บทที่ 3 ศาลเ้าที่ และยายหมอผี
“ตอนกินข้าวเย็น พ่อทำเื่ที่ผมไม่คาดคิด ท่านรินเหล้าขาวดีกรีแรงให้ผมครึ่งแก้ว ต้องบอกก่อนนะครับว่า ปกติพ่อไม่เคยสนับสนุนให้ผมแตะต้องเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เลยสักนิด!”
“ผมมองท่านด้วยความแปลกใจแล้วถามว่า พ่อ... นี่ทำอะไรครับ? พ่อทำหน้าเคร่งขรึมแล้วบอกกับผม ดื่มซะ... เอาไว้ขับไล่สิ่งอัปมงคล”
“พอได้ยินคำว่า ‘ขับไล่สิ่งอัปมงคล’ ร่างกายของผมก็แข็งทื่อไปทันที เหตุการณ์ที่เจอมาเมื่อครู่ ทำให้ในใจของผมรู้สึกแปลก ๆ อย่างบอกไม่ถูก ผมจ้องหน้าท่านก่อนจะถามว่าพ่อครับ เมื่อกี้มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?”
“พ่อสบตาผม แล้วพูดออกมาอย่างช้า ๆ สิ่งที่ตามแกมา... มันคือภูตผี หัวใจของผมหล่นวูบอีกครั้งก่อนจะะโออกมา ผีเหรอ?!”
“คำพูดนี้หลุดออกมาจากปากของพ่อผู้เป็เสาหลักของบ้าน มันทำให้ผมช็อกจนแทบทำอะไรไม่ถูก”
“พ่อผมพูดต่อ ในโลกใบนี้ ภูตผีิญญามีอยู่จริง เพียงแต่บางครั้งตาเนื้อของเรามองไม่เห็นพวกมัน สิ่งที่ตามแกมาเมื่อกี้ มันกำลังหา ‘ตัวตายตัวแทน’ และเป้าหมายของมันก็คือแก”
“ร่างกายของผมเริ่มสั่นเทาอย่างควบคุมไม่ได้ พ่อผมพูดสำทับอีกครั้ง ถ้าแกไม่วิ่งหนีมาให้เร็ว หรือถ้ามันตามแกทัน... ชีวิตน้อย ๆ ของแกคงจบสิ้นไปแล้ว”
“ผมขมวดคิ้วสงสัยแล้วถาม แล้วทำไมตอนเข้าบ้าน พ่อต้องให้ผมก้าวข้ามถ่านไฟด้วยล่ะครับ?”
“พ่ออธิบายว่า บนตัวของแกมี ‘ไอคนตาย’ ติดมาด้วย ถ้าแกพามันเข้าบ้าน ผีตัวนั้นก็จะตามแกเข้ามาได้! แต่ไฟคือสิ่งที่ข่มขวัญิญญา แค่แกก้าวข้ามถ่านไฟร้อน ๆ ไอคนตายพวกนั้นก็จะสลายไปเอง”
“พอฟังจบ ผมก็เข้าใจแจ่มแจ้งทันที เื่พวกนี้ ผมไม่เคยได้ยินจากที่ไหนมาก่อนเลยในชีวิต!”
เมื่อเล่าถึงตอนนี้ ผู้ฟังทางบ้านเริ่มตื่นตัวกันอย่างหนัก
[ ได้ความรู้ใหม่นะเนี่ย! ที่แท้การข้ามกองไฟมันมีที่มาแบบนี้นี่เอง ]
[ เฮ้ย ฟังเื่ผีแต่ดันได้สาระซะงั้น! ]
[ ดีเจคนนี้สุดยอดจริง ๆ เอาใจไปเลย! ]
[ รายการนี้ต้องได้ไปต่อ! ห้ามยุบเด็ดขาด! ]
ณ สถานีวิทยุ
“พุ่งแล้ว! พุ่งกระฉูดแล้ว!” เสี่ยวน่าะโตัวลอยจากเก้าอี้ด้วยความดีใจ
“อะไรพุ่ง?” ทุกคนหันไปมองเธอเป็ตาเดียว
เสี่ยวน่าะโอย่างตื่นเต้น “เรตติ้งค่ะ! เรตติ้งรายการ ‘รายการวิทยุเที่ยงคืน’ พุ่งทะลุ 1% แล้ว!”
“บ้าไปแล้ว! โหดมาก!”
“ในสถานีเรา นอกจากจางไห่แล้ว ก็ไม่มีรายการไหนแตะ 1% มานานแล้วนะ หลินเซียวสุดยอดจริง ๆ!”
“ยอมรับเลย คุณภาพเนื้อเื่แบบนี้ เรียกได้ว่าเปิดมิติใหม่ของวงการเื่ลี้ลับเลยนะ เป้าหมายคงไม่หยุดอยู่แค่ 1% แน่!”
“รอดูตอนจบรายการเถอะ เผลอ ๆ จะแตะ 2% เอา!”
เพื่อนร่วมงานต่างพากันยินดีกับหลินเซียว เพราะที่ผ่านมา พนักงานแทบทุกคนเคยโดนจางไห่กดหัวและใช้อำนาจบาตรใหญ่ใส่ พอเห็นคนมาโค่นบัลลังก์เขาได้ พวกเขาจะไม่ดีใจได้อย่างไร?
แต่เมื่อจางไห่ได้ยินคำพูดของเสี่ยวน่า ใบหน้าของเขาก็มืดมนจนถึงขีดสุด
ทะลุ 1%!
หลินเซียวเนี่ยนะ เรตติ้งแตะ 1% แล้ว!!
เื่ราวในวิทยุยังคงดำเนินต่อไป
“หลังจากกินข้าวและจิบเหล้าเข้าไปนิดหน่อย ผมก็เริ่มรู้สึกมึน ๆ หัวเบา ๆ ผมหันไปบอกแม่ว่า ผมจะไปดูอาการลุงที่บ้านหน่อยนะครับ”
“แต่พ่อรีบขัดขึ้นมาก่อน วันนี้แกไม่ต้องออกไปไหนทั้งนั้นแหละ พรุ่งนี้ค่อยไป แม่ก็รีบสนับสนุน ใช่ๆ เชื่อพ่อเขาเถอะ ผมไม่มีทางเลือกเลยต้องรีบเข้านอนแต่หัวค่ำ”
“เช้าวันรุ่งขึ้น ผมเดินทางไปบ้านลุงพร้อมกับพ่อแม่ ในตอนนั้น ที่ลานบ้านลุงมีผู้คนในหมู่บ้านมารวมตัวกันเต็มไปหมด”
“พอคนในหมู่บ้านเห็นผมกลับมา ต่างก็เข้ามาทักทายกันใหญ่ ลืมบอกไปครับ ผมเป็นักศึกษาปริญญาตรีคนแรกของหมู่บ้าน พวกผู้ใหญ่เลยค่อนข้างเอ็นดูผมเป็พิเศษ”
“หลังจากทักทายเสร็จ ผมก็ตรงดิ่งเข้าไปในห้องนอนทันที และเมื่อผมได้เห็นคุณลุงที่นอนอยู่บนเตียงเตา ผมถึงกับอึ้งไปเลย!”
“ผมจำได้แม่นว่าเจอลุงครั้งสุดท้ายเมื่อไม่ถึงสองเดือนก่อน ตอนนั้นแกยังดูแข็งแรงบึกบึนรู้สึกเหมือนต่อยหัววัวตายได้ในหมัดเดียว แต่ตอนนี้... คนที่นอนอยู่บนเตียง กลับซูบผอมจนเหลือแต่หนังหุ้มกระดูก!!”
“เบ้าตาของแกโหลลึก ผิวพรรณดำคล้ำเหมือนถูกเผาด้วยถ่าน พอมองเห็นแบบนั้น น้ำตาของผมก็ไหลออกมาอย่างห้ามไม่ได้ ผมรีบทรุดตัวลงนั่งข้างเตียง คว้ามือลุงมากุมไว้แล้วเรียกชื่อเขาเบา ๆ”
“คุณลุงลืมตาขึ้นมาอย่างยากลำบาก พอเห็นว่าเป็ผม เขาก็พยายามฝืนยิ้มที่ดูทรมานยิ่งกว่าการร้องไห้ออกมา น้ำเสียงของเขาแ่เบาจนแทบไม่ได้ยิน เ้าสอง... แก... กลับมาแล้วเหรอ”
“ผมรีบพยักหน้าก่อนจะถามอาการ คุณลุงครับ คุณลุงเป็ยังไงบ้าง”
“พอได้ยินคำถามนั้น ลุงก็ส่ายหน้าเบา ๆ คงอยู่ได้... อีกไม่กี่วันแล้วล่ะ...”
“คำพูดนั้นทำให้ความเ็ปในใจของผมพลุ่งพล่านออกมาเพราะั้แ่เด็กจนโต ผมสนิทกับคุณลุงมากที่สุด ตอนเด็ก ๆ ผมมักจะเดินตามก้นแกไปเก็บไข่นก ทำอะไรต่อมิอะไรด้วยกันเสมอ จะว่าไป... แกสนิทกับผมยิ่งกว่าพ่อแม่แท้ ๆ ซะอีก!”
“ผมหันไปถามป้าที่นั่งร้องไห้อยู่ข้าง ๆ ป้าครับ ลุงเป็อะไรไปกันแน่! ทำไมถึงกลายเป็แบบนี้! ไปตรวจที่โรงพยาบาลหรือยัง หมอว่ายังไงบ้าง?”
“ป้าตอบพร้อมสะอื้นไห้ เ้าสอง... ลุงของแก... ลุงแกไปโดนของเข้าแล้วล่ะลูก!”
“อะไรนะ?!!”
“ผมเด้งตัวลุกขึ้นจากข้างเตียงทันที ดวงตาเบิกโพลงด้วยความใ ถ้าเป็เมื่อก่อน ใครมาพูดเื่ ‘โดนของ’ หรือ ‘คุณไสย’ ผมคงไม่มีทางเชื่อเด็ดขาด แต่หลังจากเจอเื่เมื่อคืน ความคิดของผมก็เริ่มเปลี่ยนไป”
“ผมถามต่อ ลุงอยู่ดี ๆ จะไปโดนของได้ยังไงกัน?!”
“ป้าก็ร้องไห้ปานจะขาดใจ เพราะฉันเอง... เป็ความผิดของฉันเอง!! ไม่น่าบอกให้ลุงแกไปรื้อกำแพงศาลเ้าที่มาใช้เลย!!”
“ในจังหวะนั้นเอง พ่อของผมก็พูดขึ้นด้วยเสียงเคร่งขรึม เดี๋ยวพ่อเล่าเอง”
“เื่มีอยู่ว่า เมื่อสามวันก่อน ลุงอยากจะปรับปรุงลานบ้านใหม่เพราะอยากจะทำคอกหมู แต่ปรากฏว่าอิฐที่เตรียมไว้มันขาดไปหลายร้อยก้อน ป้าเลยบอกให้ลุงไปที่ศาลเ้าที่ท้ายหมู่บ้าน เพื่อรื้อกำแพงรั้วเก่า ๆ มาใช้”
“ในหมู่บ้านของเรา มีศาลเ้าที่อยู่แห่งหนึ่งครับ แต่มันขาดการดูแลจนรกร้างมานาน ปกติชาวบ้านก็แค่เอาไว้เก็บเครื่องมือทำนา ไม่ได้มีใครไปกราบไหว้เท่าไหร่ แต่หลังจากที่ลุงรื้อกำแพงศาลเ้าที่เสร็จ แล้วเอาอิฐมาก่อคอกหมูจนเสร็จในเย็นวันนั้น... เื่สยองขวัญก็เริ่มขึ้น”
“คืนนั้นลุงเริ่มฝันร้ายอย่างรุนแรงและไข้ขึ้นสูงจัด เพียงแค่คืนเดียว ลุงของผมก็ซูบผอมลงไปจนผิดหูผิดตา!!”
“วันรุ่งขึ้น พ่อขี่มอเตอร์ไซค์พาลุงไปโรงพยาบาล แต่ผลตรวจกลับออกมาว่าร่างกายปกติดีทุกอย่าง เมื่อเป็แบบนี้ พวกคนแก่ในหมู่บ้านเลยบอกป้าว่า ลุงน่าจะไปลบหลู่เ้าที่จนโดนของเข้าให้แล้ว”
“พอได้ฟังที่มาที่ไปทั้งหมด ผมก็ขมวดคิ้วแน่น เพราะถ้าเป็แบบนี้จริง ๆ เื่นี้คงจัดการไม่ง่ายแน่ ทันใดนั้น พ่อก็หันไปถามป้าว่า ยายหมอผียังไม่มาอีกเหรอ?”
“ป้าส่ายหน้า บอกว่าจะมาสาย ๆ วันนี้ แต่จนป่านนี้ยังไม่เห็นแม้แต่เงา และในวินาทีนั้นเอง เสียงะโจากหน้าบ้านก็ดังขึ้น”
“ยายหมอผีมาถึงแล้ว!”