“แต่ผมก็ต้องการอุปกรณ์ระดับ 9 ด้วยเช่นกัน”วาสพูดต่อทันที อย่างที่รู้กันว่าแร่ดาวตกที่วาสมีมันไม่ใช่จำนวนน้อยๆ ถึงจะนำไปสร้างอุปกรณ์ให้เขาก็ยังเหลืออีกมากอยู่ดี
ไออ้อนมองหน้ามนุษย์หนุ่มอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะหัวเราะร่วนออกมา
“ฮ่าๆๆ เจ้านี่โลภมากจริงๆ ก็ได้! ถ้าเจ้าต้องการแบบนั้นข้าก็จะทำให้ แต่ขอบอกไว้ก่อนนะ ถ้าเจ้าเลือกสร้างอุปกรณ์ระดับ 8 ไปแล้ว เจ้าจะไม่สามารถนำมันมาหลอมกลับเป็นแร่ดาวตกอีกได้เพราะว่ามันไม่ได้บริสุทธิ์อีกต่อไปแต่เจือปนไปด้วยแร่ชนิดอื่น”วาสผงกศีรษะ เรื่องแค่นี้เขารับได้อยู่แล้ว
“แล้วนานแค่ไหนกว่าอุปกรณ์ของผมจะเสร็จ?”
“2ปี”
“หา!”วาสร้องเหวอ
“เจ้าคิดว่าแร่ดาวตกมันหลอมได้ง่ายๆหรือยังไง มันต้องนำไปแช่ในเตาเพลิงนับเดือนกว่าจะนำมาตีได้ นี่ยังไม่รวมถึงส่วนผสมอื่นๆอีกนะ”วาสย่นหน้าแต่ก็ไม่มีทางเลือกอื่น
“ระหว่างนี้ปู่ก็มาช่วยอะไรบางอย่างผมหน่อยสิ”
“ช่วยอะไร?”
“ช่วยมาซ้อมฝีมือกับผมบ่อยๆหน่อย”ไออ้อนเงียบไปแล้วฉีกยิ้มเย็นกล่าวว่า
“ไม่มีปัญหา! ข้าชอบกระทืบคนไม่มีทางสู้อยู่แล้ว”
หลังจากจบการพูดคุยไออ้อนก็บอกให้วาสส่งเขากลับไปอาณาจักรคนแคระ ทิ้งให้บุรุษหนุ่มลอยแช่น้ำสมุนไพรคนเดียวอยู่ที่ริมทะเลสาบ เขาแช่อยู่อย่างนั้นพักใหญ่ก่อนลุกออกมา
ชายหนุ่มข่มความเจ็บปวดเดินกะเผลกๆกลับไปที่บ้านพักของเขาโดยมีซากทัพคอยประคอง แต่ระหว่างทางนั้นเขาก็กวาดตาไปเห็นชาววีดคนหนึ่งที่นั่งเงียบอยู่คนเดียวใต้ต้นไม้ใหญ่ท้ายหมู่บ้าน
สายตาของเขาเหม่อลอยมองไปบนท้องฟ้าที่ไร้เมฆ ปล่อยอารมณ์ให้ล่องลอยไปในความคิด แววตาฉายความรู้สึกที่หลากหลายทั้งเศร้าหมอง คะนึงถึง และปวดร้าว
“ทำไมมานั่งอยู่คนเดียวละครับท่านผู้เฒ่า”เสียงของวาสดึงผู้เฒ่าเวนก้ากลับสู่โลกความเป็นจริง ชายชราชาววีดยิ้มรับวาสแต่ดวงตาไม่ได้ยิ้มตาม
“ข้าแค่ออกมาสูดอากาศเท่านั้นนะท่านวาส”ชายหนุ่มเดินช้าๆไปนั่งลงที่ขอนไม้ข้างๆผู้เฒ่าเวนก้า
“คิดอะไรอยู่งั้นหรอครับ...”แม้จะไม่ได้มองหน้ตรงๆ แต่คำถามของวาสก็เจาะเข้าลึกกลางใจของผู้เฒ่าเวนก้า
ชายชราก้มหน้าลงใบหน้าเหมือนแก่ชราขึ้นไปอีกหลายปี
“ข้า...แค่คิดถึงอดีตที่ผ่านมานิดหน่อยนะ คิดถึงบ้านเกิดที่ห่างไกล คิดถึงสหายร่วมเผ่าพันธุ์ที่ล่วงลับ คิดถึง....ชาววีดที่ยังมีชีวิตอยู่แต่ยังไม่ได้มาอยู่ร่วมกันที่โลกมิติอันแสนสงบสุขนี้”วาสรับฟังคำพูดของผู้เฒ่าเวนก้าเงียบๆ ถึงจะเคยได้ยินโตโต้บอกว่าเผ่าวีดทุกคนจะพยายามฆ่าตัวตายเมื่อถูกจับไป แต่มันก็ยังมีอีกหลายวิธีที่จะป้องกันการฆ่าตัวตายเหล่านั้น และพวกเขาก็คงมีชีวิตอยู่เหมือนตายทั้งเป็น
“อยากให้ผมช่วยอะไรไหมครับ?”ผู้เฒ่าเวนก้ามีสีหนาลังเล ก่อนจะยื่นบางอย่างให้วาส มันคือเปลือกไม้สีดำที่มีรูปต้นไม้ใหญ่สีขาวตัดกันสลักไว้ สัญลักษณ์ต้นไม้ขาวเรืองแสงวูบวาบ
“หากท่านเจอชาววีดคนอื่นที่โลกข้างนอก ขอให้ท่านพาเขากลับมาหาพวกเรา นำตรานี้ให้เขาดูแล้วเขาจะเชื่อใจท่าน”วาสรับคำหนักแน่น ไม่มีเหตุผลอะไรจะต้องปฏิเสธ จากนั้นเขาจึงเอ่ยถามถึงวัตถุดิบในการสร้างอุปกรณ์ 9
“เท่าที่ฟังมามีเพียงลาวาสวรรค์ที่ข้าไม่รู้จัก แต่ในวัตถุดิบทั้งหมด ข้าไม่มีมันในครอบครองเลยแม้แต่ชิ้นเดียว ต้องขออภัยจริงๆท่านวาส”ผู้เฒ่าเวนก้าเอ่ยด้วยน้ำเสียงรู้สึกผิด
“แล้วไม่มีข้อมูลของเจตจำนงเลยงั้นหรอครับ”ผู้เฒ่าเวนก้าหน้าเครียดพยายามเค้นหัวนึกถึงเรื่องราวในอดีต สุดท้ายก็ต้องผิดหวังส่ายหน้าออกมา
วาสถอนหายใจ เขาไม่คิดว่ามันจะหายากขนาดนี้
“ถ้าอย่างนั้นก็ช่างมันเถอะครับ แต่ผมมีอีกเรื่องหนึ่งที่จะขอรบกวน จากนี้ทุกวันช่วยเตรียมยารักษาบาดแผลอย่างดีที่สุดให้ผมด้วยนะครับ ผมคงจะต้องใช้มันเยอะเลยละ”
แฮ่กๆๆๆๆ! ปัง! อ๊ากกกก!
ร่างสูงลอยละลิ่วขึ้นฟ้า ต่อมาก็มีค้อนขนาดใหญ่ที่ลอยตามมากระแทกที่กลางท้อง ละอองเลือดถูกพ่นออกมาจากริมฝีปาก ภาพในสายตาพร่าเลือนมองแทบไม่เห็น
สัมผัสต่อมาที่รู้สึกคือร่างกระแทกเข้ากับพื้น พร้อมกับเสียงที่ดังขึ้นมาในหัว
-ท่านได้รับค่าสถานะลดความเสียหาย+1จุด--เนื่องจากค่าสถานะลดความเสียหายท่านมี77จุด จึงไม่อาจเพิ่มได้อีกนอกจากใช้แต้มสถานะ-
“พะ...พอแล้วตาแก่”ชายหนุ่มพูดเสียงแผ่ว พยายามใช้มือข้างหนึ่งดันพื้นเพื่อลุกขึ้นแต่ก็ต้องฟุบกายนอนลงเช่นเดิม ร่างกายของเขาเวลานี้เต็มไปด้วยบาดแผล แขนข้างหนึ่งม่วงช้ำไปทั้งแขน ลำตัวเต็มไปด้วยร่องรอยการถูกชกและฟาดด้วยค้อน
“จบแล้วงั้นหรอ เฮ้อ! เหงื่อข้ายังไม่ทันออกเลยนะ”ไออ้อนเดินเอาค้อนพาดบ่ามาหาวาส ชายหนุ่มที่มีสภาพเละเทะแค่นเสียงแต่ก็ไม่พูดอะไร ขืนพูดมากมีหวังไออ้อนกระทืบเขาต่อแน่นอน
“เอาละ! งั้นก็กลับกันเถอะ”ไออ้อนคว้าคอเสื้อวาสและโยนเขาไปพาดบนหลังซากทัพม้าราวกับเขาเป็นผ้าขี้ริ้วผืนหนึ่ง และกระโดดขึ้นซากทัพม้าอีกตัวแล้วขี่นำไป
ชายหนุ่มที่ตอนนี้ขยับตัวแทบไม่ได้ไม่รู้จะทำอะไรจึงเปิดหน้าต่างสถานะและหน้าต่างสกิลขึ้นดู
หน้าต่างสถานะ Lv.27 ชื่อ วาส ดีวอยด์ อาชีพ [จ้าวแห่งความตาย],[ผู้ใช้มิติ] ฉายา [อัศวินสีเลือด],[วีรบุรุษสงคราม] ธาตุ - ค่าสถานะ กาย [77 จุด(max)]+10 ความเร็ว 77 จุด(max)]+5 จิตวิญญาณ [ 77 จุด(max) ]+5 ลดความเสียหาย 77 จุด(max)] ฟื้นฟู [77 จุด(max)] เพิ่มความสามารถสกิล [ 99 จุด ] แต้มสถานะ [ 0 จุด ] หน้าต่างสกิล -สกิล สุดยอดสัญชาตญาณ [ Lv.4 ( 35% ) ] -สกิล วิญญาณทมิฬ (352/472) [ Lv.4 ( 20 % ) ] -สกิล ซากทัพ [ Lv.4 ( 45 %) ] -สกิล อัญเชิญราชันแห่งความตาย [ Lv.1 ( 1 % ) ] -สกิล โลกมิติ [ Lv.- ( ไม่สามารถเพิ่มได้ ) ] -สกิล มิติเชื่อมต่อ [ Lv.2 ( 75 % ) ] -สกิล วาร์ป [ Lv.2 ( 10 % ) ] -สกิล กระชากมิติ [ Lv.2 ( 15 % ) ] -สกิล ความพิโรธของพสุธา [ Lv.1 ( 0 % ) ] -สกิล กำแพงดิน [ Lv.2 ( 25 % ) ]
เวลาผ่านไปแล้วกว่า8เดือนนับตั้งแต่วาสเดินทางมาที่อาณาจักรของคนแคระ ตลอดเวลาที่ผ่านมาวาส ไป๋ฟางและโตโต้เดินทางไปมาระหว่างโลกมิติและอาณาจักรคนแคระบ่อยครั้ง แต่สิ่งเดียวที่มนุษย์หนุ่มมุ่งเน้นก็คือฝึกฝนเพิ่มค่าสถานะ เขาขอให้ไออ้อนมาช่วยซ้อมมือกับเขาทุก3วัน สาเหตุที่ต้องเว้นระยะเวลาถึง3วันก็เพื่อใช้เวลารักษาอาการบาดเจ็บที่เกิดขึ้นจากการฝึกซ้อมของวาส นานวันเข้าอาการบาดเจ็บของวาสก็ยิ่งทวีความสาหัสขึ้น แต่ร่างกายของเขาก็เริ่มวิวัฒนาการต่ออาการบาดเจ็บมากขึ้นเช่นกัน จากเดิมที่ต้องนอนซมอยู่หลายวัน ปัจจุบันนี้แม้แต่กระดูกที่แตกหักก็สามารถสมานเชื่อมต่อกันได้ภายใน2วันเท่านั้น! ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ต้องขอบคุณค่าสถานะฟื้นฟูของเขาด้วย ที่ทำให้เขาเริ่มห่างไกลจากการเป็นมนุษย์เช่นนี้ รวมถึงยารักษาชั้นยอดที่ผู้เฒ่าเวนก้าเตรียมไว้ให้เขาด้วยเช่นกัน หลังจากที่ทนทุกข์เป็นกระสอบทรายให้ไออ้อนเป็นเวลานาน ในที่สุดค่าสถานะทุกอย่างของวาสก็มาถึงจุดmaxทุกค่า ความแข็งแกร่งของวาสตอนนี้แตกต่างจากตอนทำสงครามกับพวกก็อบลินราวฟ้ากับเหว เวลานี้วาสมั่นใจว่าสามารถสู้กับขุนพลก็อบลินได้อย่างสูสีโดยไม่จำเป็นต้องใช้สกิลช่วย นอนเป็นผักอยู่นานที่สุดสายตาของบุรุษต่างวัยก็มองเห็นชายป่าทึบอยู่ไกลๆ ระหว่างที่วาสกำลังมุ่งเน้นอยู่ที่การเพิ่มค่าสถานะชาววีดและไป๋ฟางก็ไม่ได้อยู่เฉย พวกเขาเร่งดำเนินการสร้างโลกมิตินี้ให้เป็นโลกที่สมบูรณ์แบบ จากโลกที่มีแต่ผืนดินและผืนฟ้าก็เริ่มเต็มไปด้วยป่าไม้หลายร้อยกิโลเมตร โดยมีการวางแผนผังผืนป่าอย่างมีระเบียบสร้างสมดุลให้กับธรรมชาติผิดจากป่าทั่วๆไปในโลกภายนอก จากทะเลสาบเล็กๆข้างหมู่บ้านชาววีดก็แตกกระจายเป็นแม่น้ำสายเล็กๆหลายสิบสายทอดยาวเข้าไปในป่าคอยหล่อเลี้ยงพืชพรรณภายในป่า ถ้าเป็นโลกภายนอกเป็นไปไม่ได้ที่เวลาเพียงไม่กี่เดือนจะมีแม่น้ำหลายสิบสายและผืนป่ากว้างใหญ่ขนาดนี้ ทั้งหมดต้องขอบคุณชาววีด ไป๋ฟาง และแรงงานซากทัพของวาส เมื่อเดินทางตัดผ่านป่าใหญ่ ทั้งคู่ก็มาปรากฏอยู่ที่แปลงเกษตรกว้างใหญ่หลายร้อยไร่ที่มีรั้วไม้กั้นไว้จากชายป่า แต่ละแปลงถูกกั้นกันด้วยคูน้ำเล็กๆ แปลงเหล่านี้มีไว้สำหรับปลูกสมุนไพรของชาววีด บางแปลงเป็นที่ดินโล่งๆสำหรับปลูกสมุนไพรในที่แจ้ง บางแปลงมีหลังคาไม้ปิดไว้สำหรับสมุนไพรที่ไม่ชอบแดดมาก ชาววีดหลายคนกำลังก้มหน้าก้มตาดูแลสมุนไพรพอกวาดตาไปพบไออ้อนและวาสที่กำลังกลับมาก็โบกมือทักทายแต่ก็ยังไม่วายยิ้มเจื่อนลงทันทีที่เห็นสภาพของวาส แต่ก็ไม่ได้ตกใจเหมือนครั้งแรกๆที่เจอ ผ่านแปลงสมุนไพรไปก็มาถึงถึงที่อยู่ของชาววีด ไออ้อนไม่รอช้าโยนกระสอบทรายของเขาลงไปแช่ในน้ำต้มสมุนไพรที่เตรียมไว้อยู่ข้างทะเลสาบที่เดิม แต่เปลี่ยนจากถังแช่ตัวเล็กๆเป็นถังที่ใหญ่พอจะแช่ได้3-4คน รวมถึงน้ำต้มสมุนไพรที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นกว่าเดิม ชายหนุ่มร้องครางขึ้นเบาๆ ปล่อยตัวให้จมลงไปในน้ำลึก กลั้นลมหายใจซึมซับความรู้สึกอุ่นกายสบายตัวรอบๆ ก่อนจะผุดขึ้นมาสูดหายใจเข้าเฮือกใหญ่แล้วสะดุ้งโหยง จู่ๆตรงหน้าของเขาก็มีใบหน้าจิ้มลิ้มเค้าหน้าหมวยโผล่มาไม่ให้เขาได้ทันตั้งตัว
“กลับมาแล้วหรอ”ไป๋ฟางทักพร้อมกับรอยยิ้ม
“ถ้ายังไม่กลับจะเห็นไหมละ?”วาสยักคิ้วกวนๆ หญิงสาวหมั่นไส้จงใจเอื้อมมืดไปฟาดที่แผลเขา
ชายหนุ่มสะดุ้งร้องโอดโอยทำให้หญิงสาวยิ้มอย่างพอใจ แต่วาสกลับมองค้อนตาเขียว
“ฝึกเสร็จหนักๆก็มาทานอาหารเลยแล้วกัน รอนี่นะ ฉันจะไปเอามาให้”ไป๋ฟางกล่าวจบก็หันหลังตั้งใจจะไปยกอาหารมาให้วาส
“เดี๋ยวก่อนสิฟาง ฉันมีเรื่องจะคุยด้วย”คบหากันมานานวาสก็เลิกเรียกไป๋ฟางด้วยชื่อเต็มแล้ว
“เรื่องอะไรหรอ?”วาสทำหน้าครุ่นคิดอยู่พักหนึ่งก่อนจะพูดเสียงเบาว่า
“ต่อจากนี้ฉันจะเริ่มออกไปผจญภัยโลกภายนอกอีกครั้งแล้วนะ เธอรู้เรื่องวัตถุดิบสำหรับการสร้างอุปกรณ์ระดับ 9 ของฉันแล้วใช่ไหม?”ไป๋ฟางเงียบไป เธอรู้ว่าทำไมวาสถึงพูดถึงเรื่องนี้
“รอบนี้...ฉันตามไปด้วยไม่ได้ใช่ไหม?”วาสพยักหน้าช้าๆ จากข้อมูลที่ไออ้อนบอกว่าสถานที่ที่เขาจะไปมันอันตรายเกินไปสำหรับหญิงสาวอย่างไป๋ฟาง และเขาคงไม่อาจจะดูแลไป๋ฟางได้ตลอดเวลา
ทั้งสองมองหน้ากัน ก่อนที่หญิงสาวจะฝืนยิ้มออกมา
“ฉันเข้าใจแล้ว ไม่ต้องห่วง ฉันก็ตั้งใจจะกลับไปอยู่ที่บ้านสักพักเหมือนกัน จากครอบครัวมานานฉันก็ควรกลับไปอยู่กับพวกเขาบ้าง อีกอย่างผู้เฒ่าเวนก้าก็บอกฉันว่าช่วงนี้คงต้องหยุดปลูกป่าไปอีกพักใหญ่รอให้ทุกอย่างอยู่ตัวก่อนถึงจะเริ่มปลูกต่อได้ฉันก็คงไม่มีอะไรทำที่โลกมิตินี้แล้ว แต่ว่านายรับปากฉันข้อหนึ่งได้ไหม?”
“เรื่องอะไรละ”
“ถ้านายว่างเมื่อไหร่นายจะต้องกลับไปหาฉันทันที ถ้าเป็นไปได้อย่างน้อยฉันก็อยากจะเจอนายสัปดาห์ละครั้ง....ได้ใช่ไหม?”วาสยิ้มอย่างอ่อนโยนเอื้อมมือไปลูบศีรษะหญิงสาวอย่างแผ่วเบา
“เรื่องแค่นี้เอง ทำไมจะไม่ได้ละ”ไป๋ฟางยิ้มออกมาจับมือของคนรักมาแนบที่แก้มแล้วพูดอย่างร่าเริงว่า
“ไหนๆนายก็ต้องออกไปผจญภัยข้างนอกแล้ว นานๆทีถึงได้กลับมาที่โลกมิติ งั้นฉันจะไปบอกทุกคนให้จัดงานเลี้ยงฉลองให้นายแล้วกัน”กล่าวจบหญิงสาวก็หันหลังวิ่งไปที่หมู่บ้านชาววีดทันที ปกปิดใบหน้าที่เต็มไปด้วยความขมขื่นและสมเพชในความอ่อนแอของตัวเอง ถึงแม้เธอจะพยายามแค่ไหนสุดท้ายเธอก็ไม่อาจจะไปยืนเคียงข้างเขาได้ทุกสถานการณ์อยู่ดี...