บทที่ 98 เกิดเหตุที่ร้านเครื่องดื่ม
เย่จื่อเฉินกำโทรศัพท์ยิ้มฝันหวานของขวัญในอนาคตนั้นทำให้ตัวเขาเองคิดไปไกล จนก้าวขาไม่ออกไปชั่วขณะ
หลิวฉิงนั่งอยู่ตรงข้ามกับเขา สองมือเท้าค้างจ้องมองเขาอย่างเหนื่อยใจก่อนจะแขวะออกมา
“นายทำท่าแบบนี้ดูเฉิ่มชะมัด”
โดนผีทำลายความฝันอันสวยงาม ทำเอาเย่จื่อเฉินกลอกตาอย่างไม่พอใจ
“เธอจะไปเข้าใจอะไร เมื่อกี้ฉันเจรจาธุรกิจกับคนบนสวรรค์อยู่ คนบนสวรรค์น่ะเข้าใจไหม?”
“ประสาท”
หลิวฉิงเบ้ปากพูด
“ยัยผีบ้า”
ในขณะที่เย่จื่อเฉินกำลังจินตนาการถึงภาพอันสวยงามในอนาคตอยู่นั้นก็มีเสียงกรีดร้องดังขึ้นมาภายในร้านขายเครื่องดื่ม
เย่จื่อเฉินใจเต้นขึ้นมาทันที หรือว่าจะมีคนเห็นหลิวฉิง
หลิวฉิงเองก็เบิกตาโพลงขึ้นมาด้วยความตกใจเช่นเดียวกันทั้งคู่หันไปมองตามเสียง ถึงได้เห็นว่ามีผู้หญิงที่ทารองพื้นหนามากทั้งยังใส่รองเท้าส้นสูงสีแดงเข้มคนหนึ่งกำลังกรีดร้องด้วยใบหน้าตกใจกลัวโดยมีพนักงานคนหนึ่งของทางร้านยืนอยู่ตรงข้ามเธอ
ฟู่
เย่จื่อเฉินกับหลิวฉิงถอนหายใจยาวเหยียด
ไม่ได้ร้องตกใจเพราะหลิวฉิง
เมื่อเห็นว่าไม่ใช่เรื่องที่เกี่ยวกับตัวเองเย่จื่อเฉินก็ลุกขึ้นเพื่อจะออกไปจากร้านขายเครื่องดื่ม
แต่เมื่อเดินไปถึงทางเข้าร้าน เขากลับเห็นท่าทางของพนักงานคนนั้น
“พี่หู่ ฉันตกใจหมดเลย”
หญิงสาวที่ใส่รองเท้าส้นสูงสีแดงทำท่าตกใจแล้วเอื้อมมือไปคว้าแขนผู้ชายร่างกำยำที่อยู่ตรงข้ามมากอดไว้
ชายหนุ่มเงยหน้าขึ้นมองพนักงาน สีหน้ารังเกียจปรากฏขึ้นบนใบหน้าทันที
“รีบไสหัวไปซะ หน้าตาน่าเกลียดแบบนี้ จะออกมาข้างนอกให้คนตกใจหรือไง?”
คว้าเครื่องดื่มบนโต๊ะขึ้นมาสาดใส่พนักงานคนนั้น พนักงานคนนั้นจึงยกถาดขึ้นมาบังเอาไว้เครื่องดื่มนั้นจึงกระเด็นใส่ตัวผู้หญิงคนเมื่อครู่นี้ทันที
“กรี๊ด!!”
หญิงสาวที่แต่งหน้าหนาเตอะกรีดร้องเสียงหลงก่อนจะผุดลุกขึ้นแล้วเงื้อมือขึ้นหมายจะตบพนักงานคนนั้น
“ทำเกินไปแล้วนะ”
เย่จื่อเฉินปรี่เข้ามาจับมือผู้หญิงคนนั้นจากทางด้านข้างแล้วผลักเธอออกไปอย่างแรง
จากนั้นเขาก็หันไปมองพนักงานที่โดนรังแกคนนั้น ก่อนจะเอ่ยถามเบาๆ
“หลี่เจียอี๋ เธอไม่เป็นไรนะ”
“ทำไมนายถึงมาอยู่ที่นี่”
ในตอนที่เห็นเย่จื่อเฉินสีหน้าของหลี่เจียอี๋ก็ดูประหม่าไปอย่างเห็นได้ชัด
เรื่องที่โรงแรมในตอนนั้น…
เย่จื่อเฉินยังไม่รับผิดชอบ!
“พี่หู่…”
ในตอนนี้ หญิงสาวคนที่โดนเย่จื่อเฉินผลักออกไปก็แผดเสียงขึ้นมาดังลั่นชายหนุ่มร่างกำยำผุดลุกขึ้นมาทันที ก่อนจะเอื้อมมือมาคว้าไหล่เย่จื่อเฉิน
“ปล่อย”
เย่จื่อเฉินหันไปมองอย่างเย็นชาดวงตาที่แฝงไว้ด้วยความดุดันมองผู้ชายคนนั้นที่จับไหล่เขาเอาไว้
ผู้ชายคนนั้นรู้สึกหนาวสั่นขึ้นมาทันที ก่อนจะละมือออกจากไหล่เย่จื่อเฉินโดยอัตโนมัติ
“ผมคิดว่านี่เป็นการเข้าใจผิด พวกคุณคิดว่าไง?”
ความเยือกเย็นจางๆ แผ่ขยายไปถึงก้นบึ้งในใจของชายคนนั้นเขากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบากในใจของชายหนุ่มในตอนนี้มีเพียงความคิดเดียวเท่านั้น
เจ้าเด็กคนนี้ไม่ธรรมดา
แต่หญิงสาวข้างกายไม่ได้คิดมากมายขนาดนั้นเธอก้าวเข้าไปหาเย่จื่อเฉินกับหลี่เจียอี๋ แล้วแผดเสียงดังลั่น
“แกตาบอดเหรอ ไม่เห็นเหรอว่ายัยอัปลักษณ์นี่มันทำชุดฉันเปียก? นี่เป็นชุดที่ฉันซื้อมาใหม่เลยนะ”
“ถ้าคุณพูดอีกแค่ประโยคเดียว เชื่อไหมว่าผมฉีกปากคุณแน่” เย่จื่อเฉินมองหญิงสาวตาขวาง ก่อนจะเอ่ยถาม “ส่วนเรื่องชุดของคุณมันราคาเท่าไร ผมจะชดใช้ค่าเสียหายให้”
“แกมีปัญญาชดใช้หรือไง”
หญิงสาวทำหน้าเหยียดหยาม จ้าวหู่ที่อยู่ข้างกายแอบดึงหญิงสาวคนนั้นเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยขึ้น
“น้องชาย เห็นนายแล้วคุ้นตาจังเลย นายพักอยู่ที่ไหนเหรอ?”
“อย่ามาสนใจเลยว่าผมอยู่ไหน ชุดนี้ผมจะชดใช้ค่าเสียหายให้พวกคุณส่วนพวกคุณก็ขอโทษเธอซะ”
“ขอโทษเหรอ ฝันไปเถอะ” หญิงสาวช่างเหยียดแหวขึ้นมาอีกครั้ง
“หึๆ”
เพียะ!
ฝ่ามือหนึ่งตวัดลงบนใบหน้าของหญิงสาวช่างเหยียด แล้วก็ชักมือกลับไปหลังจากที่ชักมือกลับไปแล้ว เย่จื่อเฉินก็สะบัดมือไปมาด้วยในดวงตาเต็มไปด้วยความดุดัน
“อย่ามาทำหูทวนลมกับคำพูดของผม…”
“แกกล้าตบหน้าฉันอย่างนั้นเหรอ”
สาวช่างเหยียดตกตะลึง ก่อนที่นาทีต่อมาเธอจะเงื้อมือขึ้นหมายจะตบหน้าเย่จื่อเฉิน
แค่เสียงกังวานก็ดังขึ้นข้างหูอีกครั้ง
“อย่าท้าทายความอดทนของผม”
“พี่หู่ขา”
หญิงสาวคนนั้นกุมหน้าเดินกระฟัดกระเฟียดไปเขย่าแขนชายหนุ่ม แต่ชายคนนั้นไม่ได้สนใจเธอสักนิดก่อนจะเปิดปากพูดขึ้นอย่างกล้าๆ กลัวๆ
“คะ...คุณคือคุณชายเย่เหรอ”
เย่จื่อเฉินเลิกคิ้วขึ้น ไม่คิดเลยว่าผู้ชายคนนี้จะรู้จักเขาด้วย
“รู้จักฉันด้วยเหรอ?”
เขาคิดอยู่ว่าเขาคุ้นตาเย่จื่อเฉินมาก แต่นึกยังไงก็นึกไม่ออก
จนกระทั่งตอนที่เย่จื่อเฉินได้ตบหน้าแฟนเขาไปหนึ่งที เขาถึงได้นึกออก
บุคคลนี้คือบุคคลผู้ทรงอิทธิพลแน่นอน
อึก
ผู้ชายคนนั้นกลืนน้ำลายลงคออย่างแรงก่อนจะยกมือขึ้นตบหญิงสาวข้างกายไปหนึ่งที
“ขอโทษซะ”
บอกได้เลยว่าตบนี้ของจ้าวหู่ทำเอาผู้หญิงคนนั้นถึงกับอึ้ง หญิงสาวมองเขาอย่างตกตะลึงก่อนจะระเบิดอารมณ์ขึ้นมา
“จ้าวหู่ นี่คุณกล้าตบฉันเหรอ คุณกล้าตบเมียคุณเลยเหรอ”
หญิงสาวช่างเหยียดเงื้อมือขึ้นหมายจะตบจ้าวหู่จ้าวหู่กัดฟันคว้ามือเธอเอาไว้ แล้วผลักเธอออกก่อนจะตวัดมือฟาดไปอีกครั้ง
“หลิวจู ขอโทษซะ เร็ว!”
“ไปตายซะ! จ้าวหู่ คุณจำไว้เลยนะ พวกแกสองคนด้วยจำเอาไว้เลย”
หญิงสาวตวาดลั่นพร้อมกับเดินออกไปจากร้านจ้าวหู่กลืนน้ำลายลงคอพร้อมกับด่าหญิงสาวในใจว่าโง่เง่า
เธออาจจะมีอำนาจอยู่บ้างก็จริง แต่เมื่อเทียบกับคุณชายเย่แล้ว
เธอมันก็แค่เด็กๆ!
“คุณชายเย่…”
“ดูท่าว่าผู้หญิงคนนั้นจะเก่งกว่าคุณนะ” เย่จื่อเฉินเบ้ปากพร้อมกับแสยะยิ้มก่อนจะบุ้ยปากไปทางหลี่เจียอี๋ “ขอโทษซะ”
“ขอโทษครับภรรยาคุณชายเย่ ผมตาไม่ถึงเอง…”
หลี่เจียอี๋ที่อยู่ด้านข้างหน้าแดงขึ้นมาทันที ส่วนเย่จื่อเฉินก็หน้าตาตื่นเหมือนกัน
อะไรกันผู้ชายคนนี้ สมองกลวงเกินไปแล้ว
“ช่างมันเถอะ ฉันก็ไม่ได้จะทำอะไร นายไปเถอะ”
ความโมโหในใจราวกับว่าได้หายไปจนหมดกับคำว่าภรรยาคุณชายเย่ที่จ้าวหู่เอ่ยเรียก หลี่เจียอี๋เม้มริมฝีปากเล็กน้อยเย่จื่อเฉินเลิกคิ้วแล้วจึงหันไปขึ้นเสียงใส่จ้าวหู่
“ไสหัวไปซะ”
“อ้อๆ ครับ”
จ้าวหู่วิ่งล้มลุกคลุกคลานออกไปจากร้าน ในตอนนั้นเย่จื่อเฉินถึงได้หันกลับมาพูดเสียงแผ่ว
“ทำไมเธอถึงมาทำงานที่นี่ล่ะ ตอนนั้นเธอทำงานที่โรงแรมจินชุนไม่ใช่เหรอ?”
“เกี่ยวอะไรกับนาย?”
บอกตามตรง ว่าตอนนี้ความรู้สึกของหลี่เจียอี๋นั้นซับซ้อนมาก เธอถือโทษโกรธเย่จื่อเฉินที่กล้าทำแต่ไม่กล้ารับแต่เมื่อครู่ที่เขาออกโรงปกป้องเธอ…
“พี่คะ มันสองคนนี่แหละ”
หญิงสาวที่เมื่อครู่นี้เพิ่งออกจากร้านไปวกกลับมาอีกครั้ง ข้างกายเธอยังมีตำรวจอยู่ด้วยอีกหลายคน
นายตำรวจเดินขมวดคิ้วมุ่นมาทางเย่จื่อเฉิน กวาดสายตามองด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความทระนง
“ฉันสงสัยว่านายจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับแก๊งค้าของเถื่อนที่เพิ่งหนีไปเชิญตามพวกเราไปที่สถานีตำรวจเพื่อทำการสอบปากคำด้วย”
“คุณหมายถึงผมเหรอ?”
เย่จื่อเฉินชี้ตัวเองอย่างตกตะลึง หลี่เจียอี๋ที่อยู่ข้างๆจึงอดพูดขัดขึ้นไม่ได้
“คุณตำรวจคะ คุณน่าจะจำผิดคนนะคะ”
เมื่อนายตำรวจคนนั้นเห็นปานบนใบหน้าของหลี่เจียอี๋ความรังเกียจที่กลบไม่มิดก็ได้ปรากฏขึ้นในดวงตาทันที
“จำผิดคน? ฉันไม่มีทางจำผิดคนแน่นอน แล้วก็เธอฉันคิดว่าเธอก็น่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับแก๊งของพวกเขาด้วย พาตัวไปทั้งสองคน”