บทที่ 40 พบกันอีกครั้ง
ลุงย้อยได้ยินชื่อหมื่นช้างตอนแรกไม่ได้คิดอะไรแต่พอคิดดูอีกทีก็ตกใจเรียกไอ้ขมแล้วปรึกษากันว่าจะเอาอย่างไรดี
“ไอ้ขมเอ็งว่าหมื่นช้างแห่งอู่ทองมีกี่คนวะ” ไอ้ขมหัวเราะ
ขม” คนเดียวสิลุงก็หมื่นช้างลูกชายของพระศรีวิชัยชาญไงลุง “ขมชะงักไปเดี๋ยวนะถ้างั้นไอ้อ้วนนี่ก็คือ
ขม” ซวยแล้ว “เขารีบตะโกน
ขม” ท่านเขยระวังอย่าไปฆ่ามันนะขอรับ “ลุงย้อยถึงกับหน้ากระตุกนี่ห้ามหรือว่าให้อัดต่อกันแน่ขอแค่ไม่ได้ก็ได้แล้วใช่ไหม นินหรือจะสนใจตอนนี้เขาตกใจอยู่ที่เจอกับวาสอีกครั้ง
นิน” เธอวาส” นางมองนินก็ตกใจแล้วพยักหน้า
“ใช่ข้า “ยังพูดไม่จบนางก็สลบไปนินรีบประคองนาง
นิน” ขมลุงย้อยพาเธอขึ้นรถที “ทั้งสองจึงพยุงวาสขึ้นรถม้า นินหันมาทางหมื่นช้างแล้วใช้ดาบพาดบนคอของมัน
นิน” มึงโชคดีนะไอ้สารเลวที่ฉันไม่มีเวลามาอัดแก “มีเสียงดังขึ้นมา
” เกิดอะไรขึ้น “เจ้าหน้าที่ขี่ม้ามาทางพวกเขา
นิน” ให้ตายเถอะกว่าจะมากันได้ “นินรีบกล่าว
“ไอ้เวรนี่มันฉุดสตรีกลางถนนฉันไม่สิข้าก็เลยสั่งสอนมันน่ะ” ทหารขมวดคิ้วมองไปที่นิน
“แล้วเอ็งเป็นใคร” นินยิ้มออกมาแล้วทำมือให้คนเข้ามาใกล้ๆ
นิน “ลงมาสิแล้วข้าจะบอกให้ว่าข้าเป็นใคร” ทหารขมวดคิ้วกระโดดลงจากม้านินจึงดึงเข้ามากระซิบ
นิน “ข้าอยู่เรือนเจ้าพระยาเรืองไปตรวจสอบได้ข้าชื่อนิน” ทหารถึงกับชะงักไปดีที่เขาไม่ได้ล่วงเกินไป
นิน “ส่วนไอ้เวรนี่บอกว่าตัวเองคือหมื่นช้างไม่รู้แอบอ้างหรือเปล่าเล่นฉุดสตรีกลางถนนน่าจะเป็นโจรมากกว่า” คนของหมื่นช้างรีบพูด
“อย่ามาพูดมั่วๆ นะเรามีหนังสือแนะนำตัวมาจริงๆ” หมื่นช้างก็พยักหน้าตอนนี้ปากเขาบวมจนพูดไม่ได้แล้ว
นิน “อ้อเป็นถึงขุนนางแต่ทำตัวต่ำช้าเช่นนี้เกรงว่าไม่เห็นกฎหมายอยู่ในสายตาเลยใช่หรือไม่” ทุกคนอึ้งไปทว่าสตรีอีกคนที่ยืนดูอยู่ยังคงสงบกล่าวออกมา
” เช่นนั้นเจ้าก็มีความผิดกล้าทำร้ายขุนนางเช่นกัน “นินหรี่ตาลง
นิน” โอ้มีทนายปากเก่งเสียด้วยเชื่อหรือไม่ว่านอนจากข้าจะไม่ผิดแถมพวกแกทุกคนยังต้องมาขอโทษข้าด้วยอีกอยากพวกแกยอมรับแล้วใช่หรือไม่ว่าฉุดสตรีจริงๆ “ทุกคนหน้ากระตุกสตรีคนนั้นหรี่ตาลง
” เจ้าเป็นใครกันแน่ “นินยิ้มออกมากำลังจะกล่าวอะไรลุงย้อยก็กล่าว
“ท่านเขยขอรับต้องพาแม่หญิงคนนี้ไปหาหมอก่อนขอรับนางไม่ไหวแล้ว” นินแค่นเสียง
นิน “ไอ้ช้างถ้าอยากแก้แค้นตามหาข้าให้เจอได้เลยข้าอยู่เมืองหลวงนี่แหละ” เขากระโดดขึ้นรถม้าแล้วควบม้าออกไป สตรีที่ชอบโวยวายกล่าวอย่างไม่พอใจ
“พวกท่านจะไม่รั้งมันหน่อยหรือมันทำร้ายขุนนางนะ” เจ้าหน้าที่กลอกตานั่นมันคนของเจ้ากรมผู้ตรวจการเชียวนะเขาจะกล้าทำอะไรได้
” เจ้าก็ไปแจ้งความสินายเจ้าฉุดผู้หญิงไม่ใช่หรือถามคนแถวนี้ก็รู้แล้วว่าใครผิด “สตรีอีกคนหรี่ตาลงแล้วสั่งทุกคน
” พวกเรารีบไปเถอะตอนนี้เราเสียเปรียบมาก “นางรู้ดีว่าทำอะไรไม่ได้แล้วสอบถามมาจริงๆ พวกนางเสียเปรียบแน่นอน นินนั่งในรถม้าแล้วขมวดคิ้วมองวาสอย่างสงสัยว่านางทำไมถึงมีสภาพเป็นเช่นนี้
ในเมืองหลวงหมื่นเทพกำลังตรวจดูสถานที่ในเมืองเพื่อที่จะจัดงานต้อนรับทูตที่กำลังจะมาไทยเขาต้องออกแบบการตกแต่งอย่างดีได้ยินว่าท่านอ๋องและครอบครัวจะมาที่ไทยด้วยจึงต้องจัดงานอย่างดี แน่นอนว่าทางไทยไม่จำเป็นต้องทำถึงขั้นนี้เพราะทางฝั่งนั้นต่างหากที่ขอความช่วยเหลือจากไทยทว่าคนไทยเมื่อมีแขกมาตามทำเนียบจะต้องต้อนรับอย่างดีให้เหมือนบ้านตัวเองจึงเกิดเรื่องนี้ขึ้นนั่นเองกำหนดการเรือของทูตออกแล้วนั่นคือปลายเดือนธันวาคมอาจจะมาถึงตอนสิ้นปีเลยหรือไม่ก็ก่อนหน้านั้นสองสามวันทำให้งานยิ่งต้องเร่งมือ
หมื่นเทพ “ตรงนั้นจะต้องประดับตกแต่งผ้าไหมด้วย” ลูกน้องของเขาพยักหน้า
” อ้อพวกร้านค้าแถวนั้นต้องเป็นระเบียบกว่านี้ดูสิตั้งร้านออกมาเกินถนนแล้ว “ทุกคนทำงานกันอย่างจริงจังคนหนึ่งกล่าวออกมา
” พรุ่งนี้เรือจากเมืองสองแควมาถึงแล้วท่านหมื่นยังจะโหมงานอีกหรือ “ลูกน้องเขากล่าวยิ้มๆ หมื่นเทพชะงักไปจากนั้นเขาก็ยิ้มออกมา
“เรื่องนี้ข้าจะลืมได้อย่างไรข้าเตรียมความพร้อมไว้หมดแล้ว” คณะของเขาเดินไปบนถนนจากนั้นเขาก็สังเกตเห็นรถม้าที่จอดที่โรงหมอที่เขาคุ้นมากเขาเห็นขมและลุงย้อยเขาจำขมไม่ได้แต่จำลุงย้อยได้จากนั้นเขาเห็นชายหนุ่มกระโดดลงมาจากรถม้าพร้อมอุ้มผู้หญิงมาด้วย
หมื่นเทพ “นั่นมันเจ้าคนวันนั้นไม่ใช่หรือพวกเขาทำอะไรกัน” เขาจำนินได้เพราะเกือบจะทะเลาะกันแล้วเขาเคยสืบเรื่องของนินมาเหมือนกันแต่ดูเหมือนเป็นแค่หลานชายจากญาติห่างๆ มาขออาศัยด้วยเขากำลังจะเดินไปดูก็ได้ยินเสียงดังมาจากด้านหลัง
“ไอ้เทพไม่ได้เจอกันนานเลยนะได้ยินว่าเอ็งถึงตอมใจเลยหรือวะ” หมื่นเทพหันกลับไปก็พบว่าเป็นหมื่นอิน
ทั้งสองแม้เป็นคนรุ่นเดียวกันแต่ก็มองว่าเป็นคู่แข่งมากกว่าเป็นมิตรดังนั้นเมื่อพบกันก็ต้องปะทะฝีปากกันสักยกเขากล่าวออกมาอย่างดุดัน
หมื่นเทพ “เรื่องของข้าเอ็งไม่ต้องมาสนใจหรอก” มันหัวเราะ
“ได้ยินว่าเอ็งจะหมั้นแล้วแต่งเลยงั้นข่าวที่ว่าเอ็งตอมใจคงไม่จริงสินะก็แค่แสดงให้คนเข้าใจแม่พิมผิดสินะข้าล่ะเห็นใจแม่พิมจริงๆ ที่ต้องมารู้จักคนอย่างเอ็ง” หมื่นเทพขมวดคิ้ว
หมื่นเทพ” เรื่องของข้าเอ็งไม่ต้องมาสอดหรอกไอ้อินเอาเวลาไปเอาใจแม่หญิงจันทร์วาดดีกว่าได้ยินว่ามีคนกินอาหารร้านนางแล้วทองเสียนี่ “หมื่นอินตากระตุก
” ไอ้เวรนี่ยอกย้อนนักข้าก็แค่ไม่เข้าใจปากก็บอกว่ารักแต่การกระทำกลับทำให้นางเสื่อมเสียนี่ข้าผิดหรือที่สงสัย” หมื่นเทพเผยยิ้มร้ายกาจออกมา
หมื่นเทพ “เช่นนั้นแม่พิมเสื่อมเสียแล้วเกี่ยวอะไรกับข้าหรืออย่าลืมว่าข้ามีคู่หมั้นแล้วเช่นกันถ้าข้ามีใจให้แม่พิมจริงๆ ข้าจะหมั้นกับแม่หญิงเมืองสองแควได้อย่างไรอีกอย่างก่อนหน้านี้ข้าก็มิเคยให้ผู้ใหญ่ไปสู่ขอนางเลยมิใช่หรือส่วนข่าวลือนั่นข้าก็ไม่ใช่คนปล่อยจะมาโทษข้าได้อย่างไร” หมื่นอินชะงักไปเขาหรี่ตาลงก่อนจะเผยยิ้มออกมาเรื่องที่หมื่นเทพตอมใจนั้นเขาสืบมาแล้วเป็นเรื่องจริงส่วนท่าทางวันนี้เขาพอจะเดาอะไรบางอย่างออกแล้ว
“ที่แท้เป็นเช่นนี้เองงานหมั้นเอ็งข้าไปแน่ ฮ่าๆๆๆ” หมื่นเทพหมดอารมณ์จะทำงานเขาเองก็กลับเช่นกัน ทว่าในตลาดนั้นมีคนจากร้านขายยาใกล้เดินออกมามองไปยังหมื่นเทพแล้วทำงานต่อพวกเขากำลังขนของขึ้นรถม้าแล้วขับรถออกไป ส่วนนินตอนนี้ก็อยู่ในห้องผู้ป่วยหมอกล่าวออกมา
“แม่คนนี้ปลอดภัยแล้วนางโดนดาบอาคมแทงมาดีที่ไม่ใช่จุดตายหมอธรรมดารักษาไม่ได้หรอกดีที่ข้าพอมีของอยู่บางส่วนแขนนางที่หักเหมือนว่าจะหายดีแล้ว” นินรีบขอบคุณหมอแล้วจ่ายค่ายาไปทั้งหมด
นิน “ขอบคุณมากหมอนางจะฟื้นเมื่อไร” หมอยิ้มออกมา
หมอ “น่าจะสักพักนั่นแหละ” นินพยักหน้าทั้งสามจึงนั่งรอให้นางฟื้นโดยการไปทานข้าวที่ร้านใกล้ๆ
ขม “ท่านเขยตกลงแม่หญิงคนนั้นเป็นใครงั้นหรือขอรับ” นินจึงเล่าให้ฟังทั้งสองอ้าปากค้าง
นิน “ก็อย่างนั้นแหละท่านเจ้าคุณถูกโจรจับไปพวกเราถึงได้เจอกันนั่นแหละไม่รู้ว่าเธอมานี้มีจุดประสงค์อะไรถึงได้มาไกลขนาดนี้ “ทุกคนพยักหน้า
ขม “งั้นท่านเจ้าคุณก็รู้จักแม่หญิงคนนั้นด้วยสิขอรับข้าว่าแม่หญิงคนนั้นอาจจะมาขอให้ท่านเจ้าคุณรับเข้าทำงานก็ได้” นินสีคางไปมา
นิน “เดี๋ยวก่อนนะฉันขาดคนส่งของอยู่พอดีเลยไม่ใช่หรือจากนั้นวาสก็ปรากฏตัวนี่แสดงว่าสวรรค์แอบช่วยฉันอยู่ไม่ใช่หรือ” ลุงย้อยกลอกตา
ลุงย้อย” นางหนูนั้นมาไกลขนาดนี้ด้วยสภาพเช่นนั้นท่านเขยคงไม่ได้คิดว่าแม่หนูนั่นจะมาของานทำหรอกนะ “นินถึงกับหน้ากระตุก
นิน” นี่ลุงทำตัวเหมือนนายลุงไปทุกทีแล้วนะที่ชอบขัดความฝันคนอื่นน่ะ “ทั้งสองหัวเราะ
นิน” วาสน่าจะฟื้นแล้วนะเรากลับไปดูกันเถอะ “ทั้งสามจึงกลับไปก็พบว่าวาสฟื้นแล้วจริงๆ
” นั่นไงพวกเขาแหละที่ช่วยเจ้าไว้ “วาสเห็นนินก็ตกใจ
“เจ้าจริงด้วยข้าคิดว่าข้าฝันไปเสียอีก” นินนั่งลง
นิน “เล่ามาว่าเกิดอะไรขึ้นทำไมถึงมาถึงนี่ในสภาพแบบนี้” นางจึงนึกถึงจุดประสงค์ที่มาได้
วาส “ข้าต้องการพบท่านเจ้าคุณด่วนที่สุด” ทั้งสามขมวดคิ้ว
นิน “ในเย็นก่อนเธอบาดเจ็บสาหัสคงยังออกจากที่นี่ไม่ได้หรอก” เดี๋ยวฉันจะให้ขมไปตามลุงมาให้ “นางรีบพูด
“จะให้ท่านมาด้วยตัวเองได้อย่างไรเรื่องนี้สำคัญมากนะ” นางพยายามลุกขึ้นนินต้องกดร่างนางลง
นิน “นอนลงไป” เขาหันไปสั่ง
นิน “ขมนายไปตามลุงมาบอกว่ามีเรื่องสำคัญมากให้มาที่นี่ด่วนที่สุด” ขมรีบออกไปนางประหลาดใจ
วาส” เจ้าสามารถเรียกท่านเจ้าคุณมาเองได้เลยหรือ “นินพยักหน้า
นิน” ใช่สิข้าน่ะเป็นคนช่วยชีวิตท่านเจ้าคุณเชียวนะ “วาสกลอกตา
นิน” ตกลงมันเรื่องอะไรกันแน่ “นางจึงเริ่มเล่าแต่ท้องร้องเสียก่อน
วาส” เอ่อคือข้า “นินหัวเราะ
นิน” งั้นกินก่อนเถอะฉันซื้อข้าวต้มมาให้ด้วย “เขาเอาถ้วยมาเทข้าวต้มส่งให้
วาส” ขอบใจ “นินจึงถาม
นิน” ว่าแต่มาที่นี่เธอคงไม่มีงานทำใช่ไหม” วาสพยักหน้า
นิน “สนใจทำงั้นกับฉันไหม” เธอขมวดคิ้วแล้วตักข้าวกินไปหนึ่งคำก่อนจะถาม
สาว” งานอะไร “นินยิ้มออกมา
นิน” ส่งและรับของจากสามโคกมาเมืองหลวงระยะทางประมาณสามถึงสี่วัน” นางประหลาดใจแต่ไม่ได้ตอบอะไรนินจึงโน้มน้าว
นิน “ค่าแรงฉันให้ 800 บาทต่อเดือนเลย” นางมองหน้าเขาแล้วยิ้ม
“เจ้าใจถึงนะเนี่ย” นินพยักหน้า
นิน “แน่นอนสิฝีมือเธอฉันเห็นมาแล้ว” วาสพยักหน้าราคาที่นินเสนอมาไม่เลวเลยแถมอยู่เมืองหลวงสะดวกด้วย
วาส “ข้าขอคิดดูก่อน” นินพยักหน้าเมื่อนางกินข้าวเรียบร้อยท่านเจ้าคุณก็มาพร้อมทองและแสน
“เอ็งมีเรื่องด่วนอะไรถึงต้องให้ข้ามาเองแบบนี้” นินยิ้มออกมาแล้วชี้ไปที่วาสท่านเจ้าคุณขมวดคิ้ว
“เอ็งเองรึ” วาสรีบไหว้ท่านเจ้าคุณ
ท่านเจ้าคุณมองนางแล้วพยักหน้าจากนั้นก็ขมวดคิ้วแล้วมองไปทางนินอย่างสงสัยนินยิ้มแล้วรีบกล่าวออกมา
นิน “เรื่องด่วนจริงๆ ลุงฟังเธอก่อน” ท่านเจ้าคุณมองนาง
“ว่ามางานข้ายุ่งมาก” วาสกล่าว
วาส” ขออภัยที่ต้องให้ท่านมาเองข้ามีเรื่องด่วนจะรายงานเจ้าค่ะ “ท่านเจ้าคุณโบกมือ
” ไม่ต้องมากพิธีรีบเล่ามาเถอะ “นางเริ่มเล่า
” เมื่อตอนต้นเดือนข้าได้รับงานขนสินค้าไปเมืองสองแคว “นางเล่ามาจนถึงตอนที่พบศพเดินได้ทุกคนก็ลุกพรวดขึ้นมา
ทอง” ที่แท้เจ้าคือคนของขบวนสินค้านั้น “นางพยักหน้า
” พวกท่านรู้แล้วหรือ “ท่านเจ้าคุณรีบถาม
“เรื่องราวเป็นมาอย่างไร” นางจึงเล่าทุกอย่างที่นางเห็นและประสบมา
วาส “พวกมันแปลกมากผิวหนังแข็งยิ่งกว่าเหล็กดาบอาคมของข้าฟันแทงไม่เข้าแถมการเคลื่นไหวของมันนั้นราวกับคนเสียสติแต่ว่า “ทุกคนตั้งใจฟัง
” ในตอนที่ข้ากระโดดลงจากหน้าผามีร่างคนปรากฏขึ้นมันสามารถควบคุมผีดิบได้เสียงกระดิ่งนั่นข้าว่ามันใช้สิ่งนั้นควบคุมศพพวกนั้น “วาสเล่าอย่างละเอียดถึงความสามารถของศพ ทุกคนถึงกับพูดไม่ออกหมายความว่าพวกมันมีกองกำลังหลายร้อยตัวและยังทรงพลังมากกำลังทหารไม่สามารถทำอะไรพวกมันได้เลยเพราะร่างกายพวกมันแข็งแกร่งกว่าเหล็กเสียอีก ทว่าสิ่งที่นางเล่ามานินคิดว่าเหมือนซอมบี้คนกึ่งหนึ่งเลย
นิน” หากเป็นผีดิบจีนจริงๆ ก็น่าจะกลัวไฟแต่ว่าจากที่ลุงเล่ามานั้นไฟทำอะไรมันไม่ได้ถ้าอย่างนั้นข้าวสารหรือข้าวเหนียวยังใช้ได้อยู่ไหมนะอ้อจริงสิเลือดหมาดำก็อาจจะใช้ไม่ได้ “แน่นอนว่านี่เป็นความรู้จากในหนังที่เขาดูมาคงใช้อ้างอิงไม่ได้ เมื่อท่านเจ้าคุณฟังจบก็พยักหน้า
” ขอบใจเอ็งมากนี่ช่วยเราได้มากในการสืบคดี “นางส่ายหน้า
” ไม่เลยนี่เป็นเรื่องสำคัญข้าจึงรีบมาที่นี่ “ท่านเจ้าคุณพยักหน้า
นิน “แล้วทำไมเธอจึงมีสภาพเช่นนี้” นางจึงเล่าออกมา
“หลังจากที่ข้าตกหน้าผาโชคดีที่ข้ารอดมาได้เพราะเถาวัลย์แต่แขนของข้าหักและบาดเจ็บหนักแต่ยังดีข้ายังพอมียาดีติดตัวจึงยื้อชีวิตออกมาจากป่าแล้วพบหมู่บ้านแถบนั้นดีที่หมู่บ้านมีหมอฝีมือดีรักษาให้ข้าจากนั้นเมื่ออาการดีขึ้นข้าก็ออกเดินทางโดยไม่พักเมืองมาถึงที่นี่” นินพยักหน้า
นิน “เธอใจเด็ดมาก” วาสยิ้ม
วาส” เรื่องนี้สำคัญมากรอไม่ได้หรอกข้าจึงต้องรีบเดินทาง “นินจึงถาม
” แล้วแขนเจ้าหายแล้วหรือ “นางพยักหน้า
” ยาของข้าเป็นยาไม่ธรรมดาสามารถเชื่อมต่อกระดูกได้น่ะแต่แผลจากดาบอาคมมันช่วยไม่ได้ข้าจึงบาดเจ็บเช่นนี้” นินถึงถามต่อ
นิน “แล้วทำไมเสื้อผ้าเธอเป็นเช่นนั้น” นางกล่าวออกมาอย่างจนใจ
“ก่อนหน้านี้ข้าเจอเข้ากับฝูงหมาป่าหลังจากออกจากเมืองละโว้ไม่นานโดยใช้การเดินลัดเขาไปจะได้ถึงเร็วกว่าเพราะเส้นทางหลักเต็มไปด้วยผู้คนข้าว่ามีคนจงใจเอาพวกมันมาไว้บนเขาเพื่อสร้างความวุ่นวายแล้วปล้นขบวนสินค้าข้าก็เลยสังหารมันทั้งหมด” ทุกคนพยักหน้าท่านเจ้าคุณขมวดคิ้ว
“ไอ้ทองส่งข่าวไปยังกรมทหารเรื่องโจรให้ตรวจดูให้รอบๆ เมือง” ทองกล่าวออกมา
ทอง “ตอนนี้กองกำลังทั้งหมดกำลังล่าตัวไอ้หมอผีนั่นอยู่ขอรับ” ท่านเจ้าคุณขมวดคิ้ว
“งั้นส่งข่าวไปยังละโว้ให้พวกมันส่งคนออกลาดตระเวนให้ทั่วภูเขา” ทองรับคำรีบออกไป
นิน “จริงด้วยลุงก่อนหน้านี้ผมได้ซัดไอ้ช้างไปหนักอยู่เหมือนกันอีกไม่นานมันคงส่งคนมาหาเรื่องแน่ๆ “ท่านเจ้าคุณแค่นเสียง
” เรื่องเป็นมาอย่างไร “นินจึงเล่าให้ฟังท่านเจ้าคุณหนวดสั่นด้วยความโกรธ
” ไอ้สารเลวนั่นถึงขั้นฉุดผู้หญิงกลางถนนเลยหรือทำไมเอ็งไม่เลาะฟันมันออกเลยเล่า “นินหัวเราะแห้งๆ
นิน” ก็ต้องรีบส่งคนมาโรงหมอนี่ก็อยากกระทืบมันอยู่หรอก “กฏหมายเรื่องสตรีของไทยภายใต้การปกครองของขุนหลวงรุนแรงมากท่านเคยเห็นประเทศที่เห็นสตรีเป็นเครื่องมือมาแล้วมันไม่ดีเลยขุนหลวงจึงต่อต้านอยู่บ้างแต่ก็ไม่สุดโต่งเกินไป ท่านเจ้าคุณมองวาส
” เอ็งจะอยู่เมืองหลวงหรือไม่ข้าจะให้คนจัดการลงทะเบียนให้ถ้าอยากทำงานที่กรมผู้ตรวจการข้าจะหาตำแหน่งให้ “นินรีบกล่าว
นิน” ไม่ได้ๆ อย่าแย่งคนผมสินี่น่ะผมกำลังจะให้มาเป็นคนส่งของให้ผมนะ “ท่านเจ้าคุณส่ายหน้า
” เอ็งให้แม่วาสเข้ากระทรวงวิทยาการดีกว่าแล้วเอ็งค่อยจ้างวาสเป็นงานๆ ไป “นินดีดนิ้ว
นิน “ต้องเป็นลุงที่เฉียบแหลมกว่าผมได้ตามนั่นแหละ “เขาหันมาหาวาส
นิน” เอาอย่างไรอยากรับราชการหรือไม่ “วาสสับสนนินจึงเล่าเรื่องตำแหน่งเขาให้ฟังนางตกใจไม่น้อยเลย
วาส” ไม่ทันไรเอ็งก็มีตำแหน่งสูงขนาดนี้แล้วได้ตามนั้นข้าเอาด้วย “นินยิ้มออกมา
นิน “เยี่ยมคนของข้าบวกหนึ่งแล้ว “ทุกคนกลอกตา
“เอ็งพานางไปทำตามขั้นตอนให้เรียบร้อย” นินพยักหน้า
นิน “ครับ” ไม่นานทองก็กลับมาพร้อมไอ้เป็ดจะกล่าวถึงเป็นสักหน่อยเขามีรูปร่างสูงใหญ่ใบหน้าค่อนข้างดีดูแล้วเป็นที่เรียกว่าเจ้าเล่ห์เล็กน้อยตามแบบพ่อค้าที่คางของเขามีไฝเม็ดเล็กอยู่ด้วยมันพูดโน้มน้าวใจเก่งแถมมีดวงตาตามโหงวเฮ้งจีนที่เรียกว่าดวงตาดอกท้อเสียด้วย
ทอง “เรียบร้อยขอรับส่งนกพิราบไปแล้วขอรับ” ท่านเจ้าคุณพยักหน้า เป็ดยกมือไหว้ทุกคน
ทอง” นี่น้องเมียผมเองขอรับท่าน “ท่านเจ้าคุณพยักหน้าแล้วเดินออกไปทองจึงแนะนำให้นินรู้จัก
ทอง” นี่คือไอ้เป็นส่วนนี่คือท่านเขยข้าไปเจอมันพอดีเลยพามาด้วย” นินมองเป็ดอย่างตกตะลึงหน้าของเป็ดเหมือนเพื่อนเขาสมัยเป็นเรียนที่ชื่อวัฒน์เลยแน่นอนว่าสนิทกันมาทว่าวัฒน์เสียชีวิตด้วยโรคหัวใจตอนอายุสิบหกปีไม่คิดเลยว่าเขาจะมาเจอกันอีกครั้งในโลกนี้
ทอง “นี่คือท่านเขยต่อไปจะเป็นนายของเอ็งงั้นพวกเอ็งคุยกันเองนะพวกข้าไปก่อน “ว่าจบเขาก็ขึ้นไปบนรถม้าแล้วขับออกไปเป็ดโบกมือจะไหว้อีกครั้งนินรีบห้าม
นิน “พอๆ ฉันไม่ใช่พระนะไหว้แค่ครั้งเดียวพอ” เป็นยิ้ม
“ขอรับ” นินโบกมือ
นิน “ไม่ต้องมากเรื่องได้ยินว่านายอยากทำธุรกิจหรือมานี่ฉันจะสอนก่อนอื่นนายต้องขายยาสีฟันก่อน “เป็ดยิ้มออกมาฟังนินเล่าแผนการดวงตาเขาเป็นประกายนี่แหละไอดอลของเขา…
ดวงตาดอกท้อลักษณะตาที่เชื่อกันว่ามีเสน่ห์เย้ายวนใจที่สุด นักประพันธ์นิยายมักพรรณนาตัวละครที่มีนิสัยเจ้าชู้กรุ้มกริ่มว่าเป็นเจ้าของดวงตาดอกท้อชวนให้หลงใหล วิธีสังเกตดวงตาดอกท้อคือ ดวงตายาว ขนตายาว หัวตาแหลม ตาสองชั้นชัด เส้นหางตาโค้งลงมานิดๆ ดูอ่อนช้อย รูปทรงคล้ายกับกลีบดอกท้อ บริเวณตาดำและตาขาวไม่ได้ตัดกันคมชัด แต่จะดูฉ่ำเยิ้มคล้ายกับกำลังเมาหรือสะลึมสะลือตอนตื่น ตาดอกท้อจะเป๊ะสุดๆ จะต้องมีเส้นถุงใต้ตาแต่พอเหมาะที่เรียกว่าหนอนไหมทำให้ดูอ่อนเยาว์อีกด้วย