มหาจอมเวทย์ผู้ยิ่งใหญ่ในโลกเซียน (Great Wizart into the immortal world )

    ตอนที่ 39 พี่ใหญ่เฉิน

    เมื่อฟูหมิงทำตามที่ได้รับมอบหมายจากทีโอเสร็จก็กลับมาหาทีโอยังถ้ำเทพมาร

     

    “นายท่านพวกเราจะไปที่ไหนหรือขอรับ” ฟูหมิงถามด้วยความอยากรู้อยากเห็น

     

    “ข้าต้องการฟื้นฟูพลังจึงคิดว่าจะไปหมู่บ้านของมนุษย์สักหน่อย” ทีโอตอบ ฟูหมิงนึกถึงตอนที่ทีโอดูดลมปราณของมนุษย์สองคนก็ร้องอ๋อขึ้นมา

     

    เสี่ยวซาที่ได้ยินว่าทีโอจะออกไปข้างนอกกับฟูหมิงนางก็รีบเด้งตัวมาหาทีโอกับฟูหมิงแล้วเอ่ยปากอาสาทันที

     

    ”นายท่านข้าขอไปด้วยได้หรือไม่เจ้าคะ” เสี่ยวซามองทีโอด้วยความขาดหวัง

     

    “ไม่ได้เจ้าอ่อนแอเกินไป” ทีโอปฏิเสธเพราะว่านางอยู่แค่ระดับรวบรวมลมปราณเท่านั้นถ้าเกิดเจอพวกผู้บ่มเพาะที่แข็งแกร่งขึ้นมาคงแย่ ฟูหมิงพลังบ่มเพาะค่อนข้างสูงจึงสามารถหนีได้สบายๆส่วนทีโอตัวเขาได้วางวงแหวนมิติไว้ที่ถ้ำแห่งนี้แล้วเขาจะวาปหนีกลับมาที่นี้เมื่อไหร่ก็ได้

     

    ทีโอเห็นเสี่ยวซาที่ทำหน้าผิดหวังนั้นก็อดพูดปลอบใจไม่ได้ ”เจ้าจำเป็นต้องฝึกฝนวิชาอยู่ที่นี้ก่อน ระหว่างที่ข้าไปข้างนอกเจ้าก็ควรที่จะสร้างสิ่งของที่เป็นมายาได้แล้ว ข้าคาดหวังในตัวเจ้าอยู่” 

     

    “เจ้าค่ะ” เสี่ยวซาได้ยินว่าทีโอกำลังคาดหวังในตัวนาง นางก็รีบตอบรับทันทีและวิ่งไปที่มุมถ้ำมุมเดิมแล้วนั่งลงบ่มเพาะอย่างตั้งใจ ตอนนี้นางช่างอ่อนแอนักไม่สามารถช่วยอะไรได้เลยนางต้องรีบเรียนวิชามายาพวกนี้ให้สำเร็จโดยเร็วเพื่อที่จะเป็นประโยชน์แก่ท่านเทพมารได้เร็วขึ้น

     

    ทีโอเมื่อเบี่ยงความสนใจของเสี่ยวซาได้แล้วก็เรียกให้ฟูหมิงเดินตามออกไป เมื่อทีโอเดินมาถึงภายในตัวหมู่บ้านทั้งหมู่บ้านนั้นเงียบสนิทแม้แต่เด็กสักตนก็ไม่เห็นทีโอจึงหันไปถามฟูหมิง

     

    “ฟูหมิงอสูรทุกตนหายไปไหนหมด?” ทีโอมองไปรอบๆไม่เห็นแม้แต่เงา

     

    “ตอนนี้ทุกคนกำลังศึกษาวิธีหลอมสมบัติของท่านอยู่ที่ลานฝึกขอรับ” ฟูหมิงตอบหลังจากที่เขามอบม้วนตำราให้กับบิดา ไม่นานฟูเฉิงก็รีบเรียกรวมตัวทุกตนในหมู่บ้านเผ่าอสูรพงไพรตาเดียวคือเผ่านักรบดังนั้นไม่ว่าจะเด็กคนแก่คนพิการทุกคนต้องได้ฝึกฝนและศึกษาม้วนตำรานี้ เวลานี้จึงไม่มีอสูรตนใดอยู่ในตัวหมู่บ้านเลยสักตนทุกตนกำลังศึกษาม้วนตำราอย่างใจจดใจจ่อถึงขนาดที่ว่าถ้ามีโจรมาขโมยของในหมู่บ้าน ฟูเฉิงคงบอกโจรให้รีบๆขนของไปแล้วก็กลับไปศึกษาตำราต่อเพราะของทุกอย่างในหมู่บ้านไม่สามารถเทียบกับม้วนตำราอันนี้เพียงอันเดียวได้ จะว่าไปม้วนตำราอันนี้แทบจะแลกกับเมืองหลวงเมืองนึงได้เลย

     

    ทีโอรู้สึกดีใจมากที่ทุกคนในหมู่บ้านขยันขันแข็งกันขนาดนี้ สมแล้วที่เป็นเผ่าที่เกิดมาเพื่อเป็นนักหลอมอาวุธ

     

    ทีโอกับฟูหมิงเดินออกจากหมู่บ้านไม่นานด้วยการนำทางของฟูหมิงทีโอก็ออกจากป่าได้สำเร็จ ทีโอมองท้องฟ้าและทุ่งหญ้าโล่งข้างหน้าสูดลมที่พัดมาอย่างสดชื่นตั้งแต่เขามามิติแห่งนี้เป็นครั้งแรกที่เขาได้ออกนอกป่าเมฆาทมิฬ ป่าเมฆาทมิฬนั้นเต็มไปด้วยต้นไม้สูงใหญ่แทบจะบดบังท้องฟ้าจนมิดภายในป่าบรรยากาศมืดครึ้มตลอดเวลาเมื่อทีโอได้เห็นแสงแดดและทุ่งหญ้ากว้างเขาก็แทบจะร้องไห้นี้ถ้าเขาไม่เหลือแต่กระดูกคงน้ำตาซึมไปแล้ว

     

    “นายท่านเราจะไปทางไหนต่อรึขอรับ?” ฟูหมิงถามทีโอเพราะตัวมันเองก็พึ่งได้ออกจากป่าครั้งแรกเหมือนกัน

     

    ทีโอได้ยินก็นึกถึงสิ่งที่เจ้ามนุษย์อ้วนนั้นบอก ห่างจากเขตป่าไม่กี่ร้อยลี้ก็จะพบกับหมู่บ้านมนุษย์แต่ทีโอลืมอย่างนึงเจ้ามนุษย์นั้นมันไม่ได้บอกว่าทิศไหน ทีโอมองไปที่ทุ่งหญ้ากว้างสุดลูกหูลูกตาไม่รู้จะทำอย่างไรดีเขาจึงเดามั่วๆเอา

     

    “ไปข้างหน้า” ทีโอพูดเสร็จก็เดินนำฟูหมิงไปข้างหน้าโดยไม่สนใจฟูหมิงที่ยืนงงอยู่เลยสักน้อย

     

    หลายชั่วโมงผ่านไปทีโอและฟูหมิงเดินจนพระอาทิตย์ตกดินตอนนี้ท้องฟ้ามืดมิดทีโอรู้สึกสิ้นหวังเป็นอย่างมากเขาเดินข้ามทุ่งหญ้ากว้างจนเข้าป่าที่ไหนไม่รู้อีกรอบแล้ว แต่ที่ทีโอมั่นใจว่าเขาไม่ได้เดินกลับเข้าป่าเมฆาทมิฬอีกรอบเพราะว่าต้นไม้รอบๆสูงปรกติเหมือนป่าทั่วๆไปไม่เหมือนป่าทมิฬที่ต้นไม้สูงราวกับแดนคนยักษ์ เอาจริงๆแล้วฟูหมิงสูงกว่าต้นไม้หลายๆต้นที่นี้อีกทีโอเลยไม่หลงเหมือนตอนที่หลงป่าเมฆาทมิฬคราวที่แล้วเพราะมีฟูหมิงคอยมองจากด้านบนเหนือต้นไม้

     

    “นายท่านขอรับข้าเจอควันไฟ” ฟูหมิงที่หัวเลยต้นไม้นั้นเห็นควันไฟลอยอยู่กลางป่าอย่างชัดเจนจึงรีบบอกทีโอ

     

    “ควันไฟเช่นไร” ทีโอถามอย่างมีความหวัง

     

    “ลักษณะเหมือนควันไฟที่มนุษย์ใช้ก่อไฟพักกันในป่าขอรับ” 

     

    “งั้นเจ้านำทางข้าไปหาควันไฟนั่น” ทีโอที่ได้ยินฟูหมิงรายงานก็รีบบอกฟูหมิงให้นำทางไป

     

    “ขอรับ”

     

    .........

    “พี่ใหญ่เฉิน คราวนี้เราจับผู้หญิงจากหมู่บ้านข้างๆนี้ได้ตั้ง4-5คนพวกผมขอทดลองสินค้าสักคนไม่ได้รึ” ชายสกปรกผอมแห้งถูมือไปมาถามชายล่ำสูงใหญ่ขนดกรุงรังนามว่าพี่ใหญ่เฉินตรงหน้า

     

    “ก็ได้ๆเซ้าซี้จริง งั้นไปหยิบมาสักคนไปแต่ข้าขอบอกเลยนะว่าถ้าพวกเจ้าเอาออกมาเกินหนึ่งคนข้าจะตัดน้องชายเจ้าทิ้งซะ” พี่ใหญ่เฉินถลึงตามองลูกน้องแสนสกปรกทั้งหลายอย่างโหดเหี้ยมลูกน้องทั้งหลายทำหน้าตารับทราบแล้วรีบวิ่งไปที่กรงขัง

     

    “ไม่เข้าใจผู้หญิงบอบบางพวกนั้นเล่นด้วยแล้วมันจะสนุกตรงไหน เล่นนิดเดียวก็ตายแล้ว” พี่ใหญ่เฉินพึมพำแล้วดึงเด็กหนุ่มน่าตาน่ารักที่กำลังเสิร์ฟเหล้าอยู่ข้างกายมาปรนนิบัติตนเอง

     

    ไม่นานนักเสียงกรีดร้องของผู้หญิงและเสียงหัวเราะสะใจของผู้ชายก็ดังขึ้น

    “เฮ้ยนังนี้เด็ดชะมัดเลยว่ะ” เสียงโจรคนนึงพูดอย่างได้ใจพร้อมทั้งกระชากผมและดึงเสื้อผ้าของหญิงผู้โชคร้ายที่มันกำลังคร่อมอยู่

     

    “เห้ยทำไมเจ้าถึงได้เริ่มก่อนล่ะ” 

     

    “ใช่ๆ” โจรอยู่ที่รอบๆ4-5คนพูดเป็นเสียงเดียว

     

    “รูอื่นของนังนี้ยังมีเหลือเจ้าก็ใช้แก้ขัดไปก่อนซิ” โจรที่ขึ้นคร่อมผู้หญิงอย่างเมามันก็พูด จากนั้นเหล่าโจรเริ่มก็เริ่มทำกิจกรรมต่ำทรามกับผู้หญิงผู้น่าสงสารคนนั้นทันที

    เมื่อโจรที่ขึ้นคร่อมเสร็จกิจแล้วมันรู้สึกปวดฉี่เลยเดินออกมาแล้วตรงไปที่พุ่มไม้ข้างๆ โจรคนนั้นมองไปในความมืด

     

    “ทำไมต้นไม้ใหญ่มันขยับดะ..” โจรคนนั้นพูดยังไม่ทันจบก็โดนกระชากหัวหลุดออกมา เหล่าโจรที่กำลังทำรุมโทรมหญิงสาวก็หยุดนิ่งมองไปที่เงาใหญ่ยักษ์ตรงหน้า จากนั้นก็มีเสียงสยองดังออกมาราวกับตำหนิยักษ์ตัวนั้นอยู่“เจ้ากระชากหัวมันออกอย่างนี้ข้าก็ดูดกลืนลมปราณมันไม่ได้น่ะสิ” 

     

    “ขอโทษขอรับ” เสียงของยักษ์กล่าวขอโทษ

     

    “อสูร!!!” เหล่าโจรพวกนั้นรีบวิ่งไปหาหัวหน้าของตนทั้งๆที่ยังไม่ได้ใส่เสื้อผ้า

     

    พี่ใหญ่เฉินกำลังทำเรื่องอย่างว่ากับเด็กหนุ่มอยู่จู่ๆก็มีเหล่าลูกน้องที่ไม่ใส่เสื้อผ้าวิ่งโต้ลมมาอุจาดตาเป็นที่สุด ทำให้เขาเสียอารมณ์อย่างมาก

     

    “พี่ใหญ่เฉินอสูร อสูร!” เหล่าลูกน้องทั้งวิ่งทั้งคลานมาที่พี่ใหญ่เฉิน

     

    “ก็แค่อสูรพวกเจ้าจะกลัวทำมารดาเจ้ารึไง!!” พี่ใหญ่เฉินก็นึกว่ามีอะไรเพียงแค่อสูร สัตว์อสูรในป่านี้อ่อนแอหยั่งกับอะไรตัวเขาเป็นถึงผู้บ่มเพาะผู้สูงส่งแค่อสูรพวกนี้เขารับมือได้สบายๆ พี่ใหญ่เฉินลุกขึ้นจากที่นอนบนที่นอนมีเด็กหนุ่มกำลังสลบอยู่ เด็กหนุ่มผู้นั้นแขนขาทุกข้างเบี้ยวผิดรูปเหมือนพึ่งถูกหักอย่างรุ่นแรง พี่ใหญ่เฉินหยิบขวานคู่ใจที่วางอยู่ข้างๆออกมาแล้วเดินเข้าไปในพุ่มไม้ที่ลูกน้องของตนหนีมา

     

    2นาทีต่อมา

    “อ้ากกกกกก” พี่ใหญ่เฉินเข้าไปไม่นานก็ส่งเสียงกรีดร้องอย่างทรมานออกมาจากความมืด เหล่าโจรกอดกันตัวสั่นอยู่ตรงหน้ากองไฟเมื่อเสียงร้องหยุดลงก็ปรากฏเงายักษ์น่ากลัวสูงกว่า7เมตรออกมาจากความมืด และที่น่ากลัวกว่านั้นคือโครงกระดูกที่อยู่ด้านหลังเดินตามมาด้วยมันถือเคียวอันใหญ่น่ากลัวเหมือนกับภูตผีปีศาจเมื่อจ้องโครงกระดูกตัวนั้นราวกับมันกำลังยิ้มอยู่

     

    ทีโอเดินมาหยุดหน้าพวกโจรชั้นต่ำ ในใจเขารู้สึกสดชื่นเป็นอย่างมากเป็นครั้งแรกที่เขาดูดกลืนพลังผู้บ่มเพาะแต่จะเรียกผู้บ่มเพาะคงจะไม่ได้เพราะดูท่าทางแล้วเจ้านั่นก็เพียงแค่บ่มเพาะครึ่งๆกลางๆระดับยังไม่มีเลยด้วยซ้ำ

     

    ทีโอสั่งให้ฟูหมิงจับพวกโจรและผู้หญิงทั้งหมดมานั่งรวมกันแล้วก็เริ่มถาม

    “พวกเจ้ารู้อะไรเกี่ยวกับหมู่บ้านมนุษย์บ้าง” เมื่อทีโอถามพวกมันก็สั่นกลัวยิ่งกว่าเดิมบางคนถึงกับฉี่ราด

     

    “ขะขะขะข้าน้อยรู้ขอรับขะข้าไปมาแล้วหลายที่จึงรู้จักหมู่บ้านกะกับเมืองมากมาย” มีโจรใจกล้าคนนึงพูดออกมาทั้งๆที่ตัวมันสั่นจนฟันกระทบกันไปมาไม่หยุด

     

    “ดี” ทีโอพยักหน้าจากนั้นทีโอยื่นมือออกมาและใช้ทักษะกลืนชีวิต กลุ่มคนทั้งหมดยกเว้นโจรคนนั้นก็เริ่มกรีดร้องอย่างทรมานบางคนกรีดร้องจนไม่มีเสียง

     

    โจรที่ทีโอไว้ชีวิตเห็นภาพตรงหน้าสั่นกลัวอย่างหนักปิหูปิดตาไม่กล้ามองเหตุการณ์ตรงหน้า

    คล้ายกับเรื่องมหาจอมเวทย์ผู้ยิ่งใหญ่ในโลกเซียน (Great Wizart into the immortal world ) ที่คุณอ่าน