[จบ] ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก

    บทที่ 54 กลัวว่าเขาจะจริงจังกับมันมากเกินไป

    บทที่ 54 กลัวว่าเขาจะจริงจังกับมันมากเกินไป


    เมื่อกลับมาถึงร้าน หวังกุ้ยก็โมโหทันทีที่เห็นหน้าซ่งชิงหนาน


    จึงเริ่มก่นด่าแบบไม่มีสาเหตุ “เจ้านี่มันไม่ได้เรื่อง ตะโกนเสียงเบาเช่นนั้นคนอื่นจะได้ยินได้อย่างไร เปลืองข้าวเปลืองน้ำเสียจริง ลูกค้าไม่ได้ยินจะเข้ามาที่ร้านได้อย่างไร”


    ซ่งชิงหนานอดไม่ได้ที่จะเถียงกลับไปบ้าง “จะเปลืองได้อย่างไรขอรับ ก็ท่านไม่ให้ข้ากินข้าวไม่ใช่หรือ จะเอาแรงที่ใดไปตะโกนดัง ๆ ได้เล่าขอรับ”


    “ไอ้เด็กเหลือขอ ยังจะกล้าเถียงข้าอีก คอยดูเถิดข้าจะเอาเจ้าให้ตายเสีย”


    ว่าจบก็ยกมือขึ้นตบหน้าซ่งชิงหนานอย่างแรง


    เด็กหนุ่มมองเจ้านายของเขาอย่างแข็งกร้าว สองมือกำหมัดแน่น พยายามข่มใจเอาไว้อย่างที่สุด


    เสียงในใจกำลังพร่ำบอกตัวเองว่า ซ่งชิงหนาน เจ้าต้องอดทน ทนให้มากกว่านี้ ประเดี๋ยวท่านพี่ก็จะมาช่วยเจ้ากลับบ้านแล้ว


    เมื่อได้เห็นสายตาหาแข็งกร้าวนั่น หวังกุ้ยก็อดไม่ได้ที่จะตบเด็กหนุ่มอีกครั้ง


    พร้อมกับเอ่ยประชดประชันเสียงดัง “เหตุใดจึงมองข้าเช่นนั้น หมายความว่าอย่างไร อย่ามั่นใจเรื่องท่านพี่ของเจ้านักเลย หากนางไม่ยอมมาเป็นนางบำเรอให้ข้า เจ้านั่นแหละที่ต้องมาคอยเป็นทาสรับใช้ข้าไปชั่วชีวิต ไอ้หนู”


    “ไม่จริง อย่างไรท่านพี่ก็ต้องมาช่วยข้า”


    หวังกุ้ยยิ่งโกรธมากขึ้นเมื่อได้ยินเช่นนั้น “เหอะ ฝันไปเถิด ท่านพี่เจ้า...”


    ไม่ทันที่หวังกุ้ยจะพูดจบ ร่างอวบของสตรีนางหนึ่งก็เดินเข้ามา


    เสียงของนางดังลั่นตั้งแต่ยังไม่ทันถึงประตูร้าน “หวังกุ้ย มีดเล่มใหญ่ของข้าเล่า ได้หรือยังเอามาให้ข้าเร็ว”


    สีหน้าของหวังกุ้ยเปลี่ยนเป็นยิ้มทันทีที่มีลูกค้ามาที่ร้าน “พี่หลี่ วันนี้ท่านแต่งตัวงามยิ่ง มืดเล่มใหญ่ของท่านยังต้องเคาะอีกสักหน่อย เชิญรอตรงนี้ก่อนเถิด อีกนิดเดียวจะเสร็จแล้วขอรับ”


    ว่าจบเขาก็หันไปขู่ซ่งชิงหนานแล้วรีบกลับเข้าไปในร้าน


    อีกด้านหนึ่ง


    ซ่งชิงหลันและซ่งชิงตงวุ่นวายอยู่ตลอดเช้า เพราะมัวแต่ง่วนอยู่กับการทำงานในร้านเพียงสองคน


    กว่าจะได้หยุดพักก็ปาเข้าไปช่วงเที่ยงวัน


    ซ่งชิงหลันมองเวลาแล้วก็กระวนกระวายขึ้นมา “นี่มันเที่ยงแล้วนี่ ไปชิงตง รีบกลับบ้านกันเถิด”


    ทั้งสองรีบกลับบ้านพร้อมกันโดยพลัน หากแต่เมื่อไปถึง ก็ได้กลิ่นหอม ๆ ของอาหารมาจากด้านใน


    นางเดินเข้าไปในครัวก็พบว่าซ่งชิงเป่ยเป็นคนจุดไฟ ส่วนซ่งชิงซีกำลังปรุงอาหาร


    ซ่งชิงเป่ยยิ้มรับพี่ ๆ แล้วพูดว่า “ท่านพี่ พี่รอง ท่านกลับมาแล้วหรือ ไปล้างมือมากินข้าวเร็วเข้าเถิดขอรับ เราเตรียมอาหารไว้รอพวกท่านแล้ว”


    หัวใจของพี่สาวพลันอบอุ่นขึ้นมา นางเอ่ยตำหนิเบา ๆ “พวกเจ้าป่วยกันอยู่แท้ ๆ แทนที่จะนอนพัก มาทำอาหารกันเพราะเหตุใด”


    หากมีอาการท้องร่วงร้ายแรง ก็สามารถคร่าชีวิตคนได้เลยทีเดียว


    ซ่งชิงซีวางจานอาหารลงบนโต๊ะ “พวกเราดีขึ้นมากแล้วขอรับ อีกอย่างเช้านี้ที่ร้านมีเพียงท่านพี่ใหญ่กับพี่รองเป็นคนดูแล ท่าทางจะยุ่งกันไม่น้อย”


    “พวกท่านเหนื่อยกันมากแล้ว เราเลยอยากทำกับข้าวร้อน ๆ ไว้รอ กลับมาถึงก็จะได้กินเลย”


    ซ่งชิงตงพยักหน้าอย่างโล่งใจ “ดีมาก สมเป็นลูกชายตระกูลซ่งของเรา”


    ลูกชายบ้านนี้ต้องรู้จักรับผิดชอบตั้งแต่อายุยังน้อย!


    ซ่งชิงหลันไม่ได้ยินเสียงลูก ๆ ร้องไห้ จึงเกิดความรู้สึกสงสัยขึ้นมา แล้วเอ่ยถามด้วยความงุนงง “เฉินเฉินกับเยว่เย่ว...”


    ซ่งชิงเป่ยเงยหน้าขึ้นจากเตามามองนาง “พี่สาว ท่านไม่ต้องกังวล พี่สามกับข้าเพิ่งรีดนมแพะให้เด็ก ๆ ไปเมื่อช่วงสายนี้”


    ซ่งชิงหลันประทับใจในตัวน้องชายทั้งสองเป็นอย่างมาก “เอาเถิด เช่นนั้นข้าจะไปเรียกท่านย่ามากินข้าวด้วยกัน”


    หลังมื้อเที่ยงจบลง นางก็ปล่อยให้ซ่งชิงซีและซ่งชิงเป่ยได้พักผ่อน ส่วนตัวเองก็ออกไปที่ร้านกับซ่งชิงตง


    ช่วงบ่ายมีลูกค้ามารอซื้อมันเทศเผาจำนวนมากกว่าเดิม


    เมื่อเห็นว่าความต้องการซื้อมีมากจนขายแทบไม่ทัน ความตั้งใจที่จะทำเตาเพิ่มของนางก็ยิ่งมากขึ้นกว่าเดิม


    เมื่อคนเริ่มซาลง อู่ต้าหย่งก็เข้ามาหานางที่ร้าน


    ซ่งชิงหลันมองเขาด้วยรอยยิ้มสดใสแล้วถามขึ้น “ท่านพี่อู่ ท่านเอามันเทศสองหัวใช่หรือไม่เจ้าคะ”


    “ใช่” อู่ต้าหย่งรีบพยักหน้า


    “นี่เจ้าค่ะ หัวใหญ่ ๆ สองหัวสำหรับท่าน”


    “ขอบคุณ”


    อู่ต้าหย่งรับมันเทศเผาหวานนุ่มมาจากมือนางแล้วเอาเข้าปาก พลางถามอย่างไม่ได้ตั้งใจว่า “เหตุใดวันนี้ถึงได้มีเพียงเจ้ากับชิงตงเล่า ชิงเป่ยกับชิงซีไปที่ใดกัน”


    เขาแอบมองนางอยู่เงียบ ๆ เมื่อเห็นว่าหญิงสาววุ่นวายอยู่กับงานในร้านจนหัวหมุนมาตั้งแต่เช้าก็รู้สึกเป็นห่วงขึ้นมาจับใจ


    เมื่อได้ยินคำถามนั้นจากเจ้าหน้าที่หนุ่ม ซ่งชิงตงจึงตั้งใจใช้โอกาสนี้ในการขอความช่วยเหลือจากเขา “ท่านพี่อู่ มีเรื่องบางอย่างเกิดขึ้น เรา...”


    ไม่ทันที่น้องชายจะได้เล่า ซ่งชิงหลันก็ขัดขึ้นเสียก่อน “ชิงตง เจ้าไปพลิกมันเสีย ประเดี๋ยวก็ไหม้กันพอดี”


    ซ่งชิงตงชะงักไปครู่หนึ่ง เห็นความนัยที่ซ่อนอยู่ในสายตาของท่านพี่ เขาจึงพยักหน้ารับแล้วตอบว่า “ขอรับ ข้าไปดูเอง”


    ในบ้านนี้ ท่านพี่ของเขาเป็นใหญ่ที่สุด ย่อมต้องทำตามความเห็นของนาง


    หญิงสาวมองมาที่อู่ต้าหย่งด้วยรอยยิ้มแล้วอธิบายกับเขาแทนว่า “เช้านี้ชิงเป่ยกับซิงซีไม่ค่อยสบายน่ะเจ้าค่ะ เพราะเช่นนั้นข้าก็เลยให้พวกเขาพักผ่อนอยู่ที่บ้าน พวกเขายังเด็ก ทำงานหนัก ๆ ย่อมต้องมีเหนื่อยล้ากันบ้าง”


    อู่ต้าหย่งขยับกายไปมาเล็กน้อย “อย่าเหนื่อยเกินไปนัก จะทำให้คนรอบข้างเป็นห่วงเอาได้”


    “ใช่เจ้าค่ะ” ซ่งชิงหลันยิ้มเล็กน้อย ดวงตาของนางชัดเจนว่านางไม่ได้กำลังหมายถึงคนอื่นนอกจากเด็ก ๆ 


    ชายหนุ่มรู้สึกว่าตัวเองกำลังหมายความผิดไปเล็กน้อย ใบหน้าของเขาแดงก่ำแล้วรีบเอ่ยบอกนาง “ข้า…ข้าต้องไปแล้ว”


    พูดจบร่างสูงก็รีบหันหลังแล้ววิ่งกลับไปที่ประตูเมืองอย่างรวดเร็ว


    ทันทีที่อู่ต้าหย่งจากไป ซ่งชิงตงก็รีบถามพี่สาวเสียงเบาว่า “ท่านพี่ เหตุใดท่านถึงไม่รีบบอกเรื่องนี้กับท่านพี่อู่ มีคนเอาผงสลอดมาใส่ในแป้งของเรา ท่านพี่อู่ไม่มีทางนิ่งนอนใจ อย่างไรก็ต้องจับคนร้ายได้แน่”


    ซ่งชิงหลันขมวดคิ้วเข้าหากัน และพูดขึ้นอย่างจริงจัง “ข้าเพียงแค่กลัวน่ะ กลัวว่าเขาจะจริงจังกับมันมากเกินไป”


    นางมีชีวิตเป็นครั้งที่สองแล้ว แม้ว่าจะไม่เคยมีความรักมาก่อน แต่ก็ใช่ว่าจะเป็นเพียงสาวน้อยไร้เดียงสาเสียเมื่อไร


    สายตาที่อู่ต้าหย่งมองมาที่นาง ท่าทางจริงจังของเขา นางรู้ได้ทันทีว่าสิ่งที่เขาคิดคืออะไร เพียงแต่นางไม่สามารถตอบรับสิ่งที่เขาต้องการได้


    “ท่านพี่ ท่านหมายความอย่างไรกันแน่”


    “ไม่มีอันใด” ซ่งชิงหลันว่าต่อ “ข้าหมายความว่า เราไม่ควรให้เจ้าหน้าที่มาเกี่ยวข้องในตอนนี้ อย่าเพิ่งแหวกหญ้าให้งูตื่น เราต้องค่อย ๆ หาตัวคนร้าย คืนนี้ข้าจะรอจับมันเอง”


    “ท่านพี่ขอรับ นี่ท่านไม่ได้คิดจะทำเรื่องนี้คนเดียวใช่หรือไม่”


    “แน่นอนสิ เจ้าลืมไปแล้วหรือ ว่าข้าสู้กับอันธพาลทั้งฝูงด้วยตัวคนเดียวมาแล้ว”


    “แต่ท่านต้องระวังตัวด้วยนะขอรับ”


    “อื้ม เจ้าไม่ต้องห่วง”


    ...


    หลังอาหารเย็น ครอบครัวซ่งก็พากันแยกย้ายเข้าห้องเพื่อพักผ่อน


    ซ่งชิงหลันบอกให้ซ่งชิงตงคอยดูแลคนอื่น ๆ ในบ้านเป็นพิเศษ


    พอตกดึก นางก็ลุกขึ้นพร้อมกับไม้ท่อนหนึ่ง ถือออกจากบ้านไปที่ร้านอย่างเงียบเชียบ


    กลางดึกในฤดูหนาวที่อากาศเย็นเยียบ ซ่งชิงหลันกระชับเสื้อผ้าของนางให้แน่นหนา เดินไปถึงร้านอาหารของตนอย่างรวดเร็ว


    นางไม่ได้เข้าไปในร้าน เพียงหามุมอับสายตายืนรออยู่ตรงนั้น


    คนร้ายที่แอบมาวางยาในแป้งของนางเมื่อเห็นว่าแผนไม่สำเร็จ อาจย้อนกลับมาทำอีกครั้งในคืนนี้


    ไม่นานหลังจากที่ซ่งชิงหลันซ่อนตัว ก็พบว่ามีร่างหนาร่างหนึ่ง กำลังเดินมาทางร้านของตนเองจากระยะไกล


    หัวใจของหญิงสาวกระตุกวาบขึ้นทันที มือที่กำไม้ไว้ดึงเข้าหาตัวอย่างช้า ๆ 


    ต้องสั่งสอนบทเรียนให้คนเลวนี่เสียแล้ว




    คล้ายกับเรื่อง[จบ] ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก ที่คุณอ่าน