ราชันย์สิบโลก

    ตอนที่ 74 กลับเมืองจินเฟิง

            “ท่านปู่ ท่านยาย ท่านผู้อาวุโส พวกเราจะตั้งชื่อมันว่าอะไรดี”เฟิ่งหยูเอ่ยถาม

            “เรื่องตั้งชื่อพวกเราต่างไม่ถนัดกัน เอาเป็นว่าให้ตาเฒ่าซือเป็นคนตั้งก็และกัน นานๆ จะได้เห็นตาเฒ่ายิ้มหน้าบานแบบนี้สักที”ยายฮวาเอ่ยหยอกล้อขึ้นมา

            “ยุ่งยากไม่ต้องตั้งชื่ออะไรหรอก มันคือค่ายกลมิติ เราก็เรียกว่าค่ายกลมิติก็สิ้นเรื่องจะเปลืองหัวไปคิดมันทำไม ฮ่า ๆๆๆๆๆ” เฒ่าซือเอ่ยขึ้นมา

            นั่นสินะคิดให้เปลืองหัวทำไม มาดื่ม ๆๆๆๆๆ ผู้อาวุโสใหญ่กล่าวพร้อมกับรอยยิ้มบนใบหน้าที่แสดงถึงความสุขที่เขาได้รับ

            “พวกท่านคิดว่างานนี้ควรให้ใครเป็นผู้ดูแล”เฟิ่งหยูเอ่ยถาม

            “เจ้าเด็กโง่ เจ้าก็ให้ว่าที่พ่อตากับตระกูลเฟิ่งของเจ้าสิคนอื่นเจ้าจะสามารถเชื่อใจได้หรือ?”ยายฮวาพูดด้วยความยินดี

            “สงสัยยายเฒ่านี่ต้องการหลานไว ๆ แล้วหละเจ้าก็อย่างให้ยายเฒ่าต้องรอนานนะ”เสียงของเฒ่าหลงแซวขึ้นมา

            ทุกคนต่างหัวเราะชอบใจด้วยความสุขนานแค่ไหนแล้วที่เหล่าผู้เฒ่าทั้งหลายไม่เคยหัวเราะแบบนี้นานแค่ไหนแล้วที่พวกเขาลืมสิ่งที่เรียกว่าความสุขไป สิ่งต่าง ๆเหล่านี้ล้วนแล้วแต่มาจากเฟิ่งหยูเป็นศูนย์รวมจิตใจของพวกเขา

            หลายๆ คนต่างแอบน้ำตาคลอ คิดถึงครอบครัว คิดถึงลูกหลานแต่พวกเขาต่างไม่สามารถกลับไปหาพวกเขาเหล่านั้นได้และก็ไม่มีใครรู้ถึงประวัติความเป็นของเหล่าผู้เฒ่าทั้งหลายด้วยจะมีก็แต่ยายฮวาที่พอจะทราบคร่าว ๆ เท่านั้นเอง

             

            เฟิ่งหยูออกจากเจดีย์ฟ้าสวรรค์ในรุ่งเช้าของอีกวัน......

            “ท่านผู้อาวุโสจื่อซ่งท่านเตรียมทรัพยากรและอุปกรณ์เหล่านี้ให้ข้าด้วย”

             เฟิ่งหยูออกมาพร้อมกับรีบไปหาจื่อซ่งโดยทันทีจื่อฮุ่ยพลันเอ่ยถาม

            “เจ้าทำสำเร็จแล้วอย่างนั้นหรือ”

            “ใช่ ข้าทำสำเร็จแล้วและสิ่งที่ข้าทำสำเร็จมันเป็นสิ่งที่ไม่เคยมีใครเคยทำมาก่อนด้วย”

            “ฮึ อย่างเจ้านะหรือจะทำอะไรที่ยิ่งใหญ่เป็น” จื่อฮุ่ยกล่าวประชด พลางสะบัดผมเล็กน้อยก่อนจะมองค้อนด้วยสายตา

            “เจ้าจะทำอะไรก็ตามใจเจ้าเหอะข้าจะไปเตรียมของให้เจ้าเอง”นางพูดพลางเดินออกไปด้วยใบหน้าแดงก่ำ

            “เฮ้ออออ....ผู้หญิงนี่เข้าใจยากชะมัดเลย จริงไหมท่านผู้อาวุโสซ่ง”เฟิ่งหยูพลันหันไปพูดกับจื่อซ่ง

            “ข้าเองก็ไม่รู้เพราะข้าเองก็ยังไม่เคยมีใครมาเข้าใจเหมือนกัน”ทั้งคู่ต่างมองหน้ากันพร้อมกับหัวเราะออกมาพร้อมๆ กัน

            “มันคงจะจริงอย่างนายน้อยว่า ผู้หญิงนี่คงจะเข้าใจยากจริง ๆ”จื่อซ่งเอ่ยพร้อมกับเดินจากไป

            “สงสัยจะเป็นข้าเองที่ถามผิดคนไปเอง” เฟิ่งหยูพึมพำ

            สองชั่วยามผ่านไป.............

            จื่อซ่ง จื่อฮุ่ยมาพบเฟิ่งหยูพร้อมกับของจำนวนมากมาย

            “พวกท่านได้ของมาครบหรือเปล่า” เฟิ่งหยูเอ่ยถาม

            “ได้มาครบแล้ว พวกเราได้ของมาครบแล้ว ว่าแต่เจ้าเถอะรอบนี้จะทำให้อะไรให้พวกเราได้เปิดหูเปิดตาอีก” จื่อฮุ่ยกล่าว

            “ฮ่า ๆๆๆๆๆ  ข้าบอกเจ้าแล้วไงว่าข้าจะให้เจ้าทดลองเป็นคนแรก”เฟิ่งหยูกล่าวพร้อมกับเริ่มจัดทำค่ายกลไว้ในห้องโถงกลางของร้าน พฤกษาสวรรค์ไม่นานค่ายกลก็เสร็จเรียบร้อย

            “ไปพวกเราไปเที่ยวเล่นที่สมาคมการค้ามังกรดำกัน”

            เฟิ่งหยูกล่าวพร้อมกับนำเรือเล็กออกมานำพวกเขาทั้งสามเดินทางไปยังสมาคมการค้ามังกรดำที่อยู่ห่างจากพวกเขาไปครึ่งวันหลังจากเดินทางผ่านพ้นไปครึ่งวันเฟิ่งหยู จื่อฮุ่ย และจื่อซ่งมาถึงสมาคมการค้ามังกรดำ เขาเดินเข้าไปพร้อมกับแจ้งว่าเขาต้องการพบผู้ดูแลสมาคมพนักงานของสมาคมจำเฟิ่งหยูได้จึงรีบไปแจ้งให้ผู้ดูแลสมาคมมาพบเฟิ่งหยู

            “ท่านผู้อาวุโสข้ามาในวันนี้ข้าเพียงแค่ต้องการให้พวกท่านสามารถติดต่อค้าขายกันได้รวดเร็วขึ้นสามารถส่งของกันได้อย่างรวดเร็วโดยที่พวกท่านไม่ต้องเสียเวลาจ้างคนจำนวนมากขนสินค้าไปยังเมืองหลิวโจว”เฟิ่งหยูอธิบาย

            “เจ้าจะให้ข้าทำยังไงหากไม่จ้าคนไปส่งสินค้าให้พวกเจ้าพวกเจ้าจะได้สินค้าตรงกำหนดได้อย่างไร” ผู้ดูแลกล่าว

            “ไม่ยากท่านเพียงแต่เตรียมของให้ข้าตามนี้ก็แล้วกัน”เฟิ่งหยูเอ่ยพร้อมกับยื่นกระดาษแผ่นหนึ่งให้กับผู้ดูแลสมาคม

            “พวกเจ้าไปเตรียมของทั้งหมดมาให้ข้าโดยเร็ว” ผู้ดูแลสั่งด้วยความรวดเร็ว

            หลังจากนั้นหนึ่งชั่วยาม ของทุกอย่างที่เฟิ่งหยูสั่งกองอยู่ตรงหน้าเขา

            “ท่านพอมีห้องว่างที่ไม่ใช้บ้างหรือไม่” เฟิ่งหยูเอ่ยถาม

            “มี มี มีแน่นอนอยู่แล้ว เชิญทางนี้ขอรับ”

            เฟิงหยูและทุกคนมาถึงห้องว่างห้องหนึ่งที่กว้างขวางพอสมควรเฟิ่งหยูจัดการวางค่ายกลในตำแหน่งต่าง ๆ 

            หนึ่งชั่วยามผ่านไป........

            “เรียบร้อยแล้ว นี่คือค่ายกลมิติ ที่ข้าได้จัดสร้างขึ้นระยะทางจากสมาคมมังกรดำถึงเมืองหลิวโจว ร้านพฤกษาสวรรค์ประมาณห้าหมื่นลี้ หากจ้างคนขนสินค้าไปใช้เวลาในการเดินทางประมาณครึ่งเดือน เสียค่าใช้จ่ายประมาณ หนึ่งล้านหินวิญญาณระดับต่ำ หรือหนึ่งหมื่นหินวิญญาณระดับกลาง”

            เฟิ่งหยูนำหินวิญญาณระดับกลางจำนวนห้าพันก้อน ใส่ในค่ายกล 

            “เอาละ พวกท่านไปยืนตรงนั้น” เฟิ่งหยูเอ่ย

            จากนั้นเฟิ่งหยูถ่ายทอดลมปราณของเขาเพื่อเปิดค่ายกลให้ทำงานพร้อมกับเดินเข้าไปรวมกลุ่มกับผู้ดูแล พร้อมจื่อฮุ่ย และจื่อซ่งไม่นานค่ายกลก็ทำงาน

            “วูบบบ”

            พวกเขาทั้งหมดยืนอยู่ในห้องของร้านพฤกษาสวรรค์ที่เฟิ่งหยูจัดทำค่ายกลไว้ภายในระยะเวลาไม่นานพวกเขาสามารถมายืนอยู่ ณ ร้านพฤกษาสวรรค์

            “ยินดีต้อนรับท่านผู้นำสู่ร้านพฤกษาสวรรค์ ของพวกเรา” เฟิ่งหยูเอ่ย

            ทุกคนต่างมองหน้ากันด้วยความงุนงงไม่นานจื่อฮุ่ยจึงได้สิติก่อนใครเพื่อนจึงรีบวิ่งออกไปดูข้างนอกห้องพร้อมกับตะโกนลั่น

            “ร้านพฤกษาสวรรค์ของพวกเรา” ทุกคนต่างหันมามองเพราะลูกค้าภายในร้านก็มีจำนวนมากหลังจากได้ยินเสียงขอจื่อฮุ่ยตะโกนทุกคนจึงพากันได้สติ

            “ท่าน ท่านสามารถทำได้อย่างไรกัน ท่านสามารถสร้างค่ายกลนี้ได้อย่างไร”กลับเป็นผู้ดูแลสมาคมการค้ามังกรดำที่ดูตื่นเต้นไม่แพ้จื่อฮุ่ยและจื่อซ่ง

            เฟิ่งหยูอธิบายเรื่องราวต่าง ๆให้กับผู้ดูแลสมาคมฟังพร้อมกับเสนอให้ผู้ดูแลสมาคมนำเรื่องนี้ไปแจ้งให้กับผู้นำสมาคมการค้ามังกรดำโดยเขาสั่งให้ผู้ดูแลบอกให้ผู้นำติดต่อกับเขาโดยตรงและเก็บเรื่องนี้ไว้เป็นความลับด้วย

            เฟิ่งหยูอธิบายวิธีการทำงานทุกอย่างอย่างถี่ถ้วนพร้อมกับส่งผู้ดูแลสมาคมกลับเขายอมเสียค่าใช้จ่ายในส่วนนี้เองลำพังแต่สิ่งที่เขาจะได้รับในอนาคตมันมากมายมหาศาลมากกว่านี้หลายร้อยหลายพันเท่าเลยก็ว่าได้

            เมื่อผู้ดูแลสมาคมการค้ามังกรดำกลับไปถึงเขารีบแจ้งไปยังผู้นำสมาคมการค้ามังกรดำอย่างรีบเร่งเมื่อผู้นำสมาคมการค้ามังกรดำทราบเรื่องเขาจึงรีบเร่งมายังเมืองซานเป่าโดยทันทีเมื่อมาถึงเขาได้สอบถามและตรวจสอบดูค่ายกลอย่างละเอียดแต่ก็พบว่าเขาไม่สามารถที่จะเข้าใจค่ายกลนี้ได้แม้แต่น้อย

            เขาได้สั่งให้ผู้เชี่ยวชาญด้านค่ายกลของสมาคมมาตรวจสอบค่ายกลนี้โดยละเอียดแต่ก็ไม่สามารถเข้าใจค่ายกลนี้ได้แต่อย่างใดจนต้องยอมแพ้ไปในที่สุด

            หลังจากเฟิ่งหยูแยกจากผู้คนในตระกูลจื่อเรียบร้อยแล้วเขาเดินพูดคุยและสั่งงานกับจื่อซ่งในเรื่องต่างๆ รวมถึงเรื่องของการค้าขายที่จะเกิดขึ้นในอนาคตเมื่อพวกเขามีการค้าที่เพิ่มมากขึ้น

            “ข้าเองก็จากบ้านของข้ามานานพอสมควรแล้วข้าคงต้องกลับไปเมืองจินเฟิงสักระยะหนึ่งแล้วข้าจะสร้างค่ายกลมิติที่โน่นเพื่อเชื่อมต่อกับทางนี้ไว้ด้วยทางนี้ข้าคงต้องฝากผู้อาวุโสดูด้วย” เฟิ่งหยูกล่าว

            “เจ้าไม่ต้องห่วงทางนี้ พวกเราจะดูแลทางนี้ให้นายน้อยเป็นอย่างดีหากนายน้อยมีเรื่องใดให้พวกเราได้ช่วยเหลือขอให้ท่านแจ้งข่าวมาพวกเราตระกูลจื่อจะรีบไปช่วยเหลือท่านโดยทันที”จื่อซ่งกล่าวด้วยความจริงใจ

            “ไม่ต้องห่วงข้าหรอก พวกท่านก็ระวังพวกตระกูลฉี ให้ดีก็แล้วกันอย่าได้ประมาทเป็นอันขาด”เฟิ่งหยูกล่าวย้ำเตือน

            “แล้วนายน้อยต้องการออกเดินทางกลับเมื่อไหร่?”

            “ข้าว่าจะกลับไปในวันพรุ่งนี้เช้า”เฟิ่งหยูตอบกลับ

             

            รุ่งเช้าวันถัดมาเฟิ่งหยูออกเดินทางโดยร่วมเดินทางพร้อมกับขบวนสินค้าขบวนหนึ่งที่เขาได้ให้จื่อซ่งติดต่อให้เขาอยากศึกษาสภาพแวดล้อม วิถีชีวิตความเป็นอยู่ของคนในอาณาจักรตะวันฉาย เรื่องราวต่างๆ รวมถึงข่าวสารต่าง ๆ ที่เขาไม่เคยรู้ ไม่เคยเห็นมาก่อน

            เมื่อมาถึงจุดนัดพบระหว่างขบวนสินค้า.........................

            “อ่า  นายท่านมาถึงแล้วหรือขอรับ” ผู้ดูแลขบวนการค้ารีบทำความเคารพจื่อซ่ง

            “อื่ม ข้าฝากท่านดูแลนายน้อยของพวกเราด้วย”

            “นายท่านไม่ต้องห่วง พวกเราจะดูแลนายน้อยของพวกท่านเป็นอย่างดี”ผู้ดูแลขบวนสินค้ารีบกล่าวประจบจื่อซ่งในทันที

            “นายน้อยขอให้ท่านเดินทางโดยสวัสดิภาพ”จื่อซ่งที่เดินมาส่งเฟิ่งหยูเอ่ยขึ้น

            “ท่านเองก็ดูแลสุขภาพด้วยนะ แล้วข้าจะรีบไปรีบกลับหากมีเรื่องเร่งด่วนข้าจะติดต่อมาอีกที” เฟิ่งหยูเอ่ย

            “ขอรับนายน้อย ข้าจะดูแลทางนี้อย่างเต็มที่”จื่อซ่งเอ่ยพร้อมกับเดินจากไป

            ผู้ดูแลขบวนสินค้ามองเฟิ่งหยูอยู่ครู่หนึ่งพลันตะโกนเสียงดัง

            “มากันครบหมดแล้วหรือยัง หากครบแล้วเริ่มเดินทางกันได้แล้วเรายังต้องเดินทางกันอีกไกลโข”

            เฟิ่งหยูเดินขึ้นรถม้าคันหนึ่งที่ผู้ดูแลจัดเตรียมไว้ให้ภายในรถม้ามีบุรุษอยู่สามคน สตรีอีกสองคน ทั้งหมดต่างต้องการเดินทางไปยังเมืองจินเฟิงเพราะทั้งห้าคนต่างต้องการไปสำนักเทพดาราเพื่อเข้าร่วมสำนัก จึงได้เข้าร่วมเดินทางในครั้งนี้ด้วย

            “เจ้าก็ต้องการไปเมืองจินเฟิงย่างนั้นหรือ”เด็กหนุ่มคนนึ่งเอ่ยถามเฟิ่งหยู

            “ใช่ข้าต้องการเดินทางไปเมืองจินเฟิง” เหิ่งหยูตอบ

            “เจ้าชื่ออะไรอย่างนั้นหรือ ? พอจะบอกพวกข้าได้ไหม”

            “ข้าชื่อเฟิ่งหยู ส่วนพวกเจ้าหละชื่ออะไรกันบ้าง”เฟิ่งหยูพลันเอ่ยถาม

            “ข้าชื่อ ลู่ฟาง คนถัดไปคือหลิวอัน จิวเจิ้น เฉินกวง และซิวซิว  พวกเราเดินทางมาหลายเดือนแล้ว  เป้าหมายของพวกเราคือสำนักเทพดาราว่าแต่เจ้าเถอะ จะไปเมืองจินเฟิงทำไมอย่างนั้นหรือ?” เฉินกวงพลันเอ่ยถามเฟิ่งหยู

            “ข้าเองก็จะไปสำนักเทพดาราเช่นกัน ช่างเป็นเรื่องบังเอิญเสียเหลือเกิน”เฟิ่งหยูกล่าว

            “คงเป็นเช่นนั้นจริง ๆ พวกเราต่างมุ่งหน้าไปทิศทางเดียวกันคงเป็นวาสนาที่ทำให้พวกเราได้มาพบกันเช่นนี้” เฟิ่งหยูกล่า

            “วาสนาเช่นนั้นหรือ พวกเราต่างสิ้นเปลืองเงินเก็บไปหลายร้อยหลายพันแล้วกว่าจะเดินทางมาถึงตรงนี้” หลิวอันกล่าว

            เฟิ่งหยูมองพวกเขาด้วยความสงสัย

            “พวกเจ้าเดินทางมาไกลกันอย่างนี้ หากไม่ได้เป็นศิษย์สำนักเทพดาราพวกเจ้าจะทำเช่นไร”

            “หากพวกข้าไม่ได้เป็นศิษย์ของสำนักเทพดาราพวกเราคงต้องไปร่วมกับสำนักใดสำนักหนึ่งในเมืองหลิวโจวเพราะหากพวกเราไม่ได้เข้าร่วม ทางบ้านของพวกเราคงไม่เหลืออะไรกินแล้วความหวังทุกอย่าง เงินเก็บทุกแดง บิดามารดาของพวกเรารวมถึงคนในหมู่บ้านได้ทุ่มเทให้พวกเราจนหมดเนื้อหมดตัวกันหมดแล้วหากกลับไปมือเปล่าข้าคงไม่สามารถมองหน้าทุกคนได้” หลิวอันกล่าว

            เฟิ่งหยูเข้าใจความรู้สึกนี้ดี คนจน จน ต่างต้องดิ้นรนขนขวายหาโอกาสที่จะทำให้ตนเองและครอบครัวได้อยู่ดีกินดีแน่นอนหากพวกเขาสามารถเข้าสำนักใหญ่ๆ ได้ครอบครัวทางบ้านของพวกเขาก็จะได้รับอานิสงส์ไปด้วย  แต่หากพวกเขาไม่สามารถเข้าสำนักใหญ่ได้ครอบครัวของพวกเขาก็แทบจะไม่เหลืออะไรอีกต่อไปเช่นกัน

    คล้ายกับเรื่องราชันย์สิบโลก ที่คุณอ่าน

    มหามรรคาไร้เทียมทาน

    มหามรรคาไร้เทียมทาน

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    423K 812
    ระบบเปลี่ยนชีวิต

    ระบบเปลี่ยนชีวิต

    นิยาย แฟนตาซี
    627K 658
    (The Eternal God) ผ่าชะตาสวรรค์ สยบสิ้นสรรพสิ่ง

    (The Eternal God) ผ่าชะตาสวรรค์ สยบสิ้นสรรพสิ่ง

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    279K 178
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    ไปต่างโลกก็ต้องไปกับสมาร์ทโฟนสิ (Isekai wa Smartphone to Tomoni)

    ไปต่างโลกก็ต้องไปกับสมาร์ทโฟนสิ (Isekai wa Smartphone to Tomoni)

    นิยาย แฟนตาซี
    4.85M 1262
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271
    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668
    ย้อนเวลามาเป็นเซียนหุ้น ( จบภาค )

    ย้อนเวลามาเป็นเซียนหุ้น ( จบภาค )

    นิยาย แฟนตาซี
    150K 136
    จุติเทพอสูรสยบบรรพกาล【จบ】

    จุติเทพอสูรสยบบรรพกาล【จบ】

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    3.13M 4052
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258