ตอนที่29เม็ดยารักษาระดับสอง
เจิ้งฟู่เดินตามซื่อวู้เข้าไปยังภายในหอโอสถทันทีเมื่อได้รับคำเชิญให้เข้าไปและเมื่อเข้าไปแล้วเจิ้งฟู่ก็พบว่าภายในนั้นเต็มไปด้วยต้นสมุนไพรนาๆชนิดวางเรียงกันเต็มไปหมดทั้งยังเต็มไปด้วยกลิ่นของยาที่ฟุ้งตลบอบอวนอีกด้วยเพียงแค่สูดดมเข้าไปก็ทำให้ร่างกายของเจิ้งฟู่นั้นมีการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยจุดชีพจรบางจุดที่เสียหายแตกเกิดค่อยๆฟื้นฟูอย่างช้าๆ..........
และเมื่อเขาเดินเข้ามาเรื่อยๆในที่สุดก็มาถึงห้องห้องหนึ่งตรงกลางห้องนั้นมีกระถางปรุงยาวางอยู่พร้อมกับสมุนไพรอีกมากมายที่อยู่รอบๆข้างเตาปรุงยานั้นและยังมีเศษกระดาษอีกจำนวนมากที่ถูกขยำทิ้งไปด้วย......
หมับ!!
เจิ้งฟู่หยิบเอาแผ่นกระดาษแผ่นหนึ่งขึ้นมาและเมื่อลองอ่านดูเขาก็พบว่ามันคือสูตรยาที่ซื่อวู้คิดค้นขึ้นมานั้นเองแต่เขากลับทำเป็นไม่รู้ว่ามันคือกระดาษอะไรและเอ่ยถามขึ้น.......
"ท่านผู้อาวุโสซื่อวู้ไม่ทราบว่ากระดาษใบนี้คือ?"
อ่ะ!!
“นั้นคือสูตรยาที่ข้าคิดขึ้นแต่ว่าน่าเสียดายที่มันไม่อาจปรุงได้สำเร็จ”ซื่อวู้กล่าวพร้อมกับทำหน้าเศร้าเมื่อพูดออกไปในห้องนี้ยังมีกระดาษอีกหลายๆแผ่นที่เขียนสูตรยาและวิธีการต่างๆไว้ทุกแผ่นล้วนไม่สามารถที่จะทำออกมาได้จริงเลยมันต่างออกมาล้มเหลวทั้งหมด......
หลังจากพูดจบซื่อวู้ก็ไม่ได้พูดอะไรมากเพียงแต่เดินไปที่เตาปรุงยาก่อนจะเริ่มลงมือตามสูตรที่ถูกเขียนลงกระดาษในมือของมันส่วนเจิ้งฟู่นั้นเขาหยิบเอาแผ่นกระดาษที่เขียนบันทึกการปรุงยาที่ล้มเหลวที่อยู่ภายในห้องขึ้นมาอ่านและดูมันทีละแผ่นละทีแผ่นอย่างเงียบๆและก็เงยหน้ามองที่ซื่อวู้เป็นจังหวะสลับกันไปมา.......
“ถ้าเจ้าสนใจเรื่องเรื่องปรุงยาละก็.....รับนี้ไปสิมันคือตำราต้นสมุนไพรพื้นฐานที่อธิบายเกี่ยวกับสรรพคุณและความรู้ต่างๆที่เกี่ยวกับสมุนไพรทั้งหมดที่มีอยู่ในทวีปนี้แต่ก็ต้องบอกว่าเท่าที่สามารถเก็บรวบรวมได้ละนะ”ตำราที่ซื่อวู้ยื่นให้เจิ้งฟู่นั้นเล่มใหญ่มากเทียบได้กับหนังสือสิบๆเล่มมาวางรวมกันอย่างนั้นแหละ......
ตำราต้นสมุนไพรพื้นฐาน!!?
หมับ!!
เมื่อรับมาแล้วเจิ้งฟู่ก็ไม่รอช้าเขารีบเปิดอ่านมันทันทีในตำราเล่มนี้บันทึกต้นสมุนไพรไว้ด้วยกันมากกว่าสามหมื่นชนิดทั้งลักษณะเด่นและจุดสังเกตเวลาพบเจอแต่วิธีการปรุงพวกมันนั้นบางต้นยังคงเป็นปริศนาอยู่......
เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วเจิ้งฟู่ไม่รู้เลยว่าเขานั้นได้นั่งอ่านตำราเล่มนี้มานานแค่ไหนแล้วโดยที่เขาไม่ได้สนใจในสิ่งรอบๆข้างเลยส่วนซื่อวู้นั้นเมื่อเขาทดลองล้มเหลวอยู่หลายครั้งเขาก็หยุดพักและเมื่อมองเห็นเจิ้งฟู่กำลังตั้งใจอ่านเขาเลยไม่ได้รบกวนและออกจากห้องไป.......
ความรู้และความเข้าใจในต้นสมุนไพรของเจิ้งฟู่เริ่มเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆและต้นสมุนไพรบางชนิดนั้นในโลกที่แล้วของเขาก็มีบันทึกอยู่เช่นกันแถมมันยังมีวิธีการปรุงที่มากกว่าในนี้อีกด้วยและด้วยที่เขามีความจำที่เป็นเลิศมันจึงทำให้เจิ้งฟู่อ่านและจดจำมันไปได้ถึงสี่ในสิบส่วนแล้ว........
"ไม่อยากเชื่อเลยว่าจะมีสมุนไพรมากมายถึงเพียงนี้และที่เราอ่านไปนั้นก็พึ่งสี่ในสิบส่วนเท่านั้นเองในโลกนี้ยังมีอะไรอีกมากที่เรายังรู้โดยเฉพาะสมุนไพรหายากหายาก"เมื่อเจิ้งฟู่พึมพำจบเขาก็เงยหน้าขึ้นและก็พบว่าซื่อวู้ไม่อยู่แล้วเหลือเพียงแต่เตาปรุงยาที่กลางห้องพร้อมกับสมุนไพรที่ใช้ทดสอบเท่านั้น.....
ตุบ ตุบ ตุบ!!
เจิ้งฟู่ค่อยๆเดินตรงไปที่เตาปรุงยาช้าๆก่อนที่จะมองไปที่สมุนไพรรอบๆเตาในใจของเขานั้นรู้สึกว่าอยากที่จะลองทดสอบมันดูสักครั้งแต่ก็ไม่กล้าเพราะหากผิดพลาดขึ้นมาเขาต้องโดนด่าแน่.......
*ตอนนี้ท่านซื่อวู้ก็ไม่อยู่เราจะทำยังไงดีนะ?หรือว่าเราจะรอเขากลับมาก่อนแล้วขออนุญาตเขาก่อนดีไหมนะ?*
เอี๊ยดดดด!!
“เอ้าอ่านเสร็จแล้วอย่างนั้นเรอะ? เป็นยังไงบ้าเจ้าพอจะเข้าใจมันหรือไม่” และทันใดนั้นซื่อวู้ก็กลับเข้ามาพอดีและเมื่อเขาเข้ามาภายในห้องและเห็นเจิ้งฟู่ไม่ได้อ่านตำราแล้วเขาจึงเอ่ยถามขึ้นว่าเจิ้งฟู่ว่าเขาอ่านเข้าใจไปถึงไหน.........
"เรียนท่านผู้อาวุโสซื่อวู้ตำราเล่มนี้ช่างสุดยอดนักข้าไม่เคยคิดเลยว่าในโลกนี้จะมีสมุนไพรมากมายถึงเพียงนี้พวกมันทั้งหมดล้วนมีหน้าตาที่แปลกแตกต่างกันออกไปและยังมีทั้งประโยชน์และโทษในต้นเดียวกันไม่ทราบว่าถ้าข้าน้อยจะ...."
“ถ้าเจ้าสนใจมันก็เอามันกลับไปอ่านสิ!!”ซื่อวู้พูดขึ้นแทรกเขาทันทีราวกับว่าเขารู้ว่าเจิ้งฟู่จะพูดอะไรแต่ที่จริงแล้วมันก็คิดจะให้เจิ้งฟู่อยู่แล้วเพราะจากที่มันได้เห็นเจิ้งฟู่นั้นตั้งใจอ่านมันก่อนหน้านี้เขาจึงคิดว่าเจิ้งฟู่อาจจะเริ่มสนใจการปรุงยาแล้วก็ได้และถ้าเป็นแบบนั้นมันก็จะดีสำหรับตัวมันมากทีเดียว....
ให้ข้า!!?
"ท่านผู้อาวุโสจะให้ข้านำกลับไปอ่านได้จริงๆหรอ?" เจิ้งฟู่ทำหน้าใส่ซื่อตามประสาเด็กอยากรู้อยากเห็นมองไปที่ซื้อวู้......
“แน่นอน.....ได้สิข้าไม่จำเป็นต้องใช้มันแล้วละเจ้าเอามันไปอ่านได้เลย แต่อย่าทำหายและทำให้มันเสียหายละ” ซื่อวู้พูดพร้อมกับยิ้มให้เจิ้งฟู่และที่จริงแล้วมันเองก็ยังไม่สามารถจดจำสมุนไพรทั้งหมดในตำราได้หรอกแต่เพียงว่ามันเองก็ยังไม่จำเป็นต้องใช้ตอนนี้เพราะที่มันใช้อยู่ก็มีเพียงแต่สมุนไพรระดับต่ำเพียงแค่ไม่กี่ชนิดเท่านั้นและเขาก็จำสมุนไพรที่ต้องใช้พวกนั้นได้ทั้งหมดแล้วเขาจึงมอบมันให้กับเจิ้งฟู่เพื่อกลับไปอ่าน.......
"ขอบคุณท่านผู้อาวุโสขอรับ"เจิ้งฟู่ประสานมือของเขาพร้อมกับโค้งคาราวะอย่างนอบน้อมให้กับซื่อวู้ก่อนจะรับเอาตำราและออกจากหอโอสถไปซึ่งการกระทำของเจิ้งฟู่นั้นทำให้มันถึงกับตกใจเพราะมันไม่คิดว่าเด็กแปดขวบจะมีท่าทางแบบนี้......
“นี่เจ้าหนูนี้อายุแปดขวบจริงๆหรือเนี่ย!!?”
หลังจากที่กลับมาจากหอโอสถเจิ้งฟู่ก็ไม่ได้แวะไปไหนเขาตรงกลับไปที่บ้านทันทีเพื่อศึกษาตำราต้นสมุนไพรพื้นฐานต่อและเขาก็ไม่ลืมที่จะหยิบเอากระดาษสูตรยาที่ซื่อวู้คิดค้นติดมือมาด้วยเพราะเขาคิดว่ามันต้องมีประโยชน์อะไรสักอย่างสำหรับเขาแน่นอน.....
หนึ่งเดือนผ่านไป......
ถึงเวลาที่เจิ้งฟู่จะต้องไปรับหินพลังซีระดับต่ำหกก้อนจากทางตระกูลแล้วและเมื่อรับมาแล้วบวกกับของเก่าของเขาเจิ้งฟู่ก็จะมีสิบสองก้อนพอดีและตลอดเวลาหนึ่งเดือนที่ผ่านมาเขาไม่ได้ใช้หินพลังซีพวกนี้เลยเพราะเขาเน้นไปที่การปรุงยามากกว่า.....
เจิ้งฟู่ไม่ได้ออกไปไหนนอกจากอยู่ในห้องและไปที่หอโอสถเท่านั้นเพื่อไปขอคำแนะนำจากซื่อวู้เรื่องพืชสมุนไพรและขั้นตอนต่างๆในการปรุงยาและซื่อวู้ไม่เพียงแต่ไม่หวงแต่มันยังบอกเขาทุกอย่างที่มันรู้อีกด้วยถึงมันจะเป็นเพียงแค่นักปรุงยาระดับต้นก็ตามแต่มันก็อยู่มานานและผ่านการปรุงยามานับครั้งไม่ถ้วนถึงแม้มันจะเป็นเพียงยาระดับต่ำก็ตาม......
ณ ห้องปรุงยา ในหอโอสถ.....
"ท่านอาจารย์ข้าอยากรู้ว่าถ้าเราเปลี่ยนตัวยาตัวนี้ลงไปแทนตัวนี้ในสูตรของยารักษาระดับต้นมันจะเป็นเช่นใดขอรับ?"ที่เจิ้งฟู่เรียกซื่อวู้ว่าอาจารย์นั้นเพราะว่าซื่อวู้ได้สอนเขาเกี่ยวกับการปรุงยาเจิ้งฟู่จึงได้กราบเขาเป็นอาจารย์อีกคน.....
และเมื่อเขาศึกษาศาสตร์การปรุงยามาเป็นเวลากว่าหนึ่งเดือนเจิ้งฟู่ก็พอที่จะเข้าใจในหลายส่วนเขาจึงลองพูดเสนอเรื่องการเปลี่ยนแปลงวัตถุดับพร้อมกับยื่นกระดาษให้กับซื่อวู้สองแผ่นแผ่นแรกคือสูตรดั่งเดิมที่ใครๆก็รู้และอีกแผ่นหนึ่งก็คือสูตรที่เจิ้งฟู่คิดขึ้นมา.....
หือ!!?
“นี้คือ....” ซื่อวู่กล่าวพร้อมกับอ่านดูข้อความภายในแผ่นกระดาษใบแรกก่อนจะพูดขึ้นว่า“นี่มันสูตรยารักษาบาดแผลทั่วไปนิ?”เขากล่าวพร้อมกับจ้องมองไปที่เจิ้งฟู่อย่างสงสัยส่วนเจิ้งฟู่ก็เพียงแค่พยักหน้าแล้วก็ยิ้มตอบเท่านั้นแต่ทว่าในมือของมันยังมีกระดาษอีกแผ่นหนึ่งมันจึงได้เอาอีกแผ่นขึ้นมาอ่านต่อก่อนใบหน้าของมันจะเปลี่ยนไปและพูดขึ้นว่า......
“นี่มัน.....อย่างบอกนะว่า........?”
"ใช้แล้วขอรับอาจารย์จากที่ข้าได้อ่านตำราต้นสมุนไพรและศึกษามาราวร่วมเดือนนั้นข้าคิดว่า“ต้นลิ้นหมา” นั้นมีสรรพคุณดีกว่า “หญ้าขน”ข้าเลยคิดว่าถ้าเรานำมันมาแทนและใส่ในปริมาณที่พอดีมันน่าจะทำให้ยารักษาระดับต้นนั้นมีคุณภาพที่ดีเดิมได้นะขอรับ"
“แต่ต้นลิ้นหมานั้นมันมีพิษอ่อนๆนะถ้าเอามันมาใส่แทนมันจะไม่ทำให้เกิดผลดีนะสิข้าว่า...”
"แล้วถ้าเราใส่ตัวนี้ลงไปหละ? ท่านอาจารย์ลองดูในสูตรที่ศิษย์เขียนไปสิ"
ซื่อวู้ยังคงตกอยู่ในอาการมึนงงมันมองไปที่กระดาษที่เขียนสูตรขึ้นใหม่จากเจิ้งฟู่และเมื่อมันเห็นวิธีและอัตราส่วนในนั้นแล้วสีหน้าของมันถึงกับซีดขาวลงด้วยความไม่อยากเชื่อเพราะสูตรยาที่เจิ้งฟู่คิดนั้นทั้งลงตัวและลบข้อเสียของต้นลิ้นหมาออกไปได้หมดเลยและจากที่มันคำนวนสูตรยานี้มีโอกาสสำเร็จถึงแปดในสิบด้วยกัน....
“ได้!! ข้าจะลองทดสอบปรุงมันดูเจ้าไปเอาสมุนไพรพวกนี้มาที!!”
ขอรับ!!
เจิ้งฟู่รีบไปหยิบเอาส่วนผสมทั้งหมดมาทันทีตั้งแต่เขาศึกษาการปรุงยามาเขาก็อยู่ที่นี้มาตลอดทำให้เขารู้ว่าส่วนผสมตัวไหนอยู่ตรงไหนบ้างราวกับเขาอยู่มาหลายปี.....
*ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าเขาจะสามารถคิดค้นสูตรยาขึ้นมาใหม่ได้นี่เขาพึ่งจะศึกษามันเพียงแค่เดือนเดียวเองนะและสูตรยาในมือเรานี้มันก็น่าจะ.......*
ท่านอาจารย์ข้ามาแล้ว!!!
เจิ้งฟู่รีบวิ่งเข้ามาพร้อมกับส่วนผสมที่เขาได้เขียนไว้ด้วยใบหน้าตื่นเต้นเพราะนี้เป็นครั้งแรกที่เขาคิดสูตรขึ้นมาและไม่รู้ว่ามันจะสำเร็จไหมแต่เขาก็มั่นใจถึงเจ็ดส่วนว่ามันต้องสำเร็จแน่......
วู้มมมม!!
ฟิ้ววววว!!
ซื่อวู้ค่อยโยนส่วนผสมลงไปในเตาปรุงยาที่ละชนิดที่ละชนิดอย่างช้าๆพร้อมๆกับหมุนวนพลังซีไปที่เตาปรุงยาเพื่อให้เกิดความร้อนในการทำให้ส่วนผสมนั้นหลอมรวมเข้ากัน.....
ฟู้ววววว!!!
ทันใดนั้นเองหลังจากที่ทำการกลั่นและหลอมรวมอยู่นานในที่สุดเตาปรุงยาก็ปรากฏเสียงสว่างสีแดงชาดจากภายในเตาสว่างขึ้นจากนั้นเม็ดยาก็ลอยขึ้นมาช้าๆและเมื่อซื่อวู้เห็นเม็ดยาที่ลอยขึ้นมานั้นมันถึงกับคิ้วย่นทันทีเพราะยารักษาระดับต้นนั้นจะไม่มีแสงแต่เม็ดยาที่ลอยอยู่ตรงนั้นของมันนั้นทั้งมีสีและพลังที่เอ่อล้นแผ่รอบๆเม็ดยา.....
"สำเร็จแล้วท่านอาจารย์!! มันสำเร็จแล้ว!!"
อือ!!
ซื่อวู้ยืนมือเข้าไปหยิบเม็ดยาและทำการตรวจสอบทันทีและเมื่อมันได้มองใกล้ๆแล้วมันยิ่งตกใจเข้าไปอีกเพราะเม็ดยาในมือมันนั้นไม่ใช้เม็ดยารักษาระดับหนึ่งแต่มันดีมันดีกว่านั้นจากซื่อวู้ต้องร้องตะโกนออกมาด้วยความตกใจว่า.....
เม็ดยารักษาระดับสอง!!
เจิ้งฟู่ถึงกับตกใจเมื่อได้ยินเสียงของซื่อวู้ที่ตะโกนออกมาอย่างดัง....
เม็ดยารักษาระดับสอง!!?
“ศิษย์ข้าเจ้านี้มันช่างอัจฉริยะจริงๆสูตรยาของเจ้านั้นช่างยอดเยี่ยมยิ่งนักเจ้ารู้ไหมว่ายาเม็ดนี้ราคาเท่าไหร่?”
.....?.......
เจิ้งฟู่มองไปที่เม็ดยาพร้อมกับทำหน้างงและเอามือเกลาหัวไปด้วยเพราะเขาไม่รู้เรื่องราคาขอเม็ดยาเลยว่ามันราคาเท่าไหร่.....
“ข้าลืมไปเจ้าคงไม่รู้อยู่แล้วแต่ข้าจะบอกให้ฟังเม็ดยารักษาระดับหนึ่งนั้นราคาของมันไม่แพงเท่าไหร่เพราะมันก็แค่ช่วยห้ามเลือดหรือรักษาแผลธรรมดาทั่วไปได้เท่านั้นแต่เม็ดยาเม็ดนี้นั้นแตกต่างออกไปเพราะจากที่ข้าได้ยินมามีเพียงนักปรุงยาระดับกลางเท่านั้นที่สามารถปรุงมันได้และราคาของมันก็แพงมากทีเดียวเม็ดหนึ่งก็หลายร้อยหลายพันเหรียญผลึกอสูรแล้ว”
ซื่อวู้นั้นพูดด้วยความตื่นเต้นและไม่สามารถที่จะหุบปากของมันได้เลยมันยิ้มจนแทบปากจะถึงหูแล้วและนี่เป็นครั้งแรกที่มันสามารถปรุงยาระดับสามได้ครั้งแรกและตอนนี้มันก็มีสูตรยาอยู่ในมือแล้วด้วยแถมยังเป็นสูตรยาที่ใช้วัตถุดิบในการปรุงที่แสนจะหาได้ง่ายอีก.......