ตอนที่ 187 ระเบิดศึก
นิทานถอนจิตออกมากลับสู่ความเป็นจริง เขาตบมือครั้งหนึ่งอย่างรวดเร็วเพื่อสังหารดวงเนตรที่ปรากฏขึ้นในพริบตาดวงนั้น หากเมื่อมันสูญสลายไปแล้ว ดวงเนตรอีกดวงหนึ่งก็ปรากฏขึ้นมาจากความว่างเปล่า จับจ้องมาทางพวกเขาอย่างรวดเร็ว
เมื่อเห็นว่านิทานหันไปโจมตีบางสิ่งอย่างไม่ทันตั้งตัว ทั้งกลุ่มก็ตอบสนอง โฮโจยิงศรออกไปสังหารดวงเนตรนั้น มันไม่ได้มีความถึกทนมากนัก เพียงศรจากโฮโจก็มากพอจะทำลายมัน
คีตาเห่าเสียงดัง แยกเขี้ยวคำราม ร่างของมันพุ่งไปอยู่ด้านหน้าสุดอย่างรวดเร็ว เป็นดั่งปราการที่กั้นขวางทุกสิ่งไม่ให้ผ่านตนไปได้ ในห้วงจิตของมันเห็นอย่างชัดเจนว่าระดับอริยะตัวนั้นกำลังเดินมาทางพวกตน
ดวงเนตรอีกหลายดวงเริ่มปรากฏขึ้นอีกครั้ง แม้จะทำลายไปส่วนหนึ่งหากก็ยังมีอีกนับสิบดวงที่รายล้อมพวกเขา ทั้งกลุ่มรับรู้ได้โดยทันทีว่าพวกเขาถูกพบตัวแล้ว กระบวนรบถูกก่อขึ้นอย่างรวดเร็วโดยมีโฮโจ ฟาง หมิง และเลโออยู่ภายใน
“ระดับอริยะตัวนั้นเห็นพวกเราแล้วครับ เนตรพวกนั้นเป็นคำแห่งพลังของมัน มันมีคำแห่งพลัง ฉีกกระชาก และเนตร อีกคำยังไม่ทราบครับ” นิทานพูดรัวเร็ว ร่มปกปักหทัยถูกกางออก เขาพุ่งร่างขึ้นหน้าไปเคียงคู่กับคีตา
ไม่จำเป็นต้องมีการอธิบายมากกว่านั้น เพชฌฆาตและอิซึมิพุ่งตัวออกไปจัดการเหล่าดวงเนตรแปลกประหลาดเหล่านี้อย่างรวดเร็ว แม้จะไม่ทราบว่ามันสามารถทำอะไรได้แต่ย่อมดีกว่าปล่อยพวกมันไว้เฉย ๆ แน่นอน
ไล่ตามถูกใช้ออก ร่างของคีตายามนี้พลังพวยพุ่งจากการเลือกเป้าหมายเป็นผู้พันลาลันตา พลังนั้นถูกถ่ายโอนไปให้นิทานอย่างรวดเร็ว พลังจิตวิญญาณของนิทานที่ได้รับการเสริมแล้วระเบิดขึ้น แรงกดดันแพร่ออกไปทั่วทิศทาง
เขาเชื่อมโยงตนกับคีตา ถ่ายโอนพลังจิตวิญญาณที่ยามนี้มีจนเหลือล้นกลับไปให้มัน คีตาใช้คำแห่งพลัง ไล่ตาม อีกครั้งหนึ่ง คราวนี้เป้าหมายคือชายหนุ่มนัยน์ตาสีน้ำเงิน
ทั้งสองพลังระเบิดขึ้นไปอยู่ในจุดสูงสุด พวกเขาไม่รีรอแต่อย่างใด คีตาพุ่งทะยานตัวออกไปอย่างรวดเร็ว ในปากคาบไว้ด้วยทัณฑ์สีขจีที่เติมพลังไว้เต็มสูบ
ระดับอริยะปรากฏร่างขึ้นตรงหน้าของมัน ก่อนหน้านี้มันยังไม่มีท่าทีจริงจังแม้แต่น้อย แต่เมื่อเห็นว่าเพียงพริบตาพวกมนุษย์อ่อนแอเหล่านี้กลับปลดปล่อยพลังในระดับเดียวกับมันได้ทุกสิ่งก็เปลี่ยนไป มันรู้สึกได้ถึงแรงคุกคาม ด้วยความเร็วของมัน เพียงพริบตามันก็มาปรากฏอยู่ด้านหน้าคีตา
แสงสีทองห่อหุ้มร่างของคีตาเอาไว้จนมันเปล่งประกายราวกับดารา ในป่าอันมืดมิดแห่งนี้ดาวตกสีดำดวงหนึ่งกำลังทะยานเข้าหาสิงโตครึ่งหมาป่า
ลูกธนูจำนวนมหาศาลถูกระดมยิงเพื่อสนับสนุน ศรของโฮโจถึงตัวมันก่อนหน้าคีตาเพียงพริบตา หากศรทั้งหมดกลับไม่แม้แต่จะสร้างรอยขีดข่วนได้แม้แต่น้อย มันเมินเฉยศรเหล่านั้นโดยสิ้นเชิง
ระดับพลังเพียงผู้เรียนรู้นั้นอ่อนด้อยจนเกินไป
ร่างของคีตากลายสภาพเป็นสีดำวาว พุ่งเข้าชนกับกรงเล็บแรกของสิงโตครึ่งหมาป่าโดยตรง เสียงปะทะดังลั่น แรงลมจากการปะทะนั้นพัดให้ต้นไม้ที่อ่อนแอบางต้นหักโค่นลง
กลางหน้าผากของหัวสิงโตเรืองแสงเจิดจ้า พลังฉีกกระชากขุมใหญ่อัดเข้าใส่ร่างของคีตา หากพลังปราการกลับสามารถป้องกันได้อย่างยอดเยี่ยม เสียงของคมเขี้ยวขูดเข้ากับก้อนเหล็กดังลั่นอย่างต่อเนื่อง แม้จะไร้บาดแผลภายนอกหากแรงปะทะนั้นก็มากพอจะส่งให้ร่างของคีตาเสียสมดุล
ร่างของคีตาลอยละลิ่วออกไปปะทะกับต้นไม้ใหญ่ มันกระอักเลือดคำโต แม้ร่างกายภายนอกจะไม่ได้รับความเสียหายหากแรงปะทะก็ทำให้อวัยวะภายในของมันปั่นป่วน
สิงโตครึ่งหมาป่าพุ่งเข้าใส่อีกครั้ง คราวนี้หน้าผากของมันส่องแสงเจิดจ้ามากกว่าที่เคย เขี้ยวของหัวหมาป่ายาวงอกออกมา เกิดประกายทำลายล้างอันน่าหวาดหวั่น ในเมื่อกรงเล็บของมันไม่อาจสังหารหมาป่าตรงหน้าได้ ครานี้จึงเป็นเขี้ยวที่แข็งแกร่งยิ่งกว่า!
ร่างของมันชะงักค้างในพริบตา ขาของมันติดกับพื้นอย่างน่าประหลาด ร่างที่เสียสมดุลเอียงลง หากก็ไม่มากพอจะทำให้สัตว์สี่ขาที่คล่องแคล่วเช่นมันล้มคะมำ
พริบตาที่ความเร็วของมันตกลงนั้นก็มากเพียงพอแล้วที่นิทานจะได้สนับสนุน แรงกดทับอันรุนแรงบีบอัดเข้าใส่ร่างของสิงโตครึ่งหมาป่าจนร่างกายของมันสั่นสะท้าน
นิทานโผล่ออกมาจากความว่างเปล่า เขายืนอยู่ทางด้านข้างของมัน มือทั้งสองของเขาจ่ออยู่ตรงอก มือคู่นั่นแข็งเกร็งจนเส้นเลือดปูดโปน สั่นสะท้านราวกับกำลังพยายามบีบบางสิ่งในฝ่ามือนั้น
เขาพยายามอย่างเต็มที่หากดูเหมือนว่าไม่ว่าอย่างไรเขาก็ไม่อาจประสานฝ่ามือคู่นั้นเข้าด้วยกันได้
สิงโตครึ่งหมาป่าคำรามอย่างดุร้าย ร่างของมันพองขยายขึ้น กล้ามเนื้อบนร่างเกร็งแน่นจนปูดโปน มันค่อย ๆ ดันแรงกดทับที่บีบมันจากทั้งสองฝั่งนี้ออกจากกัน นิทานกัดฟันแน่น มือทั้งสองที่เริ่มถูกดันออกเริ่มบีบกลับเข้ามาอีกครั้ง
การยื้อยุดนี้ราวกับใช้เวลานานหากความเป็นจริงแล้วเกิดขึ้นเพียงพริบตาเท่านั้น เมื่อมือของนิทานบีบอัดกลับมาได้ ร่างเงาสีดำก็กระโจนกลับมาจากต้นไม้ใหญ่ ในปากของมันคือทัณฑ์สีขจีที่มันไม่ได้ใช้ก่อนหน้า
เพียงพริบตาร่างเงานั้นก็เข้าถึงตัวของมัน มันนัยน์ตาเบิกกว้าง หัวของหมาป่าจับจ้องไปยังร่างของนิทานแทนที่จะจับจ้องการโจมตีตรงหน้า นัยน์ตาของมันเรืองแสงเจิดจ้า นิทานที่ถูกจับจ้องสัมผัสได้ถึงอันตรายถึงชีวิต เขารีบยกเลิกประสานหัตถ์ หยิบยืมปราการมาใช้ในพริบตา
เสียงของคมมีดที่กรีดฟันเข้าใส่ก้อนเหล็กดังขึ้นอีกครั้ง หากคราวนี้ก้อนเหล็กนั้นไม่ได้แข็งแกร่งดังเก่า ร่างกายของนิทานปรากฏเลือดไหลโชกทั่วร่างกาย
เมื่อเขาใช้ปราการ พลังของมันจะไม่สูงเท่ายามคีตาเป็นผู้ใช้เอง ยังไม่นับรวมเรื่องที่ร่างกายของเขาห่างไกลจากความถึกทนของคีตาอีก บาดแผลเหล่านั้นทำให้นิทานไม่อาจคงสภาพประสานหัตถ์ได้อีกต่อไป มันได้รับอิสระคืนอีกครั้ง
สิงโตครึ่งหมาป่าฉวยโอกาสในพริบตานั้นใช้หัวฝั่งสิงโตตวัดเขี้ยวตอบโต้กลับไป มันไม่ทราบว่าคมมีดสีเขียวมรกตนั้นมีอะไร แต่พลังที่แผ่ออกมาของมันทำให้มันไม่ไว้วางใจ
คีตาที่เสียจังหวะจากการถูกขัดขวางไม่อาจโต้ตอบทัน เขี้ยวนั้นวกเข้ามาจะขย้ำที่กลางร่างของมัน และยามนี้ปราการนั้นอยู่กับนิทาน
อย่างเดียวที่มันทำได้คือการสะบัดคอเขวี้ยงทัณฑ์สีขจีออกไป หวังเพียงว่าแรงระเบิดที่เกิดขึ้นจะลดความเสียหายต่อตัวมันได้บ้าง
นัยน์ตาของหัวหมาป่าเรืองแสงขึ้นอีกครั้ง คราวนี้มันจับจ้องไปที่ทัณฑ์สีขจี เสียงของคมเขี้ยวฉีกกระชากปรากฏขึ้นอีกครั้ง ทัณฑ์สีขจีราวกับถูกบางสิ่งกระแทกกลางอากาศ ปลิวออกไปไกล ไม่อาจขัดขวางได้แม้แต่น้อย
คีตากัดฟันเตรียมรับการโจมตี หากจังหวะนั้นเองที่ร่างของมันถูกดึงไปอีกทางด้วยพลังดึง ปากของสิงโตที่เตรียมจะขย้ำมันอยู่รอมร่อนั้นกลับถูกบังคับหุบลงอย่างรุนแรง
นิทานชูแขนสองข้างไปข้างหน้า การที่จะดึงคีตาให้รวดเร็วที่สุดและเสริมน้ำหนักพร้อมทั้งเชื่อมโยงปากของระดับอริยะให้หุบลงนั้นใช้พลังและสมาธิมหาศาล เขาจำต้องใช้สองแขนเพื่อแยกประสาท
เขี้ยวที่อัดพลังฉีกกระชากของมันเอาไว้เสียบเข้ากับริมฝีปากล่างของมันโดยไม่ตั้งใจจากการที่ปากของมันหุบลงกะทันหัน เสียงฉีกกระชากดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้เป็นหัวสิงโตที่ปากไหลเยิ้มด้วยโลหิตสด ๆ
มันคำรามอย่างโกรธแค้นเมื่อเห็นว่าปากของหัวสิงโตนั้นเต็มไปด้วยแผลเหวอะหวะ ต้องใช้ทั้งเวลาและผ่านความเจ็บปวดอีกยาวนานกว่าจะกลับมาหายดี
นัยน์ตาของมันเต็มไปด้วยความโกรธแค้น มันจับจ้องไปยังสองคู่หูที่ทำให้มันได้รู้สึกถึงความเจ็บปวดอีกครั้ง นานแค่ไหนแล้วที่มันไม่ได้รู้สึกถึงความเจ็บปวดเช่นนี้
ร่างของคีตาที่ถูกดูดกลับเข้าไปอยู่ข้างกายนิทานยืนหยัดขึ้นอย่างรวดเร็ว นิทานม่านตาหดวูบเมื่อเห็นว่านัยน์ตาของสิงโตครึ่งหมาป่าเรืองแสงขึ้นอีกครั้ง เขารีบกางร่มปกปักหทัยขวางเบื้องหน้าตน คว้าร่างของคีตามาหลบหลังร่มแล้วจึงก้มตัวลง
เสียงคมเขี้ยวฉีกกระชากดังแหลมแสบหู ร่มปกปักหทัยนั้นสั่นน้อย ๆ นิทานสัมผัสได้ถึงแรงปะทะที่ทำให้เขาต้องจับคันร่มไว้มั่นเพื่อไม่ให้มันกระเด็นออกไป
ด้วยขนาดอันใหญ่โตของร่มที่บดบังพวกเขาได้ทั่วตัว ยามที่ระดับอริยะนั้นใช้พลังออก มันจึงเห็นเพียงใบร่ม!
เมื่อเห็นว่าฉีกกระชากระยะไกลของมันไร้ผล มันจึงทะยานร่างเข้าประชิดอีกครั้ง มันไม่ยินยอมให้ถูกรุมล้อมจากทั้งสองทางอีก มันยังจำได้ดีว่าทั้งหมาป่าสีดำตัวนั้นและมนุษย์คนนี้ได้รับบาดเจ็บ!
หากเมื่อร่มนั้นถูกยกขึ้น กลับเป็นหมาป่าสีดำทมิฬที่ทะยานร่างเข้าหามันอีกครั้งด้วยพลังที่ไม่ลดน้อยลงกว่าเดิมไปเลย ใบหน้าของมันนั้นสดใสไร้ร่องรอยบาดเจ็บใด ๆ แม้แต่มนุษย์คนนั้นก็ไร้บาดแผลอย่างสิ้นเชิง
มันเข้าโรมรันกับหมาป่าสีดำอีกครั้ง มันสัมผัสได้ถึงแสงสีทองอ่อน ๆ ที่คลุมร่างของทั้งสอง นี่สมควรเป็นสิ่งที่รักษาพวกมันทั้งคู่
มันแบ่งภาคร่างของตน อาศัยหัวสิงโตเป็นตัวคุมร่างหลัก ส่วนหัวหมาป่านั้นห้อยตกลงราวกับไร้วิญญาณ จิตของมันครึ่งหนึ่งล่องลอยไปยังดวงเนตรนับสิบที่มันปล่อยทิ้งไว้
มันเห็นได้ชัดว่าพลังสีทองนั้นเกิดมาจากมนุษย์คนหนึ่งในกลุ่มที่อยู่ห่างออกไป มันจ้องมองอย่างเคียดแค้น ดวงเนตรดวงหนึ่งในนั้นเริ่มเกิดแสงจาง ๆ ขึ้น ดวงเนตรธรรมดา ๆ คู่นั้นเริ่มปรากฏอักษรโบราณมาสถิตไว้
นิทานเมื่อจับสังเกตได้ว่าหัวหนึ่งนั้นแปลกไป เขาจึงเปิดใช้พลังอาณาเขต จับจ้องโดยรอบทันที เขารู้สึกได้อย่างชัดเจนว่าดวงเนตรดวงหนึ่งปรากฏพลังจิตวิญญาณหนาแน่น
“ระวังครับ! มันใช้เนตรดวงหนึ่งโจมตีได้!” นิทานรีบตะโกนเตือนพวกพ้องของตน ในเวลาสั้น ๆ เขาทำได้แค่นั้น เขาจำต้องสนับสนุนคีตาต่อไป
นิทานเตะอากาศทะยานร่างของตนในพริบตาด้วยความเร็วที่เหนือล้ำยิ่งกว่าคีตาจนสิงโตครึ่งหมาป่าชะงักไป
ก้าวเหยียบนภา!
โฮโจคือผู้ที่ไวที่สุด เขายิงศรเสริมพลังดอกหนึ่งเข้าใส่อย่างรวดเร็ว หากคราวนี้มันกลับหักสะบั้นลงยามกระทบกับเนตรคู่นั้น ไม่อาจสร้างความเสียหายใด ๆ ได้
เนตรดวงนั้นเรืองแสงเจิดจ้า พลังจิตวิญญาณพวยพุ่งออก พวกเขาไม่อาจขัดขวางได้ทัน!
หากเป็นเพชฌฆาตที่ตอบสนองในจังหวะสุดท้าย สร้อยนับสิบบนร่างของเขาสลายกลายเป็นผุยผง พลังจิตวิญญาณในร่างไหลทะลักราวกับมหานที ดาบตัดเศียรในมือถูกตวัดฟันออกด้วยความเร็วที่น่าเหลือเชื่อ
“ฟัน!”
ลำแสงดาบนั้นปะทะเข้าการคมเขี้ยวไร้รูปจนเกิดเสียงปะทะดังกึกก้อง เลโอตั้งสติวาดคทาของตนไปยังลำแสงดาบนั้น ลำแสงดาบที่เกือบจะพ่ายแพ้ลงราวกับได้รับชีวิตใหม่ ฟันพลังนั้นทิ้งและฟาดฟันดวงเนตรดวงนั้นจนขาดสะบั้น
“มีอีกค่ะ” เสียงของฟาง หมิงตะโกนก้อง เธอชี้ไปยังดวงเนตรอีกดวงหนึ่งยามนี้เริ่มอัดแน่นไปด้วยพลังอีกครั้ง
เพชฌฆาตเดาะลิ้นอย่างขัดใจ เขาเตรียมฟันดาบตัดเศียรอีกครั้งหากระยะขนาดนี้เขาไม่อาจถวายสิ่งของเพื่อเพิ่มพลังได้ทัน ก่อนที่ดวงเนตรนั้นจะปรากฏอักษรโบราณจนเสร็จ กลับเป็นหอกยาวเล่มหนึ่งที่แหวกฝ่าอากาศเสือกแทงทำลายดวงเนตรดวงนั้นไปได้ทันท่วงที
เมื่อพลังจิตวิญญาณยังไม่ถูกอัดลงไปจนเสร็จสิ้น ความแข็งแกร่งของเนตรนั้นอ่อนแอลงจนแม้แต่ผู้เรียนรู้ยังทำลายได้
เป็นอิซึมิที่เตรียมตัวไว้ก่อนแล้ว ก่อนหน้านี้กับเนตรนั้นเขาไม่อาจช่วยอะไรได้ หากประสบการณ์บอกให้เขาเตรียมรับการโจมตีที่สอง เขาจึงเป็นคนแรก ๆ ที่สัมผัสได้ว่ามีดวงเนตรอีกดวงหนึ่งที่เริ่มรวมพลัง
ยามที่ฟาง หมิงชี้เป้าให้ หอกคู่ใจของเขาก็ทะยานออกไปทำลายดวงเนตรนั้นแล้ว