เสี่ยวเป่า ลูกรักสวรรค์พลิกชะตา

    นิมิตสีเลือด และกับดักในเงาจันทร์


    หลังจากฟื้นจากความเหนื่อยล้า พลังงานสวรรค์ในร่างของ เสี่ยวเป่า เรียกร้องการชดเชยอย่างหนัก หนูน้อยทานอาหารเช้าที่ซูหว่านเตรียมไว้มากกว่าปกติถึงสามเท่าจนมู่เฉิงและคุณท่านมู่ถึงกับอึ้ง แต่เมื่อท้องอิ่ม พลังสีทองรอบตัวเธอก็กลับมานวลตาและมั่นคงยิ่งขึ้น

    มู่เฉิง ไม่รอช้า เขาพาเสี่ยวเป่าเข้าไปในห้องพระส่วนตัวเพื่อฝึกฝนการใช้พลังร่วมกับ "พระกริ่งประจำตระกูล" เขาพบว่าหากเสี่ยวเป่ากุมพระเครื่องไว้ พลังของเธอจะถูกบีบอัดจนแหลมคมและควบคุมได้ง่ายขึ้น ไม่กระจัดกระจายจนทำร้ายตัวเองเหมือนครั้งก่อน ทว่าในขณะที่กำลังฝึกอยู่นั้น จู่ๆ เสี่ยวเป่าก็ตัวสั่นเทิ้ม ดวงตาเบิกโพลงเห็นภาพนิมิตที่ซ้อนทับขึ้นมา

    "พ่อจ๋า! เสี่ยวเป่าเห็น... เห็นแม่จ๋าโดนคนใจร้ายมัดมือ! พวกเขาไม่ได้เอาตัวเสี่ยวเป่าไป แต่เขาจะเอาแม่จ๋าไปแทน!" หนูน้อยร้องไห้โฮพลางกอดซูหว่านแน่น "แม่จ๋าห้ามไปงานเลี้ยงนะจ๊ะ!"

    มู่เฉิงหน้าเครียดขรึม แม้จะกังวลใจแต่เขาก็ไม่อาจเลี่ยงงานเลี้ยงสมาคมการค้าชุดใหม่ได้ เพราะมันคือเวทีที่จะพิสูจน์ความมั่นคงของมู่กรุ๊ป "พ่อจะระวังที่สุดลูก พ่อจะให้บอดี้การ์ดล้อมหน้าล้อมหลังแม่จ๋าไว้เอง"

    บรรยากาศงานเลี้ยง: ความเยือกเย็นใต้ความหรูหรา

    ณ โรงแรมระดับห้าดาว สถานที่จัดงานเต็มไปด้วยเศรษฐีและนักการเมือง หลิวจื่อหาน ยืนถือแก้วไวน์แย้มยิ้มอยู่ในมุมมืด เขาส่งสัญญาณให้สายลับที่แฝงตัวเป็นพนักงานเสิร์ฟเริ่มแผนการ "ลอกคราบมังกร"
    เครื่องดื่มที่ผสมยาสลายประสาทอย่างอ่อนถูกนำไปเสิร์ฟให้กับทีมบอดี้การ์ดของมู่เฉิงที่เฝ้าอยู่ตามจุดต่างๆ แม้ยาจะไม่ทำให้สลบทันที แต่มันจะทำให้การตอบสนองช้าลงและเกิดอาการพร่ามัวในเวลาที่ต้องการความรวดเร็ว

    "อีก 10 นาที เริ่มแผนการสร้างสถานการณ์" จื่อหานกระซิบใส่หูฟัง

    แผนล่อเสือออกจากถ้ำ

    ขณะที่มู่เฉิงกำลังถูกดึงตัวไปสนทนากับเหล่าประธานบริษัทใหญ่ จู่ๆ ก็เกิดเสียงระเบิดดังขึ้นจากลานจอดรถ ตามด้วยเสียงสัญญาณเตือนภัยไฟไหม้ที่แผดสนิทไปทั่วโถงงาน ความโกลาหลเกิดขึ้นในพริบตา ฝูงชนเบียดเสียดกันวิ่งออกสู่ทางหนีไฟ

    "คุณซูหว่านครับ! ท่านประธานมู่ได้รับบาดเจ็บที่ทางออกด้านหลังครับ!" ชายชุดพนักงานคนหนึ่งรีบวิ่งมาบอกซูหว่านที่กำลังอุ้มเสี่ยวเป่าอยู่ท่ามกลางความวุ่นวาย
    ด้วยความห่วงใยที่มีต่อมู่เฉิงจนลืมความระแวง ซูหว่านรีบอุ้มเสี่ยวเป่าวิ่งตามพนักงานคนนั้นไปตามทางเดินพนักงานที่มืดสลัวและไร้ผู้คน จนกระทั่งเธอทะลุออกมายังสวนหย่อมร้างด้านหลังโรงแรมที่ล้อมรอบด้วยกำแพงสูง

    ประจันหน้าจอมขมังเวทย์

    "คุณมู่อยู่ไหนคะ!?" ซูหว่านหยุดกะทันหันเมื่อพบว่ารอบข้างเงียบสงัดผิดปกติ

    "หึๆๆ... มู่เฉิงน่ะเหรอ? ป่านนี้คงกำลังวิ่งวุ่นหาพวกเจ้าอยู่ในงานที่เต็มไปด้วยควันไฟยังไงล่ะ" เสียงแหบพร่าดังมาจากใต้ต้นไม้ใหญ่

    ร่างของ อาจารย์กุมภ์ ค่อยๆ เดินออกมาจากเงามืด ชุดม่อฮ่อมสีดำและรอยสักที่คอของเขาดูน่าสยดสยองใต้แสงจันทร์นวล เสี่ยวเป่าที่อยู่ในอ้อมกอดของแม่รับรู้ได้ทันทีถึงกลิ่นสาบสางที่คุ้นเคย หนูน้อยกระชับพระเครื่องในมือแน่นจนนิ้วซีด

    "ดวงจิตบริสุทธิ์... พลังสีทองที่น่ากินเหลือเกิน" อาจารย์กุมภ์แสยะยิ้มพลางชูไม้เท้าที่หัวทำจากกระโหลกมนุษย์ขึ้นมา "เจ้าเด็กน้อย... ยอมมากับข้าซะดีๆ ไม่อย่างนั้นแม่ของเจ้าต้องกลายเป็นหุ่นพยนต์ไร้วิญญาณอยู่ที่นี่!"

    ซูหว่านกอดลูกสาวแนบอก พยายามจะถอยหลังหนีแต่กลับพบว่ามีสายสิญจน์สีดำล้อมรอบตัวเธอไว้เป็นวงกลมตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ "อย่าแตะต้องลูกสาวฉันนะ! ใครก็ได้ช่วยด้วย!"

    "ไม่มีใครได้ยินเจ้าหรอก... ข้าลง 'นะจังงัง' ปิดกั้นเสียงไว้หมดแล้ว" อาจารย์กุมภ์เริ่มบริกรรมคาถา ควันสีดำเริ่มพวยพุ่งออกมาจากใต้ดินล้อมรอบสองแม่ลูกไว้

    เสี่ยวเป่าเงยหน้ามองแม่จ๋าที่กำลังสั่นเทา ก่อนจะหันไปจ้องอาจารย์กุมภ์ด้วยแววตาที่เปลี่ยนเป็นสีทองจัด "น้ายักษ์นิสัยไม่ดี... บอกแล้วไงว่าอย่ามายุ่งกับแม่จ๋า!"

    พลังสีทองเริ่มปะทะกับควันดำจนเกิดเสียงเปรี้ยงปร้างเหมือนฟ้าผ่า เสี่ยวเป่าพยายามใช้พลังทั้งหมดที่มีเพื่อปกป้องแม่ตามนิมิตที่เห็น ขณะที่อาจารย์กุมภ์เองก็เตรียมงัดวิชาต้องห้ามออกมาเพื่อสยบพรจากสวรรค์ในร่างเด็กน้อย!

    คล้ายกับเรื่องเสี่ยวเป่า ลูกรักสวรรค์พลิกชะตา ที่คุณอ่าน