สิ้นสุดการรอคอย และแล้วศึกชิงตำแหน่งเจ้ายุทธภพก็มาถึง หานอู่สามารถอยู่รอดปลอดภัยมาถึงวันนี้โดยไม่ถูกพิษของฝ่ายศัตรู
จอมยุทธ์ฝ่ายธรรมะและฝ่ายมารก็ไปนั่งประจำตำแหน่งตามฝ่ายของตัวเองเพื่อดูการประลอง
องค์หญิงเสด็จมาประทับนั่งข้างๆ ฉินฟุ พระองค์ทรงแอบทอดพระเนตรไปหามือปราบ แต่พอหานอู่รู้สึกตัว แล้วหันมามองพระองค์ ก็รีบหันพระพักตร์หนีทันที
หานอู่ลุกขึ้นมาแล้วเดินมารอตรงกลางลานประลอง
ฉินฟุเอาหน้าเข้ามาใกล้พระพักตร์องค์หญิง จนพระองค์ทรงตกพระทัยพยายามหลบ เบี่ยงพระพักตร์หนี
“หานอู่ตายวันนี้อย่างแน่นอน ลืมเขาไปได้เลย” ฉินฟุกล่าวอย่างอำมหิต
“ท่าน..” องหญิงทรงพยายามขอร้อง
แต่ฉินฟุไม่รอฟังคำตอบใดๆ จากพระองค์ รีบเดินไปกลางลานประลอง และเตรียมพร้อมที่จะต่อกรศัตรู ศึกครั้งนี้จึงเป็นทั้งศึกชิงรักและศึกชิงเจ้ายุทธภพ
ทั้งสองใช้ดาบเป็นอาวุธ ต่างโหมเข้าโรมรัน แต่การเคลื่อนไหวของทั้งคู่ไวปานลมกรด ทุกคนมองแทบไม่ทันว่าใครเหนือกว่าใคร ผลัดกันรุกผลัดกันรับ บ้างล้มบ้างกระเด็น แต่ทั้งคู่ก็ยังฝืนลุกขึ้นมาสู้กันต่อ
การต่อสู้ยาวนานมาก ผ่านไปเกือบหนึ่งชั่วยาม ทั้งสองก็ยังสู้กันไม่หยุด จนกระทั่งฉินฟุปล่อยพลังขั้นสุดยอด กลายสภาพเป็นมารเต็มตัว ผมเผ้าปล่อยฟูสยาย สีปากดำคล้ำ พุ่งตัวไปหามือปราบและซัดฝ่ามือมารไปที่อกของหานอู่จนเขากระอักเลือด แล้วกระเด็นไปไกลเป็นโยชน์
“หานอู่!” องค์หญิงทรงเผลอเรียกชื่อคนรัก เพราะทรงตกพระทัยที่เขาเป็นฝ่ายพลาดท่า
ถึงกระนั้นฉินฟุก็ไม่ยอมปล่อย เข้ารีบพุ่งตัวติดตามหานอู่ไป หมายจะฆ่ามือปราบให้ตาย
องค์หญิงทรงไม่มีสติจึงวิ่งติดตามไป ส่วนจอมยุทธ์ท่านอื่นยังคงนั่งประจำตำแหน่ง เนื่องจากทั้งสองฝ่ายต้องคอยหยั่งเชิงและคอยเตรียมพร้อมรับมือ เพราะไม่รู้ว่าอีกฝ่ายจะเข้ามาโจมตีเมื่อไหร่
สักพักหลงกว้านซึ่งได้รับยาถอนพิษมาจากฉินฟงแล้วเรียบร้อย เขาก็เลยให้ลูกน้องพรรคยาจกแอบยื่นยาส่งให้หัวหน้าพรรคทั้งสี่และท่านหมิงเยี่ยน เพื่อให้ทุกคนฟื้นกำลังภายใน จะได้ช่วยกันต่อกรฝ่ายมาร หากพวกมันเล่นตุกติกอะไร
ส่วนตัวฉินฟงก็แอบให้ความช่วยเหลือองค์ไทเฮาและพาพระองค์ไปหลบในสถานที่ที่ปลอดภัย แล้วรีบไปช่วยหานอู่ต่อ
ร่างของหานอู่กระเด็นไปตกบนทุ่งหญ้ากลางป่าและสลบไปเพราะสูญเสียพลังทั้งหมด
ในนิมิตของหานอู่ อาจารย์พรรคลมกรดมาปรากฏตัว
“อาจารย์ อาจารย์จริงๆ ด้วย” หานอู่ดีใจเมื่อพบอาจารย์
“ใช่ อาจารย์เอง วันนี้อาจารย์จะมาบอกเลข”
“ห๊า! อะไรนะครับอาจารย์ นี่มันเป็นช่วงเวลาหน้าสิ่วหน้าขวานนะครับ” หานอู่นึกไม่ถึง
“ไม่ใช่อย่างที่เจ้าคิด อาจารย์จะบอกว่า วิธีรับมือจอมมารมันอยู่ในคัมภีร์ลมกรดหน้า 111 ต่างหาก”
“อ้าว! อาจารย์ คัมภีร์มันมี 110 หน้านะ และหน้า 111 มันก็เป็นหน้าว่างนะครับอาจารย์” หานอู่ไม่เข้าใจ
“ความว่างนั่นล่ะ คือขั้นสุดยอดของวิชา ข้าไปก่อนนะ ศิษย์รัก” อาจารย์หายตัวไปทันที
“เดี๋ยวสิครับอาจารย์อย่าเพิ่งไป” หานอู่อยากถามต่อแต่ไม่ทันเสียแล้ว
และแล้วหานอู่ก็ตกใจตื่นทันพอดีกับตอนที่ฉินฟุกำลังง้างดาบเตรียมแทงเขา ทำให้หานอู่กลิ้งหลบดาบทันเวลาเพียงเสี้ยววินาทีเท่านั้น
“เจ้าช่างดวงแข็งยิ่งนัก สามารถรับฝ่ามือมารของข้าได้” ฉินฟุเจ็บใจ
ตอนแรกหานอู่ก็ใจร้อนจะเข้าจู่โจมฉินฟุด้วยความโกรธ แต่พอนึกได้ว่าพลังของตนด้อยกว่าผู้ต่อสู้มาก จึงตัดสินใจเชื่อฟังอาจารย์
หานอู่ยืนหลับตาทำสมาธิค่อยๆ ปล่อยจิตให้ว่าง
ฉินฟุเลยเป็นฝ่ายรุกเข้าโจมตีหมายทำให้หานอู่แพ้ราบคาบ
แต่แล้วเมื่อฉินฟุซัดฝ่ามือมารอีกครั้ง กลับพบว่าหานอู่มีสภาพไร้ตัวตน จอมมารไม่สามารถสัมผัสศัตรูได้เลย และเขาก็พุ่งตัวทะลุผ่านเลยหานอู่ไปไกลมาก
สักพักหานอู่ก็ลืมตา พร้อมกับแว๊บหายตัวไปปรากฏตรงหน้าศัตรูด้วยความเร็วสูง จากนั้นเขาก็ต่อยหมัดลมกรดใส่เข้าที่ท้องของฉินฟุเต็มแรง
ฉินฟุกระเด็นไปไกลจนหลังกระทบกับผนังภูเขาและไถลลงมานั่งกับพื้น จากนั้นจอมมารก็เป็นฝ่ายสลบไป
ฉินฟงปรากฏตัวเพื่อมาช่วย ก็อึ้งในความสามารถของสหาย “นี่เจ้าเก่งกาจขนาดนี้เลยงั้นหรอ หานอู่”
“แน่นอน ก็ข้ามีอาจารย์ดีนี่ พวกเรารีบไปดูพี่เจ้ากันเถอะ” หานอู่ชวนสหายตามล่าฉินฟุ
และแล้วทั้งสองหนุ่มก็รีบวิ่งเข้าไปหมายดูอาการของจอมมาร ก็พบว่า ร่างของจอมมารหายไปอย่างไร้ร่องรอย
“เจ็บใจนัก พี่ข้าหนีไปได้” ฉินฟงกล่าว
“เขาโดนหมัดของข้าเต็มแรงขนาดนั้น คงบาดเจ็บสาหัสและหนีไปได้ไม่ไกล” หานอู่คาดการณ์
“งั้นพวกเรารีบตามไปกันเถอะ” ฉินฟงชวน
“หานอู่! หานอู่! เจ้าเป็นยังไงบ้าง”
“เสียงองค์หญิงนี่” หานอู่จำเสียงได้
“งั้นข้าไปตามหาพี่ข้าก่อนก็แล้วกัน” ฉินฟงรีบกระโดดหายตัวไปทันที
หานอู่มองซ้ายมองขวา เห็นว่าไม่มีใคร แล้วอยู่ดีๆ เขาก็นอนลงไปกับพื้นหญ้าเพื่อทำให้ตนเหมือนคนที่นอนสลบไป
องค์หญิงทรงตกพระทัยรีบวิ่งเข้าไปสวมกอดร่างของหานอู่ “หานอู่ เจ้าไม่เป็นอะไรใช่มั้ย หานอู่ตอบข้าสิ” องค์หญิงทรงกรรแสงพร้อมกับเขย่าเรียกคนรัก
องค์หญิงทรงใช้พระหัตถ์ไปอังที่จมูก ก็พบว่าอีกฝ่ายไม่มีลมหายใจ “ฮือฮือ หานอู่เจ้าอย่าตายนะ ข้ารักเจ้ามากนะ เจ้าอย่าทิ้งข้าไป ถ้าเจ้าฟื้น ข้าจะสละตำแหน่งองค์หญิงไปอยู่กับเจ้าทุกที่ แม้ฝ่าบาทจะทรงลงโทษย้ายเจ้าไปอยู่ชายแดน ข้าก็จะติดตามเจ้าไป ฟื้นเถอะนะ หานอู่ ฮือฮือ”
“พระองค์ตรัสจริงนะพะย่ะค่ะ” หานอู่ถามยิ้มๆ
“ข้าพูดจริงและจะทำจริงด้วย” สักพักองค์หญิงก็ทรงตั้งสติเพราะได้ยินเสียงหานอู่ จากนั้นก็เห็นเขาฟื้นลุกขึ้นมานั่ง ตอนนี้เขาอยู่ในสภาพปกติไม่ได้บาดเจ็บอะไรเลย ด้วยความโกรธและความอายที่พระองค์ทรงเผลอตรัสความในทั้งหมด องค์หญิงก็ทรงตีไปที่ไหล่ของฝ่ายชาย “เจ้าชอบหลอกข้า”
หานอู่กอดองค์หญิงไว้ “ทรงเลิกงอนกระหม่อมได้มั้ยพะย่ะค่ะ กระหม่อมรักพระองค์มาก ถึงขั้นยอมเป็นตัวแทนประลองเลยนะพะย่ะค่ะ”
“ไหนเจ้าบอกว่าทำเพื่อชิงตำแหน่งเจ้ายุทธภพ ไม่ได้ทำเพื่อข้าเสียหน่อย” องค์หญิงทรงน้อยพระทัย
“ถ้ากระหม่อมไม่พูดแบบนั้น พระองค์จะทรงหยุดหาทางขัดขวางไม่ให้กระหม่อมประลองหรือพะย่ะค่ะ” หานอู่ยอมเผย
“พวกเราคงแต่งงานกันไม่ได้หรอกหานอู่ ไม่เช่นนั้นเจ้าต้องถูกย้ายไปอยู่ชายแดน” องค์หญิงตรัสตามตรง
“กระหม่อมได้ย้ายไปแค่บ้านเกิดที่สือหนานเท่านั้นพะย่ะค่ะ” หานอู่พูดยิ้มๆ
“หมายความว่ายังไง” องค์หญิงทรงสงสัย
“กระหม่อมได้ไปเข้าเฝ้าฝ่าบาท และได้ทูลขอองค์หญิงจากฝ่าบาทแล้ว ฝ่าบาททรงมีรับสั่งว่าหากกระหม่อมเป็นฝ่ายชนะการประลองและช่วยองค์หญิงได้อย่างปลอดภัย พระองค์จะยินยอมอนุญาตให้พวกเราแต่งงานกัน แต่ว่า…” หานอู่หยุดพูด
“แต่ว่าอะไรงั้นหรือ” องค์หญิงทรงถามต่อ
“องค์หญิงจะถูกถอดยศถาบรรดาศักดิ์เป็นเพียงสามัญชนเท่านั้นพะย่ะค่ะ พระองค์จะทรงยินยอมหรือไม่” หานอู่แอบกังวล
“เพื่อเจ้าแล้ว ข้ายินยอมเป็นสามัญชน และถ้าเจ้าอยู่ที่ไหน ข้าก็จะขอติดตามไปอยู่ด้วย แม้เจ้าจะว่าข้าเป็นฮูหยินจอมป่วนก็ตาม” องค์หญิงตรัสอย่างเขินๆ
หานอู่นั่งกอดองค์หญิง สักพักเขาก็ค่อยๆ คลายอ้อมกอด แล้วค่อยๆ เข้าไปจูบพระองค์
องค์หญิงก็ทรงยินยอมจูบกับเขาตอบ โดยไม่สนพระทัยสิ่งใด
ฉากหวานนี้ผ่านไปนานพอสมควร
สักพักก็มีเสียง “แอะ แฮ่ม!” ฉินฟงกระแอม
ทั้งสองถึงยอมหยุด
“เจ้าเอาเปรียบข้านะหานอู่ สนใจแต่คนรัก ไม่ยอมไปช่วยข้าตามหาฉินฟุเลยนะ” ฉินฟงแซว
องค์หญิงทรงเขินจนหน้าแดง หานอู่จึงดึงองค์หญิงเข้ามากอดเพื่อให้องค์หญิงทรงซบไปที่อกเขา และคุยกับสหายจอมขัดจังหวะ “แล้วเจ้าหาเจอมั้ยล่ะ”
“ไม่เจอ เขาหนีไปได้เช่นเคย แต่บรรดาลูกน้องของเขาถูกจับหมดแล้ว ต่อไปผู้อาวุโสก็คงชำระความเอง” ฉินฟงรายงานสถานการณ์
“งั้นพวกเรากลับกันเถอะ เจ้าต้องกลับไปดูชิงชิงไม่ใช่หรือ” หานอู่พยายามกำจัด ก ข ค
“ทีอย่างนี้ไม่สนใจสหายเลยนะ กำลังหาทางกำจัดก้างอย่างข้าล่ะสิ” ฉินฟงกล่าวอย่างรู้ทัน
“รีบไปได้แล้ว” หานอู่รีบไล่
“555 ตามสบายแล้วกันเพื่อน” ฉินฟงหัวเราะเสียงดังก่อนจะกระโดดหายตัวไป