เพลเยอร์ชาวเกาหลีใต้จะใช้แสงประทับได้ก็ต่อเมื่อมีอายุครบสิบเจ็ดปีบริบูรณ์
หลายทศวรรษหลังจากเกิดการปะทะระหว่างมิติก็ยังไม่มีข้อจำกัดด้านกฎหมายเกี่ยวกับอายุสำหรับพลังพิเศษที่ตื่นขึ้นของเพลเยอร์
แสงประทับนั้นไม่อิงกับกฎฟิสิกส์ค่านิยม หรือแิใดเลย จึงไม่เหมาะกับร่างกายและจิตใจที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ และยังเป็ชนวนให้เกิดเหตุรุนแรงเล็กใหญ่มากมายจากการใช้แสงประทับของผู้เยาว์แม้จะมีการเรียกร้องให้บัญญัติกฎหมายออกมาควบคุม ทว่าผู้บังคับใช้กฎหมายกลับมีทัศนคติที่เฉยเมยต่อการออกกฎหมายมาควบคุมเพลเยอร์
จนกระทั่งสามสิบปีก่อน
ที่โรงเรียนประถมซอกูที่ปิดตัวไปแล้วในจังหวัดคังวอน
มีนักเรียนประถมสามห้องต้องรับเคราะห์จากเหตุการณ์‘แสงประทับคลุ้มคลั่ง’ประชาชนต่างเดือดดาลและวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลที่ไม่ยอมออกมาตรการควบคุมแสงประทับให้ดี
ผลที่ตามมาคือกฎหมายผนึกแสงประทับในเยาวชน ซึ่งถูกเรียกว่า ‘กฎหมายซอกู’ ที่ได้บัญญัติไว้ว่าห้ามเพลเยอร์อายุต่ำกว่าสิบเจ็ดปีใช้แสงประทับ
ทันทีที่เยาวชนอายุต่ำกว่าสิบเจ็ดปีฉายแววเป็เพลเยอร์ทางสมาคมเพลเยอร์จะฝังตราประทับเพื่อ ‘ผนึก’ แสงประทับเอาไว้
แต่ตอนนี้วันที่ 1 มกราคม
ตัวฉันในโลกฝั่งนี้มีอายุครบสิบเจ็ดปีบริบูรณ์สามารถใช้แสงประทับได้แล้ว
ตราประทับหายไปแล้ว
จุดสีแดงขนาดเท่าเล็บหัวแม่มือเลือนหายไปจากข้อมือซ้ายเมื่อเข้าสู่วันที่1 มกราคม วินาทีนั้นฉันก็รับรู้ได้โดยสัญชาตญาณว่าแสงประทับของตัวเองคืออะไร
[ปาฏิหาริย์กลายเป็แสงสว่างที่สาดส่องลงมาสู่ร่างกาย]
เหมือนกับข้อความในเกมตอนที่บรรยายถึงแสงประทับของแบคโฮกุนเลย!
ฉันเข้าใจโดยสัญชาตญาณทันทีว่าแสงประทับของตัวเองเป็แบบไหนอีกทั้งยังเข้าใจวิธีใช้ในทันที
[ท่านใช้แสงประทับ ‘วิถีแห่งเพลเยอร์’]
เมื่อใช้แสงประทับการ์ดหลายร้อยใบที่เปล่งแสงหลากสีสันก็ทยอยพรั่งพรูออกจากร่างกายทันทีที่เห็นการ์ด ฉันก็แทบไม่เชื่อสายตาตัวเอง
ตัวละครทั้งหมดที่เราเคยเล่น…!
สิ่งที่อยู่บนการ์ดคือตัวละครที่ฉันใช้เวลาปั้นและเล่นมายาวนานถึงสิบปี
การ์ดที่เคยเห็นตอนเลือกตัวละครเวลาทำเควสต์หรือเล่นในเนื้อเื่กำลังส่องประกายอยู่ตรงหน้า
มีทั้งตัวเอกและนางเอกซึ่งอยู่บนหน้าหลักของเกม
ตัวละครสมทบที่ดังกว่าตัวหลักตัวประกอบที่โผล่หน้าแค่ครั้งสองครั้งแล้วก็ตายไปหรือแม้แต่แบคโฮกุนที่ฉันควบคุมจนถึงวินาทีสุดท้าย
หลังจากได้เห็นการ์ดฉันเปิดเมนูเพื่อตรวจสอบคำอธิบายอย่างละเอียดของแสงประทับ
[เรียกดูรายละเอียดของแสงประทับ ‘วิถีแห่งเพลเยอร์’]
[วิถีแห่งเพลเยอร์ : จำลองอนาคต กระบวนการและบันทึกความฝันทั้งหมดจากอนาคตของอีกมิติหนึ่งที่อยู่ในรูปแบบของเกม]
ตามคำอธิบายอย่างละเอียดของแสงประทับการ์ดเหล่านี้ไม่ได้มีแค่ ‘ตัวละครร่างสุดท้าย’ ที่ผ่านการปั้นมาจนสุดทางเท่านั้นการ์ดแต่ละใบยังบันทึกการเติบโตของแต่ละตัวละครในแต่ละ่เอาไว้ด้วยแค่การ์ดของแบคโฮกุนคนเดียวก็มีหลายสิบใบแล้ว นอกจากนั้น…
การ์ดของยูซังฮี…
การ์ดเป็ร่างที่เธอทำพันธสัญญากับเนเมซิสเทพธิดาแห่งการล้างแค้นโดยยอมทิ้งหนทางที่เป็ไปได้ทั้งหมดแล้วกลายเป็นักล่าสัตว์อสูรเต็มตัว
ที่เหลืออยู่นี่คงเป็บันทึกการเล่นเกมของฉัน…
เนื่องจากไม่มีอนาคตที่ยูซังฮีจะกลายเป็ปีศาจผู้แสวงหาการล้างแค้นอีกแล้วดังนั้นการ์ดของยูซังฮีสุดยอดนักล่าสัตว์อสูรจึงเป็แค่ความเป็ไปได้จากอีกมิติหนึ่ง
ฉันไล่ดูการ์ดใบแล้วใบเล่าทุกครั้งที่เห็นการ์ดตัวละคร อารมณ์มากมายต่างทยอยผุดขึ้นในห้วงความคิด ก่อนจะค่อยๆหายไป
การ์ดใบนี้สมัยเรียนจบม.ปลาย…ใบนี้ตอนอยู่ในค่ายทหารและใบนี้ตอนเตรียมตัวทำงาน…
่ชีวิตตลอดสิบปีของฉันที่ใช้ไปกับเกมนี้
พวกเขาคือตัวละครที่ผ่าน่เวลาแห่งความสุขและความทุกข์ยากมาด้วยกันฉันเคยรู้สึกมีกำลังใจจากการได้เห็นพวกเขาเติบโต
ทุกบันทึกและทุกเส้นทางทั้งหมดที่ฉันเล่นผ่านมาตอนนี้พวกกลายเป็การ์ดที่ส่องแสงระยิบระยับอยู่เบื้องหน้าราวกับหมู่ดวงดาวพร่างพราวบนท้องฟ้า
ฉันหยุดมองการ์ดเ่าั้ครู่ใหญ่
ตัวละครเล่นได้ทุกตัวในนี้…ล้วนตายไปแล้ว
ในตอนจบตัวละครที่ฉันเคยควบคุมล้วนเสียชีวิต การ์ดทุกใบคือตัวละครที่มีจุดจบอันน่าสังเวช
ถึงบางคนจะตายไประหว่างทางแต่ก็ถูกรีดศักยภาพจนถึงขีดสุด
ฉันเคยอาลัยอาวรณ์กับตัวละครที่ตายไปกลางเนื้อเื่จึงคอยบ่มเพาะพวกเขาผ่านโหมด ‘ต่อสู้อิสระ’ และ ‘เควสต์อิสระ’ โดยในใจลึกๆ ก็คาดหวังว่า
ตัวละครที่ตายไปแล้วจริงๆอาจจะยังมีชีวิตอยู่ก็ได้
ถึงจะไม่สามารถเล่นตัวละครที่เสียชีวิตแล้วในเนื้อเื่หลักได้แต่ก็ยังสามารถพัฒนาได้ตามระบบเกม ฉันที่เป็เพลเยอร์เดนตายของ เพลย์มาโก จึงไม่ยอมละทิ้งตัวละครใดเลยและพัฒนาพวกเขาจนถึงขีดสุดทั้งหมด
คราวนี้มาดูตอนจบแบบแฮปปี้เอ็นดิ้งกันเถอะ
การ์ดตรงหน้ากะพริบวิบวับราวกับกำลังตอบรับความคิดของฉัน
ขอทดสอบดูหน่อยแล้วกัน!
ถ้าจะให้เลือกการ์ดใบแรกแน่นอนว่าต้องเป็ของตัวละครหลักของฉัน ‘แบคโฮกุน’ จากบรรดาการ์ดของแบคโฮกุน ฉันเรียกเวอร์ชันสุดท้ายที่ปลดพันธนาการ ‘โทสะเทพ์’ เรียบร้อยแล้ว
แต่ยังไม่ทันจะได้ใช้การ์ดฉันก็สะดุดตากับข้อความที่เขียนอยู่ข้างใต้
[ใช้งานได้ 3 วินาที]
“…สามวินาทีจะทำอะไรได้เล่า!”
การ์ดที่มีพลังสูงเกินไปจะถูกจำกัดระยะเวลาในการใช้งาน
1 มกราคมเที่ยงคืนสิบเก้านาที
ฉันออกจากบ้าน
สายลมพัดบาดผิวราวกับใบมีดที่หมายจะเฉือนเนื้อหนังของฉันให้ขาดวิ่น
จะตัวแข็งตายอยู่แล้ว
เมื่อคำนึงจากสภาพแวดล้อมฉันที่สวมเสื้อผ้าบางๆ ก็รู้สึกเหมือนกำลังเดินอยู่บนก้อนน้ำแข็งใจจริงก็อยากย้อนกลับบ้านทันที แต่วันนี้มีบางสิ่งต้องจัดการเพราะสัญญากับตัวเองหลายครั้งว่าจะทำมันทันทีหากได้รับแสงประทับที่พอใช้การได้
เคยคิดว่าอาจต้องยืมพลังจากเสือเหลืองหรือไม่ก็ฮงกยูบินแต่โชคดีที่ไม่ต้องไปถึงขั้นนั้น
วิถีแห่งเพลเยอร์ยอดเยี่ยมกว่าที่คาดไว้มากดังนั้นก็ได้เวลาดำเนินแผนขั้นถัดไปแล้ว
นี่ฉันสมัครใจะโลงนรกด้วยตัวเองเลยสินะ
เมื่อหวนนึกถึง่เวลาที่เคยเผชิญหน้ากับเอเนมีฉันก็ยังขนลุกไม่หาย มันต่างจากการเผชิญหน้าผ่านหน้าจอโทรศัพท์อย่างสิ้นเชิง
อดีตสวะติดเกมที่อยู่แต่หน้าจออย่างฉันจะทำได้ดีแค่ไหนกันนะ…
เฮ้อ
ฉันถอนหายใจยาวลมหายใจที่พ่นออกมากลายเป็ควันกระจายไปทั่วห้วงอากาศยามค่ำคืนบดบังวิสัยทัศน์เบื้องหน้าจนขุ่นมัว
ปิ๊งป่อง!
เสียงแจ้งเตือนข้อความขึ้นดังจากดีไวซ์เป็ของแชตกลุ่มที่มีฉัน จางนัมอุก และยูซังฮุนซึ่งมีข้อความที่ไม่ได้อ่านต่อกันยาวเหยียดในระหว่างที่ฉันมัวจดจ่อกับการทดสอบแสงประทับ
[จางนัมอุก : อึยชิน ซังฮุน สุขสันต์วันปีใหม่!ถึงฉันจะไปเรียนที่อื่น แต่พวกเรามานัดเจอกันบ่อยๆ นะขอให้เป็ปีที่ดี!]
[ยูซังฮุน : สวัสดีปีใหม่]
[จางนัมอุก : ซังฮุน ถ้านายี้เีพิมพ์ข้อความส่งข้อความเสียงมาแทนก็ได้ หรือแค่ส่งสติกเกอร์ฉันก็ดีใจแล้ว]
[ยูซังฮุน : อา]
[จางนัมอุก : แบบนั้นแหละ…วันนี้หนาวมากเลยระวังอย่าเป็หวัดกันล่ะ]
[ยูซังฮุน : อา]
ฉันหยุดเดินพลางก้มมองแชตด้วยสายตาเหม่อลอยแล้วจึงขยับนิ้วเพื่อพิมพ์ข้อความ]
[คุณ : สวัสดีปีใหม่]
ฉันส่งข้อความแล้วหัวเราะออกมาอย่างไร้เหตุผลเมื่อเห็นข้อความของจางนัมอุกที่บ่นจุกจิกตามนิสัยและยูซังฮุนที่เอาแต่ตอบกลับด้วยคำว่า ‘อา’
แค่หยุดอ่านข้อความครู่เดียวดูเหมือนอากาศจะอุ่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว ฉันปิดการแจ้งเตือนและปิด GPS ทั้งหมดจากนั้นก็เริ่มวิ่ง
[ท่านใช้แสงประทับ ‘วิถีแห่งเพลเยอร์’]
ตัวละครจากการ์ดที่ฉันเลือกใช้ในคราวนี้คือบุคคลที่จะกลายเป็หัวหน้าทีมในอนาคต ซึ่งปีนี้กำลังเรียนอยู่ม.ปลายปีสามที่โรงเรียนม.ปลายอึนกวัง‘เสี้ยวรุจีในม่านอนธการ’ โอฮเยจี
[ท่านใช้แสงประทับของตัวละคร ‘โพธิสัตว์ใต้เงาจันทร์’]
สำหรับโพธิสัตว์ใต้เงาจันทร์หากเป็ตอนกลางคืนจะช่วยเพิ่มพลังะโและความเร็วหลายเท่าโดยเฉพาะในยามที่พระจันทร์ขึ้น แม้ในเกมมักถูกเรียกว่า ‘แสงประทับไร้ค่า’เมื่อเทียบความโกงกับแสงประทับของตัวละครอื่นแต่หากบรรลุเงื่อนไขได้ครบถ้วน มันจะมีประสิทธิภาพสูงมากในด้านการเคลื่อนที่
คงต้องพึ่งพาการ์ดที่ประสิทธิภาพดีๆเพื่อประหยัดพลังงานและเวลา
และในตอนนี้ก็กำลังมี‘ซูเปอร์มูน’ ลอยเด่นอยู่บนท้องฟ้าพอดี
ทันใดนั้นร่างกายของฉันก็เลือนหายไปในชั่วพริบตาภายใต้ท้องฟ้ายามค่ำคืน
ศูนย์ประชุมแห่งหนึ่งบนเกาะยออึยโดกำลังจัดงานเลี้ยงต้อนรับปีใหม่
ท่ามกลางฉากหลังเป็แม่น้ำฮันกับท้องฟ้ายามราตรีการเสริมด้วยแสงไฟตกแต่งสถานที่ช่วยสร้างเอฟเฟกต์สามมิติแก่ตัวอาคารที่ภายในเป็ห้องโถงกว้างประมาณห้าร้อยพย็อง[1]ต่อหนึ่งชั้นและมีผู้เข้าร่วมงานราวหนึ่งพันคนรวมถึงเ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยอีกกว่าร้อยชีวิต
ฉันกวาดสายตาไปรอบศูนย์ประชุมก็พบเ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่ทั้งกำลังเข้าเวรและเคลื่อนไหวเป็กลุ่มกลุ่มละสามคนกำลังคอยรายงานสถานการณ์ผ่านหูฟังทุกๆ สิบนาที
ระดับความปลอดภัยสูงมากแทรกซึมได้ยากจริงๆ
แม้จะมีตัวละครหนึ่งเหมาะแก่การแทรกซึมอย่างยิ่งแต่ก็สิ้นเปลืองพลังงานจนน่าใจหาย ถ้างัดการ์ดใบนั้นออกมาใช้ ฉันก็ไม่แน่ใจว่าจะเหลือพลังงานพอสำหรับหลบหนีหรือเปล่า
ก็เลยต้องใช้ตัวเลือกอื่นแทน
ฉันเดินตรงไปที่ประตูหน้า
“สวัสดีครับ รบกวนแสดงบัตรเชิญด้วย”
ฉันชะงักฝีเท้าเพราะแม้จะสวมสูททักซีโด แต่ร่างกายก็ยังเป็เพียงเด็กม.ปลาย แต่ถึงอย่างนั้นเ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่เฝ้าประตูก็ยังคงทักทายฉันอย่างสุภาพ
คงมีพวกลูกคนใหญ่คนโตมาร่วมงานเพียบเลยสินะ
ฉันเชิดคางพร้อมกับส่งสายตาราวกับไม่เข้าใจจากนั้นก็ตอบกลับด้วยสีหน้าคล้ายไม่เข้าใจ
“บัตรเชิญ?”
“ครับ ตรงนี้เป็เขตจำกัดการเข้า…”
“ดะ…เดี๋ยวก่อน!”
เ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยข้างๆพูดแทรก ราวกับรู้จักใบหน้าของฉัน
“นักเรียนคนนี้…ท่านนี้เป็คนดัง!”
ท่าทีของการ์ดเปลี่ยนไปแทบจะทันทีราวกับอยากจะขอลายเซ็นจากฉันให้ได้เดี๋ยวนั้น
“ลูกชายของ ‘ราชันอัคคีสีชาด’ คนดังคนนั้นไง!‘ัแดงน้อย’ ยอมจุนยอล ลูกชายของยอมบังยอล!”
ฉันยิ้มให้กับเ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่จำได้เพราะตอนนี้ใบหน้าของฉันเป็ของ ‘ัแดงน้อย’ ยอมจุนยอลหนึ่งในตัวละครที่เล่นได้ และเป็ถึงลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของหัวหน้าทีมสิงห์แดง ‘ราชันอัคคีสีชาด’ ยอมบังยอลซึ่งเป็หนึ่งในห้าสุดยอดทีมโจมตีต่างมิติ
ปีนี้ยอมจุนยอลกำลังจะขึ้นเป็นักเรียนชั้นปีที่สองของโรงเรียนม.ปลายอึนกวังแสงประทับของเขานั้นสง่างามสมกับฐานะอันสูงส่ง เขาจึงกลายเป็ ‘เพลเยอร์ดาวรุ่ง’ทันทีที่เข้าร่วมทีมโจมตีต่างมิติภายใต้ร่มเงาของบิดา
วิถีแห่งเพลเยอร์สามารถจำลองรูปลักษณ์ของยอมจุนยอลได้สมบูรณ์แบบ
ยอมจุนยอลเกลียดฉายา‘ัแดงน้อย’ ที่ดาวเทียมเพลเยอร์ SAT-K ตั้งให้มาก
คำว่า‘น้อย’ มักทำให้เขาเดือดดาลเสมอดังนั้นการเรียกยอมจุนยอลว่า ‘น้อย’ ต่อหน้าจึงไม่ต่างอะไรกับการหาเื่เมื่ออิงจากพฤติกรรมที่เคยเห็นในเกม ฉันจึงแสร้งทำหงุดหงิดตามบทแล้วเลียนแบบสีหน้าของยอมจุนยอล
“ัแดงน้อย?”
“ขอ…ขออภัยเป็อย่างสูงครับ! ท่านัแดง!ท่านดูโตกว่าที่เห็นในทีวีเยอะเลยนะครับ!”
ก็ควรจะเป็อย่างนั้น
ยอมจุนยอลในโลกนี้อายุเพียงสิบแปดปีเท่านั้นแต่ร่างจำลองของฉันคือยอมจุนยอลตอนอายุสิบเก้าปีหรือพูดอีกอย่างว่าร่างนี้เกิดจากการบ่มเพาะตัวละครอย่างต่อเนื่องแม้ยอมจุนยอลจะตายไปในเนื้อเื่ั้แ่อายุสิบเก้าแล้วก็ตาม
ฉันตัดสินใจทำตัวโอหังต่อไป
“เห็นหน้าฉันแล้ว ยังจะถามหาบัตรเชิญอีกงั้นเหรอ”
จิตสังหารบางๆทำเอาเ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยถึงกับผงะ
“ต้องขออภัยเป็อย่างสูงครับท่านัแดง! พวกเรามีความจำเป็ต้องขอดูบัตรเชิญจริงๆหรือจะแสดงบัตรเพลเยอร์ก็ได้…เพราะมีเพลเยอร์ไม่น้อยที่เชี่ยวชาญการปลอมตัว”
[ท่านใช้แสงประทับของตัวละคร ‘อัญเชิญัแดง’]
ไม่พูดพร่ำทำเพลงฉันเหยียดแขนออกไป แล้วอัญเชิญัแดงที่เป็สัญลักษณ์ของยอมจุนยอล
พรึ่บ!
เศียรัค่อยๆโผล่ออกมาจากรอยแยกมิติที่เปิดออกเหนือปลายนิ้วของฉันถึงแม้จะมีแสงประทับที่คล้ายคลึงกันบ้าง แต่ไม่มีทางเหมือนกันโดยสมบูรณ์ดังนั้นการเลียนแบบแสงประทับจึงเป็ไปไม่ได้การมีอยู่ของัแดงจึงสามารถยืนยันได้ว่าฉันคือ ‘ยอมจุนยอล’ ตัวจริง
“คิดว่าคนอื่นเลียนแบบสิ่งนี้ได้?”
“ขะ…ขออภัยเป็อย่างสูงครับ!”
เ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยรีบใช้มือข้างหนึ่งกดหูฟังพลางรายงาน
“ครับ…ที่ประตูหน้า…ยอมจุนยอลจะเข้างานครับ…ใช่ครับ มาคนเดียว”
แม้อีกฝ่ายยังกังขาในการมาเยือนอย่างกะทันหันของยอมจุนยอลแต่สำหรับพวกเขา ยอมจุนยอลคือบันไดชั้นดีสำหรับไต่เต้าไปยังเส้นสายที่้าจึงไม่มีทางปฏิเสธง่ายๆ แน่
คงรีบฉวยโอกาสนี้เพื่อสร้างความสัมพันธ์…
เหนือสิ่งอื่นใดยอมจุนยอลมาคนเดียวย่อมไม่มีทางก่อเื่ได้อยู่แล้วแต่ในทางกลับกันยังสามารถคิดเผื่อถึงการใช้เป็ตัวประกันได้อีกด้วย
ขอเพียงยอมจุนยอลเข้าร่วม‘อีเวนต์’ ในวันนี้ทางนั้นก็สามารถนำข้อเท็จจริงดังกล่าวมาเป็จุดอ่อนเล่นงานยอมจุนยอลได้อีกนานแสนนานฉันจึงมั่นใจว่าฝ่ายจัดงานจะต้องปล่อยให้ยอมจุนยอลผ่านเข้าไปแน่
“ขออภัยเป็อย่างสูงครับ เชิญครับ!”
ไม่ผิดจากที่คิดพวกเขาหลีกทางให้แต่โดยดี
คงเพราะฉันยืมชื่อและใบหน้าของยอมจุนยอลมาผู้จัดการจึงพาฉันมาหาประธานใหญ่ทันที
ห้องจัดเลี้ยงที่ต้องผ่านทางเดินปูพรมแดงมีลักษณะเป็โครงสร้างสองชั้นบนชั้นลอยเต็มไปด้วยแเื่ที่สวมเดรสหรือชุดสูททักซีโดมีแสงจากโคมไฟระย้ากับผ้าม่านกำมะหยี่สีทองที่ทำเอาแสบตาไปหมด
เดรสโค้ดคือเวกัสโกลด์สินะ…
ทั้งเสื้อผ้าเครื่องประดับผม กระดุมข้อมือ และผ้าเช็ดหน้า ล้วนเป็สีเวกัส โกลด์ละลานตา
ทุ่มเงินกันสุดตัวเลยนะเนี่ย
มีคนดังระดับS และ A ไม่น้อยที่มาร่วมงานฉลองปีใหม่บนโรงแรมลอยฟ้าซึ่งแพงกว่าห้องจัดเลี้ยงบนดินหลายเท่าตัวจึงไม่ผิดนักถ้าจะกล่าวว่า กลุ่มคนที่มาร่วมงานเลี้ยงปีใหม่กันอยู่ที่นี่คือกลุ่มผู้ชนะของสังคมในยุคปัจจุบันอีกทั้งเ้าภาพของงานยังเป็คนเดียวกับเ้าของศูนย์ประชุมแห่งนี้อีกด้วย
“สำหรับงานเลี้ยงในวันนี้ ทางเราขอจำกัดการใช้อุปกรณ์บันทึกภาพและเสียงรวมถึงดีไวซ์สื่อสารทุกชนิด ยกเว้นเพียงดีไวซ์ของเ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยได้โปรดเข้าใจด้วยนะครับ”
ผู้จัดการยังอธิบายคำเตือนอื่นๆอีกเล็กน้อย ก่อนจะยื่นเหรียญเงินบริสุทธิ์ในกล่องสีทองให้ฉัน
“ขอให้สนุกนะครับ”
ผู้จัดการคำนับแล้วเดินจากไปฉันก้มมองเหรียญเงินในมือ
[เรียกดูข้อมูลไอเท็ม]
[ชื่อไอเท็ม : เหรียญเงินจำลอง ‘คำสาบานอันเงียบงัน’]
[ประเภท: ไอเท็มใช้แล้วทิ้ง]
[ระดับความหายาก : SR+++]
[คุณสมบัติ : ใช้เพื่อทำการปฏิญาณแห่งความเงียบงัน]
[คำอธิบาย : แบบจำลองของเหรียญเงินที่ใช้โดย ‘ซิลด์เลนเที่ยม’ ราชันปีศาจแห่งความเงียบงัน ด้านหน้าสลักตราประทับของซิลด์เลนเที่ยมส่วนด้านหลังสลักรูปอีกา หากใช้เหรียญนี้กล่าวคำปฏิญาณแห่งความเงียบงัน ข้อมูลที่เกี่ยวข้องจะไม่มีวันถูกถ่ายทอดได้ไม่ว่าวิธีใดและจะไม่มีทางถูกทำลาย เว้นเสียแต่จะใช้ไอเท็มทำลายคำสาประดับความหายาก SSRขึ้นไป หรือตัดลิ้นออกเป็การถาวร สร้างโดย ‘อุงนยอ[2]ผู้โศกา’หนึ่งในแปดเซียนแห่งบรรพตระกูลเผ่าหมี, หนึ่งในตำนานแห่งเผ่าหมี]
อย่างที่คิดอุงนยอแห่งเผ่าหมี หนึ่งในแปดเซียนแห่งบรรพตระกูลเผ่าหมีที่ฉันกำลังตามหามีส่วนเกี่ยวข้องกับงานเลี้ยงในวันนี้ด้วย
ถ้ามาที่นี่แล้วยังไม่เจอคงลำบากน่าดู
แต่ตอนนี้มีเื่ด่วนกว่านั้นไว้ค่อยคิดเื่อุงนยอผู้โศกาทีหลัง
ฉันเดินออกจากห้องจัดเลี้ยงเงียบๆเพื่อมุ่งหน้าไปยังสถานที่เป้าหมาย
[1] หน่วยวัดพื้นที่ของประเทศเกาหลี1 พย็อง มีค่าเท่ากับ 3.3 เมตร
[2] ตัวละครที่ปรากฏในตำนานทันกุนหรือตำนานว่าด้วยการก่อตั้งประเทศเกาหลีเป็หมีที่กลายเป็มนุษย์เพศหญิงได้สำเร็จ และได้รับนามว่า อุงนยอ