ยอดคุณชายอันดับหนึ่ง

    บทที่ 57 การเคลื่อนไหวของตระกูลหวัง II

    บทที่ 57 การเคลื่อนไหวของตระกูลหวังII

     


            ภายในเซฟเฮาส์หมายเลขสามบรรยากาศเย็นยะเยือกผิดธรรมชาติ ห้องสอบสวนมีเพียงแสงไฟสีขาวส่องลงมาจากเพดานตัดกับเงามืดที่ทอดยาวบนพื้นปูนเย็นเฉียบ ที่กลางห้อง มีชายสวมชุดดำสองคนถูกมัดตรึงไว้กับเก้าอี้เหล็กแขนขาโดนล่ามโซ่แน่นหนา รอบด้านมีสมาชิกของกองกำลังตระกูลหวังกระจายตัวอยู่โดยรอบ


            เนื้อตัวของพวกมันเต็มไปด้วยรอยฟกช้ำจากการสั่งสอนของทุกคน แต่แม้จะถูกจับกุมมาแบบนี้ สีหน้าของทั้งคู่ยังคงนิ่งเรียบดวงตามืดครึ้มไร้แววหวาดกลัว พวกมันได้รับการฝึกฝนมาเป็นอย่างดีไม่ว่าสถานการณ์จะเลวร้ายแค่ไหน ก็ไม่มีทางปริปากพูดอะไรเด็ดขาด อ๋อ… ตอนนี้ยังพูดไม่ได้ เพราะขากรรไกรแตกหัก


            "ฉันจะเป็นคนสอบสวนพวกมันเอง"


            เสียงทุ้มหนักดังขึ้นจากมุมหนึ่งเฉียวหยาง ก้าวออกมาจากเงามืด เขาคือผู้ดูแลฝ่ายข่าวกรองของตระกูลหวังชายวัยสามสิบต้น ๆ ที่มีแววตาคมกริบราวกับสามารถมองทะลุถึงจิตใจของคนตรงหน้าได้เขาเป็นหนึ่งในเด็กกำพร้าที่ถูกตระกูลหวังรับมาเลี้ยง ได้รับการฝึกฝนมาตั้งแต่เด็กฝีมือไม่เป็นรองใคร และเชี่ยวชาญด้านการสืบสวนเป็นพิเศษ


            หวังเฟิงยืนพิงกำแพงกอดอกมองภาพตรงหน้าโดยไม่พูดอะไร ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของเฉียวหยางเป็นคนจัดการ


            เฉียวหยางก้าวเข้าไปยืนตรงหน้าพวกมันทั้งสองคนเผยรอยยิ้มเหี้ยมเกรียม "ขอชื่นชม…ฝีมือพวกแกใช้ได้ แต่เสียใจด้วยนะ ที่ดันล้มเหลวในภารกิจ"


            หนึ่งในสองคนนั้นแผดเสียงร้องในลำคอมันอยากจะพูดอะไรบางอย่าง แต่น่าเสียดายที่เวลานี้ปากดันใช้การไม่ได้


            "เฮ้อ… ฉันลืมไป" เฉียวหยางแสร้งถอนหายใจก่อนจะหันไปทางหญิงสาวคนหนึ่งที่ยืนอยู่มุมห้อง "เสี่ยวหลันช่วยหน่อยสิ"


            หญิงสาวที่ถูกเรียกว่าเสี่ยวหลันก้าวออกมาด้านหน้า เธอสวมเสื้อคลุมตัวยาวสีเข้ม ดวงตานิ่งสงบ มือทั้งสองข้างยกขึ้นก่อนที่แสงเรืองรองสีเขียวอ่อนจะเปล่งออกมาจากฝ่ามือ


            นี่คือ‘พลังปราณฟื้นฟู’ หนึ่งในพลังพิเศษหายากที่สามารถรักษาบาดแผลและซ่อมแซมอวัยวะภายในได้


            แสงสีเขียวไหลเวียนไปทั่วใบหน้าของนักฆ่าทั้งสองพวกมันเริ่มดิ้นเล็กน้อย แต่ถูกกดให้อยู่นิ่ง ๆ ไม่กี่วินาทีต่อมา เสียง "กร๊อบ" เบา ๆ ก็ดังขึ้นเมื่อกระดูกขากรรไกรเริ่มฟื้นคืนสู่สภาพเดิม


            ชายชุดดำทั้งสองสะดุ้งเล็กน้อยรู้สึกได้ว่าความเจ็บปวดหายไปแล้ว พร้อมกับความรู้สึกราวกับสายลมได้พัดผ่านร่างกายตัวเองไปพลังการรักษาไม่ว่าอยู่ที่ไหนก็เป็นพลังที่สุดยอด


            "ทีนี้ก็พูดได้แล้วใช่ไหม?" เฉียวหยางยิ้มเย็น


            นักฆ่าคนหนึ่งแค่นหัวเราะ "ฉันไม่มีวันพูดอะไรทั้งนั้น"


            เฉียวหยางได้แต่ส่ายศรีษะจากนั้นก็ดีดนิ้วดัง “เป๊าะ”


            ลูกน้องของเขารีบก้าวเข้ามาพร้อมกล่องเหล็กสีดำเมื่อเปิดฝากล่องออก ภายในมีเข็มฉีดยาหลายหลอด และอุปกรณ์บางอย่างที่ดูไม่คุ้นตา


            ชายชุดดำทั้งสองเห็นของในกล่องก็เริ่มขมวดคิ้วแม้พวกมันจะผ่านการฝึกมาอย่างดีแต่สิ่งที่อยู่ตรงหน้ากลับให้ความรู้สึกไม่สู้ดีนัก


            "ฉันไม่ใช่พวกมือหนักที่ใช้แต่กำลัง" เฉียวหยางพูดเสียงเรียบขณะหยิบหลอดเข็มฉีดยาขึ้นมา "แต่ฉันเชี่ยวชาญวิธีทำให้ร่างกาย'ทรมาน' โดยที่ไม่ถึงตาย" ว่าแล้วเขาก็ปักเข็มฉีดยาลงไปที่แขนของนักฆ่าคนหนึ่งของเหลวใสถูกฉีดเข้าไปในเส้นเลือดอย่างช้า ๆ


            เพียงไม่กี่วินาทีหลังจากนั้น…


            "อึก…! อ๊ากกกก"


            ชายคนนั้นกระตุกเกร็งอย่างแรงเหงื่อเริ่มผุดขึ้นเต็มใบหน้า ดวงตาเบิกกว้าง ความเจ็บปวดแล่นพล่านไปทั่วร่างกายราวกับมีมดนับพันกำลังกัดกินอวัยวะภายในเส้นประสาทของเขาถูกกระตุ้นให้ไวต่อความเจ็บปวดขึ้นสิบเท่าแม้เพียงลมหายใจที่สัมผัสผิวหนังก็สร้างความทรมานจนแทบขาดใจ


            "สารตัวนี้ไม่ถึงตายแต่จะทำให้ร่างกายของแกรู้สึกเหมือนถูกเผาทั้งเป็น" เฉียวหยางพูดเสียงเรียบ"ถ้าอยากให้ฉันหยุดก็แค่บอกมา อ้อ… แกคงไม่คิดว่าตัวแกเองจะถูกทรมานจนตายนะคนของฉันพร้อมรักษาแกเสมอ"


            ชายชุดดำอีกคนที่อยู่ด้านข้างเมื่อมองเพื่อนของตัวเองที่กำลังดิ้นพล่าน ใบหน้าเริ่มซีดเผือดขึ้นมา


            ผ่านไปเพียงไม่กี่นาทีชายชุดดำที่โดนฉีดยาก็ทนไม่ไหว กัดฟันพูดออกมา "ฉะ… ฉันไม่รู้ว่าใครเป็นคนจ้างโดยตรง แต่งานนี้ผ่าน 'พ่อค้าแห่งรัตติกาล'..."


            เฉียวหยางเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย"ที่ไหน?"


            ชายคนนั้นหายใจหอบหนักก่อนจะพึมพำออกมา "โรงน้ำชาเมฆาทมิฬ…เขตตะวันตก…"


            หวังเฟิงที่เฝ้าดูอยู่ตลอดพยักหน้าอย่างพึงพอใจตอนนี้ก็ได้ข้อมูลที่ต้องการแล้ว


            ส่วนหวังมู่ก็กำลังยืนดูอยู่ด้านข้างเช่นกันเดิมทีเขาจะเป็นคนจัดการเรื่องนี้เอง แต่คิดไปคิดมาลองให้เจ้าลูกชายจัดการก็ไม่เลวเหมือนกัน จะได้เป็นการฝึกฝนไปในตัวด้วย “เรื่องนี้พ่อจะให้ลูกจัดการนะ”


            หวังเฟิงหันไปมองหวังมู่เห็นสายตาความคาดหวังพุ่งมา จึงพยักหน้าตอบรับด้วยความแข็งขัน “เข้าใจแล้วครับ”


            เมื่อได้อำนาจสั่งการมาแล้วหวังเฟิงก็หันไปมองเฉียวหยาง และเฉียวคุนที่ยืนรอคำสั่งอยู่ “ไปเตรียมตัว เดี๋ยวเราจะไปเยี่ยมพ่อค้าแห่งรัตติกาลกัน”


            พ่อค้าแห่งรัตติกาล…ชื่อนี้ไม่ใช่ใครก็ได้ที่จะเอ่ยถึง เขาคือคนกลางที่ทำหน้าที่ติดต่อว่าจ้างนักฆ่าไม่มีใครรู้จักใบหน้าที่แท้จริงของเขา แต่มีข่าวลือว่าเขามักปรากฏตัวที่ โรงน้ำชาเมฆาทมิฬสถานที่รวมตัวของเหล่าอำนาจมืดของโลกเบื้องหลัง

             

             

     

    คล้ายกับเรื่องยอดคุณชายอันดับหนึ่ง ที่คุณอ่าน