ตอนที่ 47 ชีวิตประจำวันในเมืองไร้นาม
เช้าวันต่อมา ชุนค่อยๆลืมตาขึ้นอย่างช้าๆหลังจากใช้เวลาทั้งคืนในการสร้างโลกจนเสร็จสมบูรณ์ สูญเสียพลังไปเกือบหมด แต่เขายังเหลือสิ่งที่ต้องทำคือทำพันธสัญญากับไร้ลักษณ์ น่าเสียดายเขาต้องใช้เวลาฟื้นฟูพลังกลับคืนมาสักระยะหนึ่ง ยังไงซะต่อให้ดื่มน้ำยาฟื้นฟูพลังเวท เช้านี้เขาก็ต้องออกไปล่าสัตว์ในป่า ช่วงสายกลับมาทำอาหาร ช่วงกลางวัน ช่วงบ่ายและช่วงเย็น เขาต้องไปตามหาศิลาวิญญาณ ในช่วงหัวค่ำเขาจะนั่งทานผลไม้กับหานเยว่ ก่อนไปพักผ่อนหรือฝึกฝน ส่วนด้านหานเยว่ตอนเช้าจำต้องไปหาผลไม้ ช่วงสายมาทำอาหารกับชุน ช่วงกลางวันถึงเย็นบ่มเพาะพลัง ช่วงหัวค่ำทานผลไม้แล้วไปพักผ่อน "เอาละ! เช้าแล้วต้องรีบเข้าป่าตามปกติมิให้ดูผิดแปลกไปจากเดิม" 'นายท่านมิทำพันธสัญญากับไร้ลักษณ์รึขอรับ' "ข้าต้องทำ..น่าเสียดายมิใช่ยามนี้ คงต้องรอให้ถึงช่วงเย็นแล้ว เฮ้อออออ...หวังว่ายามนั้นน้อเยว่คงมิโกรธข้า" ชุนถอดถอนลมหายใจปลดปล่อยความกังวลในใจทิ้งไป ก่อนจะใช้ลมปราณทำความสะอาดร่างกายกับชุดแล้วออกจากบ้านไปเพื่อล่าสัตว์ แต่ก่อนเขาจะออกจากบ้าน เขาได้เดินไปบอกกับหานเยว่เพื่อมิให้นางเป็นกังวลที่อยู่ๆเขาได้หายตัวไป เพราะมีอยู่หนหนึ่งเขาไปล่าสัตว์โดยมิบอกกล่าวอันใด ปล่อยให้หานเยว่อยู่เพียงลำพังในช่วงแรกที่เข้ามาอาศัยในเมือง ทำให้นางนึกว่าเขาทิ้งนางไป โชคดีเขากลับมาก่อนนางจะออกไปตามหาจึงมิเกิดเรื่องใหญ่โต อนิจจาหนนั้นกว่าจักแก้ไขความเข้าใจผิดได้ก็ใช้เวลาไปมากถึงครึ่งค่อนวัน "น้องเยว่! เจ้าอยากกินเนื้อสัตว์ชนิดใดเป็นพิเศษ เดี๋ยวข้าจะไปล่ามาให้เจ้า" ชุนถามหานเยว่ที่กำลังหยิบตะกร้าใส่ผลไม้บนโต๊ะตามปกติจึงเกิดสนทนาเหมือนวันวาน "พี่ชุนน้องไม่ต้องการเนื้อสัตว์ชนิดใดขอเป็นพี่นำมาน้องก็มีความสุข ว่าแต่พี่เถอะอยากทานผลไม้ชนิดใดเป็นพิเศษรึไม่" "ไม่ๆ ข้าไม่ต้องการสิ่งใดเป็นพิเศษ เจ้าหามาตามสะดวกเถอะ..เป็นไปได้อย่าเข้าไปลึกมากมันอันตราย" ชุนบอกหานเยว่ด้วยความห่วงใย จกานั้นเขาก้เดินออกไปจากบ้านอย่างไร้กังวล เพราะเขาบอกหานเยว่แล้วนางคงไม่ทำเรื่องอันตรายเหมือนครั้งอดีตที่คอยเอาใจเขาจนต้องไปเสียงอันตรายในป่า อนิจจาหานเยว่กลับมิรู้ว่าความรักของชุนนั้นไม่จำเป็นต้องมีสิ่งใดมาปรุงแต่งเพิ่มเติม เพียงเขาได้อยู่กับนางทุกวันล้วนเปี่ยมสุขแล้ว . . . กลางป่าเขาลำเนาไพร หลังจากชุนเข้ามาในป่าไม่เกินห้านาทีเขานั้นจับกระต่ายวิญญาณถึงสามตัว การจับกระต่ายวิญญาณของนั้นไม่ใช่เขาใช้พลังปราณ แต่เป็นพละกำลังของร่างกายอันเหนือชั้นที่เกรงว่า ในอนาคตหากไม่ผนึกหรือจำกัดพลังเอาไว้คงเกิดความน่าสงสัยมิใช่น้อย 'อนาคตอันใกล้คิดจะไปสู่โลกภายนอกคงต้องเตรียมตัวให้ดูเหมือนคนธรรมดาซะแล้ว' ชุนลอบคิดในใจ ขณะเดินลึกเข้าไปใป่าเหมือนคนไร้จุดหมาย ในความเป็นจริงแล้วเขามิได้เดินไปอย่างไร้จุดหมายถึงจะดูคล้ายก็ตาม เขาแค่เดินไปตามกระแสพลังปราณอันบางเบาที่ศิลาวิญญาณปลดปล่อยไปอย่างช้าๆ ด้วยเหตุผลที่ว่าอาจพบสมบัติหรือของยากตรวจพบด้วยสัมผัสของเขา 'นายท่านเดินเข้าป่าลึกโปรดระมัดระวังอันตราย' จู่ๆเทพได้กล่าวเตือนผ่านจิตสัมผัส ชุนเห็นว่าคำเตือนมันไม่สมควรเตือนเขาจึงส่งจิตสัมผัสกลับไป 'จะเตือนทำไม ปกติเข้าไปป่าลึกก็ไม่มีอะไรอันตราย จากความสามารถของเจ้านายแกและพลังปราณระดับราชันวิญญาณถึงเป็นยังพอสู้ได้จะมีอะไรต้องกลัว..นี่ยังนับรวมกับพลังเวทมนตร์ของเจ้านายคนนี้' 'ใจเย็นก่อนนายท่านอย่าพึ่งอารมณ์เสีย ท่านมิแปลกใจหรือเหตุใดข้าถึงเตือนท่านทั้งที่ผ่านมามีสิ่งอันตรายนานครั้งนักข้าจักเอ่ยเตือน' ชุนได้ฟังสิ่งที่เทพถึงกับหยุดชะงักไป พอเขามาคิดดูดีๆแล้วเป็นอย่างที่มันบอกจริงๆ เขาเจออันตรายมาเยอะ ถ้าไม่ติดว่าเป็นอันตรายร้ายแรงหรือส่งผลกระทบต่อเขามันไม่เอ่ยเคยเตือน เพราะมันเป็นอันตรายที่เขาสามารถรับมือได้ง่ายดาย ฉะนั้นการที่มันเอ่ยเตือนนับว่าเขาอาจจะเจออันตรายร้ายแรงเข้าจริงๆ 'ปกติมันไม่มีอันตรายอะไรอยู่ในป่าลึก...แกรู้อะไรรีบบอกมาให้หมดเทพ' ชุนส่งกระแสจิตไปบอกเทพ แต่จริงๆแล้วมันออกไปทางเขาขู่มันเสียมากกว่า อย่างไรซะเทพมันได้บอกสิ่งที่มันรับรู้แกชุนทั้งหมด 'ในป่าลึกสัตว์ร้ายแห่งห้วงมิติมาเยือน ข้าน้อยมิรู้ว่าสิ่งใดน่าสนใจจนมันต้องเดินวนไปมาในป่าลึก เพียงรู้ว่าเรามิควรเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับมัน เป็นไปได้ข้อน้อยอยากให้นายท่านถอยกลับ ยิ่งอยู่ให้ห่างไกลมันมากที่สุดย่อมเป็นเรื่องดี ไม่งั้นถ้าเกิดนายท่านโชคร้ายถูกมันสนใจหรือได้รับผลกระทบคงบอกได้ยากว่าท่านจะอยู่หรือตาย' 'มันแข็งแกร่งขนาดนั้นพวกเซียนไม่ลงมาจัดการรึไง' ชุนสงสัย 'มิใช่ขอรับนายท่าน มันมิได้แข็งแกร่งกลับกันมันอ่อนแอเสียยิ่งกว่าอะไร แค่ความสามารถด้านมิติของมันมิอาจคาดเดา ต่อให้เป็นเซียนขืนหลุดเข้าไปในมิติที่มันเปิดก็มิอาจล่วงรู้ได้ว่าอยู่หรือตาย หากนายท่านเข้าใกล้มันแล้วต้องถูกมันเคลื่อนมิติไปที่ใดสักแห่ง ภายในมิติล้วนมีกระแสพลังหนาแน่นฉีกร่างนายท่านได้ในไม่กี่อึดใจ ถึงนายท่านสามารถหลุดรอดจากมิติไปได้..ปลายทางนั้นยังมิอาจคาดเดา ดีไม่ดีนายท่านโชคร้ายถูกส่งไปดินแดนสูงส่งอาจตายได้ในเสี้ยววิ' 'แกอธิบายยืดยาวจะบอกว่าต่อให้เซียนรู้ก็จะไม่จัดการพวกมันถูกไหม?' ชุนถามคล้ายสงสัย เทพจึงกล่าวสืบต่อ 'ขอรับ แต่ไม่ใช่แค่เซียนนายท่าน ต่อให้เป็นปรมาจารย์ยังมิคิดยุ่งเกี่ยวกับมัน' 'ไม่รู้ว่าปรมาจารย์คือระดับไหน ฟังดูแล้วสูงส่งไม่ได้น้อยคงต้องกลับบ้านไม่เข้าไปในป่าวันนี้แล้วละ' ชุนถอนหายใจพลางหันหลังและเดินกลับไปยังบ้านในเมืองอันแสนสงบ เพราะเขาเชื่อเทพสุดใจว่าไอ้เจ้าสัตว์ร้ายแห่งห้วงมิตินั่นต้องอันตรายเกินกว่าจะรับมือได้ ขนาดตอนเขาอยู่ในโลกเวทมนตร์ยังมีตัวตนที่เรียกว่าพระเจ้าดำรงอยู่ แน่นอนว่าแข็งแกร่งกว่าตัวตนที่เรียกว่าเทพหลายขุมจึงไม่ใช่อะไรที่น่าแปลกใจที่จะเจอตัวอันตรายกว่า "หวังว่าโชคชะตาไม่เล่นตลกให้พบเจอไอ้สัตว์ร้ายนั่นนะ" ชุนพึมพำพลางมองท้องฟ้าครั้งหนึ่ง ก่อนเร่งฝีเท้าให้ไวเพื่ออกไปจากป่า เพราะเขาเริ่มสัมผัสได้ถึงความอันตราย