บนท้องฟ้าเต็มไปด้วยสัตว์ร้ายที่บินว่อนเต็มไปหมด ด้านหน้ามีสิ่งมีชีวิตลึกลับที่จะบอกว่าเป็มนุษย์ก็ไม่สามารถพูดได้เต็มปาก หน่วยสนับสนุนที่ถูกส่งมาช่วยเหลือต่างถูกทำลายจนสิ้น สมาชิกส่วนใหญ่ไม่สามารถทำการต่อสู้ได้ จะกล่าวได้ว่าสถานการณ์ตอนนี้วิกฤติอย่างแท้จริง
“ แค่กๆๆ นี่มันเกินขอบเขตของสิ่งที่มนุษย์จะทำได้แล้วน่ะ ใครมันสร้างไอ้ตัวประหลาดพรรค์นี้ออกมาว่ะ ” ไม้บ่นอย่างหัวเสีย
“ นี่มันต่างจากมนุษย์ทดลองที่ผ่านๆมาเลย ” สิงห์ที่กระดูกเริ่มผสานกันแล้วเอ่ยออกมา
“ อย่าคิดเอาสายเืที่สูงส่งของข้าไปเปรียบเทียบกับ สิ่งมีชีวิตชั้นต่ำเฉกเช่นพวกเ้า ” มันพูดพร้อมกับเดินเข้าไปหาไม้ที่อยู่ใกล้ที่สุด
“ แล้วมันสูงส่งมากไหมว่ะไอ้สายเืของแกเนี่ย ” ไม้มองร่างตรงหน้าอย่างท้าทาย
“ อยากจะพูดอะไรก็พูดมาเถอะ เพราะนั่นเป็สิ่งสุดท้ายที่เ้าสามารถทำได้ในตอนนี้ ” มือที่เหมือนคีมเหล็กยื่นไปที่ลำคอของไม้พร้อมยกร่างขึ้นจนเท้าห่างจากพื้น หากสถานการณ์ก่อนหน้านี้คือวิกฤติแล้ว ตอนนี้คงกล่าวได้อย่างเต็มปากว่า สิ้นหวังอย่างแท้จริง
ด้านเรย์
“ ซอมบี้ ? ” เรย์มองภาพของซากศพนับสิบที่เดินอย่างไร้จุดหมายด้านล่างพร้อมกลับครุ่นคิด
“ แปลก พวกมันมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไง ถึงที่นี่จะมีความเชื่อเกี่ยวกับซอมบี้อยู่ในรูปแบบของอาวุธชีวภาพก็เถอะ แต่จากที่ััได้นี่มัน หรือว่า !!! ” พูดยังไม่ทันได้ขาดคำ ััถึงอันตรายก็จู่โจมมาจากด้านหลัง ทำให้เรย์รีบกระโจนออกจากจุดที่ยืนอยู่ทันที
ตูม !!! ลูกไฟที่ไม่ทราบว่าพุ่งมาจากตรงไหน เข้าปะทะกับจุดที่เรย์ยืนอยู่เมื่อครู่จนทำให้คอนกรีตเสริมเหล็กต่างกระจุยออกมาในทันที
“ โอ๊ะ ไม่คิดว่าจะหลบได้น่ะเนี่ย ท่าทางข้าจะได้หุ่นเชิดที่สุดยอดแล้วสิ ” เรย์ที่หลบออกมาหันกลับไปมองต้นเสียง ก็พบกับร่างสูงประมาณ 1 เมตร ิัมีสีม่วง หน้าตาและใบหูคล้ายค้างคาวมือซ้ายมีลูกแก้วที่เหมือนจะถูกฝังเข้าไป 2 ลูก ลอยอยู่บนอากาศ
“ ดีมอน ทำไมเผ่าพันธุ์ที่ได้ชื่อว่าถูกทำลายไปแล้วถึงมาอยู่ที่นี่ได้ ” เรย์ที่เห็นร่างตรงหน้าเอ่ยอย่างเคร่งเครียด
“ หืม รู้จักพวกข้าด้วยงั้นรึ อย่างที่คิดเ้าน่ะ เหมาะที่จะมาเป็หุ่นเชิดให้ข้าเป็ที่สุด ” สิ้นเสียงร่างของ ดีมอน ก็พุ่งเข้ามาพร้อมกับลูกไฟในมือที่กระหน่ำยิงไปที่เรย์
เรย์มองลูกไฟที่ลอยเข้ามาด้วยสายตาสงบนิ่ง มือขวาที่ว่างอยู่เริ่มกำที่ด้ามจับของคาตานะในมือ ขณะนั้นเองชั่วแมลงขยับปีก ลูกไฟที่ลอยมาทั้งหมดต่างถูกผ่าออกเป็สองส่วนทันที สร้างความฉงนให้กับอีกฝ่ายเป็อย่างมาก
“ สงสัยข้าคงต้องประเมินเ้าใหม่ซ่ะแล้วสิ เอาล่ะเหล่าทาสที่ซื่อสัตย์ของข้าเอ๋ยจงไปฉีกกระฉากมันให้ข้าซ่ะ ” กล่าวจบมันก็ชี้นิ้วไปที่เรย์
เหล่าซอมบี้ที่ตอนแรกต่างเดินไปเดินมาอย่างไร้จุดหมายต่างพร้อมใจกันวิ่งมาที่เรย์ในทันที
“ ตอนแรกก็สงสัยอยู่หรอก แต่ตอนนี้มั่นใจแล้วการที่ศพพวกนี้ขยับได้เป็เพราะแกซิน่ะ ”
ดีมอนที่ได้ยินดังนั้นก็หัวเราะร่า พร้อมกล่าวออกมา “ ฮ่าๆๆๆ ถูกต้องแล้วข้าจะบอกอะไรให้อีกอย่างน่ะ ถึงแม้ข้าจะตายไปแต่ซากศพพวกนี้จะยังคงอยู่ต่อและมันก็จะทำได้เพียงฆ่า แล้วก็เปลี่ยนเผ่าพันธุ์ของพวกเ้าให้เป็ศพเดินได้ยังไงล่ะ ”
“ ส่วนตอนนี้เ้าก็ได้เวลาที่จะตายแล้ว ” พูดจบ ก็ปรากฏหอกไฟที่มือของมัน
“ ตายซ่ะ ” หอกไฟที่ได้รับการกระตุ้นก็พุ่งมาทางเรย์ด้วยความเร็วสูง แต่เรย์ที่รวดเร็วไม่แพ้กันก็สามารถหลบหอกไฟนี้ได้ ก่อนที่หอกไฟจะพุ่งไปโดนซอมบี้ด้านหลัง
เรย์ที่พุ่งหลบออกมาก็ได้ทำในสิ่งที่ไม่น่าจะเป็ไปได้ ตอนนี้เขากำลัง เหยียบอากาศอยู่ !!!
“ พล่ามมาั้แ่เมื่อกี้แล้วน่ะ บอกเลยว่าฉันรำคาญแกสุดๆไปเลยหว่ะ ”
“ เป็ไปได้อย่างไง เผ่าพันธุ์พวกเ้าััไม่ได้แม้แต่เศษเสี้ยวของมานาด้วยซ้ำ ทำไมเ้าถึงสามารถใช้เวทย์เหยียบนภาได้ ”
ภาพที่เรย์สามารถใช้เหยียบนภาตรงหน้านั้น สร้างแรงกดดันให้มันอย่างยิ่งยวด เนื่องจากเผ่าพันธุ์ที่มันดูถูกดูแคลน สามารถใช้เวทย์มนต์ได้ ทำเอามันตระหนกไปกับเื่ที่เหนือความคาดหมายนี้ แต่ด้วยประสบการณ์ที่ผ่านการต่อสู้มา ทำให้มันตั้งสติได้ก่อนที่จะส่ง บอลไฟ และหอกไฟ เข้าไปสกัดไม่ให้เรย์พุ่งเข้ามาหามัน
บอลไฟและหอกไฟที่ถูกส่งออกมาพุ่งเข้าหาเรย์นั้น ถูกส่งออกไปอย่างมีแบบแผน หาใช่ถูกส่งออกมามั่ว ๆ บอลไฟที่ถูกส่งออกมาก่อนนั้น ต่างถูกเสริมด้วยหอกไฟที่ถูกส่งออกมาทีหลัง จนอุดช่องในการหลบจนหมดสิ้น
เรย์ที่เห็นภาพตรงหน้าจึงได้แสยะยิ้มออกมาก่อนพุ่งไปด้านหน้าโดยไร้ซึ่งความกลัว เหยียบ นภาถูกใช้ออกในการเปลี่ยนทิศทางกลางอากาศ เรย์สามารถหลบเวทที่ดีมอนส่งออกมาได้ในองศาที่ไม่น่าเชื่อ ราวกับว่าเรย์สามารถล่วงรู้ว่าเวทที่ถูกส่งออกมานั้น จะเคลื่อนที่ไปในทิศทางใด และถูกส่งออกมาในเวลาไหน
ดีมอนที่เห็นดังนั้นก็ลนลานทันที เวทที่ถูกส่งออกไปเหมือนส่งออกไปอย่างเสียเปล่า เรย์สามารถคำนวณ วิถี และทิศทาง ได้อย่างแม่นยำรวมทั้งยังสามารถใช้การเคลื่อนไหวเพียงเล็กน้อยในการหลบได้อีกด้วย ด้วยเหตุนี้เรย์จึงใช้เวลาไม่นานในการเข้าประชิดร่างของดีมอน ก่อนจะส่งดาบในมือเข้าฟาดฟันทันที
เคล้ง !!!
แต่สิ่งที่เกิดก็คือ เรย์ที่หวังจะสะบั้นคอของดีมอนตรงหน้า กลับถูกมันยกแขนขึ้นมาป้องกันได้ในเสี้ยววินาที แถมดาบที่เข้าปะทะกับแขนของดีมอนกลับทนแรงปะทะไม่ไหว หักสบั้นเป็สองส่วนทันที เมื่อเห็นภาพตรงหน้าดีมอนก็ส่งบอลไฟเข้าใส่เรย์ทันที เปิดโอกาสให้มันหลบหนีออกมาได้
ดีมอนเองที่อาศัยจังหว่ะในการหลบออกมา มันพยายามที่จะอยู่ให้ห่างจากเรย์มากที่สุด พร้อมกับประเมิณให้เรย์เป็ตัวอันตรายในทันที “ ยอมรับว่าข้าประเมิณเ้าต่ำไป แต่ตอนนี้อาวุธของเ้าก็ได้พังไปแล้ว จงยอมรับความพ่ายแพ้เสียเถอะ ”
เรย์ที่ได้ยินดังนั้นก็ได้แต่นิ่งไป คล้ายกับไม่ได้ยินสิ่งที่ดีมอนกล่าว สายตาจับจ้องเพียงคาตานะในมือที่เหลือเพียงครึ่งเล่มเท่านั้น ถึงสายตาจะจ้องไปที่คาตานะ แต่ประสาทััยังตื่นตัวอยู่ตลอดเวลา ในหัวเรย์ยังครุ่นคิดถึงสิ่งที่พ่อบุญธรรมบอกเอาไว้เมื่อนานมาแล้ว
“ เ้าจงใช้ดาบเล่มนี้ให้เหมือนเป็ส่วนหนึ่งในร่างกายเ้า ดูแลมัน รักษามัน จงใช้มันหากจำเป็ต้องใช้ แต่ว่าหากเมื่อใดก็ตามที่เ้าไม่สามารถรักษาดาบเล่มนี้เอาไว้ได้แล้ว เมื่อนั้นเ้าก็จงทำในสิ่งที่เ้าเห็นสมควรเสีย การที่เป็นักดาบหาใช่เพราะมีดาบอยู่ในมือ สิ่งในมือเ้าต่างหากที่จะบอกว่าเ้าเป็นักดาบหรือไม่ ”
“ สิ่งในมือเ้าต่างหากที่จะบอกว่าเ้าเป็นักดาบหรือไม่ งั้นเหรอ ” เรย์พึมพำพลางมองดาบในมือของตน “ นั้นสิน่ะ นักดาบไม่จำเป็ต้องใช้ดาบเสมอไปนี่ ” คล้ายบรรลุบางสิ่ง เรย์เก็บคาตานะที่เหลือเพียงครึ่งกลับเข้าฝักไป ในอดีตเรย์ใช้คาตานะเล่มนี้ในการต่อสู้มามากมาย ทุกครั้งเรย์พยายามที่จะให้เกิดความเสียหายกับมันให้น้อยที่สุด เพราะฉะนั้นการกวัดแกว่งดาบแต่ล่ะครั้งเรย์จึงใช้แรงไม่เต็มที่ หรือจะให้กล่าวก็คือเรย์พยายามใช้ดาบเล่มนี้เสมือนกับสิ่งที่ต้องระวังไม่ให้แตกหักหรือเสียหาย หาใช่สิ่งที่ดาบควรจะเป็ไม่
จริงอยู่ที่การรักษาอาวุธของตนในการต่อสู้มันก็เป็สิ่งสำคัญ แต่ถ้าหากให้มาพะวงว่าอาวุธตนเองจะเสียหายในการต่อสู้ จนไม่อาจดึงประสิทธิภาพของผู้ใช้ออกมาในการต่อสู้ได้อย่างถึงขีดสุด ถ้าอย่างนั้นไม่ใช้มือเปล่าไปเลยล่ะ อาวุธมีเอาไว้เพื่อคร่า ทำลาย รักษาชีวิต ปกป้อง หรืออะไรก็ตามที่กล่าวมา แต่ท้ายที่สุดแล้วอาวุธก็มีเอาไว้เพื่อ ทำตามเจตนารมณ์ของผู้ใช้ก็เท่านั้น
ตอนนี้สิ่งที่ค้างคาใจมานานได้รับการแก้ไขแล้ว เรย์รู้สึกขอบคุณดีมอนตรงหน้าเป็อย่างมาก แต่ั้แ่ที่เรย์เริ่มจับอาวุธเรย์ก็ใช้เพียงแค่คาตานะในมือเพียงเท่านั้น กล่าวได้ว่าเรย์ไม่เคยใช้อาวุธอย่างอื่นเลย ส่วนเวทย์มนต์ที่สามารถใช้ได้ก็มีเพียงแค่ เหยียบนนภาเท่านั้น การต่อสู้ตรงหน้าคงไม่ง่ายอย่างที่คิดเสียแล้วซิ
“ รู้อย่างนี้ น่าจะตั้งใจเรียนเวทกับยัยอวดรู้นั้นให้เยอะกว่านี้ก็ดี ” เรย์บ่นอุบอิบ
“ ในที่สุดก็สนใจเวทมนต์แล้วเหรอ ” เสียงที่ดังขึ้นเป็เสียงที่ดูอบอุ่นและน่าเกรงขามเป็อย่างมาก แต่เรย์ก็ไม่สามารถบอกได้ว่าเป็เสียงของผู้ชายหรือผู้หญิง แต่ถึงอย่างนั้นเรย์กับคุ้นเคยและถวิลหาเสียงนี้อย่างน่าประหลาด
“ นั่นใคร ”
“ เป็ใครไม่สำคัญ ข้าอย่างจะถามเ้าอีกครั้งเ้าสนใจที่จะเรียนเวทมนต์แล้วใช่ไหม ”
เรย์มองดีมอนตรงหน้าพลางขมวดคิ้ว หากจะพูดตามตรงเรย์ไม่เคยต่อสู้กับผู้ใช้เวทมาก่อน แถมอาวุธเพียงหนึ่งเดียวของตนก็ยังพังไปอีก ตอนนี้เรย์จึงหลือทางเลือกเดียวคือตอบรับเสียงปริศนานั้น
“ ใช่ถ้ามันสามารถเอาชนะไอ้ตัวตรงหน้านี้ได้ ” เรย์ตอบกลับอย่างห้าวหาญ
“ หึ ๆ สมแล้วที่เป็..... ” เสียงปริศนานั้นค่อย ๆ จางหายไป ก่อนที่ความทรงจำของใครบางคนจะเข้ามาในหัวของเรย์
ความรู้ที่เข้ามาในหัวเรย์นั้นคือการตรวจจับ กระแสมานาในอากาศ การเปลี่ยนมานาในอากาศให้เป็พลังธาตุ และกระแสมานาในเวทมนต์ พูดง่ายๆ มันคือแบบฝึกหัดเริ่มต้นของการเรียนเวทมนต์นั้นเอง
“ อ อ่าว นึกว่าจะสอนมหาเวทอะไรอย่างนั้นซ่ะอีก ทำไมกลายเป็บทเรียนปรับพื้นฐานไปได้ล่ะ ” เรย์ที่ตอนแรกหวังว่าตนจะได้เรียนเวท ที่สามารถกำจัดดีมอนตรงหน้าได้แสดงความผิดหวังออกมา
ฝ่ายดีมอนที่เห็นเรย์เงียบไปซักพัก ก่อนจะเริ่มพูดคนเดียวมันจึงคิดว่าเรย์อาจเสียสติจากการที่ดาบหักก็เป็ได้ “ หึ แค่อาวุธพังแค่นี้ถึงกับไม่สามารถทำใจได้เลยรึ น่าสมเพชยิ่งนัก งั้นข้าคนนี้จะส่งเ้าไปสู่ความตายให้เอง ” สิ้นเสียงมันก็กวัดแกว่งมือกลางอากาศ กลายเป็วงเวทที่ส่งกลิ่นอายสะอิดสะเอียนออกมา
ตัวมันนั้นเป็ดีมอน ที่มีความสามารถในการควบคุมซากศพ หรือก็คือเนโครแมนเซอร์นั้นเอง เพราะฉะนั้นเวทที่มันใช้สู้กับเรย์จึงมีแค่ หอกไฟและบอลไฟเพียงเท่านั้น แต่อย่าคิดว่าหอกไฟที่ออกมาจากมันจะอ่อนแอ เปล่าเลยมันสามารถเป่าคอนกรีตเสริมเหล็กจนกระจุยได้เลยทีเดียว
“ ตายซ่ะ จงภูมิใจเสียเถิดที่ตกตายภายใต้เวทที่ร้ายกาจที่สุดของข้าผู้นี้ ”
“ สูบิญญาผสานชีพ ”
จากนั้นวงเวทที่ลอยอยู่ด้านหลังของมันก็เปล่งแสงออกมา ก่อนที่เหล่าซอมบี้จะพากันล้มลงทีล่ะตัวจนหมด เรย์ที่เห็นดังนั้นก็มีสีหน้าเคร่งเครียดเพราะสิ่งที่เรย์เห็นในตอนนี้ คือดวงิญญาของคนที่กลายเป็ซอมบี้ทั้งหมดกำลังถูกรวบรวมเข้าไปในวงเวทด้านหลังจนหมด
“ หึๆๆ พลัง พลังมันเอ่อล้นออกมาแล้ว ” ตอนนี้ร่างกายของดีมอนตรงหน้ากำลังเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ร่างกายที่มีกล้ามเนื้อมากขึ้นจนเห็นได้ชัด ส่วนสูงที่เพิ่มขึ้นมา เรย์ััไดด้ถึงพลังที่มากขึ้นของดีมอนตรงหน้าได้อย่างชัดเจน
“ เอาล่ะเ้าอยากจะตายแบบไหน ” หลังรวบรวมดวงิญญาเสร็จ ดีมอนที่มีพลังเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้เอ่ยถามเรย์อย่างหยิ่งผยอง
“ สูงขึ้นแค่ สิบกว่าเซน ทำเป็เก่งน่ะแก ” เรย์เอ่ยคำยั่วยุออกไป สาเหตุที่เรย์ไม่เข้าไปขวางเวท สูบิญญาผสานชีพ เป็เพราะเรย์กำลังทำความเข้าใจ เกี่ยวกับการใช้มานาเป็สื่อกลางเพื่อที่จะปลดปล่อยเวทออกมา ตอนนี้เรย์มีความมั่นใจในการที่จะเสกไฟออกมา แต่เรย์ก็ไม่รู้ว่ามันจะออกมาในรูปแบบของอะไร อาจจะเป็ัเพลิง หรืออาจจะเป็แค่ ดวงไฟที่เล็กเสียยิ่งกว่าเปลวเทียนก็เป็ได้
“ ชิ ถ้ามีเวลามากกว่านี้ก็คงดี ” แต่ถึงจะพูดอย่างนั้นดีมอนตรงหน้าก็ไม่ปล่อยให้มีเวลาขนาดนั้นหรอก
ดีมอนที่รวบรวมพลังเสร็จพุ่งเข้ามาหาเรย์ ก่อนจะปล่อยหมัดออกไปอย่างรวดเร็ว
ตูม !!!
คล้ายโดนทุบด้วยค้อนขนาดใหญ่ เรย์ที่ยกแขนขึ้นมาป้องกัน ปลิวไปอย่างกับว่าวที่ไร้สายจนทะลุออกไปนอกอาคารเลยทีเดียว
“ อึก ไม่ใช่แค่ความเร็ว แต่พละกำลังก็เพิ่มขึ้งด้วย ” เรย์ ที่กลิ้งอยู่ที่พื้นได้ลุกขึ้นมา พร้อมกับกลืนก้อนเืที่มากองกันอยู่ในลำคอกลับลงไป
ไม่ถึงอึดใจ ดีมอนตนนั้นก็ตามออกมาพร้อมกับบอลไฟ และหอกไฟ “ หืม ” เรย์ที่สังเกตเห็นอะไรบางอย่าง ก่อนจะยิ้มออกมา
ตูม !!!! เรย์ที่ไม่หลบเวทไฟเ่าั้หรือเป็เพราะ ไม่สามารถหลบได้ ถูกกลืนหายเข้าไปในกองเพลิงที่ลุกโชนทันที
........................................................................................................................................