เงาเทพผ่าจันทรา ( Martial MoonKnight )

    ตอนที่ 24 ชดใช้ค่าเสียหาย ( rewrite )

    “ตูม!!” เมื่อสายฟ้าผ่าลงมา ซีว่างรีบใช้ท่าร่าย ไปหลบในระยะปลอดภัย
    สายฟ้าที่ผ่าลงมานั้นมิได้เฉียดใกล้ ซีว่างแม้แต่น้อย
    มันกลับพุ่งไปที่เสาที่ชายหนุ่ม วางไว้ตั้งแต่เริ่มการแข่งขัน ยังมิพอสายฟ้านั้นกลับวิ่งไปตามเสาแล้วโจมตีใส่ ผู้ใช้วิชาอย่าวู่หมิง
    “อ๊าาาาาาาาา” วู่หมิงร้องลั่น สิ่งที่เกิดขึ้น ทำให้เหล่าผู้ชมและสหายของซีว่างมิคาดคิดเป็นอย่างมาก
    สิ่งที่ซีว่างวางไว้แต่แรก คือสายล่อฟ้ามือประดิษฐ์ระหว่างเหล็กกล้ากับกายเนื้อมนุษย์ สายฟ้าย่อมผ่าใส่ตัวเหล็กกล้าก่อนเสมอ
    ด้านชายชราเจ้าของโต๊ะพนันที่ชมอยู่ ตอนนี้ตาโตแล้วอ้าปากค้างกับสิ่งที่เกิดขึ้น “เป็นไปไม่ได้ , อย่างมันจะทำเช่นนี้ได้”
    แต่เนื่องจากวู่หมิงนั้น เป็นผู้ใช้วิชาอัสนี ถึงแม้พลังที่ปล่อยออกมาจะแรงมาก แต่มันก็เพียงบาดเจ็บสถานเบาเท่านั้น
    “ข้ามองเจ้ามิผิดจริง ๆ จิ้นว่าง , เจ้าทำให้ข้าแปลกใจนัก” วู่หมิงกล่าวออกมาด้วยเสียงที่อ่อนแรงเล็กน้อย “เจ้าจงใจทำเสานั้นขึ้นมา..และใช้ปราณธาตุน้ำเป็นสื่อกลางในการทำให้วิชาข้ากลับมาทำร้ายข้า , ข้าเลื่อมใสเจ้ายิ่งนัก”
    ที่ซีว่างโจมตีด้วยปราณธาตุน้ำนั้น มิได้จงใจทำให้วู่หมิงบาดเจ็บ เพียงแต่ทำให้ตัววู่หมิงเปียกปอน เมื่อมันใช้พลังออกมา วิชาจึงทำร้ายมันเอง
    ก่อนที่วู่หมิงจะใช้ลมปราณของตนเอง ทำให้ตัวของมันแห้ง แล้วหยิบอาวุธออกมาใหม่
    ครานี้อาวุธของวู่หมิงเป็นหอกอันใหญ่ มีไอปราณธาตุอัสนีแผ่ออกมา
    เมื่อเห็นเช่นนั้น ซีว่างจึงหยิบตัดดาราออกมาในทันที
    “ในเมื่อท่านเริ่มเอาจริงแล้ว..ข้าก็ไม่เกรงใจ” ซีว่างเคลื่อนกายเข้าหาวู่หมิ่งยกกระบี่สูงวาดออกไป
    “รับมือ” วู่หมิงควงหอกอัสนีด้วยสองมือ กวัดแกว่งอาวุธของมันอย่างคล่องแคล่ว จิ้ม จ้วง แทง ไปที่ซีว่างอย่างสบายอารมณ์
    พวกมันทั้งสองคน ถึงตอนนี้จะเป็นคู่ประลองในการแข็งขันของกันและกัน แต่พวกมันกับไม่กดดัน แล้วยังสนุกไปกับการประลองนี้
    ทั้งสองฝ่ายผลัดกันรุกผลัดกันรับไปมา เสียงดาบกับหอกปะทะกันเสียงดังลั่นสนาม
    ตอนนี้ผู้คนในสนามต่างพากันเงียบ เฝ้ามองดูการต่อสู้ครั้งนี้ไม่มีแม้แต่เสียงเชียร์ดังออกมา มีแต่สมาธิจับจ้องไปยังการต่อสู้ของสองคน
    ด้านชายเฒ่าได้แต่จ้องมองแบบไม่เชื่อสายตาตนเอง ก่อนจะตะโกนออกไป “ล้มมวย เป็นเจ้าวู่หมิงก็ล้มมวย” มันตะโกนออกมาดังลั่น
    “ถ้าท่านตาไม่บอดหรือสมองเลอะเลือน..คงจะดูออกว่าพวกมันต่อสู้กันสุดความสามารถ , ถ้าท่านมิเบาปัญญา..คงจะสำนึกคิดได้ว่า , สหายของข้าเป็นฝ่ายที่โดนใส่ร้าย..” ผู้ที่กล่าวออกมานั้น คือเย่วเทียนหนุ่มหน้าคมผู้ที่เอาแต่ฝึกวิชาอย่างบ้าคลั่ง
    “ท่านพี่..ท่านมาดูด้วยหรอกหรือ” เมื่อเห็นพี่ชายตน เยว่รู่รีบกล่าวทักทายออกไปด้วยสีหน้าที่ชื่นบาน
    เมื่อหันไปมองน้องสาวตน มันก็เห็นเฟิงอวิ๋นยืนอยู่ข้างนาง มันได้แค่มองและทำเสียงไม่ชอบใจเล็กน้อย
    “การจะได้เห็นการต่อสู้ที่ดุเดือดแบบนี้..มันช่างหาได้ยากนัก , ให้ข้าได้เปิดโลกบ้างเถอะหนา..อย่าให้ข้าเป็นกบที่อยู่แต่ก้นบ่อเลย” ก่อนที่มันจะเบนสายตากลับมาที่การต่อสู้
    ซีว่างและวู่หมิงนั้น ต่างโรมรันกันไม่มีถอย แต่ที่ดูจะได้เปรียบกว่า คงจะเป็นซีว่าง ที่ร่างกายมิได้บาดเจ็บเช่นวู่หมิง
    “อัสนีกำราบมาร” วู่หมิงหน่วงลมปราณไว้ที่หอก ก่อนที่จะหมุนควงก่อนสบัดพลังอัสนีพุ่งเข้าใส่ซีว่าง
    พลังปราณวิ่งเข้าหาซีว่าง มันจึงรีบใช้ท่าร่ายหนีออกมา แต่เหมือนคลื่นอัสนีนั้น มีชีวิต มันพุ่งตามชายหนุ่มอย่างไม่ลดละ ก่อนที่ซีว่างจะวิ่งไปหลบหลังเสาแล้วสร้างกำแพงหินขึ้นมากันตนเอง
    ธรรมชาติของอัสนี จะวิ่งเข้าหาเหล็กมากกว่าหินผา มันจึงพุ่งทำลายเสาเหล็กจนแตกเป็นเสี่ยง ๆ
    ภายใต้เศษเหล็กนั้น เป็นซีว่างที่ยังยืนอยู่ จับจ้องไปที่วู่หมิงด้วยสายตาเด็ดเดี่ยว เอ่ยวาจาที่สุภาพไปยังสหายของมันเอง
    “นั้นคงเป็นขีดสุด..ของวิชาท่านแล้ว , ต่อไปตาข้า” มันกล่าวออกมาพร้อมกับหลับตา สูดหายใจเข้าเต็มปอด ก่อนที่ตาของมันจะเบิกโพลงออกมา “แรมที่ 6 ลวงจันทร์หลอนตะวัน” ซีว่างปล่อยกระบี่ของตนเองให้หลุดมือ
    กระบี่ตัดดาราค่อย ๆ ตกพื้น เมื่อกระบี่ใกล้จะถึงพื้น กระบี่ก็หายไปพร้อมกับชายหนุ่ม
    ก่อนที่ซีว่างจะโผ่มาด้านหลังของ วู่หมิง พร้อมกับร่างวู่หมิงที่ทรุดลงกับพื้น
    วู่หมิง เอามือกุมท้องของตนเอง แต่ที่ท้องของวู่หมิง มิได้มีบาดแผลอะไร ก่อนที่มันจะหันไปมองหน้าของซีว่าง ด้วยสายตาที่ไม่เชื่อในสิ่งที่มันได้ประสบ
    ก่อนที่มันจะยิ้มอย่างขมขื่น เอ่ยวาจาออกมาด้วยน้ำเสียงที่ผิดหวัง “ข้าขอยอมแพ้ …”
    เมื่อสิ้นเสียงของมัน เหล่าผู้ชมในสนาม..ต่างร้องออกมาด้วยความตกใจ พร้อมกับเอ่ยวาจาด่าทอต่อสิ่งที่เกิดขึ้น
    ชายชราได้ที มันจึงรีบกล่าวว่าจาดูถูกออกมา “พวกเจ้าเชื่อข้าหรือยัง..เป็นมันล้มมวยอีกครั้ง , มันกล่าวยอมแพ้ต่อหน้าพวกเรา”
    หลังจากชายแก่กล่าวนั้น เหล่าผู้ที่เห็นด้วย ก็กล่าวออกมาอย่างไม่ขาดสาย“สำนักภพจันทราคงมั่งคั่งนัก..ถึงกับซื้อได้ถึงสองครั้งสองครา”“มู่หวังเองก็คงจะผ่านเข้ารอบมาด้วยวิธีเช่นนี้”“ข้าก็ไม่เชื่อแต่แรกแล้ว..ว่าสำนักภพจันทราจะมีอัจฉริยะเกิดขึ้นถึงสอง , ถ้าเข้ารอบเพียงหนึ่งยังนับว่าแปลก..นี่เข้ามาสองมันน่าสงสัยนัก”
    “เป็นข้า..แพ้มันจริง ๆ” วู่หมิงกล่าวออกมาเสียงดังฟังชัด “หากน้องจิ้น..มิได้ยั้งมือไว้ , ข้าคงสิ้นชื่อไปแล้ว” วู่หมิงพยายามอธิบายในสิ่งที่เกิดขึ้น
    “เจ้ารับทรัพย์จากมันมา..เจ้าก็ต้องกล่าวเข้าข้างมัน , คำพูดจาของพวกเดียวกัน..จะเชื่อได้อย่างไร” ชายแก่กล่าวออกมาโดยไม่สนใจต่อเหตุผล ก่อนที่จะมองไปที่วู่หมิงด้วยสายตาที่ผิดหวัง “ข้านึกไม่ถึง..แม้แต่สำนักอัสนีคลั่ง.. , ก็เป็นพวกเห็นแก่เงิน”
    “เจ้า!!” เมื่อสำนักโดนกล่าวหา วู่หมิงก็เดือดเป็นที่สุด ก่อนที่จะชี้หน้าไปที่ชราเฒ่าแต่มิอาจหาคำพูดตอกกลับได้ ได้แต่ยืนสั่นเทาด้วยความโกรธ
    “ที่มันกล่าวมาเป็นเรื่องจริง” เสียงดังมาจากมาจากด้านบนท้องฟ้า ก่อนที่ชายชราจะทำสีหน้าไม่พอใจ ก่อนจะตะโกนออกไป "ใครหนอชอบสอดไม่เข้าเรื่อง , เจ้าคงเป็นพวกของมันเป็นแน่..ถึงได้กล่าวเข้าข้างพวกมัน" ก่อนที่มันจะหันหน้าไปยังต้นเสียงที่กล่าวออกมา
    ก่อนที่สีหน้าของมันจะเปลี่ยนโดยฉับพลัน ปากอ้าค้างด้วยความตื่นตระหนก พร้อมกับกล่าวออกมาด้วยเสียงที่สั่นเครือ “ทะท่านเจ้าเมือง กู้”
    ก่อนที่ซีว่างจะกล่าวถามต่อ วู่หมิง “ท่านผู้นี้คือใคร?”
    “เจ้าอาจไม่รู้ นี่คือท่านเจ้าเมืองรากนาคา กู้ ว่าน” วู่หมิงกล่าวออกมา พร้อมกับใบหน้าที่แต้มด้วยรอยยิ้ม เพราะท่านผู้นี้กำลังเข้าข้างพวกมันอยู่
    “หากเจ้าหนูจิ้นว่าง..ไม่ใช้สันกระบี่ในการปล่อยวิชาออกไป , ตัวของวู่หมิง..คงขาดเป็นสองท่อนไปแล้ว” กู้ว่านกล่าวต่อฝูงชน พร้อมกับมองไปที่ซีว่างด้วยสีหน้าที่ลื่มใสต่อตัวมัน
    “ฉะนั้น..มันชนะอย่างขาวสะอาด” ก่อนที่เจ้าสำนักจะหันมามองชายแก่
    “เป็นเจ้าที่ไม่สามารถมองความจริงนี้ได้..กล่าวว่าขาวเป็นดำ..ว่าถูกเป็นผิด…ข้าขอสั่งให้เจ้าออกไปจากเมืองนี้ในทันที ห้ามยุ่งเกี่ยวกับเมืองนี้อีก!!” เจ้าเมืองกล่าวออกมาด้วยท่าทีเฉยเมย มิได้สนใจใบหน้าที่อมทุกข์ของชายชราแม้แต่น้อย
    เมื่อโดนเจ้าเมืองขับไล่เช่นนั้น ชราเฒ่าจึงทรุดลงกับพื้น “โปรดท่านเจ้าเมืองเมตตาข้า.. , เป็นเพราะเจ้ากระบี่เพลิงนั้น..หลอกข้า..”
    “เจ้าพูดถึงมันทำให้ข้านึกได้” ก่อนที่เจ้าเมืองจะปล่อยลมปราณออกมาผสมในน้ำเสียงแล้วตะโกนเสียงก้องฟ้า
    “เทียมฟ้า .. เจ้ากระบี่เทียมฟ้า , ข้ารู้เจ้าอยู่ภายในสำนักนี้..รีบมาหาข้าเดี๋ยวนี้!! , พาเจ้าลูกชั่วของเจ้ามาเดี๋ยวนี้ !! ” เสียงที่ใช้ลมปราณของเจ้าเมืองเปล่งออกมานั้น สามารถดังไกลไปกว่า 100 ลี้
    ผ่านไปไม่กี่อึดใจก็มีผู้หนึ่งบินลงมาจากฟ้า ในมือมันจับคอเสื้อของบุรุษหนุ่มผู้หนึ่งตามมาด้วย
    เมื่อใกล้ถึงพื้นมันก็โยนบุรุษหนุ่มผู้นั้นลงมาที่พื้นอย่างรุนแรง ก่อนที่ชายกลางคนจะร่อนลงสู่พื้นอย่างสง่างาม พร้อมกับกล่าววาจาต่อเจ้าเมืองด้วยน้ำเสียงที่ เคร่งขรึม “คารวะท่านเจ้าเมือง”
    ผู้ที่มานี่นั้น สามารถคาดเดาได้ว่าคือกระบี่เทียมฟ้า ส่วนผู้ที่นอนสิ้นสภาพอยู่ที่พื้นก็คือเจ้ากระบี่เพลิง
    ซีว่างหันไปจ้องหน้าวู่หมองอีกรอบ แสดงสีหน้ามึนงงออกไป
    เมื่อเห็นสีหน้าของซีว่าง วู่หมิงก็รู้ทันทีว่าชายหนุ่มต้องการคำอธิบาย
    “ผู้นี้คือกระบี่เทียมฟ้า..ผู้นำตระกูลกระบี่สาขาเมืองรากนาคา , บิดาของเจ้ากระบี่เพลิง”
    ผู้ที่มานั้น ถึงตรวจสอบพลังมิได้ว่าอยู่ระดับใด แต่ก็สามารถคาดเดาคร่าว ๆ ได้ว่าอยู่ในระดับช่วงชั้นนภา
    “ท่านเจ้าเมืองเรียกหาข้าด้วยเรื่องอันใด” เมื่อทำความเคารพเสร็จมันก็รีบลุกขึ้นก่อนกล่าวถาม ปั้นหน้าโง่งมทำเป็นไม่ทราบสิ่งที่เกิดขึ้น
    “เจ้าลูกชั่วของเจ้า.. , กล้าใส่ร้ายคนของสำนักภพจันทรา..ให้เสื่อมเสียชื่อเสียงแก่ตัวสำนักและตัวของจิ้นว่าง , เจ้ามีอะไรจะแก้ตัวหรือไม่?” กู้ว่านกล่าวออกมาด้วยโทสะที่เต็มเปี่ยม จ้องมองไปที่เจ้ากระบี่เพลิงด้วยสายตาที่ชิงชัง
    เจ้ากระบี่เพลิงเมื่อถูกจับจ้องโดยท่านเจ้าเมือง มันก็ได้แต่หลบหน้าหลบตา จ้องมองไปที่บิดาตนเองเพื่อขอความช่วยเหลือ
    “เรื่องนั้น....” กระบี่เทียมฟ้าพูดไม่ออกได้แต่ส่งสายตาดุดันหันไปมองบุตรของตนเอง
    “มิต้องบอก..ข้ารู้ว่าเป็นเช่นไร , ข้าแค่อยากได้ยินจากปากเจ้า..” กู้ว่านกล่าวต่อเทียมฟ้า ก่อนจะส่งเสียงลอดไรฟันออกมา "..ว่าเจ้าจะกล่าวแก้ตัวอย่างหน้าด้านหรือไม่..."
    กระบี่เทียมฟ้าถึงกับหน้าซีดเผือกต่อคำกล่าวเช่นนั้น ก่อนที่มันจะหันมาหาบุตรของตนเอง ง้างมือตบเข้าหน้าเจ้ากระบี่เพลิงเสียงดังสนั่น ผู้คนในสนามเมื่อเห็นดังนั้น ต่างนำมือขึ้นมาจับที่แกล้มของตนเอง แล้วจีบปากทำเสียง " ซี๊ด " ออกมา
    พวกมันจินตนาการแรงที่ปล่อยออกมาแล้วรู้สึกเจ็บแทนเจ้าหนุ่มผู้นี้ยิ่งนัก ถึงจะใช้เพียงกำลังกายตบออกไป แต่ด้วยร่างกายที่เป็นถึงจอมยุทธ์ช่วงชั้นนภา แรงที่ตบออกไปย่อมไม่ใช่น้อย ๆ
    เจ้ากระบี่เพลิงกลิ้งถลาไปตามพื้นดินเป็นแนวยาว ก่อนที่ร่างมันจะหยุดจากจุดเมื่อครู่ราวครึ่งลี้ ก่อนที่กระบี่เทียมฟ้าจะตะโกนด้วยเสียงเกรี้ยวกราดตามไป " จำใส่หัวของเจ้าไว้..นี่คือผลที่เจ้าทำให้ตระกูลเราแปดเปื้อน , หากเมื่อกลับไปถึงบ้านเมื่อไร..เจ้าจักโดนหนักกว่านี้ , ย้ายก้นเจ้ากลับมา..อย่าทำเป็นสำออย "
    ก่อนที่กระบี่เทียมฟ้า จะหันมากล่าวต่อเจ้าเมือง ด้วยท่าทีที่สลดหดหู่
    “เรื่องลูกข้า..โปรดท่านเมตตาสักครั้ง , เมื่อกลับไปถึงตระกูล..ข้าจะเป็นคนสั่งสอนมันเอง , ส่วนสำนักภพจันทรา..เมื่อเสร็จงานประลอง , ข้าจะไปที่สำนักแล้วกล่าวโทษต่อเยว่ชิงด้วยตัวของข้าเอง” สีหน้าของมันผู้นี้เปลี่ยนไวยิ่งนัก เดี๋ยวทำหน้าตาสลด ก่อนจะเปลี่ยนมาเป็นโกรธเกรี้ยว เปลี่ยนอีกครั้งเป็นสำนึกผิด ใบหน้าของมันผู้นี้ เปลี่ยนเก่งยิ่งว่ากิ้งก่าเปลี่ยนสีเสียอีก
    แต่เจ้าเมืองกู้ว่านนั้น มิใช่คนโง่เบาปัญญา มันสามารถรับรู้ถึงน้ำเสียงที่กระบี่เทียมฟ้ากล่าวถึงเยว่ชิงได้ ว่ามันเจือปนด้วยน้ำเสียดูถูก
    กู้ว่านเย้ยปากเล็กน้อย แล้วกล่าวเสียงต่ำต่อมัน “แบบนั้นมันง่ายเกินไป , บุตรเจ้ามิได้ทำให้เสื่อมเสีย..เพียงแค่สำนักภพจันทรา..ยังทำให้ความศักดิ์สิทธิ์ของงานประลองที่มีมาหลายร้อยปีเสื่อมลง , ข้าจะลงโทษเจ้าด้วยตัวของข้าเอง”
    “เจ้าต้องเขียนจดหมายเป็นลายลักษณ์อักษร..ส่งต่อเจ้าสำนักภพจันทราหนึ่งฉบับ , อีกหนึ่งฉบับ..ติดไว้ที่ประตูของตระกูลเจ้าเป็นเวลา 1 ปี , แล้วจ่ายข้าสินไหมให้สำนักภพจันทรา..เป็นจำนวน 100 ศิลาทองต่อปี เป็นเวลา 5 ปี..”
    เมื่อได้ยินกู้ว่างกล่าวเช่นนั้น เทียมฟ้าถึงกับตาโต พลันคุกเข่าลง
    “ท่านเจ้าเมืองโปรดเมตตา 100 ศิลาทอง เป็นเงินกำไรถึง 1 ส่วนของตระกูลข้าต่อหนึ่งปี มันมากเกินไป ข้ามิอาจทำเช่นนั้นได้” มันเร่งกล่าวออกมาด้วยท่าทีร้อนลน 100 ศิลาทองสำหรับมันนั้น เป็นจำนวนที่สูงเป็นอย่างมาก
    “200 ศิลาทอง” กู้ว่านกล่าวต่อ
    “ท่านเจ้าเมือง ข้า..” ยังมิทันพูดจบก็โดนเจ้าเมืองขึ้นค่าสินไหมทันที
    “300 ศิลาทอง” กูว่านไม่สนใจต่อท่าทีของมันสักนิด
    “ได้โปรดท่านเจ้าเมืองเมตตา”
    “400 ศิ..”
    “300 ศิลาทองข้ายอมจ่าย..ข้ายอมแล้ว !!” มันกล่าวออกมาอย่างร้อนรน เกรงว่าตัวเลขจะสูงไปกว่านี้
    “ดี..เรื่องงวดการจ่าย..เจ้าก็ปรึกษากับเยว่ชิงเอา..ว่าเจ้าสะดวกจ่ายอย่างไร , ข้ามิอนุญาตให้เจ้าขาดจ่ายแม้แต่ปีเดียว , หากข้ารู้ว่าเจ้าฝ่าฝืน..เมืองรากนาคาถ้ามีข้าอยู่จะมิมีตระกูลเจ้าภายในเมืองนี่” เจ้าเมืองกู้ว่านกล่าวออกมาอย่างเขร่งขรึม
    “ขะ ข้าทราบ” มันปราดเหงื่อบนหัวตนเองขณะตอบรับไป
    “ยังมิหมด , ตระกูลกระบี่ทุกผู้ในปีนี้..ถูกปรับตกรอบทั้งหมด , ให้คู่ต่อสู้ของมันชนะเข้ารอบไปและมิให้พวกเจ้าส่งรุ่นเยาว์มาแข่งขันเป็นเวลา 10 ปี , เพื่อให้พวกมันจำเอาไวเรื่องความซื่อสัตย์และศักดิ์ศรีของตัวพวกมันเอง” เมื่อกล่าวจบกู้ว่างก็โบกมือไล่ เทียมฟ้าให้กลับไป
    กระบี่เทียมฟ้าจับคอเสื้อของกระบี่เพลิงแล้วเร่งทะยานกลับไป ขณะล่องลอยไป ผู้คนต่างได้ยินเสียงการลงไม้ลงมือต่อบุตรชายตนเองดังสนั่น
    เมื่อมันหายลับไป กู้ว่านก็หันกลับมาหาชายแก่
    “ไยเจ้ายังอยู่รั้งรอ..หรือเจ้ามิอยากไปจากเมืองดี ๆ , แล้วเลือกจะเป็นผีเฝ้าเมืองแทน ?” เจ้าเมืองกล่าวด้วยเสียงที่เย็นเยียบ พร้อมกับปล่อยไอปราณแผ่ออกมา
    เมื่อได้ยินสิ่งที่เจ้าเมืองกล่าว ชายแก่รีบลุกขึ้น เตรียมพร้อมที่จะจากไป
    “เจ้ายังไปไม่ได้!!” ซีว่างกล่าวออกมาทำให้ชายแก่สะดุ้ง แล้วหยุดนิ่งอยู่ที่เดิม
    “ท่านจอมยุทธ์มีอะไรต่อข้าหรือ?” ชายแก่ถามด้วยเสียงสั่น ๆ มิกล้าสบตาชายหนุ่ม
    “เจ้ายังมิได้ลอดหว่างขาของข้าและเลียเท้าข้าเลย” ซีว่างกล่าวเสียงเรียบ ๆ ก่อนจะยิ้มเย้ยหยันขณะมองชายแก่
    ชายแก่ยืนนิ่งค้างมิได้ขยับ กัดฟันในปากจนแทบจะแหลกละเอียดขณะที่จ้องด้วยความอาฆาตต่อซีว่าง
    “พวกท่านทุกคนจำที่มันพูดได้หรือไม่ ? , หากมันแพ้ต้องทำเช่นไรและข้าแพ้ต้องทำเช่นไร?” ซีว่างกุมมือแล้วหันมองไปที่ทุกผู้ที่อยู่ตรงนั้น
    เนื่องจากเกรงกลัวต่อท่านเจ้าเมือง มันรีบกล่าววาจาสนับสนุนชายหนุ่มทันที“ใช่ ๆ ข้าได้ยิน” “แก่แล้วทำลืมว่าลูกผู้ชายต้องทำเช่นไร”“เอากระโปรงเมียเจ้ามาใส่โน้นไอแก่”
    < เจ้าพวกนี้เมื่อไม่นานมานี้..ยังกล่าวหาเจ้าต่าง ๆ นานาอยู่ , คนเรานี้เปลี่ยนกันง่ายดีแท้ > หยางน่ากล่าวต่อชายหนุ่ม
    < เพราะตอนนี้ท่านเจ้าเมือง..สนับสนุนข้าอยู่ , พวกมันจึงมิกล้าอยู่ฝั่งตรงข้ามกับข้า >
    เมื่อได้ยินทุกเสียงกล่าวไปในทางเดียวกัน เจ้าเมืองรากนาคาจึงกล่าวว่า
    “หากเป็นเช่นนั้น , เจ้าจะมัวรีรออยูด้วยเหตุใด..ทำตามที่เจ้าได้ให้คำมั่นสัญญาแล้วรีบไสหัวไปจากเมืองของข้า!!” กู้ว่านตวาดออกมาเสียงดังลั่น
    ชายแก่เมื่อได้ยินดังนั้น มันจ้องหน้าซีว่างก่อนจะหยิบมีดขึ้นมาแทงไปที่คอหอยของตนเอง แล้วหมดลมหายใจไปในทันที ดวงตาจ้องมองอย่างอาฆาตแค้นมิได้เจือจางเลยแม้แต่น้อย
    เงินและทรัพย์สินต่างศูนย์ไปกับการพนัน แล้วยังจะทำให้โดนย่ำยีศักดิ์ศรี มันจึงเลือกที่จะจบชีวิตลงตรงนั้น
    เห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นดังกล่าว ชายหนุ่มดั่งกับเห็นภาพในอดีตตนเองทับซ้อนขึ้นมา แต่มันมิได้เศร้าโศกหรือเสียใจ มันเพียงสังเวชต่อชายชราเท่านั้น
    เรื่องของมันและชายชราถึงจะคล้ายกัน แต่ต่างกันตรงที่ วันนั้นซีว่างถูกใส่ร้าย แต่ชายแก่มันผิดจริงอย่างที่ผู้คนกล่าวหา
    ด้านเจ้าเมือง นั้นรู้สึกโกรธและเดือดพร่านขึ้นมาทันที “เจ้าไร้ยางอายนี้ , กล้าฆ่าตัวตายหนีความผิด” ก่อนที่มันจะเดินเข้ามาเตะศพของชายแก่กระเด็นออกนอกเมืองไป “ข้าบอกแล้วอย่างไร..ให้ออกไปจากเมืองของข้า !!”
    เมื่อทุกอย่างผ่านไปด้วยดี ซีว่างก็ ทำความเคารพกล่าวขอบคุณเจ้าเมือง ด้วยความจริงใจ
    “ผู้เยาว์ขอขอบคุณท่านเจ้าเมือง..ที่เมตตาต่อข้า”
    “ข้าแค่ทำสิ่งที่ควรทำ..ในเมื่อเจ้ามิผิด , ข้าจึงจำเป็นที่จะต้องออกหน้า , ข้าในฐานะเจ้าเมือง..เมืองนี้จะปล่อยสิ่งที่ไม่ถูกต้อง..ผ่านพ้นไปคงมิได้”
    “พรสวรรค์ของเจ้า..มันน่าส่งเสริมยิ่งนัก , แต่ข้าขอเตือนเจ้าเรื่องนิสัยที่อาฆาตแค้นนั้น , หากเจ้ายังปล่อยวางมันมิได้..เจ้าคงมิได้เติบใหญ่ก่อนจะเป็นผู้ที่อยู่เหนือผู้อื่น” กู้ว่านกล่าวออกมาด้วยเสียงที่ดังฟังชัด มองไปยังชายหนุ่มด้วยสายตาในเชิงตำนิติเตียน
    “ข้าจะจำคำสอนของท่านไว้” ซีว่างโค้งคำนับก่อนจะกล่าวลาต่อเจ้าเมืองกู้ว่าน
    เมื่อเรื่องทุกอย่างจบ ซีว่างจึงเดินไปหาวู่หมิง “สุดท้ายข้าก็ต้องเลี้ยงท่านจริง ๆ ” มันกล่าวด้วยน้ำเสียงขบขันออกมาหลังจากผ่านเรื่องร้ายมาแล้ว
    เมื่อได้ยินเช่นนั้น วู่หมิงมิได้โกรธเพียงแต่กล่าวกลับไป “คราวนี้เจ้าเล่นงานข้า..เสียจนร่างกายระบมมากมายนัก , เจ้าคงเลี้ยงเพียงสุรามิได้แล้ว ,เจ้าต้องหานารีมาคอยปรนนิบัติข้าด้วย..ขออวบอั๋นผิวขาวนะน้องชาย”
    “หากท่านกล้าขอ..ข้าก็กล้าเลี้ยง , เชิญท่านนำทางไปที่ร้านโปรดท่าน” ก่อนที่ซีว่างจะผายมือให้วู่หมิงนำทาง
    ก่อนที่มันจะเดินจากไป พลันมีข้อความบางอย่าง ที่กลุมชายฉกรรจ์คุยกันด้วยน้ำเสียงนิ่งต่ำ
    “เจ้าว่าเช่นไรนะ , มู่หวังพ่ายแพ้แถมยังเสียแขนของมันไปข้างหนึ่งด้วย?”
    “ใช่..สหายข้าที่ดูอยู่..มันเล่าให้ข้าฟัง”
    เมื่อได้ยินเช่นนั้น ซีว่างก็รีบเข้าไปแล้วเขย่า เจ้าคนที่เป็นต้นเรื่อง
    “เจ้าเล่าทั้งหมดมาให้ข้าฟังเดี๋ยวนี้!!”