ข้ามโลกมาเป็นเซียนกระบี่ยอดนักต้มตุ๋น

    เล่มที่ 2 ตอนที่ 43 อดีตของหวังเค่อ

            ห้องบรรทมราชินี

            ราชินียังคงหลับใหลอยู่บนเตียงแต่หวังเค่อกับอ๋องต้าชิงจูเยี่ยนกลับนั่งอยู่ที่โต๊ะห่างออกไปไม่ไกล

            ทั้งสองเหมือนสหายเก่าที่เพิ่งได้กลับมาพบหน้ากันอีกครั้งหลังผ่านไปหลายปี

            “เจ้าเล่นหายหน้าหายตาไปตั้งหลายสิบปีข้าก็นึกว่าเจ้าตายไปแล้วซะอีก!” จูเยี่ยนเอ่ยเสียงเย็น

            “หึ ปีนั้นหากข้าเผ่นไม่ไวพอ ข้าก็คงตายไปนานแล้ว!”แต่หวังเค่อกลับมองจูเยี่ยนอย่างไม่ปลื้ม

            “ปีนั้น? ปีนั้นหากเจ้าไม่คิดก่อกบฏไหนเลยจะต้องหนี?” จูเยี่ยนเอ่ยเสียงต่ำ

            ขณะที่พูดจูเยี่ยนก็ยกป้านชาด้านข้างขึ้นมารินใส่จอก

            “เจ้ายังมีหน้ามาพูด? ปีนั้นราชวงศ์ต้าชิงเกิดการแย่งชิงอำนาจกันระหว่างองค์ชายตัวเจ้ามีฐานะอันใดให้พูดถึง? เจ้าเป็นแค่องค์ชายที่อ่อนแอที่สุด!หากไม่ใช่เป็นเพราะข้าช่วยเจ้าสุดความสามารถแล้วล่ะก็เจ้าจะผงาดขึ้นมาข่มแปดองค์ชายที่เหลือจนกลายเป็นอ๋องแห่งต้าชิงไปได้อย่างไร?”หวังเค่อถลึงตา

            จูเยี่ยนยกจอกชาขึ้นส่งให้กับหวังเค่อ “แต่เจ้าก็ยังก่อกบฏอยู่ดี!”

            “ผายลม! ตอนนั้นเจ้า จูเยี่ยน เคยพูดไว้ยังไงกับข้า?ทันทีที่เจ้าได้เป็นอ๋องแห่งต้าชิงเจ้าจะแบ่งแผ่นดินต้าชิงกับข้ากันคนละครึ่งมีฐานะเท่าเทียมกัน! แน่นอน ข้าไม่ได้หวังเลยว่าเจ้าจะทำตามที่รับปากแต่หลังจากที่ข้าช่วยเจ้าชิงตำแหน่งอ๋องมาอย่างน้อยที่สุดเจ้าก็ควรที่จะปกป้องตระกูลหวังของข้าไม่ใช่รึไง? แต่กลับเสร็จนาฆ่าโคถึก เสร็จศึกฆ่าขุนพล? ตระเตรียมล้างบางตระกูลหวังข้าเพื่อปิดปาก?”หวังเค่อถลึงตา

            “ตอนนั้นเจ้าจะมาโทษข้าไม่ได้!ข้าเองก็คิดดูแลตระกูลหวังของเจ้าอยู่เหมือนกัน! แต่เจ้าไม่เชื่อข้าเอง!ข้าจูเยี่ยนยังคงให้ความสำคัญต่อความรู้สึกอยู่!” จูเยี่ยนทอดถอนใจ

            “ให้ความสำคัญต่อความรู้สึก? ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า เจ้ากำลังล้อข้าเล่นอยู่หรือไง? สิ่งแรกที่ต้องทำเพื่อชิงตำแหน่งอ๋องคือการฆ่าพี่น้องของตัวเองทั้งแปดคน!เจ้ากังวลว่าพวกมันจะชิงบัลลังก์เจ้าพี่สาวน้องสาวเจ้าไม่มีทางชิงบัลลังก์ได้ถูกไหม? ที่พวกนางทำก็แค่จับกลุ่มกันติเตียนตัดพ้อสองสามประโยคแต่เจ้ากลับสั่งให้พวกนางปลิดชีพตัวเอง? คนพวกนั้นเป็นครอบครัวของเจ้า!เจ้าเล่นฆ่าพวกมันตายยกครัว เจ้าตั้งใจจะเดินบนเส้นทางสันโดษอย่างนั้นรึ?” หวังเค่อจ้องจูเยี่ยน

            “หนึ่งคนสำเร็จหมื่นคนเหลือเพียงเถ้ากระดูก!วิถีกษัตริย์คือเส้นทางสันโดษอยู่แล้ว! หวังเค่อเจ้าควรจะขอบใจข้าที่ไม่ล้างบางตระกูลเจ้าตั้งแต่ตอนนั้นจึงจะถูก!ข้าไม่ได้ทำผิดต่อเจ้า แต่เป็นเจ้าต่างหากที่หักหลังข้า!” จูเยี่ยนเอ่ยเสียงเคร่ง

            “ผายลม เจ้ากำลังหลอกใครอยู่? เจ้าจะบอกว่าตัวเองไม่ได้สั่งให้คนครัวในจวนข้าวางยาพิษทั้งตระกูลข้าในงานเลี้ยงมื้อค่ำงั้นสิ?เจ้าคิดว่าข้าก่อกบฏขึ้นมาโดยไม่มีสาเหตุ? มารดาเจ้าเถอะหากเจ้าไม่คิดทำร้ายตระกูลข้า ข้าจะก่อกบฏหรือ?” หวังเค่อตาโต

            “คนครัวคนนั้น?” หน้าของจูเยี่ยนหม่นลง

            “ตอนนั้นข้าจงใจให้มันถูกเจ้าซื้อตัวไปเอง!เจ้าคิดจริงหรือว่าตัวเองจะซื้อตัวคนของข้าได้?” หวังเค่อเอ่ยอย่างดูถูก

            “ก่อกบฏ? ตอนนั้นบัลลังก์ข้ามั่นคงดุจภูผา!เจ้าก่อกบฏไปแล้วจะได้อะไรขึ้นมา? สุดท้ายก็ยังต้องหนีหัวซุกหัวซุนอยู่ดีมิใช่รึไง?”จูเยี่ยนเอ่ยอย่างเคร่งขรึม

            “ข้าน่ะหรือหนี? ก่อกบฏไปก็ไม่ได้อะไรขึ้นมา?เหอเหอ จูเยี่ยน เจ้าคงลืมไปแล้ว วันที่ข้านำทหารล้อมวังเอาไว้เจ้าไม่ใช่กำลังนั่งตัวสั่นงันงกอยู่บนบัลลังก์หรอกหรือ? ข้าหนี?วันนั้น หากไม่ใช่ว่ามีศิษย์สำนึกเซียนโผล่มาเตือนข้ากะทันหันละก็!เจ้าคิดว่าข้าจะไปจากราชวงศ์ต้าชิงอย่างนั้นรึ?” หวังเค่อเอ่ยเสียงเย็น

            “ศิษย์สำนักเซียน?”

            “หากไม่ใช่เพราะศิษย์สำนักเซียนสอดมือเข้าแทรกแซงต้าชิงย่อมถูกเปลี่ยนมือไปตั้งนานแล้ว อ๋องอย่างเจ้าใจจืดใจดำเหลือทน!เจ้ารู้หรือไม่ว่าตอนที่ข้าก่อกบฏมีขุนนางส่งเทียบเชิญมาให้ข้ากี่มากน้อย? ก็เพราะเจ้าเอาชนะใจใครไม่ได้เลยไงล่ะ! เข่นฆ่าครอบครัวตัวเองสังหารขุนนางข้าราชบริพารเพื่อผลประโยชน์ส่วนตนไม่สนว่าพสกนิกรกำลังประสบเภทภัยอันใดอยู่ ความเจ็บแค้นของพวกมันก่อตัวขึ้นมานานแล้วตอนที่ข้าก่อการกบฏไล่ตั้งแต่เบื้องสูงยันเบื้องต่ำพวกมันล้วนให้การส่งเสริมข้าแต่น่าเสียดายข้าที่ได้คาดคำนวณทุกอย่างเอาไว้หมดกลับคาดไม่ถึงว่าจะมีสำนักเซียนมาโปรดราชวงศ์ต้าชิง!ตอนนี้ข้าถึงได้เข้าใจ คงเป็นบรรพชนเจ้าที่สั่งสมผลบุญจนมีสำนักเซียนมาอำนวยพรล่ะสิ?”หวังเค่อมองจูเยี่ยนขณะถาม

            “เจ้าพูดถูกแล้วบรรพชนอาของข้าครองตำแหน่งสูงอยู่ในสำนักเซียน! ไม่เพียงแต่ข้าแต่อีกสองราชวงศ์เองก็ใหญ่ไม่แพ้กันหากไม่มีสำนักเซียนหนุนหลังแล้วจะนั่งแท่นปกครองเหนือแผ่นดินนี้ได้หรือ? อีกอย่าง ข้าต่างก็มีผู้หนุนหลังจากทั้งฝ่ายธรรมะแล้วก็อธรรม!”จูเยี่ยนเอ่ยอย่างจองหอง

            “งั้นทำไมเจ้าถึงได้น่าสมเพชขนาดนี้?” หวังเค่อถามอย่างใคร่รู้

            จูเยี่ยน “…!”

            “มีสำนักเซียนหนุนหลังอยู่แท้ๆแต่ทำไมระดับฝึกปรือเจ้าถึงได้ต่ำเตี้ยเรี่ยดินนัก? ตอนที่ข้าจากไปเจ้ายังไม่บรรลุเซียนเทียนเลยด้วยซ้ำ!ที่เจ้าฝึกเป็นแค่วิชายุทธ์ธรรมดาเท่านั้นเองนี่?” หวังเค่อถามอย่างใคร่รู้

            คำพูดของหวังเค่อจี้ใจดำจูเยี่ยนอย่างจัง นี่เองก็เป็นเรื่องที่จูเยี่ยนพร่ำบ่นอยู่ทุกเมื่อเชื่อวันไม่เพียงแต่สำนักเซียนที่หนุนหลังมันอยู่ไม่ยกเคล็ดวิชาฝึกตนอันใดได้แต่ยังไม่ยอมให้ศิษย์สำนักเซียนสอนมันอีกด้วย? คิดว่าการได้เป็นอ๋องในโลกิยะทำให้ข้าพึงพอใจหรือไง?ข้าต้องการมีชีวิตยืนยาวต่างหาก!

            “ข้าเข้าใจแล้วคงเป็นเพราะว่าสำนักเซียนที่หนุนหลังเจ้าอยู่ต้องการที่จะปกป้องสายเลือดเจ้าไว้น่ะสิ!ให้สายเลือดสกุลจูสืบทอดต่อไปก็เพียงพอแล้วเพราะทันทีที่เข้าสู่สำนักเซียนที่ลึกล้ำดุจห้วงสมุทรทันทีที่เจ้าเลือกฝ่ายธรรมะหรืออธรรม ภัยพิบัติล้างตระกูลย่อมสามารถตามมาได้ทุกเมื่อ!เหอ นี่ถือเป็นการให้เจ้าได้มั่งมีอยู่ในโลกิยะอย่างไรล่ะ!” หวังเค่อหัวร่อ

            “แล้วยังไง? ตัวเจ้าไม่มีใครหนุนเลยด้วยซ้ำ!ยังไม่ใช่ว่าปีนั้นเจ้าถูกศิษย์สำนักเซียนขู่จนหัวหดจนต้องนำทั้งตระกูลหนีออกจากถิ่นปุถุชนไปหรอกรึ?”จูเยี่ยนเอ่ยเสียงเย็น

            “ปีนั้นข้าไม่มีหนทางเข้าแก่งแย่งในใต้หล้าแต่หลายปีมานี้ข้าพลันเข้าใจขึ้นมา แก่งแย่งใต้หล้าแล้วได้ผายลมอะไรขึ้นมาอีกสิบยี่สิบปีข้างหน้ายังไม่พ้นกลายเป็นผงคลีก้อนหนึ่งอยู่ดีหรอกรึ? ขอเพียงได้เข้าร่วมสำนักเซียน ฝึกปรือวิชาอายุวัฒนะนั่นต่างหากจึงสำคัญที่สุด!” หวังเค่อส่ายหน้า

            “เจ้าบรรลุเต๋าอายุวัฒนะแล้ว?” จูเยี่ยนนิ่วหน้า

            “ด้วยเดชะบุญของข้า ข้าจึงได้เข้าร่วมสำนักเซียนฝึกวิชาอายุวัฒนะของพวกเซียน! โลกิยะรึ? ไม่อยู่ในสายตาข้าอีกแล้ว!”หวังเค่อผุดยิ้มบาง

            “เข้าร่วมสำนักเซียน? งั้นก็ดีสิ!ท้ายที่สุดเจ้ากับข้าก็ได้พบหน้ากัน วันนี้เจ้ากลับมา ข้าขอดื่มให้เจ้าสักจอก!”จูเยี่ยนส่งจอกสุราให้หวังเค่อ

            หวังเค่อเดิมตั้งท่าจะพูดอะไรบางอย่างแต่แล้วก็เห็นลูกปัดที่อยู่บนข้อมือของอีกฝ่ายเข้าก่อน

            ลูกปัดคำนึงขององค์หญิงโยวเยว่? ลูกปัดที่ลูกปัดโหยหาของมันสัมผัสถึงไฉนจึงไปอยู่บนข้อมือของจูเยี่ยนได้?

            หัวใจของหวังเค่อดิ่งลงสะกดคำที่กำลังจะกล่าวลงไปก่อนรับจอกสุรานั้นมา

            เมื่อเห็นว่าหวังเค่อรับจอกสุราไปแล้ว จู่เยี่ยนเองก็ตาลุกวาว

            สุราป้านนี้ไม่ใช่ของดี แต่เป็นสุราที่มีพิษร้ายแรงปกติในช่วงเวลานี้ จูเยี่ยนจะทำการทรมานศิษย์สำนักเซียนฝ่ายธรรมะอยู่ใต้วังดังนั้นย่อมมีเสียงร้องหลุดรอดออกไปทันทีที่มีการเคลื่อนไหวใหญ่โตแบบนี้จำต้องมีทหารรักษาการณ์มาตรวจสอบและทุกครั้งจูเยี่ยนก็จะมอบสุราจอกหนึ่งฆ่าทหารรักษาการณ์ด้วยพิษที่อยู่ภายในให้คนในวังบังเกิดความครั่นคร้ามให้ทุกคนได้รับทราบว่าใครก็ตามที่มารบกวนห้องบรรทมของราชินีในยามวิกาลจำต้องตาย!ไม่งั้นถ้าวันนี้มีทหารรักษาการณ์ตามเสียงมาถึงตนยังสามารถตวาดไล่ไปได้แต่ถ้าพรุ่งนี้มีสนมนางกำนัลมาล่ะ? ถ้าวันหน้ามีมหาอำมาตย์บุกเข้ามาถามเรื่องราชกิจล่ะ?

            ไม่ว่าจะบุกเข้าห้องบรรทมของราชินีด้วยสาเหตุกลใดมันก็ไม่มีทางปล่อยให้เกิดขึ้นได้ทั้งนั้นเพราะทันทีที่ความลับใต้วังถูกเปิดโปงออกไป ตนย่อมไม่มีวันได้ผุดได้เกิดอีกแน่

            ประทานโทษตายไปหลายครั้งหลายครา ทำให้ไม่มีใครกล้าบุกเข้าห้องบรรทมของราชินีอีกนี่เองก็เป็นสาเหตุที่ว่าทำไมทันทีที่เหล่าทหารรักษาการณ์ได้ยินว่าหวังเค่อต้องการที่จะเข้าห้องบรรทมของราชินีก่อนหน้านี้พวกมันถึงได้หนีไปโดยไม่เหลียวกลับมามอง

            ในจอกมีสุราพิษ หวังเค่อไม่ได้ระแคะระคายเลยแม้แต่น้อย! ปีนั้นหวังเค่อบรรลุเป็นเซียนเทียนแล้วแม้จูเยี่ยนจะมั่นใจว่าตัวมันในตอนนี้สามารถสะกดข่มอีกฝ่ายได้แต่ถ้าสามารถใช้อุบายได้แล้วทำไมจึงจะไม่ใช้ล่ะ? สุรามีพิษจอกหนึ่งเมื่อกลืนลงท้องไปแม้แต่เซียนเทียนยังต้องตาย!

            หวังเค่อเป็นคนตื่นตัวระแวดระวังสุดประมาณ จูเยี่ยนยังกังวลว่าหวังเค่ออาจไม่ยอมรับสุราจอกนี้ไปจากตนก็ได้ดังนั้นจึงยอมเสียเวลาพูดคุยสัพเพเหระกับอีกฝ่ายอยู่นานสองนานแต่แล้วหวังเค่อกลับรับเอาจอกสุรานี้ไปง่ายๆ? วิเศษนัก!

            “จูเยี่ยนเจ้าไม่สงสัยบ้างเลยหรือว่าทำไมข้าถึงมาที่วังของเจ้าในวันนี้?” หวังเค่อถามเสียงต่ำขณะยังคงถือจอกไว้

            หวังเค่อหรี่ตามองลูกปัดคำนึงบนข้อมือของจูเยี่ยนในใจยิ่งมายิ่งกังวลทำไมลูกปัดคำนึงขององค์หญิงโยวเยว่ถึงได้มาอยู่ในมือของจูเยี่ยนได้?

            “ที่เจ้ามาที่นี่? ก็ต้องมาหาสหายเก่าอย่างข้าอยู่แล้วน่ะสิ!หลายปีมานี้ข้าไม่มีโอกาสรินสุราให้ผู้ใดเลยด้วยซ้ำ! ดื่มเถอะ!”จูเยี่ยนจ้องหวังเค่อไม่วางตา

            ใครจะไปสนว่าเจ้ามาที่นี่ทำไม ตอนนี้ตัวเรามีความลับอยู่กับตัวส่วนเจ้าก็มดปลวกไร้ความสำคัญ ไปตายซะไป!

            “ไม่ได้การข้ามีเรื่องที่ต้องถามให้กระจ่างอยู่เรื่องหนึ่ง!” หวังเค่อสายหน้า

            “เจ้ากับข้าไม่ได้พบหน้ากันมาหลายปีแถมตอนนี้ก็ไม่มีผลประโยชน์เข้ามาบ่อนทำลายมิตรภาพระหว่างเรา ข้าได้ขึ้นเป็นอ๋องส่วนเจ้าได้เข้าร่วมสำนักเซียน! ในเมื่อเจ้ามาถึงที่ข้าก็ต้องต้อนรับขับสู้เจ้าเป็นธรรมดา เจ้าอยากถามอะไรเชิญถามมาได้ทุกเรื่องเพียงแต่ว่าก่อนอื่นเจ้าจะต้องดื่มสุราที่ข้ารินให้ซะก่อน!”จูเยี่ยนส่ายหน้าเปิดประเด็นเรื่องอารมณ์ความรู้สึกระหว่างกัน

            หวังเค่อมองจูเยี่ยนที่จริงตนสัมผัสได้แล้วว่าสุราจอกนี้น่ากลัวว่าจะไม่เรียบง่ายเช่นตาเห็นแค่เฒ่าทารกจูเยี่ยนนี้ยื่นแก้มก้นออกมาตนก็รู้ไส้รู้พุงหมดแล้วว่ามันคิดเล่นไม่ซื่ออะไรบ้าง...คอยแต่รบเร้าจะให้ตนดื่มสุราให้ได้หรือว่าจะมียาพิษอยู่ในนี้?

            พิษ? ข้าหวังเค่อจำต้องกลัวด้วย? ข้าฝึกเคล็ดเทพมหาสุริยันมิดับสูญใช้พิษทั้งหมดของสิบหมื่นมหาบรรพตจนเกลี้ยงมาแล้วรอบหนึ่งบรรลุสภาวะหมื่นพิษไม่อาจกล้ำกรายไปตั้งนานแล้ว! ไม่ว่าจะมีพิษหรือไม่ข้าล้วนไม่กลัวทั้งสิ้น!

            หวังเค่อกระดกสุราจอกนั้นจนหมด

            จูเยี่ยนตาลุกวาวทันทีที่เห็นหวังเค่อดื่มสุราพิษสุราจอกนี้มีฤทธิ์พิฆาตชีวา ดื่มลงไปย่อมตายตก ฮ่าฮ่า หวังเค่อดูซิว่าเจ้าจะรอดไปได้ยังไง?

            “เอาล่ะ ข้าจะเริ่มถามแล้วนะ หวังว่าเจ้าจะไม่หลอกข้า!”หวังเค่อสูดลมหายใจลึก

            “อ๋า? เจ้ากลับไม่เป็นอะไร?”จูเยี่ยนตะลึงลาน

            อย่าบอกนะว่าพิษยังไม่ทำงาน? เป็นไปไม่ได้!ก่อนนี้ตอนที่ประทานโทษตายให้ทหารรักษาการณ์ มีผู้ใดบ้างที่รอดมาได้?

            “เอะอะโวยวายอันใด? ข้าไม่ใช่คนที่จะล้มเพียงเพราะสุราแก้วเดียวอยู่แล้ว!เมื่อก่อนข้าก็เคยดื่มเป็นเพื่อนเจ้าหรือไม่ใช่? คอข้าแข็งแค่ไหนเจ้าไม่รู้รึไง?”หวังเค่อขมวดคิ้ว

            หวังเค่อหมื่นพิษไม่อาจกล้ำกรายพิษที่แฝงอยู่ในสุราจอกนี้เปรียบกับพิษที่มันใช้ฝึกปรือแล้วห่างไกลกันสุดกู่ถึงขนาดที่หวังเค่อไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามีพิษอยู่ในนั้นด้วย

            แต่จูเยี่ยนที่กำลังประจักษ์ถึงภาพนี้นั้นไม่อาจเข้าใจได้ เป็นไปได้ยังไง?

            “มาๆ ข้ารินให้เจ้าอีกจอก!”จูเยี่ยนพลันรินสุราให้หวังเค่ออีกจอก

            “จูเยี่ยน เจ้ามีเจตนาอะไร?” หวังเค่อนิ่วหน้า

            “ดื่ม ดื่มก่อนแล้วค่อยว่ากัน!” จูเยี่ยนเร่ง

            หวังเค่อหน้าดำหม่นแต่สุดท้ายมันยังหวังให้จูเยี่ยนยอมบอกความจริงอยู่ ดังนั้นจึงไม่ได้ปฏิเสธแต่รับมาดื่มจนหมดจอก

            ถึงกระนั้นก็ยังไม่มีอันใดเกิดขึ้นอยู่ดี!

            จูเยี่ยนกำป้านสุรา ใบหน้าแข็งทื่อ นี่มันสถานการณ์แบบไหนกัน? ทำไมหวังเค่อถึงได้ไม่เป็นอะไรเลยสักนิด?นี่ไม่ใช่พิษหงอนกระเรียนแดงหรอกหรือไง?[1]

            หรือว่า หรือว่าจะถูกราชินีสับเปลี่ยนสุรา?

            ต้องใช่แน่ๆต้องเป็นเพราะว่าราชินีไม่รู้เรื่องราวนางเลยเปลี่ยนป้านสุราของข้าเป็นสุราธรรมดานังโง่ ข้าก็เคยกำชับไว้แล้วไม่ใช่รึไง? ไม่ว่ายังไงก็อย่าได้เปลี่ยนป้านสุรานี้แต่ถึงอย่างนั้นนางก็ยังจะยืนกราน? นังโง่ นังโง่!

            “จูเยี่ยน ข้ามีเรื่องอยากถามเจ้า แต่ทำไมเจ้าถึงเอาแต่เซ้าซี้ให้ข้าดื่มอยู่ได้?อีกอย่าง เจ้ารบเร้าให้ข้าดื่มอยู่ฝ่ายเดียวแล้วทำไมตัวเจ้าเองถึงไม่ยอมดื่มบ้าง? เจ้ามีแผนอะไรอยู่กันแน่?”หวังเค่อถามเสียงต่ำ

            “ข้าจะไปมีแผนอะไรได้! ไม่เจอกันตั้งหลายปีแม้ตอนนั้นเราต่างมีข้อขัดแย้งกัน แต่หลายปีมานี้ทำให้ข้ารู้ว่าความว้าเหว่ที่ต้องอยู่ตัวคนเดียวนั้นเป็นอย่างไรรอบกายไม่มีใครอยู่ให้พูดคุยเพื่อคลายเหงาแม้สักคนวันนี้เมื่อเห็นสหายเก่าหวนกลับมาได้มีโอกาสพูดคุยรำลึกความหลังจิตใจข้าก็เลยเบิกบานเป็นพิเศษ!ดังนั้นจึงอดไม่ได้ที่จะรินสุรามากหน่อย มาๆ ข้าจะดื่มเป็นเพื่อนเจ้าเอง!พวกเรามาคุยไปร่ำสุรากันไปดีกว่า เจ้ามาหาข้าเรื่องอะไรเราต่างก็เป็นสหายที่รู้จักกันมานาน มีเรื่องอะไรที่จะคุยกันไม่ได้บ้าง!”จูเยี่ยนยิ้มก่อนรินสุราให้กับตัวเองและหวังเค่อคนละจอก

            “วันนี้ข้าไม่ได้มาเพื่อดื่ม แต่มาเพราะเรื่องสำคัญ!ข้าเองก็อยากอยู่คุยเป็นเพื่อนเจ้า แต่ถ้าเจ้าไม่ยอมบอกข้างั้นก็อย่าหาว่าข้าไม่เห็นแก่มิตรภาพในอดีต!” หวังเค่อสูดลมหายใจลึก

            ขณะที่พูด หวังเค่อยกจอกสุราแก้วนั้นขึ้นกระดกใส่ปาก

            “เจ้าอยากจะถามอะไรก็พูดมาได้เลยที่เจ้ากลับมาในครั้งนี้มีเป้าหมายอะไรกันแน่? แถมยังแอบย่องเข้าวังมาอีกต่างหาก?”จูเยี่ยนนิ่วหน้าเลียบเคียงถาม

            ขณะเดียวกันมันเองยกสุราจอกนั้นขึ้นจิบตามไปด้วย

            “ข้าอยากถามว่าลูกปัดคำนึงของเจ้าได้มาจากที่ใด?”หวังเค่อชี้ลูกปัดคำนึงที่อยู่บนข้อมือของจูเยี่ยนขณะถามเสียงต่ำ

            ทันทีที่คำถามนี้ดังขึ้น สีหน้าของจูเยี่ยนแปรเปลี่ยนไปในทันทีนี่คือความลับหลวงที่สุดของตน ลูกปัดคำนึงนี้สามารถปกปิดไอมารของตัวเองได้ต่อให้เป็นมารที่ช่วยพามันเข้าสู่วิถีมารพวกนั้นเองยังไม่รู้เลยแต่ทำไมหวังเค่อถึงได้ถามถึงลูกปัดนี้ขึ้นมา?

            ความสำคัญของลูกปัดนี้ชัดเจนด้วยตัวมันเองอยู่แล้ว ใครกล้าระแคะระคายเท่ากับรนหาที่ตายไม่ว่าจะเป็นใครหน้าไหนก็ตาม! ยิ่งเป็นหวังเค่อยิ่งแล้วใหญ่!

            ในชั่วพริบตานั้น จูเยี่ยนบังเกิดจิตสังหารเดิมไม่คิดจะเสวนาพร่ำเพรื่อกับหวังเค่ออยู่แล้วฉวยจังหวะที่ฝ่ายตรงข้ามไม่ทันระวังตัวจู่โจมปลิดชีพไปเลยดีกว่า

            จูเยี่ยนตั้งท่าจะลุกขึ้นกระโจนใส่หวังเค่อ แต่ไม่รู้ทำไมในหัวถึงได้เกิดเสียงก้องกระหึ่มขึ้นมาก่อน

            “พรูด!”

            จูเยี่ยนกระอักศรโลหิตออกมา ตรงเข้าหาหวังเค่อ

            หวังเค่อผงะไป จากนั้นจึงพลิกตัวหลบ ศรโลหิตพุ่งลงกับพื้นเพียงพริบตาพื้นก็ถูกกร่อนละลาย

            “สุ สุ สุรานี้มีพิษ?” จูเยี่ยนอุทานใบหน้าซีดเผือด

            หวังเค่อ “…”

            นี่มันสถานการณ์แบบไหนกัน? ข้าไม่ได้เป็นคนวางพิษเจ้านะ!จะมาโทษข้าไม่ได้เลยเชียว!

             

    [1]อาร์เซนิกไตรออกไซด์ (Arsenic trioxide) สารตั้งต้นของสารประกอบสารหนู

    คล้ายกับเรื่องข้ามโลกมาเป็นเซียนกระบี่ยอดนักต้มตุ๋น ที่คุณอ่าน