ตอนนี้เบื้องหน้าของจูเยว่กลับปรากฏกลุ่มก้อนพลังงานแสงสีเขียวที่ส่องสว่างขึ้นมา ซึ่งหากเป็นเพียงแค่นั้นคงไม่มีปัญหาแต่อย่างใด แต่ก้อนพลังงานดังกล่าว กลับปลดปล่อยจิตสังหารพุ่งตรงมาที่ตนอย่างรุนแรงพร้อมแรงกดดันอันทรงอำนาจ ที่เหนือกว่าเขาเป็นอย่างมาก จนไม่สามารถที่จะคาดเดาได้ว่าสิ่งที่อยู่เบื้องหน้า มีพลังถึงขีดขั้นใด! เพราะเพียงแค่จิตสังหารและแรงกดดันก็ถึงขั้นทำให้ตัวเขาไม่สามารถ ที่จะขยับเขยื้อนร่างกายได้แม้แต่น้อย!
ขณะที่จูเยว่กำลังมึนงงกับสิ่งที่เกิดขึ้นเสียงๆหนึ่งได้ดังขึ้นมา จากกลุ่มก้อนพลังงานที่ลอยอยู่เบื้องหน้าด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความโกรธแค้นอย่างที่สุด!
“แก! เป็นบุตรของยายแก่นั้นสินะ?!!”
เมื่อจูเยว่ได้รับฟังคำที่กล่าวออกมา ก็สามารถบอกได้ทันทีเลยว่าผู้ที่กล่าวออกมานั้น หาได้มีความปรารถนาที่ดีต่อตน แม้เพียงเศษเสี้ยว!
แม้น้ำเสียงที่กล่าวออกมาจะเต็มไปด้วยความโกรธแค้นแต่ทำให้ทราบได้ทันทีว่า เจ้าของเสียงที่กล่าวออกมาเป็นสตรีตอนนี้จูเยว่อดที่จะร้องตะโกนออกมาไม่ได้ เมื่อนึกถึงมารดา ที่ได้ทิ้งสิ่งนี้เอาไว้ให้ตนนั้นตามหา!
“มารดาข้า!… ท่านทิ้งสิ่งใดไว้ให้ข้ากันแน่?!! ”
ถึงแม้น้ำเสียงที่เหมือนกับหญิงสาว อายุประมาณ14-15 ปี อาจทำให้ลดความน่าหวั่นเกรงลงไปบ้างแต่ด้วยระดับพลังที่ปลดปล่อยออกมานั้น มันหาใช่เรื่องล้อเล่น! เพราะหากนางต้องการสังหารตนทันทีตัวเขาคงหาได้มีโอกาสที่จะได้เอ่ยคำใดออกมาได้ทัน! ขณะที่จูเยว่ยังคงรู้สึกตกตะลึงแสงสีเขียวที่อยู่เบื้องหน้า กลับกล่าวในสิ่งที่ตัวเขาเป็นกังวลออกมา!
“ในเมื่อเจ้าไม่อยากกล่าวสิ่งใด... เช่นนั้นก็ไม่ต้องกล่าว! เพราะสายเลือดที่ไหลเวียนอยู่ในตัวเจ้า ก็สามารถให้คำตอบแก่ข้าได้เป็นอย่างดี! เช่นนั้น..เจ้าก็จงตายไปซ้าา!!…”เสียงแหลมเล็กของเด็กสาวที่ฟังดูน่ารักไม่เข้ากับการกระทำที่โหดร้ายได้ดังลอดผ่านอากาศออกมา
เมื่อสิ้นเสียงดังกล่าวลงพลังอำนาจที่ทรงพลังสายหนึ่ง ได้พุ่งตรงเข้ามายังจูเยว่อย่าวรวดเร็วดุจสายฟ้าฟาดแต่เนื่องจากตัวเขานั้นถูกพลังกดดันของนางตรึงเอาไว้ทำให้ไม่สามารใช้ทักษะเคลื่อนที่เพื่อหลบหลีกได้แต่เมื่อดูจากความเร็วของพลังที่จู่โจมมา ถึงตัวเขาจะสามารถเคลื่อนที่ได้ก็คงมีค่าไม่ต่างกัน!!
ตู้มมมมมมมมม!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!
เสียงของพลังอำนาจที่ถูกปลดปล่อยออกมาจากเบื้องหน้าของจูเยว่ ได้ปะทะเข้ากับร่างของเขาอย่างเต็มกำลัง!พลังดังกล่าวสามารถสร้างพลังทำลาย กวาดล้างไปไกลสุดลูกหูลูกตานับร้อยลี้เสียงของเหล่าสัตว์อสูรต่างร้องระงมไปทั่วทั้งผืนป่า
เมื่อสิ้นพลังอำนาจของพลังทำลาย บริเวณป่าที่อยู่ด้านหลังของจูเยว่กลับแปรเปลี่ยนเป็นพื้นที่รกร้างว่างเปล่าในทันที!
“จิ๊!!” เป็นเสียงไม่พอใจของเด็กสาวที่ดังขึ้นมา
เมื่อฝุ่นควันที่เกิดจากแรงปะทะเริ่มจางลงภาพเบื้องหน้าของแสงสีเขียว ได้ปรากฏจี้หยกสีดำลอยตระหง่านอยู่ราวกับต้องการปกป้องบุรุษที่ตัวนางต้องการสังหาร มันได้กางม่านพลังสีดำหม่นออกมาปกคลุมรอบตัวของบุรุษผู้นั้นเอาไว้
ตอนนี้ร่างของจูเยว่ค่อยๆปรากฏขึ้นมาหลังจากฝุ่นควันที่ฟุ้งกระจาย จากพลังทำลายเมื่อครู่เริ่มจางลง ทำให้เขาเริ่มที่จะสังเกตเห็นบริเวณรอบๆชัดเจนมากขึ้นจึงได้เห็นภาพของพื้นดิน ที่เสมือนถูกคว้านออกไปเป็นทางยาวนับร้อยลี้ยกเว้นพื้นที่ที่ตนยืนอยู่เท่านั้น
เมื่อมองไปยังใบหน้าของจูเยว่ในยามนี้ไม่สามารถปกปิดความตกตะลึง ที่แสดงออกมาได้แม้แต่น้อย เม็ดเหงื่อได้ผุดซึมทั่วทั้งร่างคล้ายยืนท่ามกลางสายฝน เมื่อจูเยว่ค่อยๆเหลือบหันมองไปยังบริเวณด้านหลังของตนที่พลังอำนาจเมื่อครู่ได้พาดผ่านตัวเขาไป
“อึ๊กก...”
เป็นเสียงกลืนน้ำลายดังขึ้นมาพร้อมนัยน์ตาที่สั่นไหวอยู่ภายใน ใบหน้าเริ่มบิดเบี้ยวราวกับอยากจะพูดบางสิ่งแต่ก็ไม่สามารถพูดออกมาได้
"มารดาข้า!!….. ท่านคิดทำสิ่งใดกันแน่!ถึงทิ้งตัวหายนะระดับนี้ไว้ให้แก่ข้า?!!"
เขาทำได้เพียงกล่าวโทษมารดาของตนอยู่ภายในแต่ไม่ทันที่จูเยว่จะตั้งสติกับเรื่องที่เกิดขึ้นได้เสียงของหญิงสาวได้ลอยมาจากเบื้องหน้าของเขาอีกครั้ง
“ในเมื่อ… การโจมตีเพียงครั้งเดียวมันไม่สามารถฆ่าเจ้าได้เช่นนั้น! ข้าจะปลดปล่อยพลังอำนาจของข้าทั้งหมด จนกว่าสิ่งนั้น...จะไม่สามารถปกป้องเจ้าได้อีกต่อไป!!”
“ห๊ะ?!!!”
เมื่อจูเยว่ได้ยินในสิ่งที่นางกล่าวใบหน้าที่แลดูบิดเบี้ยวอยู่แล้วเมื่อครู่ กลับแลดูประหลาดยิ่งขึ้นกว่าเดิมพร้อมกับเริ่มนึกถึงในสิ่งที่ตนกังวลขึ้นมา เพราะหากว่าเจ้าสิ่งนี้สามารถปลดปล่อยการโจมตีที่ทรงพลังออกมาได้เรื่อยๆ จนจี้หยกดำสูญเสียอำนาจป้องกันไปไม่ใช่ว่า... เขาต้องตกตายจนไม่เหลือซากหรอกเรอะ?!
แต่ก่อนที่กลุ่มก้อนพลังงานสีเขียวเบื้องหน้าจูเยว่จะเริ่มปลดปล่อยพลังอำนาจทำลายล้างออกมาอีกครั้งจี้หยกดำได้พุ่งออกไปยังด้านหน้าอย่างรวดเร็วพร้อมทั้งยังพาร่างของจูเยว่ติดตามไปด้วย! เมื่อถึงบริเวณที่แสงสีเขียวอยู่จี้หยกดำได้ปลดปล่อยพลังงานสีดำบางอย่าง ที่คล้ายกับกลุ่มหมอกออกมามันปกคลุมไปรอบๆแสงสีเขียวนั้นภายในไม่กี่อึดใจ
เมื่อได้เห็นในสิ่งที่จี้หยกดำกระทำแสงสีเขียวเบื้องหน้า จึงได้รีบตรวจสอบไปยังวัตถุสีดำนั้นอย่างรวดเร็ว
“นะนี้มัน! จี้หยกวิหคเพลิงทมิฬ 9 หาง...ตราประจำตัวของยายแก่นั่น!!”
เพราะด้วยความโกรธแค้นอย่างถึงที่สุดในยามที่ถูกปลดปล่อยออกมา จากแท่นหินที่ได้ผนึกนางเอาไว้และยังพบเจอกับสายเลือดของศัตรูที่กักขังตนทำให้นางไม่ทันได้สังเกตถึงจี้หยกนี้ในคราแรก
คล้ายนางทราบได้ว่า หายนะบางอย่างกำลังจะมาเยือนเสียงที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัวของเด็กสาว ได้ร้องดังโวยวายออกมาอย่างร้อนรน
“มะ..ไม่นะ!จะเจ้าจะทำอะไรข้า..ออกไปให้พ้นจากตัวข้าเดี๋ยวนี้!!อะออกไปนะ..บอกให้ออกป๊ายย!!!…”
ขณะที่เสียงร้องดังกล่าวดังขึ้นมาอย่างไม่มีท่าทีว่าจะหยุด ตอนนี้ตัวจูเยว่เองก็ได้ส่งเสียงร้องออกมาด้วยความโมโหเช่นเดียวกัน
“เจ้าจี้หยกดำสารเลว! เจ้าจะจับมัน...แล้วจับตัวข้าไปด้วยทำไมกัน?! จะเจ้า!!”
ในตอนแรกเขารู้สึกโล่งใจเป็นอย่างมากเพราะดูเหมือนจี้หยกดำ จะทำให้อีกฝ่ายเกิดความหวาดกลัวขึ้นมา และดูเหมือนว่ามันจะเข้าไปจัดการแสงสีเขียวที่อยู่เบื้องหน้า แต่! มันไม่ควรนำพาตัวเขาเข้าไปด้วย!!
ขณะที่จูเยว่จะกล่าวต่อว่ามันออกมาอีกครั้งพลังงานสีดำที่ตอนนี้ได้ปกคลุม ไปทั่วทั้งตัวเขาและแสงสีเขียวได้เสมือนบังคับให้ทั้งสองหลอมรวมเข้าด้วยกัน!เสียงกรีดร้องด้วยความหวาดกลัวอย่างถึงที่สุด ดังกึกก้องไปทั่วทั้งป่า
“ม่ายยยน๊าาา!!!!...”
แต่อีกเสียงหนึ่งที่เป็นของจูเยว่กลับดังขึ้นมาด้วยความรู้สึกที่เจ็บปวดเป็นอย่างมากแทน!
“อ๊ากกกกกกกก!!!!...”
เพราะจูเยว่ไม่คิดว่าการที่ถูกหลอมรวมเข้ากับพลังงานแสงสีเขียวอย่างกะทันหันจะทำให้เกิดความเจ็บปวดจนมิอาจจะบรรยายเป็นคำพูดได้ ซึ่งความเจ็บปวดในครั้งนี้ได้ส่งตรงมาจากภายในดวงจิตวิญญาณ ทำให้จูเยว่ไม่สามารถประคองสติเอาไว้ได้อีกต่อไปจึงสิ้นสติล้มลงไปทันที!