ยามสายวันถัดมา ขณะที่แสงแดดอ่อนกำลังเปลี่ยนเป็จ้าร้อน ความสงบสุขในโรงครัวประจำสำนักกระบี่เมฆาคล้อยก็สั่นะเืเบาๆ
หลินเฉากำลังง่วนอยู่กับการนวดแป้งเตรียมเส้นบะหมี่ หางตาพลันเห็นเงาดำตวัดแวบผ่านประตูหลังออกไป เขารีบหันขวับไปมอง ทันเห็นลูกหมาดำสับขาวิ่งฉิวตรงดิ่งสู่แนวป่ามรณะ
"เฮ้ย! เ้าหนู! ทางนั้นมันอันตรายนะโว้ย!" หลินเฉาร้องเสียงหลง ทิ้งก้อนแป้งในมือ คว้าตะหลิวเหล็กคู่กายวิ่งตามออกไปทันที
*หึหึ... ตามมาสิไอ้เด็กโง่* เยี่ยนอู๋วิ่งนำหน้าอยู่ไม่ไกล แสยะยิ้มในใจ *ในรั้วสำนักมีแต่พวกกระจอก สู้หลอกล่อให้เ้าไปตายด้วยน้ำมือของสัตว์อสูรในป่ามิได้!*
ชายป่ามรณะแม้จะเป็เพียงพื้นที่ชายขอบ แต่กลับอบอวลไปด้วยกลิ่นอายอับชื้นและบรรยากาศชวนขนลุก ต้นไม้สูงใหญ่แผ่กิ่งก้านบดบังแสงแดดจนมืดครึ้ม หลินเฉาวิ่งหอบแฮ่กเข้ามา สายตากวาดมองซ้ายขวาอย่างร้อนรน
ทันใดนั้น เขาก็เหลือบไปเห็นเงาคนคุ้นตาที่ริมพุ่มไม้
ศิษย์พี่เคนหนีกำลังก้มๆ เงยๆ เก็บเห็ดและสมุนไพรป่าอย่างอารมณ์ดี "อ้าว! ศิษย์น้องหลิน! มาทำอะไรแถวนี้ล่ะ ป่านี่มันอันตรายมากนะ..."
ฟุ่บ!!!
ยังไม่ทันขาดคำ งูอนาคอนด้าตัวใหญ่เท่าท่อนซุงก็ทิ้งตัวลงมาจากเบื้องบน ฉกกลืนร่างของเคนหนีหายวับไปกับตา! แล้วก็หล่นลงนอนแผะผึ่งพุงกองอยู่ตรงนั้น ราวกับเป็เื่ปกติธรรมดาของมัน
"บัดซบ! งูฆ่าศิษย์พี่เคนหนีอีกแล้ว!" หลินเฉายกสองมือป้องหน้าตัวเอง อ้าปากค้าง
เขาถอนหายใจเฮือกใหญ่ก่อนจะเดินต่อไปอย่างเคยชิน "ช่างเถอะ เดี๋ยวพรุ่งนี้ศิษย์พี่ก็คงฟื้นกลับมาซื้อบะหมี่เองแหละ... ตามหาเ้าหมาสำคัญกว่า"
เยี่ยนอู๋ที่ซุ่มดูอยู่หลังโขดหินลอบเบ้ปาก มันส่ายหัว ก่อนจะรวบรวมสมาธิ แผ่จิตััออกไปรอบบริเวณ น่าแปลกใจที่สัตว์อสูรแถวนี้กลับมิได้สำเหนียกถึงการมีอยู่ของมัน หรือว่ากลิ่นอายอสูราของมันสลายกลายเป็ธาตุอากาศไร้คุณค่า หรือเป็เพราะมันถูกกักขังไว้ในร่างสุนัขตัวจ้อยร่อยนี่?
*เจอแล้ว...* ดวงตาของลูกหมาดำวาวโรจน์ มันพบเหยื่อชั้นดีที่เหมาะจะใช้ยืมมือฆ่าหลินเฉา
'เสือเขี้ยวพิษ' สัตว์อสูรหน้าตาคล้ายเสือลายพาดกลอนขนาดเท่าลูกวัว หางยาวราวกับแส้ ริมฝีปากสองข้างมีเขี้ยวโง้งยาวสีเขียวอมม่วง มันเดินอาดๆ อย่างอวดเบ่ง ใบไม้ใบหญ้าสองข้างทางถูกน้ำลายสีม่วงเข้มที่หยดลงจากเขี้ยวเผาไหม้จนเหี่ยวเฉาเป็ทางยาวอยู่เื้ั
"กรอดดดด... บ๊อกๆๆๆ "
เยี่ยนอู๋แกล้งทำเสียงขู่คำรามเพื่อดึงดูดความสนใจของสัตว์ร้าย
เ้าสัตว์ั์เขี้ยวโง้งตอบสนองฉับไว วิ่งห้อพุ่งทะยานมาตามเสียงเห่า จนกระทั่งทะลุผ่านพุ่มไม้ใหญ่ตรงเข้าหาลูกหมาดำ
หลินเฉาที่เดินคลำทางมาทันพอดี หัวใจแทบหยุดเต้น
"เ้าหมาน้อย! ระวัง!" เขาะโลั่น ไม่รู้เอาความกล้ามาจากไหน รีบพุ่งถลาเข้าไปขวางหน้าเสือร้ายไว้ สองมือจับตะหลิวเหล็กยกขึ้นบังตัวด้วยความสั่นเทา
"โฮกกกกกก!"
เสือเขี้ยวพิษคำรามกึกก้อง ก่อนจะกระโจนเข้าใส่หลินเฉาอย่างเกรี้ยวกราด ฟาดกรงเล็บแหลมคมหมายตะปบร่างของเขา
ทว่าในห้วงเวลาแห่งความเป็ความตายนั้น หลินเฉารู้สึกเหมือนเวลาเดินช้าลง ทุกอย่างดูเหมือนภาพสโลว์โมชัน ความกลัวตายพุ่งทะลุขีดสุด!
และในเสี้ยววินาทีนั้นเอง... พันธะิญญาที่หลับใหลก็ถูกกระชากอย่างรุนแรง!
"เอ๋งงงง!"
เยี่ยนอู๋ที่แอบลุ้นให้หลินเฉาโดนตะปบหัวหลุด พลันเบิกตากว้าง จู่ๆ ภาพตรงหน้าก็หมุนคว้าง ร่างสุนัขของมันอ่อนยวบลงกับพื้นอย่างไร้สาเหตุ รู้สึกไร้เรี่ยวแรงอย่างกะทันหันจนสติดับวูบไปชั่วขณะ
ในพริบตานั้นเอง กระแสปราณอันบ้าคลั่งถูกกระชากออกจากทะเลปราณของเยี่ยนอู๋ ไหลทะลักทะลวงผ่านตำแหน่งที่ควรจะเป็จุดกำเนิดปราณเข้าสู่ร่างของหลินเฉา ร่างกายของเด็กหนุ่มถูกพลังมหาศาลอัดกระแทกผ่านเส้นลมปราณที่ตีบตันจนขยายพองออกในพริบตา พร้อมความรู้สึกเ็ปรวดร้าวที่แผ่กระจายไปทั่วร่างอย่างเฉียบพลัน
หลินเฉาไม่ได้รู้ตัวเลยว่ากำลังดึงพลังระดับอสูรามาใช้ เขาเพียงแค่หลับตาปี๋ ร้องะโสุดเสียงด้วยความหวาดกลัว และฟาดตะหลิวเหล็กในมือสวนไปข้างหน้าอย่างสะเปะสะปะ!
ทว่า ตะหลิวเหล็กธรรมดาๆ กลับแฝงไปด้วยวิถีปราณเมฆาผลาญชีพแห่งสำนักกระบี่เมฆาคล้อย คลื่นกระบี่สีดำทมิฬก่อร่างเป็ัผงาด ก่อนจะพุ่งเข้าเสยปลายคางของเสือเขี้ยวพิษอย่างจัง ตามด้วยเสียงโลหะปะทะเนื้อหนังดังสนั่น
ผัวะ!!
โอ้กกกก!!!
กรามของสัตว์อสูรแหลกละเอียด ร่างมหึมาปลิวหวือทะลุต้นไม้ไปกระแทกกับโขดหินใหญ่จนหินแตกกระจาย มันกระตุกเพียงครั้งเดียวแล้วสิ้นใจตายคาที่
หลินเฉาลืมตาขึ้นมาอย่างงุนงง เขามองซากเสือที่นอนคอหักอยู่ไกลออกไป สลับกับมองตะหลิวบิ่นๆ ในมือที่กำลังสั่นระริก
"ฟะ... ฟลุ๊ค นี่ข้าฟลุ๊คใช่ไหมเนี่ย..." เขาพึมพำ เหงื่อเย็นแตกพลั่กเต็มหน้าผาก "สงสัยข้าจะใช้พลังแฝงตอนใ แล้วฟาดไปโดนจุดตายของมันพอดี โชคดีจริงๆ ที่รอดมาได้ ์คุ้มครองคนขายบะหมี่แท้ๆ!"
ห่างออกไปไม่ไกล เยี่ยนอู๋ค่อยๆ ปรือตาตื่นขึ้นมาด้วยสภาพลิ้นห้อยหอบแฮ่ก มันรู้สึกเหมือนเพิ่งโดนูเาทับ ร่างกายหนักอึ้งราวกับก้อนหิน
*เกิดอะไรขึ้น... ร่างกระจอกนี่มันเป็อะไรอีกแล้ว!* มันสบถในใจอย่างหงุดหงิด ก่อนจะหันไปมองผลงานของเสือเขี้ยวพิษ ทว่าภาพที่เห็นกลับทำให้ดวงตาสีเืเบิกกว้างแทบถลน
เสือเขี้ยวพิษนอนคอหักตายอนาถอยู่ข้างโขดหินใหญ่ ส่วนหลินเฉายังคงยืนหยัดอย่างปลอดภัย แม้กำลังหอบตัวโยน!
*อะ... ไอ้สัตว์ไร้ค่า! ข้าอุตส่าห์วางแผนหลอกล่อมันมาประเคนให้เ้าถึงที่ ดันมาโดนตะหลิวโง่ๆ ฟาดตายเนี่ยนะ! บัดซบเอ๊ย!* อสูรเฒ่าด่ากราดในใจ โทษความไม่ได้เื่ของสัตว์อสูร โทษร่างกายที่อ่อนแอจนทำให้มันหน้ามืดวูบไปบ่อยๆ แล้วก็พาลโทษนู่นโทษนี่ไปตามประสา
ทว่าท่ามกลางความขัดใจ อสูรเฒ่าพลันสูดจมูกฟุดฟิด มันััได้ถึงกลิ่นอายอันทรงพลังบางอย่างที่ลอยคละคลุ้งอยู่ในป่า
ดวงตาของมันหรี่ลง *ป่าแห่งนี้เต็มไปด้วยสัตว์อสูรมากมาย ยิ่งลึกก็ยิ่งแข็งแกร่ง... หากข้าล่อเ้าเด็กนั่นเข้ามาบ่อย ๆ สักวันย่อมต้องมีสักตัวที่ขย้ำมันสำเร็จจนได้!*
ขณะที่เยี่ยนอู๋กำลังใช้ความคิด หลินเฉาก็เดินเข้ามาอุ้มมันขึ้นอย่างทุลักทุเล "รอดแล้วนะเ้าหมาน้อย... คราวหลังอย่าซนวิ่งเข้ามาในนี้อีกรู้ไหม ข้าหัวใจจะวาย"
เขายกเ้าตัวน้อยขึ้นแล้วเอาหน้าซุกไซ้พุงนิ่มๆ ของมัน โดยไม่สนใจท่าทางสะอิดสะเอียนของเ้าลูกหมา ก่อนจะหันไปมองซากเสือเขี้ยวพิษ ดวงตาของเถ้าแก่ร้านบะหมี่พลันเป็ประกายวิบวับ
"อืม... ตัวใหญ่ขนาดนี้ เนื้อคงเยอะน่าดู..." หลินเฉาเลียริมฝีปาก "เอากลับไปตุ๋นทำน้ำซุปบะหมี่ดีกว่า!"
ว่าแล้วก็เอาลูกหมาดำหนีบไว้กับตัวข้างหนึ่ง มืออีกข้างคว้าหางเสือเขี้ยวพิษลากไปด้วย ระหว่างทางขากลับก็เหลือบไปเห็นเ้างูอนาคอนดาที่ยังคงนอนอืดอยู่ที่เดิมแล้วก็ได้แต่ส่ายหัว
"ศิษย์พี่ข้าไปก่อนนะ เดี๋ยวคงพบกันใหม่ที่สำนัก"
ก่อนจะเดินฮัมเพลงลากซากเสือตัวใหญ่กลับโรงครัวอย่างเบิกบานใจ ทิ้งให้ป่ามรณะกลับคืนสู่เงียบสงัดราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น