เส้นทางอสนีบาต - The Road Lightning

    ตอนที่ 25 ปล่อยข่าว

    เช้ามืดของวันในฤดูร้อน แกรนด์ตื่นขึ้นมาตามปกติ ข้างนอกมีผู้คนทยอยกันออกมาที่ลานฝึกเพื่อฝึกในช่วงเช้ามืดกันประปรายแล้ว ที่กองไฟหน้าบ้าน บ็อบ ครีท ไคลน์และเวนไฮร์ยังคงนั่งเสวนากันสนุกสนานเหมือนเดิม พวกนี้ยังคงไม่หลับไม่นอนกันทั้งคืน แกรนด์รู้สึกมีออร่าแปลกๆ อยู่รอบๆ ตัวของครีท ออร่าที่ต่างจากเมื่อวานอย่างสิ้นเชิง เมื่อใช้สกิลตรวจสอบไปที่ครีทแกรนด์ถึงกับตะลึงตาค้าง ผู้ใช้เวทย์คลาส 3 ขั้นปลาย! เมื่อวานยังเป็นผู้ใช้เวทย์คลาส 2 ขั้นกลางอยู่เลย! ระดับพลังที่เพิ่มขึ้นแบบติดจรวจของครีททำให้แกรนด์อดที่จะอิจฉาไม่ได้ เมื่อก่อนกว่าเขาจะก้าวข้ามระดับพลังจากคลาส 2 ขั้นกลางมาที่คลาส 3 ขั้นกลางเขาต้องฝึกหนักเลือดตาแทบกระเด็นเป็นเวลากว่า 2 ปีเต็ม แต่หมอนี่ใช้เวลาคืนเดียว! แถมยังเป็นขั้นปลาย ที่เป็นแบบนี้อาจเป็นผลมาจากเพราะเขากำจัดสัตว์อสูรชั้นสูงด้วยตัวคนเดียว? เรื่องนี้ต้องมีส่วนเกี่ยวข้องแน่นอน ปกติแล้วผู้ที่มีพลังพอฟัดพอเหวี่ยงกับสัตว์อสูรชั้นสูงได้ต้องมีระดับคลาส 6 ครีทน่าจะเป็นคนแรกๆ ที่ทลายขีดจำกัดนี้ ผลคือเขาได้รับไอพลังอย่างมากมายจนทลายขีดจำกัดได้และพลังพุ่งขึ้นจนน่าตกใจ แกรนด์อดที่จะยิ้มอย่างชื่นชมไม่ได้ ถ้าครีทมีพลังฝึกที่เพิ่มขึ้น ก็หมายความว่าความสามารถโดยรวมของเขาต้องพุ่งสูงขึ้นอีกแน่

    “กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดด!!!!”

    เสียงกรี๊ดดังจนแสบแก้วหูดังออกมาจากห้องของเอเลน่า ผู้คนในหมู่บ้านทุกคนต่างหันมามองที่บ้านหลักพร้อมกับมองหน้ากันอย่างงุนงงว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้น แกรนด์ที่ยืนอยู่หน้าบ้านรีบตรงไปยังห้องของเธอทันที ขี้เหล้าทั้งสี่ที่เฮฮาอยู่หน้าบ้านถึงกับตกใจสร่างเมาแล้วรีบตามเข้าไป อะไรที่ทำให้คนที่เยือกเย็นตลอดเวลาอย่างเอเลน่ากรี๊ดจนสุดเสียงได้ขนาดนี้ มันต้องเกิดเรื่องใหญ่บางอย่างขึ้นแน่นอน

    ปัง!

    แกรนด์ถีบประตูห้องของเธอเข้าไปพร้อมกับมองไปทั่วห้อง เขาเกร็งพลังไว้ที่มือทั้งสองเพื่อที่จะจู่โจมหากว่ามันเป็นผู้บุกรุกหรืออะไรก็แล้วแต่ สายฟ้าที่พวยพุ่งออกมาจากร่างของแกรนด์ตอนนี้พร้อมที่จะปลดปล่อยออกมาในเสี้ยววินาทีที่เจอเป้าหมาย

    “เจ้าเป็นอะไรมั้ย? เกิดอะไรขึ้น?”

    แกรนด์กวาดสายตามองไปทั่วห้องแต่ก็พบเพียงเอเลน่าที่ยืนน้ำตานองหน้าอยู่ ส่วนทั้งสี่ที่วิ่งตามมาข้างหลังก็เตรียมพร้อมที่จะจู่โจมเช่นกัน

    “เจ้าพังประตูเข้ามาทำไม? แล้วมาอะไรกันเยอะแยะ?”

    “เมื่อครู่นี้ได้ยินเสียงเจ้ากรี๊ดซะลั่น พวกเราเป็นห่วงเลยรีบเข้ามาดู”

    “อย่างงี้นี่เอง ข้ามีอะไรจะบอกพอดี เจ้ารู้รึเปล่า ข้าทำสำเร็จแล้ว! ข้าทำสำเร็จแล้ว!”

    เอเลน่าพูดพลางเช็ดน้ำตาบนใบหน้าและที่เปื้อนเต็มแว่น พวกที่ยืนอยู่หน้าประตูมองหน้าและซุบซิบกันไปมาว่าอะไรที่สำเร็จ แต่ไม่มีใครรู้ ที่รู้ๆ มันต้องเป็นเรื่องไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน

    “บ็อบ เจ้าลองก่อน ถ้าข้ามั่นใจว่ารอบนี้ไม่ผิดพลาดแน่นอน”

    เอเลน่าโยนขวดยาสีเหลืองอ่อนมาที่บ็อบ เขาเปิดขึ้นดื่มทันทีแบบไม่ถามว่าคืออะไร ครู่เดียวขวดยาหล่นจากมือบ็อบลงที่พื้น ทุกคนที่อยู่ที่นั่นมองออกทันทีว่ามือของบ็อบกำลังสั่นอยู่

    “บ็อบ เป็นอะไร?”

    “ลูกพี่ นี่มันยอดเยี่ยม ยอดเยี่ยมสุดๆ ไปเลย ข้ารู้สึกเหมือนกับพลังฝึกของข้ากำลังจะเพิ่มขึ้นเอง!”

    “ใช่แล้วล่ะ ข้าทำสำเร็จแล้ว ข้าคิดค้นยาที่ทำให้พลังฝึกเพิ่มเร็วขึ้น 3 เท่าได้แล้ว”

    ทั้งห้าคนที่ยืนอยู่หน้าประตูถึงกับอ้าปากค้าง ยาเพิ่มความเร็วในการฝึก คำๆ นี้ทุกคนรู้ดีว่าหมายถึงอะไร ไม่ว่าอาณาจักรใดในโลกนี้ล้วนต้องการอะไรก็ได้ที่ช่วยให้คนของพวกเขาเพิ่มพลังให้เร็วขึ้น แต่มีน้อยคนนักที่จะมีความสามารถและผลิตขึ้นมาได้ การที่เอเลน่าสร้างมันขึ้นมาได้อีกคนถือเป็นความสำเร็จอย่างมากในช่วงชีวิตของนักปรุงยาคนหนึ่ง

    “แล้วคุณสมบัติมันเป็นแบบไหน?”

    “มันสามารถเพิ่มความเร็วในการฝึกฝนได้ 3 เท่าเป็นเวลา 72 ชั่วโมง ไม่มีผลข้างเคียง แต่ข้าคาดว่ามันน่าจะมีผลตั้งแต่ผู้ฝึกพลังคลาส 5 ลงมา อีกทั้งมันอาจจะมีคุณสมบัติที่ช่วยให้เลื่อนคลาสได้ง่ายขึ้น เกี่ยวกับคุณสมบัติต้องศึกษากันอีกที ข้าเพิ่งกลั่นมันหลังจากที่ได้ส่วนผสมสำคัญบางอย่างที่ซื้อมาจากเขตการค้าเมื่อวานนี้ ต่อไปนี้ข้าคิดว่าเราต้องหามันเพิ่มแล้วล่ะ”

    “มันคืออะไร?”

    “แกนชีวิตของกูล”

    แกนชีวิตของกูลที่เอเลน่าพูดถึงคือวัตถุสีดำเงาเป็นวงรี มีขนาดเท่าลูกปัด มันเป็นแหล่งพลังงานชีวิตของพวกกูล ซึ่งแกนชีวิตนี้จะฝังอยู่ในหัวภายในสมองส่วนกลาง แกนชีวิตเป็นลักษณะพิเศษของเผ่าอันเดธ แม้ว่าพวกมันจะถูกฆ่าตายไปแล้วถ้าไม่นำแกนชีวิตออกมาจากหัวพวกมัน เวลาผ่านไปไม่นานพวกมันจะสามารถฟื้นขึ้นมาได้เรื่อยๆ เอเลน่าเจอแกนชีวิตของกูลตอนเดินซื้อสินค้าเมื่อวานนี้ ปกติแล้วแกนชีวิตของกูลจะนิยมนำมาใช้ทำยาเบื่อที่ทำให้ท้องร่วงอย่างรุนแรง แต่เอเลน่าลองสกัดพิษและใช้มันเพื่อผสมและกระตุ้นตัวยาอื่นทำให้ได้ยาที่มีคุณสมบัติเพิ่มความเร็วในการฝึกออกมาได้

    “ตอนนี้เจ้าทำได้อีกเท่าไหร่?”

    “ข้าทำได้แค่ขวดเดียวเท่านั้น เพราะวัตถุดิบมีแค่นี้”

    แกรนด์รีบติดต่อไปที่อริสเพื่อที่จะสั่งของที่เป็นส่วนผสมของยาตัวนี้ทันที การค้นพบยาเพิ่มความเร็วในการฝึกจะต้องไม่ให้เรื่องนี้หลุดรอดออกไป สักพักแกรนด์ก็มีความคิดอย่างหนึ่งแว็บเข้ามาให้หัว เขาหัวเราะกับตัวเองเบาๆ อยู่คนเดียว หรือนี่อาจจะเป็นโอกาสของข้าก็ได้

    “ครีท ไปปล่อยข่าวลือในเมืองว่าการประมูลประจำเดือนครั้งต่อไปจะมียาเพิ่มความเร็วในการฝึกฝนเข้าร่วมประมูลด้วย อีกอย่าง สืบข่าวความเคลื่อนไหวในเมืองมาด้วย เราต้องเก็บข้อมูลและความสามารถของกำลังรบในเมืองอีก”

    “ได้เลยพวก เรื่องสร้างความแตกตื่นนี่งานถนัดข้าอยู่แล้ว หึหึ”

    แกรนด์ตั้งใจจะล่อคนให้เข้าไปในหอประมูลสินค้าให้ได้มากที่สุด เป้าหมายสำคัญของงานนี้คือตระกูลขุนนางชั้นสูง ถ้ามียาที่เพิ่มความเร็วการฝึกฝนปรากฏต่อหน้า คนเหล่านี้ไม่กล้าที่จะมองข้ามแน่นอน ความแข็งแกร่งที่เพิ่มขึ้นของทายาทก็เป็นส่วนหนึ่งของการแสดงพลังของตระกูลนั้นๆ ด้วย ที่จริงแล้วข่าวลือเรื่องสินค้าแบบนี้คนที่รับรู้ข่าวสารจะมีความรู้สึกเชื่อครึ่งเชื่อครึ่งอยู่แล้ว แต่ความอยากรู้อยากเห็นมีควบคู่อยู่กับมนุษย์ทุกผู้ทุกคน สิ่งนี้จะเป็นแรงชักจูงพวกเขาให้เข้ามาติดกับเอง

    แกรนด์ติดต่อไปยังอริสเพื่อสั่งวัตถุดิบในการผลิตซึ่งส่วนผสมกว่าสิบชนิดอริสสามารถรวบรวมให้ได้ครบ เหลือเพียงแค่แกนชีวิตของกูลเท่านั้นที่ในร้านของเธอมีแค่ 3 ชิ้น แต่อริสบอกว่าจะพยายามรวบรวมจากร้านอื่นเพื่อนำส่งให้เร็วที่สุด ด้านบ็อบพอได้ดื่มยาเพิ่มความเร็วในการฝึกเข้าไปก็รีบออกไปเพื่อฝึกอย่างรวดเร็วโดยไม่อยากให้เวลาสูญเปล่า

    “ในฐานะผู้คิดค้นเจ้าจะตั้งชื่อมันว่าอะไรล่ะ?”

    “อืมมมม สีเหลืองอ่อนจางๆ คุณสมบัติเพิ่มความเร็วในการฝึกฝน เอาเป็นว่า ยาเบิกจันทราแล้วกัน”

    “อืม ก็เข้าท่านะ แต่ข้าว่าความพอใจของเจ้าไม่ใช่นี้หรอกใช่มั้ย?”

    “เป้าหมายของข้าคือยาที่ดื่มแล้วสามารถเพิ่มพลังจนเลื่อนคลาสได้ทันที ความสำเร็จในวันนี้คือก้าวแรกของข้า”

    แกรนด์เดินออกมาข้างนอกพลางคิดหาวิธีที่จะรวบรวมวัตถุดิบจำนวนมากมายังไง แต่หลังจากคิดเรื่องนี้สักพักก็มีอีกเรื่องผุดขึ้นมาในหัว ตัวแปรสำคัญในการทำยาสูตรนี้คือเอเลน่า ดูจากวิธีการแล้วเหมือนว่ายาตัวนี้จะซับซ้อนพอสมควร ในวันหนึ่งๆ เธอต้องเดินทางเพื่อออกล่าร่วมกับทีม กลับมาก็ต้องมาปรุงยากลั่นยาอีก ยาที่ทำก็ค่อนข้างยุ่งยากซับซ้อน ใน 1 วันคงจะทำออกมาได้แค่ประมาณสองสามขวดเท่านั้น การเร่งรัดเกินไปจะทำให้ภาระตกไปที่เธอมากเกินจำเป็น จะหาคนในหมู่บ้านไปให้เอเลน่าสอนก็ไม่มีใครที่มีความรู้ในด้านศาสตร์การปรุงยาชั้นสูง การที่จะเรียนรู้เรื่องพวกนี้ต้องเกิดจากการสะสมความรู้มาหลายปี แต่ถ้าแค่หาลูกมือก็คงพอได้

    เมื่อคิดได้แกรนด์จึงไปคัดเลือกเด็กสาวที่หัวดีเรียนรู้ได้เร็วมา 5 คนเพื่อให้มาเป็นลูกมือของเอเลน่า เธอยินดีที่จะสอนเรื่องทักษะการปรุงยาต่างๆ ให้กับเด็กสาวเหล่านี้ ซึ่งการเริ่มเรียนต้องเริ่มตั้งแต่พื้นฐานกันเลยทีเดียว

    วันเวลาผ่านไปแล้วกว่า 3 วัน เอเลน่ากลั่นยาออกมาได้ทั้งหมดรวม 12 ขวด แกรนด์กะจะเก็บไว้รอการประมูล 10 ขวด ส่วนที่เหลืออีกสองขวดเก็บไว้ใช้ในยามจำเป็น การกลั่นยาหยุดชะงักลงเพราะอริสได้ตามหาและกว้านซื้อแกนชีวิตของกูลมาได้เพียงแค่ 9 ชิ้นเท่านั้น รวมกับที่ร้านของเธอมีก็ 12 ชิ้น แกรนด์คิดหาวิธีที่จะนำมันมาเพิ่มอีก ซึ่งวิธีนั้นคือการล่า

    กูลเป็นสิ่งมีชีวิตที่จัดอยู่ในเผ่าอันเดธ เผ่านี้ขึ้นชื่อว่าตายยาก ฆ่าตายแล้วสามารถฟื้นขึ้นมาใหม่ได้อีก มีสองวิธีที่จะไม่ให้พวกมันฟื้นขึ้นมาอีกคือการทำลายร่างของมันหรือการเอาแกนชีวิตของพวกมันออกจากร่าง แกนชีวิตถือเป็นสิ่งที่กักเก็บทั้งพลังชีวิตและพลังวิญญาณของเผ่าอันเดธ ถ้าเอาแกนชีวิตของเผ่าอันเดธไปใส่ในซากศพของสิ่งมีชีวิตอื่น ซากศพเหล่านั้นจะมีชีวิตขึ้นทันที ซึ่งสิ่งมีชีวิตประเภทนี้จะถูกเรียกว่า ซอมบี้ และยังมีซอมบี้อีกประเภทที่ถูกเรียกออกมาจากเวทย์ของหมอผี พวกนี้จะถูกเรียกว่าซอมบี้เวทย์ เวทย์ประเภทนี้ถูกเรียกว่า เวทย์แห่งความตาย ซึ่งหมอผีจะใช้เวทย์ในการบังคับศพ ส่วนศพที่มีแกนชีวิตฝังอยู่จะกลายเป็นเผ่าอันเดธไปโดยปริยาย น้อยคนนักที่รู้ที่มาที่ไปของเผ่าอันเดธ คนทั่วไปรู้เพียงว่าเป็นเผ่าที่มีความสัมพันธ์กับความตาย เมื่อตายไปแล้วทุกเผ่าพันธุ์มีโอกาสที่จะกลายเป็นเผ่าอันเดธได้

    “ลูกพี่! ดูนี่!”

    บ็อบตะโกนเรียกให้แกรนด์ออกมาดูอะไรที่เขากำลังจะทำ แกรนด์ที่กำลังนั่งสอนทักษะการต่อสู้ให้พวกเด็กๆ อยู่เดินออกมาตามเสียงเรียก สิ่งที่เห็นอยู่ตรงหน้าคือบ็อบในตอนนี้สามารถยกขวานหนักขึ้นมาถือได้อย่างไม่ยากเย็นแล้ว แถมยังดูเหมือนในตอนนี้เขาจะมีความมั่นใจที่จะใช้มันอีกด้วย บ็อบจับขวานด้วยมือทั้งสองข้างพร้อมกับเหวี่ยงไปข้างหน้า ภายใต้แรงเหวี่ยงอันมหาศาลเกิดอากาศที่อัดกันเป็นมวลอากาศพุ่งไปข้างหน้า มวลอากาศนี้คล้ายกับพลังที่ผู้ใช้เวทย์ลมรวบรวมอากาศที่อยู่รอบตัวมาอัดเป็นก้อนแล้วยิงออกไปโจมตี ทิศทางที่บ็อบเหวี่ยงขวานไปเกิดเป็นร่องดินยาวไปด้านหน้าหลายสิบเมตร แกรนด์รู้สึกทึ่งกับความสามารถของขวานนี้เป็นอย่างมาก และที่ดีใจที่สุดคือบ็อบแข็งแกร่งขึ้นอีกแล้ว เขายกของที่หนักสามตันพร้อมกับแกว่งไปมาเหมือนกับมันหนักแค่ไม่กี่โล ออร่าพลังก็ดูแข็งแกร่งขึ้นมาก บ็อบในตอนนี้คงไม่ใช่คนที่แกรนด์จะสู้ด้วยพลังกายเพียวๆ ได้อีกแล้ว ถ้าสู้กับบ็อบอีกครั้ง แกรนด์ที่ใช้แค่พลังกายคงโดนน็อคในเวลาไม่ถึง 10 นาทีอย่างแน่นอน

    “ยาใช้ได้ผลยอดเยี่ยมจริงๆ ย่นเวลาฝึกลงได้มาก”

    แกรนด์คิดในอีกแง่ว่ายานี้เป็นตัวแปรสำคัญอย่างมากในการฝึก โดยปกติแล้วการฝึกในแต่ละวันของคนๆ หนึ่งจะฝึกพอประมาณ เหนื่อยก็กลับมาพัก หายเหนื่อยก็ออกไปฝึกต่อ ประสิทธิภาพในการฝึกของแต่ละคนจะอยู่ที่วิธีการฝึก ความมุ่งมั่น ความทรหดและระยะเวลาในการฝึกภายใน 1 วัน แต่พอได้กินยาเข้าไปแล้ว ผลของยาจะอยู่ได้เพียงแค่ 72 ชั่วโมง ทำให้เป็นการบังคับคนที่กินมันลงไปให้ฝืนฝึกอย่างเอาเป็นเอาตาย ยกตัวอย่างเช่น บ็อบที่ฝึกแทบจะตลอดเวลา เรียกได้ว่าระยะในการฝึกเกือบจะถึง 70 ชั่วโมง ที่เหลือสองชั่วโมงเศษคือเวลากิน ส่วนเวลานอนนั้นบ็อบไม่เคยได้หลับตาลงเลยตลอด 3 วันนี่ผ่านมา

    “เจ้าหักโหมเกินไปแล้วนะบ็อบ”

    “ไม่เป็นไรหรอก ร่างกายข้าไม่เหมือนร่างกายมนุษย์ โอกาสเพิ่มพลังอย่างรวดเร็วมาทั้งทีข้าต้องเต็มที่หน่อย”

    “เจ้าไปพักผ่อนก่อนแล้วกัน พรุ่งนี้เราจะไปที่ปราสาทร้างกัน”

    แกรนด์ตบที่หลังของบ็อบ ถึงบ็อบเองจะบอกว่าไม่เป็นไรแต่แกรนด์ก็สังเกตได้ว่าเขาเหนื่อยล้าแค่ไหน ปราสาทร้างที่แกรนด์พูดถึงคือสถานที่ที่ชาวเมืองกลอเซนเรียกมันอีกชื่อว่า ปราสาทมืด ตั้งอยู่ใจกลางป่ามรณะ ป่าที่มีต้นไม้สีดำ ไม่มีใบไม้และไร้ชีวิตชีวา ตามตำนานเล่าขานของเมืองปราสาทแห่งนั้นเมื่อร้อยกว่าปีที่แล้วเคยเป็นปราสาทของอดีตเจ้าเมือง ซึ่งสร้างขึ้นเพื่อเป็นของขวัญให้ภรรยา ต่อมาภรรยาของอดีตเจ้าเมืองได้หมกมุ่นและลุ่มหลงในเวทย์แห่งความตาย หล่อนชอบที่จะจับคนรับใช้หรือหญิงสาวชาวบ้านมาทรมานเล่นเพื่อความสนุกหรือทดลองใช้เวทย์แห่งความตายกับคนเป็นๆ เพื่อสร้างข้ารับใช้อมตะ ในที่สุดเธอก็ถูกปราบลงและถูกสะกดไว้ในปราสาทแห่งนั้น

    แกรนด์ไม่ได้ใส่ใจกับตำนานเรื่องเล่าอะไรพวกนั้นนัก ที่เขาสนใจที่จะไปสำรวจป่าแห่งความตายคือ ที่นั่นต้องเป็นที่อาศัยของเผ่าอันเดธที่อยู่ในแถบนี้แน่ ตามภูมิศาสตร์ในแผนที่ระบุว่า ป่าแห่งนั้นในอดีตเคยเป็นสุสานที่ฝังศพของเหล่าทหารและชาวเมืองหลายแสนราย บรรยากาศรวมถึงความอันตรายของพวกอันเดธทำให้ไม่มีใครอยากที่จะไปเยือนที่แห่งนั้น

    แกรนด์นั่งศึกษาเรื่องราวและข้อมูลสำคัญในห้องตำรา บันทึกที่มีเกี่ยวกับเผ่าอันเดธมีมากมายหลายเล่ม แต่ส่วนมากจะเป็นบันทึกเกี่ยวกับความร้ายกาจของพวกมันมากกว่า บันทึกที่เกี่ยวกับกายวิภาคและพฤติกรรมของมันไม่ค่อยมีให้เห็นเท่าไหร่ ที่แกรนด์ต้องหาข้อมูลเพิ่มเติมเพราะเขาไม่เคยสู้ตรงๆ กับพวกนี้มาก่อน การไปลุยสู้ในแดนของศัตรูโดยไม่รู้จักศัตรูเลยเหมือนกับการเดินหาความตาย ถึงจะมีพลังมากแค่ไหนแต่ถ้าประมาทและขาดประสบการณ์ก็คงไม่ต่างจากมือใหม่เท่าไหร่

    “หัวหน้า เล่มนี้มีอธิบายถึงจุดที่แกนชีวิตฝังอยู่ในหัวของกูล”

    เวนไฮร์หยิบหนังสือเก่าๆ เล่มหนึ่งที่อยู่บนชั้นวางมาให้แกรนด์ดู หนังสือในหอตำราเหล่านี้เป็นหนังสือเก่าที่หอสมุดของสถาบันศาสตร์การต่อสู้โละทิ้งเพื่อที่จะเปลี่ยนชุดใหม่เมื่อ 3 ปีที่แล้ว ยังดีที่เอเลน่าขอซื้อเหมาทั้งหมดมาไว้ที่บ้านเพื่อเลือกหนังสือที่เธอสนใจ หนังสือที่อยู่ที่นี่มีแค่ 10% ของทั้งหมดที่สถาบันโละทิ้ง อีก 90% เอเลน่าโยนมันทิ้งเพราะเธอบอกว่าเก็บไว้ก็รกเปล่าๆ ถ้าเป็นตอนนี้หนังสือทั้งหมดที่ได้มาคงอยู่ที่นี่ครบทุกเล่ม

    หลังจากศึกษามาอยู่พักใหญ่ก็พอรู้ข้อมูลเกี่ยวกับพวกอันเดธมากขึ้นพอสมควร แกรนด์ปิดหนังสือพร้อมกับเดินออกมาข้างนอก ตอนนี้เป็นเวลาช่วงเย็น นักล่ากลุ่มต่างๆ ทยอยเดินทางกันกลับมาแล้ว บางคนก็มีบาดแผลกลับมา แต่สีหน้าของทุกคนดูชื่นมื่น เมื่อล่าเสร็จก็ต้องนำสัตว์ที่ล่ามาได้มาตรวจเช็คประเมินความสมบูรณ์ของซากที่ที่คลัง จากนั้นถึงจะสามารถขึ้นเงินและนำสมุดประจำตัวมาบันทึกแต้มการล่าลงไป บางคนก็นำแต้มมาใช้เพื่อแลกอาวุธ ชุดเกราะกันบ้างแล้ว สิ่งเหล่านี้ช่วยให้พวกเขาสามารถทำการล่าได้สะดวกขึ้น เป็นการลงทุนที่คุ้มค่าอยู่แล้ว

    แกรนด์เดินกลับมายังบ้านหลักเห็นบ็อบหลับสนิทที่โต๊ะอาหารในห้องโถง เขาไม่แม้จะเข้าไปนอนในห้องตัวเอง แต่เลือกที่จะหลับคาโต๊ะและกองอาหารซะงั้น ส่วนเอเลน่าในตอนนี้ที่ว่างเว้นจากการกลั่นยาก็กำลังสอนผู้ช่วยของเธออยู่ แกรนด์เพิ่งนึกขึ้นได้ว่าเคยบอกให้ครีทไปปล่อยข่าวเรื่องยาเพิ่มพลังเมื่อหลายวันก่อน ตอนนี้เขายังไม่ส่งข่าวคราวอะไรกลับมาเลยสักอย่าง แกรนด์ใช้อักขระเวทย์ระยะไกลติดต่อไปที่ครีท การไปหลายวันโดยไม่ส่งข่าวกลับมาแบบนี้มันผิดสังเกตเกินไปแล้ว

    “เฮ้ย ครีท สถานการณ์ในเมืองตอนนี้เป็นไงบ้าง? ทำไมเจ้าไม่ส่งข่าวกลับมาเลย มีอะไรเกิดขึ้นรึเปล่า?”

    “ข้าปล่อยข่าวเรียบร้อยแล้ว ตอนนี้ผู้ฝึกพลังเกินครึ่งเมืองรวมทั้งพวกตระกูลใหญ่ๆ รอวันประมูลตาเป็นมันเลยว่ะ ข้าตามสืบความเคลื่อนไหวของพวกทหารหลายวันมานี้ เพื่อไม่ผิดสังเกตข้าเลยไม่ได้ติดต่อกลับไป”

    “ตอนนี้เจ้าทำอะไรอยู่ไหน?”

    “ข้าอยู่ซ่อง กำลังล้วงข้อมูลพวกมันอยู่”

    “ห๊ะ! อยู่ซ่อง?”

    “เจ้าฟังไม่ผิดหรอกสหาย เจ้าอาจไม่รู้นะ พวกทหารมันชอบมาเที่ยวซ่องกัน ข้าก็ปลอมตัวเป็นพ่อค้ามาล้วงข้อมูลของพวกมันตอนเมา”

    ‘อ๊ะ! นายท่าน มือของท่านอย่าล้วงลงไปนะเจ้าคะ อ๊า..”

    มีเสียงผู้หญิงดังเล็ดลอดออกมาจากอักขระเวทย์ของครีท

    ‘ชู่วววว เบาๆ หน่อย ข้ากำลังคุยธุระกับเพื่อนอยู่’

    “เออแกรนด์ พรุ่งนี้เช้าเดี๋ยวข้ากลับไป ข้าได้ข้อมูลสำคัญมาแล้วด้วย แค่นี้นะ”

    แสงของอักขระเวทย์จางลง ครีทขาดการติดต่อไปแล้ว แกรนด์ได้แต่นั่งคิดอยู่คนเดียว หมอนี่มันไปล้วงได้อะไรกันแน่

    คล้ายกับเรื่องเส้นทางอสนีบาต - The Road Lightning ที่คุณอ่าน