้นจากหนังแทบทั้งนั้น
“ว่าแต่ของลอตนี้ขายได้เท่าไหร่แล้วครับ” สตีฟถามลุงคนขายเนื้อ
“หมดไปเกือบครึ่งแล้วครับเอาไว้ขายใกล้หมดจะแจ้งคุณสตีฟไปอีกที” ลุงแกพูด
“ครับ” สตีฟพยักหน้าก่อนจะขอตัวไปเดินหาซื้อของในซุปเปอร์ไม่นานสตีฟก็ได้ของที่ต้องการซึ่งส่วนใหญ่เป็นพวกผักสดและเครื่องปรุงหลังจากซื้อของเรียบร้อยแล้วสตีฟก็กลับบ้านทันที
ครึ่งชั่วโมงต่อมา
“ซาร่าที่รักดูสิผมได้อะไรมา !!!” หลังจากมาถึงบ้านสตีฟก็ตะโกนเสียงดังไปทั่วบ้าน
“เสียงดังอะไรกันสตีฟมีอะไรเหรอ” เสียงซาร่าดังมาจากในห้องนอนสตีฟรีบหยิบออร์บออกมาและไปอวดเธอทันที
“นี่ดูสิผมได้อะไรมา” สตีฟพูดพลางยื่นออร์บให้เธอดู
“หือนี่มันออร์บซ่อมแซมนี่นาแถมยังเป็นผ้าด้วยแล้วก็ระดับ A ระดับนี้มันทำให้ซ่อมแซมได้ในห้านาทีนี่นา” ซาร่าพูด
“ใช่แล้วล่ะที่รักคุณจะเอาสักอันมั้ยว่าแต่ระดับ A มันทำให้ซ่อมแซมได้ในห้านาทีงั้นเหรอถ้าอย่างนั้นระดับ S ล่ะ” สตีฟถามซาร่า
“ฉันไม่เอาหรอกฉันมีแล้วล่ะใช้กับชุดเครื่องแบบฮีโร่ของฉันไปแล้วแต่ของฉันเป็นออร์บระดับ C เท่านั้นมันถึงมันจะใช้เวลาครึ่งชั่วโมงในการซ่อมแต่ราคามันก็คนละเรื่องกับระดับ A เลยมันแค่ล้านเดียวเท่านั้น ส่วนระดับ S นั้นมันสามารถซ่อมแซมได้ในหนึ่งนาที” ซาร่าอธิบาย
“โหถ้าระดับ SSS นี่ไม่ซ่อมแซมทันทีเลยเหรอเนี่ย” สตีฟอดจินตนาการไม่ได้
“ไม่รู้สิเพราะแค่ระดับ SS ยังไม่เคยมีมาขายในตลาดเลย” ซาร่าเองก็ไม่รู้
“นี่ซาร่ามันมีออร์บที่ใช้ซ่อมแซมกับกระเป๋าบ้างป่ะ” สตีฟลองถามเธอดู
“มีนะเป็นออร์บซ่อมแซมหนังและก็แบบระดับ S ซึ่งมันใช้ได้กับอุปกรณ์สวมใส่จุดชนิด ส่วนแบบซ่อมแซมหนังนั้นแพงมากเพราะแค่ระดับ C ก็ราคาหลายสิบล้านแล้ว” ซาร่าบอก
“นี่คุณว่ากระเป๋ามิติผมมันจะใช้ออร์บนี้ได้ป่ะ” สตีฟหยิบกระเป๋ามิติออกมาให้เธอดู
“หือจริงสิกระเป๋านายเป็นผ้าสินะที่ผ่านมาไม่เคยมีใครเอากระเป๋าผ้ามาทำเป็นกระเป๋ามิติมาก่อนเลยแต่ฉันคิดว่าน่าจะได้นะลองดูสิ” ซาร่าเองก็ไม่แน่ใจเพราะปกติไม่มีใครเอากระเป๋าผ้ามาทำเป็นกระเป๋ามิติกันส่วนมากฮีโร่ผู้ชายจะใช้กระเป๋าสตางค์หนังสีดำเป็นกระเป๋ามิติทั้งนั้นส่วนพวกผู้หญิงก็แน่นอนอยู่แล้วต้องเป็นกระเป๋าสวยๆแบรนดังๆมาทำเป็นกระเป๋ามิติ
สตีฟไม่รอช้าลองใช้ออร์บนั่นกับกระเป๋าผ้าลายลูกหมีของตัวเองทันที
คุณต้องการหลอมรวมลูกแก้วซ่อมแซมผ้าระดับ A หรือไม่ตกลง / ยกเลิก
สตีฟเห็นแบบนั้นฉีกยิ้มก่อนจะรีบตกลงทันที
แต่ทว่าดันไม่มีอะไรเกิดขึ้นตอนนั้นเองทำให้สตีฟนึกขึ้นได้ว่ากระเป๋ามิติของเขานั้นเคยใช้ออร์บซ่อมแซมไปแล้ว (ตอนที่ 49)
หน้าต่างกระเป๋าผ้ามิติลายคุณหมีระดับ SS กระเป๋าผ้ามิติลายคุณหมีที่ถูกตัดเย็บอย่างดีโดยมืออาชีพขนาดช่องว่างมิติ 1000x1000 เมตร เมื่อมีของอยู่ในกระเป๋ามิติของจะยังคงสภาพเดิมไว้เหมือนตอนก่อนใส่เข้าไป
“ลืมไปเลยแฮะว่าเราเคยใช้ลูกแก้วซ่อมแซมไปแล้ว” สตีฟนึกขึ้นได้ว่าตอนนั้นได้มาจากสัตว์กลายพันธ์ที่แคนนาดา
“อ๊ะจริงสิเมื่อครู่ระบบมันขึ้นมาให้ตกลงนี่นาแสดงว่ามันต้องใช้ได้สินะ” สตีฟลองคิดถึงความเป็นไปได้ดู
“ผมว่าผมมีวิธีหาเงินแล้วล่ะที่รักคราวนี้ล่ะผมอาจจะรวยเป็นหมื่นล้านก็ได้นะ หึหึ !!” สตีฟคิดถึงเงินที่กำลังจะเข้ากระเป๋า
“นี่นายจะทำธุรกิจขายกระเป๋าผ้าหรือไง แล้วนั่นคิดจะไปกว้านหาซื้อออร์บซ่อมแซมผ้าสินะก็จริงที่มันเป็นเรื่องที่คาดไม่ถึงเพราะปกติเวลาจะทำให้กระเป๋านั้นซ่อมแซมอัตโนมัติได้จะต้องใช้ออร์บซ่อมแซมหนัง หรือลูกแก้วซ่อมแซมระดับ S ซึ่งราคามันเป็นร้อยล้าน” ซาร่าคาดเดาความคิดของสตีฟ
“ใช่มีเงินเท่าไหร่ผมจะไปซื้อลูกแก้วซ่อมแซมผ้ามาให้หมดเลยแล้วก็นะที่รักกระเป๋าผ้าน่ะช่วยลดโลกร้อนด้วยไม่รู้หรือไงตอนนี้น่ะโลกร้อนเท่าไหร่แล้ว” สตีฟพูด
“นายจะเอาเงินไปทำอะไรเยอะแยะสตีฟฉันว่าตอนนี้เราก็มีมากมายแล้วนะไหนจะภูเขาสัตว์กลายพันธ์ในกระเป๋านายนั่นอีกถ้าขายหมดมีหวังได้เป็นหมื่นๆล้าน” ซาร่าถามสตีฟ
“โธ่ที่รักเงินน่ะมีไว้ก็อุ่นใจนะ” สตีฟพูดพลางวางแผนสร้างบริษัทผลิตกระเป๋าผ้าขึ้นมา
(ไรท์ : เฮ้ยสตีฟนิยายเรื่องนี้แนวแฟนตาซีฮีโร่นะเฟ้ยไม่ใช่แนวธุรกิจเอ็งหาเงินจากสัตว์กลายพันธ์เอาสิเฟ้ยจะทำธุรกิจทำไม)
(สตีฟ : เออตรูรู้เฟ้ยแต่ทางไหนได้เงินตรูเอาหมดแหละแล้วตรูก็อยากให้คนหันมาใช้กระเป๋าผ้าด้วยทุกวันนี้โลกร้อนหมดแล้ว เอ็งดูบ้านเอ็งสิไรท์เข้าร้านสะดวกซื้อใช้กันแต่ถุงพลาสติกหันมาใช้กระเป๋าผ้ากันได้แล้วเฟ้ยช่วยลดโลกร้อน)
(ไรท์ : อะ อะ อะ อืม...นั่นสินะทุกวันนี้ตรูไม่อยากออกจากบ้านเลยแม่งนึกว่าเดินอยู่ในนรก)
จบ...