ฮูหยินบ้านนากับคุณชายต้องสาป

    29




    “หากเป็นเช่นนั้นข้าน้อยจะถือว่าได้ตายจากการเป็นคนของนายท่านไปแล้วขอรับ ต่อแต่นี้ไปข้าน้อยขอให้นายหญิงช่วยดีกับพวกเขาด้วยขอรับ”อาจงเอ่ยพร้อมกับมองสบตาของผู้เป็นนายของตนด้วยสายตาจริงจัง

    “อืมได้เกี่ยวกับเรื่องนี้ข้าจะเป็นผู้รายงานให้พี่เย่จินได้รับรู้เอง เจ้าไม่ต้องเป็นห่วงเรื่องนี้นะเจ้าคะ”มี่เจินที่ยังเห็นแววตาเป็นกังวลจากสายตาของอาจงนางจึงได้เลือกที่จะเป็นผู้อธิบายเกี่ยวกับเรื่องนี้ให้กับเย่จินได้ฟังด้วยตนเอง

    “ขอรับนายหญิง”อาจงเอ่ยตอบรับอย่างว่าง่ายแล้วมองออกไปที่มี่เจินด้วยสายตาซาบซึ้งที่นายตรงหน้าของตนนั้นจะช่วยให้ลูกน้องของตนนั้นได้กลับไปพบกับครอบครัวของพวกเขาอีกครั้ง

    “ดีเช่นนั้นพวกเราก็กลับกันเถอะ”มี่เจินเอ่ยพร้อมกับมองไปที่เหล่าผู้คุ้มกันที่ตอนนี้ได้ลุกขึ้นมายืนนิ่งอยู่ที่ด้านหน้าของนางทีละร่างด้วยท่าทางแข็งทื่อแววตาอันแข็งทื่อของพวกเขาจ้องมองมาที่ผู้คนที่ยังเหลืออยู่ด้วยสายตาว่างเปล่าและไม่นานดวงตาวีขาวขุ่นของพวกเขาก็ค่อยๆกลายเป็นสีแดงซึ่งยังคงเป็นสัญลักษณ์ทาสที่เหยียนอี้จงใจสร้างให้เป็นจุดที่ผู้คนสามารถมองเห็นได้โดยง่ายแต่ทุกคนก็ต้องอ้าปากค้างอีกครั้งเมื่อม้าที่นอนตายอยู่ที่พื้นเมื่อครู่ก็มีปฏิกิริยาเดียวกับผู้คุ้มกันเช่นกันพวกมันพ้นควันดำออกมาจากปากแล้วจมูกด้วยตาสีแดงฉานเหมือนเปลวที่ลุกไหม้ที่ดวงตาทั้งสองข้างของพวกมันทำให้ทุกคนที่เห็นเช่นนั้นถึงกับเผลอก้าวขาออกห่างจากเหตุการณ์ตรงหน้าด้วยความหวาดกลัว

    “มันจะน่ากลัวเกินไปหรือไม่”เสียงพึมพำของหนุ่งในผู้คุ้มกันที่อยู่ด้านหลังของมี่เจินและอาจงเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงสั่นเทาจากความกลัว

    “นี้มันกองทัพปีศาจชัดๆ”มี่เจินเอ่ยพร้อมกับกวาดตามองไปที่ภาพตรงหน้าด้วยความตื่นตะลึงและเพียงสามช่วงลมหายใจเสียงคุกเข่าของเหล่าผู้คุ้มกันที่ได้รับการปลุกชีพก็ดังขึ้น

    “คาราวะนายหญิงขอรับ”เสียงเอ่ยทำความเคารพของเหล่าผู้คุ้มกันดังกึกก้องไปทั่วทั้งบริเวณทำให้มี่เจินที่ยืนอยู่มองไปที่เหล่าผู้คุมกันตรงหน้าของตนอย่างแปลกใจที่พวกเขาเหล่านั้นดูเหมือนจะภักดีกับนางรวดเร็วจนนางตั้งตัวไม่ติด

    “ไม่ต้องแปลกใจไปที่พวกเขาภักดีกับเจ้านั้นเป็นเพราะสัญญาทาสที่ดวงตาของพวกเขานั้นจึงทำให้เรามั่นใจสามารถวางใจได้ว่าพวกมันจะจงรักภักดีกับเรามาจากแก่นแท้ของจิตวิญญาณของพวกมัน”เสียงเข้มดังขึ้นในหัวของมี่เจินนั้นจึงทำให้นางที่ได้ยินเช่นนั้นถึงกับเบิกตากว้างด้วยความตกใจอีกครั้งที่รู้ว่าเหยียนอี้นั้นทำพันธะสัญญาเช่นนั้นกับเหล่าผู้คุ้มกัน

    “ลุกขึ้นได้”มี่เจินที่ตั้งสติได้เอ่ยนั้นจึงทำให้เหล่าผู้คุ้มกันลุกขึ้นมายืนตรงทันที

    “พวกเขาจะคงอยู่ในสภาพเช่นนี้หรือขอรับ”อาจงที่เห็นท่าทางแข็งทื่อของเหล่าเพื่อนพ้องถึงกับหันมาเอ่ยถามมี่เจินด้วยน้ำเสียงเคร่ง

    “รออีกสามพวกเขาจะค่อยๆกลับมาเป็นปกติเช่นเดิม”มี่เจินที่ได้รับคำตอบจากเหยียนอี้เอ่ยอาจงคนสนิทของตน เมื่อทุกอย่างกลับมาพร้อมต่อการเดินทางแล้วขบวนการเดินของมี่เจินก็กลับมาเดินทางอีกครั้งโดยการเดินทางในครั้งนั้นเดินทางเร็วกว่าปกติถึงสามเท่าซึ่งนั้นเป็นผลมาจากม้าปีศาจที่สามารถเดินทางได้โดยไม่ต้องพักบวกกับที่พวกมันนั้นมีฝีเท้าที่เร็วมากกว่าม้าปกติถึงสองเท่านั้นจึงทำให้ขบวนการเดินของมี่เจินนั้นสามารถเดินทางไปถึงเมืองเซินเฉียวได้ทันก่อนที่จะปิดประตูเมืองอย่างพอดิบพอดี

    “นั้นมันอะไรกันนะทำไมม้ากับผู้คุ้มกันพวกนั้นจึงมีดวงตาสีแดงน่ากลัวเช่นนั้นเล่า”เหล่าชาวบ้านที่เห็นท่าทางน่าเกรงขามของเหล่าผู้คุ้มกันเกราะแดงของมี่เจินล้วนแต่รีบถอยห่างแล้วมองมาที่พวกเขาด้วยความสนใจ

    “พี่ใหญ่!”เป็นมี่จวนที่ร้องเรียกพี่สาวของตนจากชั้นสองของโรงเตี๊ยมมู่ด้วยน้ำเสียงอันดังพร้อมกับโบกมือเรียกพี่สาวของตนด้วยสายตาเป็นกาย

    “จวนเออร์”มี่เจินที่เห็นว่าผู้ใดเป็นเจ้าของเสียงถึงกับยิ้มกว้างให้กับน้องสาวของตนที่อยู่บนชั้นสอง

    “พี่ใหญ่ท่านกลับมาแล้ว”มี่จวนที่วิ่งออกมาจากโรงเตี๊ยมเอ่ยด้วยรอยยิ้มยินดี

    “ใช่พี่กลับมาแล้ว”มี่เจินที่ก้าวลงจากหลังของม้าเอ่ยพร้อมกับเดินเข้าไปหาน้องสาวของตนด้วยสายตาอ่อนโยนแต่ตอนนี้สิ่งที่มี่จวนมองกลับไม่ใช่พี่สาวของนาง เมื่อนางเห็นว่าม้าที่พี่สาวของตนขี่นั้นย่อตัวให้พี่สาวของนางก้าวลงมาได้อย่างสง่างาม

    “มันคือม้าปีศาจนะ”มี่เจินที่เห็นว่าน้องสาวของตนจ้องมองไปที่ม้าด้านหลังของตนด้วยความสงสัยนางจึงได้ช่วยไขข้อข้องใจให้กับน้องสาวของนางอย่างใจดี

    “ม้าปีศาจหรือเจ้าคะข้าจับได้หรือไม่เจ้าคะ”มี่จวนที่ได้ยินเช่นนั้นหันกลับมาเอ่ยถามพี่สาวของตนด้วยสายตาเป็นประกายตื่นเต้น

    “พี่ว่าเรากลับไปพูดคุยกันต่อที่บ้านของเราดีหรือไม่”มี่เจินที่เห็นว่าตอนนี้ตนเองกำลังเป็นที่สนใจมากจนไปหันไปเอ่ยชวนมี่เจิน

    “ดีเจ้าค่ะ”มี่จวนที่เห็นสายตาของพี่สาวของตนนางจึงได้ให้คนของตนขึ้นไปนั่งกับผู้คุ้มกันของพี่สาวของตนเพื่อบอกทางส่วนนางก็รีบขึ้นม้าตัวเดียวกับพี่สาวของตนด้วยความตื่นเต้นโดยที่ตลอดทางนางก็ไม่ลืมที่จะลูบขนอันดำขลับของม้าที่นางขี่ด้วยความชอบใจ

    “จวนเออร์เจ้ากลับมาแล้วหรือ”ทันทีที่มี่จวนก้าวขาเข้าปะตูจวนเสียงห้าวของหลีจู(ลูกชายของนางเฉาสวีอดีตเพื่อนข้างบ้าน) ก็ร้องทักมี่จวนด้วยน้ำเสียงร้อนใจทันที

    “พี่จูมี่อะไรร้องราวกับไฟไหม้บ้าน”มี่จวนที่ตอนนี้ญาติดีกับอดีตคนพาลเช่นหลีจูด้วยน้ำเสียงกึ่งตำหนิ

    “ญาติผู้พี่ของเจ้านะสิตอนนี้เขาเก็บของมาอยู่ที่บ้านของเจ้าแล้ว”อาจูเอ่ยอย่างเหนื่อยหอบเพราะเขาวิ่งมารายงานมี่จวนทันทีที่ได้รับรายงานมาว่ามี่จวนกลับมาถึงจวนแล้ว

    “อาจูหรือ”มี่เจินที่เห็นว่าตอนนี้นอกจากอาจูอดีตเพื่อนบ้านของนางจะมีร่างกายสมส่วนแล้วยังดูเป็นผู้เป็นคนมากขึ้นกว่าแต่เดิมกับภาพจำเดิมของตนเอ่ยทักพร้อมกับมองไปที่ชายหนุ่มตรงหน้าของตนอย่างแปลก

    “ใช่แล้วข้าเองอาจูคนเดิมที่ดีขึ้น”อาจูที่เห็นว่าผู้ใดมากับมี่จวนก็หันไปเอ่ยด้วยท่าทางภาคภูมิใจเพราะตั้งแต่ที่เขาปรับเปลี่ยนตนเองตามที่ท่านอาเฉิงแนะนำสาวๆในหมู่ก็เริ่มเข้าหาเขามากขึ้นอาจูคิดอย่างภาคภูมิ แต่เมื่อเขานึกขึ้นได้ว่านี้ไม่ใช่เวลามามั่วแต่ภาคภูมิใจเขาจึงรีบพามี่จวนและมี่เจินไปจัดการกับมี่อินที่หอบข้าวของเข้ามาในจวนสกุลมี่อย่างเอาแต่ใจ

    “พวกเขากล้าแบกหน้ามารบกวนพวกเราหรือ”มี่เจินที่ได้ยินเช่นนั้นก็เลิกคิ้วถามน้องสาวของตนอย่างแปลกใจ

    “เฮ้อเรื่องนั้นก็เป็นเพราะพวกเรากับพวกเขายังใช้สกุลมี่เหมือนกันนั้นจึงเป็นข้ออ้างให้พวกเขามารบกวนพวกเราอยู่บ่อยๆเจ้าค่ะตี่พี่ใหญ่ไม่ต้องเป็นกังวลนะเจ้าคะมีข้าอยู่ทั้งคนพวกเขาจะไม่มีทางมาสร้างความเดือดร้อนหรือเอาเปรียบพวกเราได้อย่างแน่นอนเจ้าค่ะ”มี่จวนเอ่ยพร้อมกับตบที่อกของตนเสียงดังและเมื่อเอ่ยจบนางก็ตั้งหลังให้ตรงแล้วดึงหน้าเคร่งแล้วเดินเข้าไปภายในเรือนรับรองทันทีมี่เจินที่เห็นเช่นนั้นก็ไม่คิดเข้าไปขัดขวางสิ่งที่น้องสาวของนางจะทำกลับกันนางกลับสั่งให้ผู้คุ้มกันเข้าไปช่วยดูแลมี่จวนอยู่ห่างๆอีกด้วย

    “อ้าว! พี่อินวันนี้พี่มาบ้านข้าทำไมหรือเจ้าคะ”มี่จวนที่เดินเข้ามาเห็นหีบไม้ที่วางขวางทางก็ให้โมโหแล้วแสร้งร้องถามคนที่วางท่านั่งดื่มชาอยู่ในห้องราวกับบ้านของตนด้วยความหมันไส้ทำให้คนที่กำลังกวาดตามองของมีค่าภายในห้องอยู่ถึงกับสะดุ้งตกใจกับน้ำเสียงแหลมที่มี่จวนจงใจเปล่งให้แหลมที่สุดเท่าที่นางจะทำได้

    “ข้าอยู่ใกล้ถึงเพียงนี้เหตุใดเจ้าต้องตะโกนถามข้าด้วยเล่า”มี่อินเอ่ยพร้อมกับยกมือขึ้นมาจับหูที่รู้สึกปวดจากเสียงแหลมของมี่จวนพร้อมกับมองมาที่นางอย่างไม่พอใจนักมี่จวนที่เห็นเช่นนั้นก็จงใจเดินไปนั่งที่ด้านข้างของเก้าอี้ของมี่อิน

    “ข้าจะมาถามถึงความคืบหน้าเรื่องสำนักศึกษานะ”มี่อินเอ่ยตอบพร้อมกับยกชาขึ้นจิบต่ออย่างสบายใจ

    “เรื่องนั้นไม่ใช่เราคุยกันรู้เรื่องแล้วหรือเจ้าคะ”มี่จวนขมวดคิ้วมุ่นอย่างไม่ชอบใจนักที่คนตรงหน้ามักจะใช้ขออ้างนี้เข้ามาในบ้านของนางอยู่บ่อยๆ

    “ข้าจะมาถามท่านอาจนกว่าข้าจะได้เข้าไปศึกษายังสำนักศึกษาเซินเฉียวได้สำเร็จ”มี่อินเชิดหน้าตอบอย่างเอาแต่ใจ

    “แล้วของพวกนี้คืออะไรหรือ”มี่จวนที่ได้ยินคำตอบจากญาติผู้พี่ของตนก็ให้ยกยิ้มเย็นแล้วเอ่ยถามต่ออย่างใจเย็น

    “อ้อของพวกนี้เป็นของของข้านะ พอดีข้าคิดว่าข้าจะขอมาอยู่ที่บ้านของพวกเจ้าจนกว่าข้าจะได้เข้าไปศึกษาที่สำนักศึกษาเซินเฉียวนะ”เด็กหนุ่มเอ่ยตอบพร้อมกับเหลือบตามองมี่จวนที่นั่งอยู่ด้านข้างของตนอย่างถือดีโดยที่เขาไม่รู้เลยว่าภายใต้รอยยิ้มของมี่จวนนั้นกำลังมี่เปลวไฟที่กับปะทุอยู่

    หนึ่งเค่อต่อมา (สิบห้านาทีต่อมา)

    “เอาของพวกนี้ไปส่งที่บ้านท่านลุงของข้าให้หมดอย่าให้ข้าเห็นว่ายังหลงเหลืออะไรอยู่ที่บ้านของข้าแม้แต่ชิ้นเดียว”เสียงเข้มเอ่ยสั่งเสียงดังทำให้เหล่าคนรับใช้ที่ได้ยินน้ำเสียงเด็ดขาดของมี่จวนรีบเข้ามาช่วยกันขนย้ายกล่องไม้ในห้องรับรองอย่างเร่งรีบโดยไม่สนใจเสียงร้องห้ามของมี่อินที่คอยร้องห้ามพวกเขาไม่หยุด

    “นี้มันอะไรกันมี่จวนทำไมเจ้าทำตัวไร้มารยาทเช่นนี้กับข้า”มี่อินหันไปตวาดถามมี่จวนอย่างไม่พอใจ

    “แล้วใครใช้ให้ท่านเข้าออกบ้านผู้อื่นตามใจชอบเช่นนี้เล่า”มี่เจินที่นอกจะไม่กลัวเกรงชายตรงหน้าแล้วนางยังหันไปถลึงตามองชายตรงหน้าอีกด้วย

    “เจ้ามันไร้มารยาทเป็นสตรีเช่นไรจึงกล้าแหกปากเสียงดังเช่นนี้”มี่อินที่รู้ว่าตนนั้นเถียงมี่จวนไม่ชนะเขาจึงได้จงใจหาเรื่องมาตำหนิมี่จวนเสียงดังด้วยหวังให้นางนั้นอับอายจะได้หยุดปากลงเสียบ้าง

    “หากข้าเรียกว่าไร้มารยาทแล้วคนที่มันใช้ความเป็นญาติเข้ามารบกวนผู้อื่นอยู่บ่อยจะเรียกว่าอะไร”มี่จวนเอ่ยพร้อมกับปรายตามองไปที่มี่อินอย่างหยามหยัน

    “เจ้า!”มี่อินที่ไม่เคยถูกดูถูกเช่นนี้มาก่อนเอ่ยพร้อมกับง้างมือขึ้นหมายตบสั่งสอนเด็กสาวตรงหน้ามี่จวนที่เห็นเช่นนั้นก็ไม่คิดหลบนางจ้องมองไปมี่อินตาไม่กระพริบทำให้นางเห็นเงาดำวาบผ่านตาของนางและมาหยุดลงที่ข้างตัวของมี่อินไม่นานนางก็ได้ยินเสียงร้องด้วยความเจ็บปวดของมี่อินดังขึ้น

    “อ้ากก!”มี่อินที่ถูกบิดข้อมือของตนร้องออกมาเสียงดังทำให้มี่เจินที่รออยู่ด้านนอกรู้ได้ทันทีว่า มี่อินคิดจะทำร้ายน้องสาวของนางนั้นจึงทำให้นางที่รออยู่ด้านนอกรีบสาวเท้าเข้าไปในห้องรับรองทันที

    “ปล่อยมัน”มี่เจินที่เดินเข้าไปยืนอยู่ข้างตัวของมี่จวนเอ่ยพร้อมกับมองไปที่มี่อินด้วยสายตาเย็นทำให้ภาพที่มี่เจินคนเดิมถูกสามแม่ลูกจิกหัวใจให้ทำงานเกินตัวฉายขึ้นมาในหัวของนางอีกครั้งนั้นจึงทำให้แววตาเรียบนิ่งของนางนั้นเกิดมีความเจ็บแค้นผสมอยู่ในแววตาเรียบของนาง

    ผลักร่างของมี่อินที่ถูกเหวี่ยงล้มลงที่พื้นเสียงดัง

    “พวกเจ้า!”มี่อินที่นั่งอยู่ที่พื้นเงียบหน้าขึ้นมาชี้นิ้วใส่มี่จวนและมี่เจินอย่างไม่พอใจ

    “ในอดีตเจ้ากับครอบครัวของเจ้ารังแกข้าไม่พอวันนี้เจ้ายังคิดที่จะลงมือกับน้องสาวของข้าอีกหรือ”มี่เจินเอ่ยถามเสียงเย็น

    “หากเมื่อครู่ข้าไม่ได้คนของพี่ใหญ่เขาคงลงมือกับข้าสำเร็จแล้วจริงๆเจ้าค่ะ”มี่จวนที่เห็นว่าเป็นโอกาสอันดีที่นางจะลงมือสั่งสอนคนตรงหน้านางจึงแสร้งบีบน้ำตาแล้วเอนตัวลงไปซบที่อกของพี่สาวของตนด้วยเนื้อตัวสั่นเทาจากความหวาดกลัวมี่อินที่เห็นการท่าทางที่เปลี่ยนอย่างรวดเร็วของมี่จวนก็ให้เข้าคำว่ามารยาสตรีในวันนี้นี่เอง

    “มีเรื่องอะไรกัน”ไม่ทันที่มี่อินจะได้แก้ตัวเสียงเข้มของมี่เฉิงก็ดังขึ้นจากหน้าประตูทำให้มี่อินที่นั่งอยู่ที่พื้นรีบยันตัวลุกขึ้นแล้วรีบเข้าหาผู้เป็นอาของตนในทันที

    “ท่านอา”มี่อินที่ถือคติฟ้องก่อนได้เปรียบรีบเข้าหามี่เฉิงแล้วรีบเอ่ยใส่ร้ายมี่เจินอย่างหน้าด้านๆ

    “ท่านอาท่านต้องให้ความเป็นธรรมกับข้านะขอรับ วันนี้ข้าจะมาขอพักกับท่านอาแต่มี่เจินนางกลับสั่งให้คนพวกนั้นมารังแกข้าขอรับ”มี่อินแสร้งกุมมือด้วยท่าทางเจ็บเกินจริงเอ่ยบอกมี่เฉิงที่ยืนอยู่

    “จริงหรือเจินเออร์”มี่เฉิงที่รู้ถึงนิสัยของบุตรสาวของตนเป็นอย่างดีจึงได้เอ่ยถามบุตรสาวของตนอย่างไม่เชื่อนัก

    “คำนับท่านพ่อเจ้าค่ะ”มี่เจินที่ค้อมตัวทำความเคารพบิดาของตนด้วยความอ่อนโยนแล้วมองเลยไปที่มี่อินที่ยืนอยู่ข้างตัวของบิดาของตนด้วยสายตาเย็นนั้นจึงทำให้มี่อินที่บังเอิญสบตาของมี่เจินอย่างบังเอิญ รีบขยับไปหลบที่ด้านหลังของมี่เฉิงในทันที

    “ไม่จริงเจ้าค่ะเป็นพี่อินที่คิดจะลงมือกับมี่จวนก่อนข้าจึงได้สั่งให้คนของข้าเข้าไปช่วยนาง”มี่เจินเอ่ยตอบพร้อมกับมองไปที่หน้าของบิดาของตนด้วยความคิดถึง

    “มะ-ไม่จริงนะขอรับท่านอา”มี่อินที่เห็นท่าไม่ดีจึงรีบเอ่ยปฏิเสธเสียงดัง

    “เฮ้อวันนี้เจ้ากลับไปก่อนเถอะ วันนี้น้องสาวของเจ้ากลับมาเหนื่อยๆข้าหวังว่าเจ้าจะเข้าใจที่ข้าต้องการจะบอกเจ้านะ”มี่เฉิงที่พอจะรู้อะไรอยู่บ้างหันไปมองสบตากับมี่อินที่อยู่ด้านหลังของตนมี่อินที่รู้ว่าวันนี้ไม่ใช่วันของตน เขาจึงได้ยอมล่าถอยออกไปโดยง่าย

    “พอได้แล้วละ เจ้าไม่ต้องแสดงแล้ว”มี่เจินที่รู้ทันน้องสาวของตนเอ่ยติดตลกทางด้านมี่จวนที่รู้ว่าตนนั้นถูกจับได้แล้วก็ให้ถอนหายใจออกมาอย่างเบื่อหน่ายแล้วผละตัวออกจากตัวของมี่เจินแล้วมองค้อนไปที่พี่สาวของตนเบาๆ

    “เจ้าเองก็เพลาๆบ้างเถอะอะไรยอมได้ก็ยอมๆบ้านนั้นหน่อยเถอะ เรามีมากแบ่งๆพวกเขาหน่อยก็คงไม่เดือดร้อนอะไร”มี่เฉิงที่เบื่อที่จะค่อยสงบศึกระหว่างบุตรสาวของตนกับบ้านของพี่ชายของตนก็ให้ถอนหายใจออกมาด้วยความเบื่อหน่ายกับความไม่ลดราวาศอกของบุตรสาวของตนกับบ้านของพี่ชายของเขา

    “หากท่านพ่อยอมแล้วพวกเขารู้จักเกรงใจก็แล้วไปเถอะเจ้าค่ะแต่นี้อะไรได้คืบจะเอาศอกไม่รู้จักคำว่าเกรงใจคิดอยากได้เสื้อผ้าก็มารื้อเอาชุดข้ากับพี่เฟิงไปไหนจะเครื่องประดับที่พวกเขามาเอาไปขายอีกเล่าเจ้าคะท่านพ่อนี้ไม่ใช่ญาติแล้วนะเจ้าคะแต่พวกเขาเป็นโจร”มี่จวนเอ่ยอย่างอัดอั้นที่พ่อของนางเอาแต่ปล่อยเลยตามเลย จนคนพวกนั้นได้ใจเดินเข้านอกออกในบ้านแห่งนี้เป็นว่าเล่น

    “จริงหรือเจ้าคะท่านพ่อ”มี่เจินที่เพิ่งได้ยินเรื่องนี้เป็นครั้งแรกเอ่ยถามบิดาของตนด้วยสีหน้ายากจะเชื่อที่พ่อของนางกล้าปล่อยให้คนที่เคยรังแกนางมาใช้เงินที่นางและน้องๆของนางหาได้อย่างสุขสบายเช่นนี้

    “เจินเออร์”มี่เฉิงที่เห็นสายตาตัดพ้อของบุตรสาวของตนก็ให้รู้สึกผิดที่ตนมักจะใจอ่อนให้กับบ้านของพี่ชายของตน จนเรื่องราวได้เลยเถิดมาจนถึงวันนี้

    ยามซวี(19.00-20.59)

     มี่เจินที่นั่งคิดเรื่องของเหยียนอี้ที่บอกว่าจะมาเกิดเป็นลูกนางอยู่ด้วยสีหน้าเคร่งเครียดด้วยเพราะนางไม่คิดดีใจที่จะมีลูกกับหงเวยที่ยังรู้สึกสับสนกับนางในตอนนี้

    “ทำไมเจ้าชอบเก็บเรื่องต่างๆมาคิดคนเดียวอยู่เรื่อย”เหยียนอี้ที่อยู่ติดกับตัวของมี่เจินมาตั้งแต่นางฟื้นนั้นจึงทำให้เขารู้ทั้งความคิดและความกังวลของมี่เจินตั้งแต่ฟื้นตลอดมา

    “เจ้ามาอยู่กับข้าตั้งแต่ข้าฟื้นหรือ”มี่เจินเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเคร่ง

    “ใช่แล้ว”เสียงทุ่มเอ่ยตอบนั้นจึงทำให้มี่เจินมั่นใจมากยิ่งขึ้นแล้วว่าเรื่องที่ได้ตอบรับคำขอของปีศาจนั้นเป็นเรื่องจริง

    “แล้วเจ้าจะมาเป็นลูกของข้าเมื่อใด”มี่เจินเอ่ยถามด้วยท่าทางเคร่งเครียดแต่นางกลับไม่ได้รับคำตอบใดๆจากปีศาจหนุ่ม เพราะอยู่ๆเสียงของเขาก็หายไปเสียดื้อๆไม่ว่านางจะพยายามเพียรถามเขาอีกกี่ครั้งนางก็ไม่ได้ยินเสียงที่นางต้องการได้ยินเลยแม้แต่น้อย

    “หึดีจริงๆเลยเชียว คิดจะมาก็มา คิดจะไปก็ไป ยามที่ไม่ต้องการกลับมาแต่ยามที่ข้าต้องการกลับหายหัวไปเสียอย่างนั้น”มี่เจินบ่นอย่างไม่พอใจ

    “พี่ใหญ่นอนหรือยังเจ้าคะ”มี่จวนที่อยู่หน้าประตูห้องของมี่เจินร้องถามพี่สาวของตน

    “เข้ามาเถอะพี่ยังไม่นอน”มี่เจินที่ได้ยินเสียงของน้องสาวของตนนางจึงได้ละทิ้งเรื่องของเหยียนอี้แล้วเดินไปเปิดประตูให้น้องสาวของตนได้เข้ามาในห้องของนางด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน

    “ข้ามารบกวนพี่ใหญ่หรือไม่เจ้าคะ”มี่จวนที่เข้ามาในห้องเอ่ยอย่างเกรงใจ

    “ไม่เลยว่าแต่เจ้าเถอะมาหาพี่ยามดึกดื่นเช่นนี้มีเรื่องอะไรหรือ”มี่เจินที่เห็นว่าน้องสาวของตนมาหาในยามนี้ดึกเช่นนี้นางจึงได้เอ่ยถามด้วยความสงสัย

    “ไม่มีอะไรเจ้าค่ะข้าเพียงแค่คิดถึงตอนที่ข้ากับพีใหญ่นอนด้วยกันเท่านั้นเพราะว่านานแล้วที่ข้ากับพี่ใหญ่ไม่ได้นอนด้วยกันนานแล้วข้าเลยคิดจะมาขอนอนกับพี่ใหญ่ในคืนนี้ได้หรือไม่เจ้าคะ”มี่จวนเอ่ยขอพี่สาวของตนด้วยท่าทางออดอ้อนมี่เจินที่คิดถึงน้องสาวของตนเช่นกันนางจึงได้อนุญาตให้มี่จวนนอนกันนางในคืนนี้ในที่สุด

      แสดงแดที่สาดส่องลงมาที่หิมะทำให้เกิดแสงแวววาวเคลือบบนใบไม้และกิ่งไม้ในสวน จนดูระยิบระยับไปทั่วทั้งสวนนางเดินชมสวนท่ามกลางความหนาวที่ทุกคนไม่คอยทำกัน นั้นจึงทำให้เหล่าบ่าวรับใช้ในบ้านที่เห็นมี่เจินทำเช่นนั้นก็ได้แต่มองตามนางอย่างแปลกใจ

    “สามีของเจ้าสบายดีหรือไม่”มี่เฉิงที่บังเอิญมาพบบุตรสาวของตนเอ่ยถามอย่างรู้สึกผิดที่เขาในตอนนี้ไม่กล้าคิดที่จะปกป้องบุตรสาวของตน

    “นายน้อยสบายดีเจ้าค่ะในตอนนี้อาการของนายน้อยดีขึ้นมากทีเดียว ข้าคิดว่าหากรักษาอีกหน่อยอาการของนายน้อยต้องหายเป็นปกติในเร็วๆนี้อย่างแน่นอนเจ้าค่ะ”มี่เจินเอ่ยพร้อมกับระบายยิ้มบางออกมาโดยที่นางไม่รู้ตัวมี่เฉิงที่เห็นเช่นนั้นเขาก็ยกยิ้มออกมาอย่างเบาใจเพราะดูจากรอยยิ้มของบุตรสาวของเขาแล้วความสัมพันธ์ของพวกเขาคงไม่แย่เท่าใดนัก

    “เป็นเช่นนั้นก็ดีเพราะยิ่งสามีของเจ้าก้าวได้ไกลเท่าใดชีวิตของเจ้าก็จะสูงขึ้นตามผู้เป็นสามีของเจ้าเท่านั้น”มี่เฉิงเอ่ยแล้วมองสบไปที่บุตรสาวของตนอย่างวางใจที่อย่างน้อยชีวิตหลังจากนี้ของบุตรสาวของเขาจะอยู่อย่างสุขสบาย

    “ถึงไม่มีนายน้อยชีวิตข้าก็ต้องสุขสบายอยู่แล้วละเจ้าคะ”มี่เจินเอ่ยพร้อมกับยกยิ้มให้บิดาของตนด้วยรอยยิ้มทะเล้น

    “เจ้านี้นะหากพูดเช่นนี้ให้บ้านสามีของเจ้าได้ยิน พวกเขาจะไม่เอ็นดูเจ้าได้นะ”มี่เฉิงสอนบุตรสาวของตนเสียงเข้ม

    “ขอบคุณเจ้าค่ะท่านพ่อ”มี่เจินที่ไม่ต้องการต่อความยาวมากนักนางจึงได้แต่ยอมรับปากบิดาของตนอย่างเสียไม่ได้

    “ตอนนี้บ้านของเรายังไม่ยิ่งใหญ่มากพอที่จะปกป้องเจ้าได้เจ้าช่วยอดทนรออีกนิดนะอีกไม่นานสกุลมี่จะเป็นพื้นหลังที่เจ้าที่เจ้าภาคภูมิใจให้ได้”มี่เฉิงเอ่ยด้วยสีหน้ามุ่งมั่นมี่เจินที่ได้ยินเช่นนั้นก็ได้พยักหน้าตอบรับคำของมี่เฉิงบิดาของนางอย่างเชื่อมั่นนางคาดว่าหากนางอยู่ช่วยมี่จวนอยู่ที่นี้อีกไม่นานกลุ่มการค้าอี้อินของพวกนางจะสามารถขยายกิจการได้เร็วขึ้นสองถึงสามเท่าของที่เป็นอยู่ในตอนนี้อย่างแน่นอน

    “ข้าเชื่อเจ้าค่ะว่าเราทุกคนจะทำได้”มี่เจินเอ่ยตอบรับด้วยรอยยิ้มบาง

    “พี่ใหญ่”มี่เฟิงที่ได้รับข่าวจากหลีจูที่รีบนำข่าวเรื่องการกลับมาของมี่เจินไปรายงานเขาที่สำนักศึกษาเซินเฉียวนั้นจึงทำให้เขารีบขอลากลับมาบ้านของตนในเช้าวันนี้นั้นเอง

    “มี่เฟิงวันนี้ไม่ใช่วันหยุดของเจ้านะ”มี่เฉิงที่เห็นบุตรชายของตนวิ่งเข้ามาหาพวกตนด้วยสีหน้าระรื่น ก็ให้เอ่ยถามบุตรชายของตนอย่างไม่ชอบใจทันทีเพราะในวันพรุ่งก็เป็นวันหยุดแล้วแต่เจ้าลูกชายตัวดีของเขากลับลาเรียนมาหามี่เจินในวันนี้เสียได้ช่างเป็นลูกที่ไม่ได้ความเลยจริงๆ มี่เจินคิดพร้อมกับมองไปที่มี่เฟิงอย่างไม่พอใจนักทางด้านมี่เฟิงที่รู้ว่าตนทำผิดที่ใจร้อนขออาจารย์กลับมาก่อนเวลาเขาก็ได้แต่ส่งยิ้มเจื่อนไปให้กับบิดาของตนที่มองมาที่เขาอย่างไม่ชอบใจนัก

     

     

     

     



    นิยายแนะนำ

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.21M 577
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.52M 508
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    775K 1120
    เลเวลอัพ

    เลเวลอัพ

    นิยาย เกมออนไลน์
    738K 4984
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    712K 1023
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734