ตอนที่ 33 ลานประลอง
"มันไม่ใช่เรื่องง่ายๆหรอก ของมีค่าทั้งสองฝ่ายอย่างน้อยต้องเท่าเทียม สมน้ำสมเนื้อกัน หรือทั้งสองฝ่ายต่างยอมรับได้"
ซึ่งลำพังศิษย์ใหม่ไม่มีทางมีของเดิมพันมีค่าสูงแน่ นอกจากจะต้องเป็นศิษย์ใหม่ร่ำรวย มีเงินทองมากมายมาเดิมพันเท่านั้น
ทำให้ศิษย์ใหม่ หรือศิษย์สายนอก อย่างพวกเราต้องใช้เวลาในพรรคพอสมควรถึงจะมีของมีค่าเหมือนกับศิษย์เก่าๆที่อยู่มานาน
โดยส่วนใหญ่ศิษย์ใหม่จะใช้วิธีปฏิบัติภารกิจพรรค หรือช่วยเหลือพรรคในเรื่องต่างๆ เพื่อให้ได้แต้มนำไปแลกของมีค่าในคลังสมบัติของพรรคจันทรคราสได้
เต้าหมิง ได้ยินเช่นนั้นก็ไม่ใส่ใจ สำหรับตนเรื่องของมีค่าสมน้ำสมเนื้อมีอยู่มากมาย แค่ทองคำก็เกินพอแล้วด้วยซ้ำ
แม้การทำแบบนั้นมันจะดึงดูดความสนใจของคนอื่นก็เถอะ แต่อีกฝ่ายจะมีของที่สมน้ำสมเนื้อเหมาะกับทองคำของตนไหมเท่านั้น
"หึหึหึ" เสียงหัวเราะอย่างเจ้าเล่ห์ดังออกมา ราวกับมีแผนในใจเตรียมเอาไว้เรียบร้อยแล้ว
...
เต้าหมิงกับน่าหลันมาหยุดสถานที่แห่งหนึ่ง
ด้านหน้าทั้งสองคน คือ ลานกว้างอยู่ตรงกลาง ห้อมล้อมไปด้วยที่นั่งหินมากมาย ที่จัดเรียงเป็นชั้นบันไดหลายชั้น
มีศิษย์พรรคจันทรคราสหลายคนเข้ามาร่วมรับชมกันอย่างถ้วนหน้า เพื่อต้องการที่จะดูการต่อสู้บนลานประลองตรงกลางอย่างใจจดใจจ่อ
"เล่นงานมันเลย"
"แบบนั้นแหละ"
"อย่าไปยอมมัน โค่นมันลงให้ได้"
"จัดการมันซะ"
"ให้มันได้ยังงี้เซ่"
เสียงเชียร์ดังกระหึ่มไปทั่วลานประลอง
มีชายหญิงสองคนนั่งชมการแข่งขันด้วยอารมณ์แตกต่างกัน
ชายนั่งชมการแข่งด้วยความตื่นเต้นเร้าใจ มองการแข่งบนลานประลองอย่างสนุกสนาน
ส่วนฝ่ายหญิง นั่งชมด้วยความหวาดกลัว ไม่กล้ามองการต่อสู้อันดุเดือดเลือดพล่านได้
"เป็นไร?"
"สนุกดีออก"
ชายที่ว่า คือ เต้าหมิง ซึ่งมีความสนใจในสถานที่นี้ ได้เดินทางมาชมสถานที่นี้พร้อมกับน่าหลัน
"ข้าไม่ค่อยชอบสถานที่แบบนี้น่ะ"
หญิงสาวข้างๆ คือ น่าหลัน ตอบออกมาแบบชัดเจน สองมือปิดตาพยายามไม่มองการต่อสู้บนลานประลอง แต่นิ้วมือทั้งห้ายังคงกางออกมาให้สายตาลอดผ่านเพื่อมองเห็นการต่อสู้อยู่ดี
เต้าหมิง มองน่าหลันแวบนึง แล้วหันกลับไปรับชมการต่อสู้บนลานประลองต่อทันที
ในใจเต้าหมิงคิดว่า "ผู้หญิงคงชอบพวกการร้องเพลง หนัง ละคร มากกว่าจะมาสนใจการต่อสู้แบบนี้กันหมดสินะ"
เต้าหมิง เคยได้แสดง หนัง ละคร จึงมีแฟนคลับสาวๆมากรี๊ดกร๊าดกันตรึมเช่นกัน จึงพอคาดเดาความสนใจของพวกผู้หญิงได้
หลังจากรับชมอยู่สักพัก
เวลาผ่านไปหลายชั่วยาม
การประลองจบลงไปแล้วหลายคู่ ซึ่งแต่ละคู่ต่างใช้เวลาแตกต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับฝีมือ ความสามารถของคู่ต่อสู้ที่ตนเองท้าประลอง
"ดีละ ข้าจะเปลี่ยนที่นี้เป็นลานประลองของข้า"
เต้าหมิง ที่รู้สึกตื่นเต้นขึ้นมา หลังจากรับชมการต่อสู้ตรงหน้าอยู่นานมากแล้ว
ไม่รู้ว่าเพราะสายเลือดของลูกผู้ชาย หรือ เพราะอยากทำตัวโดดเด่นเป็นเหมือนกับพระเอกหนัง ละครที่ตนเองเคยได้เล่นกันแน่
ทำให้ตัวเองอยากลงไปต่อสู้ที่ลานประลองขึ้นมาทันที โดยมีสายตาคนดูมากมายรับชมอยู่
"เมื่อกี้ว่าไงนะ?" สายตาหันมามองเต้าหมิงด้วยความสงสัย คิดว่าตนเองฟังผิดไป
"น่าหลัน ฝากเรื่องเดิมพันด้วย"
เต้าหมิง จัดการมอบแหวนมิติวงหนึ่ง ที่มีเงินมากมายในแหวน จัดการให้แก่น่าหลันเป็นเงินเดิมพันในการลงเดิมพันข้างตนเอง
การเดิมพันมีสองอย่างคือ เดิมพันระหว่างผู้ท้าประลอง กับ เดิมพันของเหล่าผู้ชมบนลานประลองที่เชียร์ว่าฝ่ายไหนจะชนะ
"เดี้ยวก่อน รู้ไหมว่าการประลองมันจะทำให้ได้รับบาดเจ็บสาหัสปานตายได้เลย"
น่าหลัน อธิบายออกมาอย่างรวดเร็ว แม้ว่าจะมีกฎห้ามฆ่าคู่ต่อสู้ก็ตาม แต่การเล่นงานคู่ต่อสู้ถึงตายก็มีโอกาสเกิดขึ้นได้
แต่ทันใดนั้นเต้าหมิงกับหายตัวไปเรียบร้อยแล้ว
สองขาเดินอย่างเร่งรีบ มาหยุดตรงหน้ากระดานแผ่นหนึ่งตรงหน้า มีรายชื่อ ของเดิมพัน ของที่ต้องการ ระบุเอาไว้อย่างชัดเจน
"อืม" เต้าหมิง คิดเรื่องกฎการท้าประลองขึ้นมา
โดยกฎของลานประลอง
คนที่สนใจจะลงลานประลอง ต้องมาลงชื่อกับอาจารย์ดูแลลานประลอง พร้อมแจ้งสิ่งของเดิมพัน และสิ่งของที่อยากได้กับคู่ต่อสู้
"เรียบง่ายดี"
สำหรับเต้าหมิง ที่ไม่รู้ว่าจะท้าประลองกับใครก็จัดการมองรายชื่อสิ่งของที่ลงในกระดาน เพื่อทำการค้นหาสิ่งของที่น่าสนใจของผู้ลงลานประลองอย่างรวดเร็ว
"เอาอันไหนดี?" เต้าหมิง เพิ่งนึกขึ้นได้ว่า ตนเองยังไม่ค่อยรู้จักสิ่งของน่าสนใจบนโลกใบนี้มากเท่าไรเลย จึงทำให้ตัดสินใจไม่ถูกว่าจะเลือกสิ่งของชิ้นไหนดี
"ข้าว่าเจ้าเปลี่ยนใจเสียเถอะ"
น่าหลันรีบมาห้ามปรามทันที ตราบใดที่ยังไม่ส่งชื่อ หรือเลือกผู้ท้าประลอง ก็เปลี่ยนใจไม่ลงประลองยังได้
สายตาเต้าหมิง หันมามองน่าหลันพร้อมกับเผยรอยยิ้มอย่างมีเลศนัยออกมา
น่าหลัน เห็นเช่นนั้นรู้สึกหวาดหวั่นขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูกทันที
"มาได้จังหวะพอดี" เสียงเรียบง่าย เอ่ยออกมาจนน่าหลันสะดุ้งโหยงจากภายในร่างกายตัวเอง
"จังหวะ...จังหวะอะไรกัน"
ความสงสัยปรากฏออกมาบนใบหน้า จนเห็นนิ้วมือที่เต้าหมิงชี้ไปให้ตนเองดู จนเข้าใจแล้วว่าเต้าหมิงต้องการให้ตนเองทำอะไรกันแน่
ปลายนิ้วชี้ของเต้าหมิง ชี้ไปทางกระดานรายชื่อของผู้ที่ลงทะเบียนเอาไว้โดยไม่สนใจผู้ท้าประลองว่าจะเป็นใคร ซึ่งบ่งบอกได้ว่าอีกฝ่ายมีความมั่นใจมากขนาดไหนกัน หรือไม่ก็คิดว่าคงไม่มีใครคิดท้าประลองด้วยแน่
ทำไมน่ะ?
เพราะกระดานรายชื่อแบ่งเป็นศิษย์คนละสายอย่างชัดเจน เพื่อไม่ให้เกิดความเหลื่อมล้ำของคู่ประลองมากเกินไป ซึ่งศิษย์สายนอกต่อสู้กับศิษย์สายนอก ศิษย์สายในต่อสู้กับศิษย์สายใน
"อย่าบอกนะว่า..."
"ใช่ อย่างที่เจ้าเข้าใจน่ะแหละ"
"เจ้าช่วยเลือกสิ่งของที่น่าสนใจให้กับข้าหน่อย"
เสียงดังฟังชัด ดังออกมาจากปากเต้าหมิง จนน่าหลันต้องตกใจทันที
การที่เต้าหมิงให้น่าหลันเลือก เพราะด้วยความรอบรู้ในหัวน่าหลัน จึงเหมาะกับการเลือกสิ่งของที่น่าสนใจให้ตนมากที่สุด