หลังจากที่พวกเรานั่งคุยกันอยู่นาน ฉันก็จับใจความได้ว่าพวกหนุ่มๆรู้จักกันตอนที่รับน้องของมหาวิทยาลัย เลยติดต่อกันเรื่อยมาบางครั้งพวกเขาก็นัดกันมากินดื่มสังสรรค์เหมือนกับวันนี้ฉันคิดว่าเขาก็คงนัดกันมาล่วงหน้าแล้ว เพราะพวกฉันไม่ได้มาเที่ยวกับพวกแดนบ่อยๆเลยไม่รู้ว่ากลุ่มของแดนกับกลุ่มของตามค่อนข้างสนิทกันไม่น่าล่ะวันงานเลี้ยงหลังจบกิจกรรมรับน้องเมื่อเทอมก่อนนายตามถึงได้ปล่อยให้พวกฉันมากับพวกแดนง่ายๆ อย่างนั้นเมื่อนึกถึงคืนวันนั้นใบหน้าฉันก็ร้อนผ่าวใจเต้นแรงคิดถึงเช้าวันต่อมาที่พบว่าตัวเองนอนกอดเขาแบบนั้นไหนจะต้องเขินอายกับสภาพและการกระทำของตัวเองอีกต่างหากฉันใช้สองมือตีแก้มของตัวเองเบาอย่าง้าเรียกสติ
“กูกลับก่อนนะ เหมือนจะมีธุระว่ะ ขอตัวก่อนนะครับสาวๆ”นนท์ขอตัวกลับคนแรก ฉันเห็นพวกเขาชนกำปั้นกัน นนท์ยักคิ้วให้พวกฉันแล้วก็ลุกเดินออกไปพวกเราสาวจึงโบกมือลาเขาเล็กน้อย
“ธุระของมันหุ่นดีไม่เบานะกูว่า”ทิวยกแก้วเหล้าขึ้นดื่มก่อนจะส่งสายตาบอกกับพวกหนุ่มๆให้มองไปยังทิศทางหนึ่งด้านหลังฉันฉันจึงอดไม่ได้ที่จะหันหลังกลับไปมองตามทิศที่เขาพูดถึง แล้วก็พบว่านนท์กำลังยืนคุยกับสาวสวยหุ่นดีมากๆคนหนึ่งอยู่
“น้องหุ่นดีกว่าเห็นๆ” แดนที่เริ่มมีอาการมึนๆจากแอลกอฮอล์จำนวนมากที่นำเข้าสู่ร่างกายกระซิบที่ข้างหูของฉันเบาๆพร้อมกับซบใบหน้าลงที่ไหล่ของฉันอย่าง้าที่พักพิง ลมหายใจอุ่นๆของเขาเป่ารดอยู่ที่ต้นคอของฉันเบาๆ จนฉันรู้สึกขนลุกไปทั้งตัว
“อยากมีเื่ใช่ไหม”ฉันเอ็ดเขาเสียงเบาพร้อมกับหยิกเข้าที่หน้าท้องแข็งแรงของเขาหนึ่งทีแล้วก็ได้ยินเสียงเขาหัวเราะเบาๆ ที่ข้างหูอีกครั้ง ‘จั๊กจี้’ มันคือความรู้สึกนี้
“เหมือนจะเมาแล้ว”เขาจับมือข้างที่ฉันใช้ทำร้ายเขามากอดเอาไว้ และยังคงกระซิบบอกฉันเสียงบางเบา
“แล้วยังไง” ฉันกวาดตามองรอบๆโต๊ะของเราก็เห็นว่าเพื่อนของแดนแต่ละคนทำตัวเป็พวกลูกแมวตัวเล็กๆนั่งอ้อนเพื่อนๆ ฉันอยู่
“ไม่ยังไง แค่บอกให้รู้”เขายังคงกระซิบบอกฉันเสียงเบาเหมือนเดิม ฉันไม่รู้ว่าเขาจะกระซิบทำไมในเมื่อเสียงเพลงดังขนาดนี้ พูดกันด้วยเสียงปกติก็ยังได้ยินและอีกอย่างเขาก็นั่งเบียดฉันจนแทบจะเข้าสิงฉันอยู่แล้วตอนนี้
“รู้แล้ว” จะให้ฉันพูดยังไง เมาแล้วก็ต้องกลับแล้วล่ะฉันมองหน้าแนน แล้วขยับปากพูดแบบไม่มีเสียงถามว่าจะเอายังไงแนนกลับส่ายหน้าให้ฉันเป็คำตอบ แล้วบอกว่าเขาเองก็เมาแล้วเหมือนกัน
“ตาม ตาม เมาหรือยัง”ฉันเรียกตามที่ยังดูเหมือนคนปกติมากที่สุดแต่คำตอบที่ฉันได้รับคือการพยักหน้ายอมรับ
“เมาแล้ว” แล้วเสียงของคนที่บอกว่าตัวเองเมาข้างๆฉันก็ตอบคำถามแทนเพื่อนซะอย่างนั้น ฉันไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าตามเมาได้นิ่งขนาดนี้อย่างว่าแหละเขาได้ชื่อว่า ‘ตามเทพนักดื่ม’ นี่น่าพวกเราไม่เคยเห็นตามเมามาก่อนเลย นี่เป็ครั้งแรกที่เขายอมรับว่าตัวเองเมา
“กลับกันเลยไหมแดน น่าจะไม่ไหวกันแล้วนะน้องว่า”ฉันถามเขาที่กำลังขยับตัวเปลี่ยนท่าเป็ท่านั่งไขว่ห้างเอามือเท้าคางมองฉันตาหวานเยิ้มอยู่ข้างๆฉัน ถ้าเป็เวลาที่เขาไม่เมาฉันคงจะคิดเข้าข้างตัวเองว่าเขาพิศวาสฉันอย่างแน่นอน
“รออีกหน่อย”เขามองฉันอยู่นานก่อนจะพูดขึ้นพร้อมกับเปลี่ยนมาโอบเอวฉันไว้แล้วเอนตัวนอนพิงพนักโซฟาแล้วหลับตาลงนี่เขาจะนอนแล้วอย่างนั้นหรอ จะนอนแบบนี้เนี่ยนะ
“จะนอนแล้วหรอ” ฉันโน้มตัวไปมองหน้าเขาอยากรู้ว่าเขาหลับจริงหรือเปล่า จากนั้นก็ใช้นิ้วจิ้มแก้มถามเขาเสียงเบา
“พักสายตา”เขาจับมือของฉันที่รบกวนการพักสายตาของเขาไว้แล้วดึงให้ฉันซบลงที่หน้าอกของเขาฉันใกับการกระทำนั้นเลยรีบดีดตัวขึ้นนั่งหลังตรงทันที
“แค่สิบนาที รอหน่อย” เขาบอกกับฉันทั้งๆที่เขายังคงหลับตาและจับมือฉันไว้แน่นอย่างนั้นฉันมองหน้าเพื่อนสาวของฉัน ทุกคนต่างก็ยิ้มแห้งๆให้กันอย่างไม่รู้ว่าจะจัดการกับสถานการณ์ตรงหน้านี้อย่างไรดีและพวกเราทั้งสี่คนต่างก็มีสภาพไม่ต่างกันเท่าไหร่เลยจริงๆ
“กูกลับก่อนนะ เรากลับก่อนนะสาวๆ ขอให้โชคดี” ตาม ทิวและแนน โบกมือให้พวกฉัน แล้วเดินจากไป พวกหนุ่มๆ ได้ยินเสียงของเขาเลยโบกมือไล่ใช่แล้วโบกมือไล่ ไม่ใช่การโบกมือลาส่วนพวกเราน่ะหรอทำได้เพียงแค่กวักมือเรียกเพื่อนๆ ไว้แล้วพูดว่า ‘ว่าอย่าเพิ่งไปกลับมาช่วยกันก่อน’ แต่ก็ไม่เป็ผล เพื่อนหนุ่มของเราไม่แม้แต่จะหันกลับมามองพวกเราเลยสักนิดพวกเขาค่อยๆ เดินหายลับไปกับฝูงชนทีละคน เราได้แต่มองหน้ากันอีกครั้งอย่างไม่รู้จะทำยังไงดี
“กูไปจ่ายเงินก่อน”ฉันมองตามดินที่ลุกขึ้นเดินไปที่เคาน์เตอร์และเห็นว่าเขาไม่ได้มีอาการเหมือนคนเมาเลยสักนิด
“ไม่ต้องไปมองมัน” แดนที่ลืมตาขึ้นมาเมื่อไหร่ก็ไม่รู้จับใบหน้าของฉันให้หันมามองหน้าเขา
“อื้อ ตื่นแล้วหรอ”ฉันสะบัดหน้าออกจากฝ่ามือที่จับแก้มฉันเอาไว้
“กลับกัน”เขาจับมือฉันให้ลุกขึ้นยืนก่อนจะถอดเสื้อแจ็คเก็ตของตัวเองมาสวมให้ฉันแล้วมองดูฉันั้แ่หัวจรดเท้าเหมือนสำรวจความเรียบร้อย แล้วจับมือฉันให้เดินตามออกมาด้วยกันฉันโบกมือลาเพื่อนๆ ที่ยังคงนั่งอยู่ที่เดิมแบบนั้นฉันเกาะแขนเขาเดินผ่านผู้คนเพื่อออกไปข้างนอกและพบว่าเขายังเดินปกติไม่เหมือนคนเมาเลยสักนิด
“น้องขับเอง” ฉันเดินตามเขาไปฝั่งคนขับเขาเปิดประตูให้ฉันนั่งลง ปิดประตูเสร็จก็เดินไปนั่งฝั่งข้างคนขับแล้วหลับตาลง
“ไปคอนโดน้อง” ไปคอนโดฉันงั้นหรอเขาจะไปส่งฉันก่อนแล้วตัวเองก็จะขับรถกลับเองอย่างนั้นใช่หรือเปล่าฉันให้เขาทำแบบนั้นไม่ได้หรอกการเมาแล้วขับมันอันตรายเกินไปทั้งกับตัวแดนเองและผู้ใช้รถใช้ถนนคนอื่นด้วย
“ให้น้องไปส่งแดนที่คอนโดก่อนดีกว่านะแล้วน้องค่อยขับรถแดนกลับคอนโดน้อง พรุ่งนี้เช้าน้องจะรีบเอารถมาให้แต่เช้าเลย”ฉันบอกข้อเสนอของฉันให้เขาฟัง วิธีนี้เป็ทางเลือกที่ดีที่สุดแล้วในตอนนี้
“ไม่เอา ไปคอนโดน้องก่อน” เขาส่ายหน้าไม่ยอมรับทำไมเมาแล้วดื้อแบบนี้นะ
“นี่ แดน ไม่ได้ฟังที่น้องพูดเลยใช่ไหมเมาแบบนี้จะขับรถกลับยังไง”ฉันเริ่มอารมณ์เสียกับคนเมาที่เอาแต่ใจอย่างเขาเข้าไปทุกที
“กลับคอนโดน้องเถอะนะ นะ”เขาเอื้อมมือมากอดแขนของฉันเอาไว้พร้อมกับออดอ้อนฉันอย่างน่ารักนี่เขามีมุมแบบนี้ด้วยอย่างนั้นหรอ นึกว่าจะรู้จักทำแค่หน้านิ่งๆ และกวนประสาทเท่านั้น
“โอเค งั้นกลับคอนโดน้องกัน” ฉันหลอกเขาในเมื่อตอนนี้ฉันเป็คนขับรถ ฉันจะขับพาเขาไปที่ไหนก็ย่อมได้จุดมุ่งหมายปลายทางของฉันในตอนนี้คือคอนโดของเขา ฉันจะไปส่งเขากลับคอนโดก่อนแล้วฉันค่อยขับรถของเขากลับคอนโดของตัวเองตามแผนเดิมของฉันยังไงล่ะ