“แต่ตอนนี้มีสมาชิกเหลือกี่คนเท่าที่เห็น อย่างมากก็ไม่ถึงห้าสิบ ทำไมถึงเป็นแบบนั้นรู้มั้ย”
“ระ...เรื่องนั้นเป็นเพราะออกไปลาดตระเวนตอนเช้าแล้วโดนสัตว์ประหลาด...”
“สัตว์ประหลาด?ยังเชื่อคำพูดพวกนั้นอยู่อีก?”
“ถะ...ถ้างั้นมันเป็นยังไงกันแน่...”
“พวกโง่เอ๊ยมีสมองก็ลองคิดดูให้ดี คนพวกนั้นตายเพราะฝีมือของสัตว์-ประหลาดจริงเหรอถ้าอย่างนั้นทำไมไอ้พวกแก๊งชอลดูถึงไม่มีใครตายเลยสักคน”
ชั่วขณะนั้น รอบด้านพลันเงียบสงัด
“แล้วทำไมพวกนั้นถึงได้กลับมาพร้อมกับแข็งแกร่งขึ้น”
[กลุ่มดาว ‘จอมวางแผนลับ’ พยักหน้าให้กับความสามารถในการวินิจฉัยของคุณ]
“ระ...หรือว่า —”
ผู้คนเริ่มหันไปมองชอนอินโฮกันทีละคนสองคนแก๊งชอลดูถอยกรูดไปข้างหลัง ตอนนี้แหละ ได้เวลาตอกลิ่มแล้ว
“เมื่อครู่คนพวกนั้นบอกใช่หรือเปล่าถ้าฆ่าผมแล้วจะได้ ‘เหรียญ’ ”
[กลุ่มดาว ‘นักโทษรัดเกล้าทองคำ’ ดึงผมด้วยความลุ้นระทึก]
“แล้วคนพวกนั้นรู้ ‘ความจริงที่ว่าถ้าฆ่าคนแล้วจะได้เหรียญ’ ได้ยังไงกันแน่”
“พะ...พวกคุณ...คุณอินโฮ!หรือว่า!?”
“หุบปาก!ใส่ร้ายกันชัด ๆ!”
ชอนอินโฮถอยไปข้างหลังขณะเดียวกันสมาชิกแก๊งชอลดูก็พากันหยิบอาวุธขึ้นมาถือไว้ ผู้คนพึมพำร้องครางด้วยความหวาดกลัว
[ฮ่า ๆ ๆ!ตอนนี้เหลืออีกแค่เจ็ดนาทีแล้ว!]
ผมเดินนำขึ้นไปอยู่ตรงหน้าพวกเขาแล้วพูดขึ้น
“ถ้าพวกคุณยังมีศักดิ์ศรีสุดท้ายเหลืออยู่บ้างก็จงต่อสู้ด้วยพละกำลังของตัวเองเถอะ”
‘คมดาบแห่งศรัทธา’ กู่ร้องอย่างรุนแรง นัยน์ตาของผู้คนที่มองสบกันเปี่ยมล้นไปด้วยความโกรธแค้น
“อย่างน้อยก็ทวงสิ่งที่คนพวกนั้นแย่งไปกลับคืนมาด้วยมือของพวกคุณ”
ราวกับเฝ้ารอจังหวะอยู่แล้วสมาชิกแก๊งชอลดูวิ่งตรงมาที่ผมอย่างพร้อม-เพรียงผมเองก็วิ่งกระโจนเข้าใส่พวกนั้นเช่นกัน
“เพราะโลกใบนี้มันกลายเป็นสถานที่แบบนั้นไปแล้ว”
แสงสีขาวขยับวาด ผู้คนกรีดร้องโหยหวนและใครบางคนก็ร้องตะโกน
“ใช่แล้ว บัดซบ!”
“ไอ้สารเลวววว!”
ผู้คนเริ่มเคลื่อนไหว ทุกคนบรรดาผู้ที่เคยฆ่าใครสักคนมาแล้ว
“มะ...แม่!”
“ดายองอา มานี่เร็ว!ถือเอาไว้นะ! แล้วทำเหมือนตอนที่ทำบนรถไฟใต้ดิน!”
มีทั้งแม่กับลูกสาว
“ไอ้พวกเศษสวะ!”
มีทั้งชายที่อายุค่อนข้างมาก
“ไอ้พวกชั่ว!”
แต่มันเป็นการต่อสู้ที่พวกเขาไม่อาจต่อกรได้จำนวนคนที่เหลือกับแก๊งชอลดูใกล้เคียงกันมากและพลังการโจมตีของพวกแก๊งชอลดูที่ได้รับเหรียญมาจากการไล่ล่ามนุษย์อย่างสนุกสนานก็เหนือชั้นกว่า
ทว่านั่นเป็นในกรณีที่ผมไม่อยู่ตรงนี้
ฉับ!
แขนขาของแก๊งชอลดูหลายคนที่วิ่งเข้ามาหาผมลอยกระเด็นไปไกลความรู้สึกน่าขนลุกจากการฟาดฟันร่างกายมนุษย์แผ่ซ่านไปทั่วมือเหล่าสมาชิกแก๊งชอลดูซึ่งตกอยู่ในสภาพไม่อาจสู้รบได้อีกเงยหน้าขึ้นมองผม
“วะ...ไว้ชีวิตด้วย...”
วินาทีนั้นเองใครบางคนก็ก้าวขึ้นมาขวางผมไว้แล้วแทงดาบเข้าไปในปากของสมาชิกแก๊งชอลดูที่ล้มอยู่บนพื้น
“ฉันบอกแล้วไงคะว่าจะฆ่ามันเอง”
[บรรลุเงื่อนไขทั้งหมดในการวิวัฒนาการของคุณลักษณะ ‘ผู้หมอบซุ่ม’]
[คุณลักษณะของตัวละคร ‘จองฮีวอน’ พร้อมเฉิดฉาย]
แสงเจิดจ้าเป็นประกายงดงามจนตาพร่าพวยพุ่งออกมาจากร่างของหญิงสาว
ผมพยักหน้า ได้เวลาแล้ว
[คุณลักษณะของตัวละคร ‘จองฮีวอน’ เกิดการวิวัฒนาการเป็น ‘ผู้พิพากษาแห่งการทำลายล้าง (วีรบุรุษ)’]
ผู้พิพากษาแห่งการทำลายล้างเหล่าปีศาจผู้พิพากษาที่แข็งแกร่งที่สุดในบรรดาคุณลักษณะผู้พิพากษาหลักทั้งสามได้ตื่นขึ้นจากการหมอบซุ่มแล้ว
[คุณมีส่วนเป็นอย่างมากในการวิวัฒนาการคุณลักษณะของ ‘ผู้หมอบซุ่ม’!]
[ตัวละคร ‘จองฮีวอน’ ไม่ลังเลที่จะเป็นดาบให้แก่คุณในอนาคต]
“ตั้งแต่นี้ไปคุณถอยไปสักพักเถอะค่ะ”
จองฮีวอนกล่าวด้วยนัยน์ตาทอประกายเย็นเยียบ
“เพราะพวกนี้เป็นหน้าที่ของฉัน”
[ตัวละคร ‘จองฮีวอน’ เปิดใช้งานสกิล ‘เวลาแห่งการพิพากษา’]
[เหล่ากลุ่มดาวฝ่ายดีเห็นด้วยกับการใช้สกิลเฉพาะตัวดังกล่าว]
[‘เวลาแห่งการพิพากษา’ถูกเปิดใช้งาน]
ดาบของจองฮีวอนแผ่ออร่าสีเลือดวิถีดาบฟาดฟันอย่างน่าสะพรึงขวัญ วิชาเคนโด้ของเธอที่ถึงแม้จะเบา หากแต่เคลื่อนไหวอย่างแม่นยำวาดผ่านแก๊งชอลดูไป ฝนเลือดสาดกระเซ็นไปทั่ว
“อ๊ากกกกก!”
กลายเป็นลานแห่งการสังหารหมู่โดยสมบูรณ์แน่นอนว่าคนที่กำลังต่อสู้ไม่ได้มีแค่จองฮีวอนคนเดียว ยูซังอา อีฮยอนซองกระทั่งอีกิลยองต่างก็อยู่ประจำตำแหน่งของตัวเองเพียงแต่ไม่มีใครลงมือรุนแรงเท่าจองฮีวอน
ราวกับถือกำเนิดขึ้นมาเพื่อฆ่าโดยเฉพาะจองฮีวอนลงมือสังหารแล้วสังหารเล่า
ถ้าผมฟันแขน จองฮีวอนก็จะแทงหัวใจถ้าผมฟันขา จองฮีวอนก็จะฟันคอพวกเขาเธอจัดการเก็บกวาดเศษซากที่ผมเหลือทิ้งไว้อย่างหมดจด ไร้ซึ่งความลังเลใด ๆราวกับคนที่ปรารถนาเฝ้ารอวินาทีนี้มาเนิ่นนาน
“...”
รอบด้านเจิ่งนองไปด้วยเลือดเพียงพริบตาแก๊งชอลดูก็เหลือแค่ชอนอินโฮคนเดียวแต่หมอนั่นก็โดนฝูงชนทำร้ายจนได้รับบาดเจ็บไปทั่วร่าง จองฮีวอนหันมามองผมผมพยักหน้าให้เธอ
ชอนอินโฮหัวเราะเยาะในขณะมองมาที่ผม
“หึ ๆ ๆ...แก แก...”
แต่เขาก็ไม่อาจพูดอะไรออกมาได้อีกเพราะจองฮีวอนปรากฏตัวขึ้นด้านหลังแล้วแทงดาบลงกลางกระหม่อมจนทะลุลงไปถึงคาง
[กลุ่มดาวทั้งหมดในช่องรู้สึกมีความสุขเป็นอย่างมาก]
หลังปิดฉากด้วยดาบนั้นทุกคนก็หยุดทุกการกระทำ
การต่อสู้จบลงแล้วแต่ไม่มีใครรู้สึกได้ถึงมัน
ราวกับช่วงเวลาทั้งหมดก่อนหน้านี้ที่พวกเรายังย่างเนื้อกินด้วยกันได้รู้สึกถึงความหมายของชีวิต เดินไปพลางหยอกล้อเล่นมุกตลกเหล่านั้นไปพลางช่วงเวลาทั้งหมดที่ได้ดื่มด่ำกับความสงบสุขแม้จะเพียงแค่ครู่เดียวเหล่านั้นเป็นเพียงแค่เรื่องโกหก
ท่ามกลางซีนาริโอบัดซบนี่
ยูซังอากำลังร้องไห้
อีกิลยองหลับตาลง
อีฮยอนซองกัดริมฝีปากแน่นจนเลือดไหลซิบ
จองฮีวอนที่ใช้พลังไปจนหมดทรุดกายนั่งลงบนแอ่งเลือด
ใช่แล้วนี่แหละคือสัจธรรมของโลกใบนี้
[ได้เวลาชำระค่าธรรมเนียมการมีชีวิตรอด]
เสียงอะไรบางอย่างระเบิดก้องไปทั่วบริเวณ
คนที่ได้รับเหรียญรอดชีวิตคนที่ไม่ได้รับเหรียญต้องตาย และไม่มีใครช่วยเหลือใครทั้งสิ้น ผมหันไปพูดกับพวกเขา
“ลุกขึ้นได้แล้วครับทุกคน”
ต่อให้เงยหน้าขึ้นก็ไม่อาจมองเห็นท้องฟ้าจากที่นี่ได้ผมเหม่อมองท้องฟ้าที่มองไม่เห็นอยู่เนิ่นนาน ราวกับกำลังต่อต้านโชคชะตาอันยิ่งใหญ่
คราวนี้กระทั่งกลุ่มดาวน่ารำคาญพวกนั้นก็ไม่ได้พูดอะไร
“เพราะซีนาริโอเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น”
ท่ามกลางผู้คนที่หยุดนิ่งตกอยู่ในภวังค์ผมครุ่นคิดเกี่ยวกับซีนาริโอถัดไปเพียงลำพัง ใจของผมเงียบสงบราวกับแค่พลิกหน้ากระดาษผ่านไปอีกหน้า
ผมได้รับของทั้งหมดที่ต้องการจากสถานีกึมโฮแล้ว
ตอนนี้เวทีถัดไปคือชุงมูโร